The Developmental Text Cell Transportation Program. บทค ดย อ - PDF

Description
การพ ฒนาส อบทเร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล The Developmental Text Cell Transportation Program. นางสาวส ก ญญา ชายเร ยน* บทค ดย อ ผ ว จ ยได ท าการพ ฒนาส อบทเร ยนโปรแกรม Powerpoint

Please download to get full document.

View again

of 8
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Graphic Art

Publish on:

Views: 98 | Pages: 8

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
การพ ฒนาส อบทเร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล The Developmental Text Cell Transportation Program. นางสาวส ก ญญา ชายเร ยน* บทค ดย อ ผ ว จ ยได ท าการพ ฒนาส อบทเร ยนโปรแกรม Powerpoint เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล ข น เพ อใช เป น ส อการสอนท ม ประส ทธ ภาพ ใช เป นทางเล อกในการจ ดก จกรรมการเร ยนร โดยม จ ดม งหมายเพ อหาประส ทธ ภาพ ตามเกณฑ 80/80 เพ อหาประส ทธ ผลของบทเร ยนโปรแกรมและเพ อเปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการเร ยน ของน กเร ยน ท เร ยนด วยบทเร ยนโปรแกรม กล มต วอย าง ค อ น กเร ยนช นม ธยมศ กษาป ท 5/1 โรงเร ยนศ ลาจารพ พ ฒน แขวงบางซ อ เขตบางซ อ กร งเทพมหานคร ป การศ กษา 2550 จ านวน 40 คน เคร องม อท ใช ในการว จ ย ได แก บทเร ยนโปรแกรม Powerpoint เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล แบบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน สถ ต ท ใช ค อ ค าเฉล ย ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน ร อยละ ประส ทธ ภาพบทเร ยนโปรแกรม (E 1 /E 2 ) ค าด ชน ประส ทธ ผล (EI) และ t test โดยให กล มต วอย าง ท าแบบทดสอบก อนเร ยน จากน นให ศ กษาเน อหาในบทเร ยนโปรแกรม และท าแบบทดสอบหล งเร ยน แล วน าข อม ลมา ว เคราะห ผล และ สร ปผล ผลการศ กษาพบว าบทเร ยนโปรแกรม Powerpoint เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล ท พ ฒนาข น ม ประส ทธ ภาพเท าก บ 93/88.13 ซ งส งกว าเกณฑ 80/80 ท ก าหนดไว ม ค าด ชน ประส ทธ ผลเท าก บ 0.80 หมายความว าน กเร ยนม ความร เพ มข นหล งจากเร ยนด วยบทเร ยนโปรแกรมร อยละ 80 น กเร ยนม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนเพ มข นจากก อนเร ยน จากการทดสอบค าท (t - test) อย างม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ค าเฉล ยแบบประเม นของผ ทรงค ณว ฒ ด านเน อหา ด านการผล ตส อการสอน และด านภาษา เท าก บ และ 4.13 ตามล าด บ ถ อว าอย ในเกณฑ ด ด งน นบทเร ยนโปรแกรม เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล ท พ ฒนาข นจ งเป น บทเร ยนท ม ประส ทธ ภาพ ซ งคร และผ สนใจสามารถน าไปประกอบการจ ดก จกรรมการเร ยนร ให บรรล ตาม ว ตถ ประสงค ของการจ ดการเร ยนการสอนได ต อไป ค าส าค ญ : การพ ฒนาบทเร ยนโปรแกรม, การล าเล ยงสารผ านเซลล *คร คศ 1.กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร โรงเร ยนศ ลาจารพ พ ฒน สพท. กร งเทพมหานคร เขต 1 ABSTRACT The researcher had developed the Text Cell Transportation Program in order to be an alternative to design another learning activity. The purposes of the study were to find the efficiency of this program under the standard criterion of 80/80 and to compare students learning outcomes. The subject were 40 student of Mattayomsuksa 5/1 at Silachalaphiphat School Bangsure, Bangkok in 2007 academic year. The instruments were Text of student outcome and experts evaluation. Means, Standard deviation, Percentage, Efficiency of Programmed Text, Effectiveness Index and Hypothesis testing (t-test) were used to data analysis. The students were allowed to do the Pre-test and study the contents in the text programe. Then students were allowed to do the Post-test. After that the data were analyzed and made the conclusion. The results of the study showed that the developmental Text Cell Transportation Program had the efficiency of 93/88.13 this was higher than the standard criterion of 80/80. The Effectiveness index was at the rate of 0.80 which mean that the students knowledges increased after studying by the TEXT Program at the rate of 80%. the student learning outcome were increased by the statistic level of significance at.05 by t-test. The means of experts evaluation in contents, teaching tools and languages were 3.72, 3.76 and 4.13 respectively. This indicated that they were developed in the good level. Therefore, the Text Cell Transportation Program had enough efficiency for the teachers and other interesting person could take to be another leaning activity in order to achieve the purposes. Key word : Developed the Text Program, Cell Transportation. บทน า การจ ดการศ กษาตามพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ ต องย ดหล กว า ผ เร ยน ท กคนม ความสามารถเร ยนร และพ ฒนาตนเองได และ ถ อว าผ เร ยนม ความส าค ญท ส ด กระบวนการจ ดการ ศ กษาต อง ส งเสร มผ เร ยนให สามารถพ ฒนาตาม ธรรมชาต และเต มศ กยภาพ (ส าน กงานคณะกรรมการ การศ กษาแห งชาต, 2542) การจ ดการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นศ นย กลางน น คร จะต องม ความสามารถ ท จะค นพบความต องการ ท แท จร งของผ เร ยน สามารถ ค นคว าหาส อว สด อ ปกรณ ท เหมาะสมก บผ เร ยน (ว ฒนา พร, 2543) ส อการสอนท หลากหลายจะช วยส งเสร มการ เร ยนร และพ ฒนาผ เร ยนให เก ดการเร ยนร อย างแท จร ง (กระทรวงศ กษาธ การ, 2544) บทเร ยนโปรแกรมเป นส อ ท ม ความสามารถในการพ ฒนาการเร ยนการสอนได อย างม ประส ทธ ภาพ (ก ดาน นท, 2536) ส อบทเร ยน โปรแกรมจะจ ดล าด บให เป นข นตอนส นๆ ต อเน องในแต ละข นไม ยากเก นไป ม ว ธ การให ผ เร ยนทราบ ผลการ ตอบสนองของตนเองท นท เป ดโอกาสให ผ เร ยนได ศ กษาด วยตนเอง เป นการตอบสนองความแตกต าง ระหว างบ คคล (Smith and Moore, 1982) ป จจ บ น เทคโนโลย คอมพ วเตอร ได ถ กน าเข ามาใช ในการจ ด การศ กษา โดยพบว าการใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอนจะช วยเพ มประส ทธ ภาพในการเร ยนการสอนได เป นอย างมาก เน องจากบทเร ยนม การน าเสนอเน อหา ด วยร ปภาพ เส ยง ข อความพร อมก น ซ งจะด งด ดความ สนใจของผ เร ยน และม การ ตอบโต ก บผ เร ยนตลอดเวลา ผ เร ยนได ร บการเสร มแรง และสามารถกล บไปทบทวน บทเร ยนท ย งไม เข าใจได อ กด วย ผ เร ยนสามารถเร ยน ได ตามความสามารถของแต ละบ คคล ตอบสนองความ แตกต างระหว างบ คคล (ถนอม, 2541) ความเป นมาและความส าค ญของป ญหา ธรรมชาต ของการเร ยนว ชาช วว ทยา ม เน อหา ให ต องท าความเข าใจมาก คร จ ดกระบวนการเร ยนร ได ไม หลากหลายว ธ น ก ส วนมากจะใช ว ธ การบรรยาย สล บ ก บการทดลอง และการสาธ ตบ าง ท าให ผ เร ยนเบ อ หน าย ไม สนใจเร ยน ไม เข าใจกระบวนการ และ เน อหาว ชาส งผลให ผ เร ยนม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนต า ซ งเป นป ญหา อย างมากในการเร ยนการสอน ช วว ทยา ท จะต องน าความร ท ได ร บไปใช อย างต อเน อง ในการเร ยนในระด บท ส งข นไป จากป ญหาด งกล าวผ ว จ ยจ งม ความสนใจท จะ แก ป ญหา โดยค ดหาว ธ การสอนท หลากหลายประกอบ ก บการผล ตส อการสอนท ม ประส ทธ ภาพมาใช ใน กระบวนการจ ดเร ยนการสอนเพ อน ามาแก ป ญหา ด งกล าว ส อประเภทหน ง ท ผ ว จ ยสนใจผล ต ค อ ส อการ สอนประเภทบทเร ยนโปรแกรม Power point ท ม ประส ทธ ภาพตามเกณฑ 80/80 เพ อน ามาใช ในกระบวนการจ ดการเร ยนร ท าให ผ เร ยนม ความสนใจ เร ยน และม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนส งข น และผ สอนจะ สามารถเผยแพร ส อท ม ประส ทธ ภาพด งกล าวไปให เพ อน คร ท สนใจใช ต อไปได ว ตถ ประสงค ของการว จ ย 1) เพ อสร างส อการสอนประเภทบทเร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล ส าหร บน กเร ยนระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5/1 โรงเร ยนศ ลาจารพ พ ฒน กร งเทพมหานคร ให ม ประส ทธ ภาพตามเกณฑ มาตรฐาน 80/80 2) เพ อหาประส ทธ ภาพของส อการสอนประเภท บทเร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยง สารผ านเซลล ท าให ผ เร ยนม ผลส มฤทธ ทางการ เร ยนส งกว าเกณฑ 80/80 โดยเปร ยบเท ยบจากการ ท าแบบทดสอบก อนเร ยน และหล งเร ยน โดยใช ข อสอบมาตรฐาน 3) เพ อศ กษาผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยนท เร ยนด วยส อการสอนประเภทบทเร ยนโปรแกรม Powerpoint เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล อ ปกรณ / เคร องม อท ใช ในการว จ ย 1) บทเร ยนโปรแกรม Power point เร องการล าเล ยง สารผ านเซลล 2) แบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน (ก อนเร ยน - หล งเร ยน) 3) แบบประเม นข อสอบเพ อน าไปหาค าด ชน ความ สอดคล องระหว างข อสอบก บผลการเร ยนร ท คาดหว ง (IOC) 4) แบบประเม นค ณภาพส อการสอนด านต างๆ (เน อหา การผล ตส อ และ การใช ภาษา) 5) แบบประเม นความพ งพอใจจากการเร ยนด วย บทเร ยนโปรแกรม Power point. ว ธ ด าเน นการว จ ย (Method) ข นเตร ยม 1) สร างแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน และ สร างบทเร ยนโปรแกรม Powerpoint เร อง การ ล าเล ยงสารผ านเซลล 2) น าแบบทดสอบไปตรวจสอบค า IOC ค าความยากง าย ค าอ านาจจ าแนก และ ค าความเช อม น จากน นเล อกข อสอบมาจ านวน 20 ข อ เพ อน ามาใช เป นแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ก อนเร ยน และ หล งเร ยน 3) น าบทเร ยนโปรแกรมไปให เพ อนคร ตรวจสอบ 1 คน น กเร ยนระด บช น ม.6 ตรวจสอบ 2 คน และ น าไปให ผ เช ยวชาญตรวจสอบ จ านวน 3 คน ข นเก บรวบรวมข อม ล 1) ทดสอบแบบหน งต อหน ง ก บน กเร ยนช น ม ธยมศ กษาป ท 5 โรงเร ยนศ ลาจารพ พ ฒน จ านวน 3 คน 2) ทดสอบกล มเล ก ก บน กเร ยนช นม ธยมศ กษาป ท 5 โรงเร ยนศ ลาจารพ พ ฒน จ านวน 5 คน 3) ทดลองภาคสนามก บน กเร ยนช นม ธยมศ กษาป ท 5/1 โรงเร ยนศ ลาจารพ พ ฒน จ านวน 40 คน โดย ให น กเร ยน ท าแบบทดสอบก อนเร ยน และเร ยน โดยใช บทเร ยนโปรแกรมเม อเสร จส นแล ว ท า แบบทดสอบหล งเร ยน แล วน าผลคะแนนการท า แบบฝ กห ดและแบบทดสอบมาหาประส ทธ ภาพ ค า ด ชน ประส ทธ ผล และทดสอบค า t test. 4) น กเร ยนท าแบบประเม นความพ งพอใจจากการ เร ยนด วยบทเร ยนโปรแกรม Power point. เร มต น ศ กษาทฤษฎ และหล กการสร างบทเร ยนโปรแกรม ว เคราะห หล กส ตรและก าหนดผลการเร ยนร ท คาดหว ง สร างบทเร ยนโปรแกรม เพ อนคร ตรวจสอบ 1 คน ไม ผ าน ปร บปร ง น กเร ยนระด บช น ม.6 ท เคยเร ยนเร องน มาแล วตรวจสอบ 2 คน ไม เข าใจ ปร บปร ง ผ ทรงค ณว ฒ ตรวจสอบ ไม ผ าน ปร บปร ง ทดลองก บน กเร ยน 3 คน ไม ผ าน ปร บปร ง ทดลองก บน กเร ยน 5 คน (แบบกล มเล ก) ไม ผ าน ปร บปร ง ได บทเร ยนโปรแกรมสมบ รณ ใช ก บกล มต วอย างเพ อหาประส ทธ ภาพ เข ยนรายงานการพ ฒนาส อบทเร ยน ร ปท 1 แสดงแผนผ งแสดงข นตอนการสร าง และ การว จ ยพ ฒนาส อบทเร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยงสารผ านเซลล ผลการว จ ย (Results) 1. การประเม นบทเร ยนโปรแกรมด านต างๆ จากผ เช ยวชาญ ตารางท 1 แสดงผลการประเม นบทเร ยน โปรแกรมด านต างๆจากผ เช ยวชาญ ด านท ประเม น ผลการประเม น จากผ เช ยวชาญ 3 ท าน ( X ) ด านเน อหา ด านเทคน คการผล ตส อการสอน ด านการใช ภาษา หมายเหต ระด บความค ดเห น หมายถ ง รายการประเม นด 2. ค า IOC ค า p ค า r และ ค า r tt ของแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ตารางท 2 แสดงค า IOC ค า p ค า r และ ค า r tt ของแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ห วข อ ผลการประเม น การประเม น IOC p r r tt ผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยนท เร ยนด วยบท เร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยงสาร ผ านเซลล ตารางท 4. แสดง Paired Sample Test จากการทดสอบ t test dependent. สร ปผลการว จ ย - ผลการสร างแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนได แบบทดสอบแบบปรน ยชน ดเล อกตอบ 4 ต วเล อก จ านวน 20 ข อ ท ม ค าความยากง ายระหว าง ค าอ านาจจ าแนกระหว าง และ ค าความเช อม นเท าก บ ผลการสร างบทเร ยนโปรแกรม ได บทเร ยนโปรแกรม Power point เร อง การล าเล ยง สารผ านเซลล
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks