ส ธ รา น ม ตรน ว ฒน * Sutheera Nimitniwat* - PDF

Description
โปรแกรมบร หารความข ดแย งตามแนวค ดน โอฮ วแมนน สของน กศ กษามหาว ทยาล ยเอกชน: กรณ ศ กษามหาว ทยาล ยธ รก จบ ณฑ ตย The Conflict Management Program based on Neo-Humanist Concepts of Students in Private University:

Please download to get full document.

View again

of 18
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Internet & Web

Publish on:

Views: 10 | Pages: 18

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
โปรแกรมบร หารความข ดแย งตามแนวค ดน โอฮ วแมนน สของน กศ กษามหาว ทยาล ยเอกชน: กรณ ศ กษามหาว ทยาล ยธ รก จบ ณฑ ตย The Conflict Management Program based on Neo-Humanist Concepts of Students in Private University: A Case Study of Dhurakij Pundit University ส ธ รา น ม ตรน ว ฒน * Sutheera Nimitniwat* *อาจารย ประจ ำกล มว ชาจ ตว ทยา หมวดว ชาศ กษาท วไป คณะศ ลปศาสตร มหาว ทยาล ยธ รก จบ ณฑ ตย *Lecturer of Psychological Group, General Education Section, Faculty of Arts, Dhurakij Pandit University. * 78 SUTHIPARITHAT Vol.28 No.87 July - September 2014 บทค ดย อ การว จ ยน ม ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาโปรแกรมบร หารความข ดแย งตามแนวค ดน โอฮ วแมนน สท ม ต อการบร หารความข ดแย งและค ณล กษณะการท ำงานเป นท มของน กศ กษามหาว ทยาล ยเอกชน และ ทดลองใช โปรแกรมท สร างข น เป นการว จ ยก งทดลอง กล มต วอย างเป นน กศ กษาช นป ท 1 อาย ป จ ำนวน 66 คน ผลการว จ ยพบว า 1.ร ปแบบโปรแกรมบร หารความข ดแย งตามแนวค ดน โอฮ วแมนน ส ประกอบด วย การก ำหนด กล มผ ร บบร การ การก ำหนดเน อหา การก ำหนดการเร ยนการสอน การจ ดประสบการณ เร ยนร และการ ประเม นผล 2. ผลการทดลองใช โปรแกรมบร หารความข ดแย งตามแนวค ดน โอฮ วแมนน ส พบว า 2.1 หล งการทดลอง กล มทดลองบร หารความข ดแย งเป นไปตามเกณฑ ค อ เหมาะสม มากกว า ก อนการทดลอง 2.2 กล มทดลองม คะแนนจากแบบว ดค ณล กษณะการท ำงานเป นท ม หล งการทดลอง ส งกว า ก อนการทดลองอย างม น ยส ำค ญทางสถ ต 2.3 กล มทดลองม คะแนนจากแบบว ดค ณล กษณะการท ำงานเป นท มส งกว ากล มควบค มอย างม น ยส ำค ญทางสถ ต ค ำส ำค ญ: ความข ดแย ง น โอฮ วแมนน ส การท ำงานเป นท ม มหาว ทยาล ยเอกชน ส ทธ ปร ท ศน ป ท 28 ฉบ บท 87 กรกฎาคม - ก นยายน Abstract The objectives of this research were to develop the conflict management program based on Neo-humanist concepts towards conflict management and team characteristics of students in Private University and to experiment that program. The research utilized the quasi-experimental research. The samples group were 66 freshmen aged years. The findings were as follows: - 1. The model of conflict management program based on Neo-humanist concepts consisted of a) identify the target group; b) specify the main content; c) create instructional planning; d) arrange learning experiences; and e) evaluate. 2. The results derived from testing the program were as follows:- 2.1 After the experiment, the experimental group had the conflict management scores according to the criteria appropriate more than before the experiment. 2.2 After the experiment, the teamwork scores of the experimental group were significantly higher than before the experiment. 2.3 The teamwork scores of the experimental group were significantly higher than those of the control group. Keywords: Conflict, Neo-humanist, Teamwork, Private University 80 SUTHIPARITHAT Vol.28 No.87 July - September 2014 บทน ำ ในการจ ดการศ กษาไม เพ ยงแต ต องเตร ยม ความพร อมให ผ เร ยนม ความสมบ รณ ทางร างกาย จ ตใจ และสต ป ญญา เท าน น แต ย งต องท ำให เขา เป นสมาช กท ด สามารถด ำรงช ว ตในส งคมร วมก บ ผ อ นอย างม ความส ขด วย เพราะในการด ำเน นช ว ต ปกต ผ เร ยนม ได อย เพ ยงล ำพ ง เขาม ครอบคร ว เพ อน บ คคลรอบข างท ต องม ปฏ ส มพ นธ ด วย ระด บ การต ดต อส มพ นธ จะย งส งข นเม อเขาเข าเป น สมาช กของสถานศ กษาและก าวเข าส การประกอบ อาช พ การท ำงานร วมก บผ อ นจ งเป นส งท หล กเล ยง ไม ได ด งน น การม งความสนใจท การท ำงานเป นท ม จ งเป นส วนเต มเต มผ เร ยนให ม ความสมบ รณ โดย องค รวมและย งสอดคล องก บข อก ำหนดในกรอบ มาตรฐานค ณว ฒ ระด บอ ดมศ กษาแห งชาต (คณะ กรรมการการอ ดมศ กษา, 2552) ด าน 4 ท เก ยวข อง ก บการพ ฒนาท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคล และความร บผ ดชอบ ท ม งให ผ เร ยนสามารถท ำงาน เป นกล ม ม ความค ดร เร มในการว เคราะห ป ญหา อย างเหมาะสมบนพ นฐานของตนเองและของกล ม ม ส วนช วยและเอ อต อการแก ป ญหากล มอย าง สร างสรรค ไม ว าจะเป นผ น ำหร อสมาช กของกล ม ท งน ถ อเป นหน าท หล กท สถานศ กษาต องด ำเน น การพ ฒนาผ เร ยนให ม ท กษะ กระบวนการค ด รวม ถ งประย กต ความร มาใช ปฏ บ ต ได จร ง การท ำงานเป นท มเป นการพ ฒนาผ เร ยน ให ใช ความสามารถอย างเต มศ กยภาพซ งม ผล โดยตรงต อความส ำเร จตามเป าหมายท งในเช ง ปร มาณและค ณภาพ ผ เร ยนจะได ร บการฝ กท กษะ ต างๆในการท ำงาน สามารถท ำงานท ยากหร อซ บ ซ อนท ต องอาศ ยการพ งพาก นมากข น ม โอกาสสอบ ทวนหร อตรวจสอบงานมากข น หากพ จารณาด าน อารมณ ความร ส ก การท ำงานเป นท มเป นการตอบ สนองความต องการท จะม ปฏ ส มพ นธ ทางส งคม น ำไปส ความพ งพอใจ ความส ข ม ตรภาพ ได เร ยนร ประสบการณ หลากหลายจากเพ อนๆ ส ำหร บใน ด านการพ ฒนาตนเอง การท ำงานเป นท มอาจสร าง ความกดด นทางส งคมท กระต นให ผ เร ยนต องเพ ม ความพยายามหร อด งศ กยภาพของตนออกมาใช เพ อความส ำเร จของท ม ต องตระหน กและปฎ บ ต ตามบทบาทหน าท เพ มความร บผ ดชอบมากข น จ ง ท ำให เก ดความเจร ญก าวหน าตลอดเวลา (หล ย จ ำปาเทศ, 2552, น. 173) แต ความเป นจร งพบว า ผ เร ยนจ ำนวนไม น อยท พบป ญหาการท ำงานเป นท ม เช น ความค ด เห นไม ตรงก น ข ดแย งเพราะไม ฟ งก น ไม พ ดค ยก น ให ช ดเจน เก ยงงานก น ไม ร บผ ดชอบ ช งด ช งเด น ใช อารมณ มากกว าเหต ผล ฯลฯ (ป ยะพงษ น อย เจร ญ; ว ภาพร จ นทรา; จ ตรภณ จาร ศร วรก ล, ส มภาษณ, 2556) จากข อม ลสะท อนให เห นว า เป น ป ญหาความข ดแย งระหว างบ คคลท เก ดจากการ ขาดความเข าใจท ด ของสมาช กในกล ม ไม ให ความ สนใจและไม ช วยเหล อก น ขาดความเช อม นและ ศร ทธาในก นและก น เช นเด ยวก บท ว ทยา นาคว ชระ (2545, น ) กล าวว าเม อบ คคล มาท ำงานร วมก นจะเก ดความข ดแย งอ นเน องจาก ความต องการข ดแย งก น ไม ยอมร บบทบาทหน าท ของตนเองและผ อ น แบ งพวกแบ งเหล า ไม ร บทบาทหน าท ของตนเองด พอ อ จฉาก นเอง จ งถ อ เป นอ ปสรรคต อการท ำงานเป นท ม ท ำให เก ดความ อ ดอ ด ความเคร ยด ความท กข ใจ กล าวโดยสร ปว า ล กษณะป ญหาท ผ เร ยนเผช ญอย ในการท ำงานเป น ท ม ค อ ความข ดแย งระหว างบ คคลซ งม ผลกระทบ ต อประส ทธ ภาพในการท ำงานและย งท ำให เก ด ความร ส กด านลบและความไม สบายใจ แนวทางท จะช วยให ผ เร ยนบร หารความ ข ดแย งในการท ำงานเป นท มได ด ข น ก ค อ การ พ ฒนาป จเจกบ คคล แนวค ดน โอฮ วแมนน สเป น ส ทธ ปร ท ศน ป ท 28 ฉบ บท 87 กรกฎาคม - ก นยายน ปร ชญามน ษยน ยมแนวใหม ม ล กษณะเฉพาะและ ม องค ประกอบโดดเด นท ช วยปร บพฤต กรรมความ ข ดแย งและเพ มค ณล กษณะการท ำงานเป นท ม กล าวค อ แนวค ดน โอฮ วแมนน สเน นการพ ฒนาคน และค ณภาพของคนให สมบ รณ แบบท ส ด เป าหมาย ของแนวค ดน โอฮ วแมนน สในการพ ฒนามน ษย และ ส งคม เร มจากพ ฒนาบ คคลให ม ร างกายสมบ รณ แข งแรง ม จ ตใจท เข มแข ง เบ กบาน ม ความค ด สร างสรรค เห นค ณค าในตนเองและผ อ น ม ความ ร กความเมตตาท ย งใหญ หร อม ความร กไร จ ำแนก และม ความร ทางว ชาการและว ชาช พ จากการ ด ำเน นช ว ตไปส การสร างสรรค ส งคมท ด งาม (Sarkar, n.d, pp ) โดยผ านก จกรรมตาม แนวค ดน โอฮ วแมนน ส ประกอบด วย 5 ประการ ค อ ประการแรก การท ำให คล นสมองต ำอย ใน ระด บเด ยวก บคล นอ ลฟา จ งท ำให สมองซ กซ าย และซ กขวาท ำงานอย างสมด ล ปราศจากความว ตก ก งวลหร อความเคร ยดต างๆ เมตตาโบล ซ มใน ร างกายท ำงานอย างม ประส ทธ ภาพ ม ความจ ำด ความค ดด านบวกส งข น ม สมาธ ส ง ความค ด สร างสรรค และจ นตนาการม พล ง รวมถ งม ความส ข จากภายในส งข น (เก ยรต วรรณ อมาตยก ล, 2553, น.129) ประการท สอง การเต นร ำเกาช ก และโยคะ เป นก จกรรมช วยฝ กสต และบร หารต อมส ำค ญใน ร างกายและกล ามเน อต งแต ศ รษะจรดเท า ท ำให เล อดไปเล ยงสมองมากข น ลดอาการกล วท เก ดจาก จ ตใจ ประการท สาม การท ำสมาธ ตามแนวน โอฮ ว แมนน ส เป นกระบวนการท ำให ร างกาย จ ตส ำน ก และจ ตใต ส ำน กหย ดการท ำงานหร อม การท ำงาน น อยท ส ด เพ อให จ ตเหน อส ำน กท ำงานอย างเต มท การท ำสมาธ ท ถ กต องเป นเหม อนการช ำระล างส ง สกปรกให จ ตใจเพราะพล งความร กท เก ดจากสมาธ จะท ำให บ คคลม จ ตใจเย อกเย น สงบน ง และย งเป น เกราะป องก นความร ส กทางลบหร อความช วร ายท เก ดข นในจ ตใจ เม ออารมณ ด านลบลดน อยลง บ คคลจะกลายเป นคนอารมณ เย อกเย น จ ตใจกว าง ขวาง พร อมร บฟ งความค ดเห นของผ อ น เห นค ณค า ในตนเองและผ อ นส งข น ม ความค ดด านบวก นอกจากน การท ำสมาธ ย งช วยลดความเคร ยด ความต องการท จะแสดงออกอย างร นแรง และ ความเป นปฏ ป กษ ก บผ อ นอ กด วย ประการท ส การ สร างภาพพจน ตนเองด านบวก เป นการใช ค ำพ ด ด านบวกก บตนเองและผ อ น เป นการเปล ยนข อม ล ในจ ตใต ส ำน กด วยการใส ข อม ลทางบวก หากบ คคล พ ดด ก บตนเองเสมอๆ ฟ งค ำพ ดบวกจากผ อ นเป น ประจ ำ ข อม ลด านลบท อย ในจ ตใต ส ำน กจะค อยๆ จางลงเร อยๆกลายเป นคนท ม ความส ขใจ มอง ตนเองด านบวก ม ความค ด พฤต กรรมต างๆเปล ยน ไปในทางบวกมากข น (เก ยรต วรรณ อมาตยก ล, 2550, น ) นอกจากน การปฏ บ ต ต อท ก สรรพส งด วยความร ส กด านบวกเป นผลด ต อการ ท ำงานร วมก น เพราะบ คคลจะให เก ยรต ตนเอง พร อมๆก บให เก ยรต ผ อ น ลดความร ส กเปร ยบเท ยบ และแบ งพรรคแบ งพวก ประการส ดท าย การให พล งทางบวก เป นพฤต กรรมท ถ ายทอดพล งทาง บวกหร อพล งแห งความร กโดยผ าน การย ม การชม การสบตา การส มผ ส และการท กทาย ผลจากการ ได ร บพล งทางบวกจะท ำให บ คคลร ส กสดช น ม พล ง ม ก ำล งใจเผช ญป ญหา ม ความส มพ นธ ท ด ก บผ อ น มากย งข น จากหล กปฏ บ ต ตามแนวค ดน โอฮ วแมนน ส จะก อให เก ดความเปล ยนแปลงทางความค ด ส งผล ต อพฤต กรรม ค ำพ ด บ มเพาะเป นอ ปน ส ย ค ณล กษณะเฉพาะต วและเปล ยนชะตาช ว ตของผ ปฏ บ ต ท งน จะม ผลโดยตรงต อผ ปฏ บ ต ก อน แล ว จ งส งผลต อบ คคลรอบข างและส งคมโดยรวม แนวค ดน โอฮ วแมนน สจ งถ กน ำมาประย กต ใช ใน การเพ มพฤต กรรมและล กษณะท พ งประสงค เช น 82 SUTHIPARITHAT Vol.28 No.87 July - September 2014 ผลส มฤทธ ทางการเร ยน ส ขภาวะทางจ ต การ ท ำงานร วมก น ความสามารถในการเผช ญป ญหา ช ว ต ฯลฯ (มนต ช ย ส ทธ จ นทร, 2547; วรร ตน อภ น นท ก ล, 2548; ชนาธ ป ศ ร ป ญญาวงศ, 2550; อ ญชล สาล กานนท, 2553) ว ตถ ประสงค การว จ ย 1. เพ อพ ฒนาโปรแกรมบร หารความข ดแย ง ตามแนวค ดน โอฮ วแมนน สท ม ต อการ บร หารความข ดแย งและค ณล กษณะการ ท ำงานเป นท มของน กศ กษามหาว ทยาล ย เอกชน 2. เพ อทดลองใช โปรแกรมบร หารความ ข ดแย งตามแนวค ดน โอฮ วแมนน สท ม ต อการบร หารความข ดแย งและ ค ณล กษณะกา
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks