การจ ดทาเน อหาองค ความร SMEs ภายใต งานพ ฒนาศ นย ข อม ล SMEs Knowledge Center ป การบร หารจ ดการองค กร - PDF

Description
334 การบร หารจ ดการองค กร 335 การจ ดโครงสร างองค กร องค กร เก ดจากการท มน ษย รวมกล มก นเพ อท าก จกรรมใดก จกรรมหน ง เพ อตอบความสนองความ ต องการแบบใดแบบหน ง เช น การรวมต วก นของคนในสม ยก อนเพ อการล าส ตว

Please download to get full document.

View again

of 10
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Philosophy

Publish on:

Views: 11 | Pages: 10

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
334 การบร หารจ ดการองค กร 335 การจ ดโครงสร างองค กร องค กร เก ดจากการท มน ษย รวมกล มก นเพ อท าก จกรรมใดก จกรรมหน ง เพ อตอบความสนองความ ต องการแบบใดแบบหน ง เช น การรวมต วก นของคนในสม ยก อนเพ อการล าส ตว มาเป นอาหาร การสร างท อย อาศ ย การรวมต วในล กษณะน ย งช วยสร างความส มพ นธ ของคนในกล ม โดยน าเอาการรวมกล มเป นเคร องม อใน การก าหนดความส มพ นธ จนกลายมาเป นร ปแบบขององค กรในป จจ บ น ท เป นการร วมต วก นเพ อให เก ดผล ประโยชน มากกว าการท รวมต วก นโดยส ญชาตญาณของมน ษย เอง การจ ดโครงสร างองค กร ค อการก าหนดโครงสร างขององค การอย างเป นทางการ โดยการจ ดแบ ง ออกเป นหน วยงานย อยต างๆ ก าหนดอ านาจหน าท ความร บผ ดชอบของแต ละหน วยงานไว ให ช ดเจน รวมท ง ความส มพ นธ ระหว างหน วยงานย อยเหล าน น ท งน เพ อให เอ อต อการด าเน นงานให บรรล ว ตถ ประสงค ของ องค การอย างม ประส ทธ ภาพ ความสาค ญของการจ ดองค กร องค กรเป นท รวมของคนและเป นท รวมของงานต างๆ เพ อให พน กงานขององค การปฏ บ ต งานได อย าง เต มความสามารถ จ งจ าเป นต องจ ดแบ งหน าท การงานก นท า และมอบอ านาจให ร บผ ดชอบตามความสามารถ และความถน ด ถ าเป นองค การขนาดใหญ และม คนมาก ก จะต องจ ดหมวดหม ของงานท เป นอย างเด ยวก นหร อ ใกล เค ยงก นมารวมเข าด วยก นเร ยกว า ฝ ายหร อแผนกงาน แล วจ ดให คนท ม ความสามารถในงานน นๆ มา ปฏ บ ต งานรวมก น และต งห วหน าข นร บผ ดชอบควบค ม การจ ดองค กรม ความจ าเป นและก อให เก ดประโยชน ด งน ประโยชน ต อองค กร (1) การจ ดโครงสร างองค การท ด และเหมาะสมจะทาให องค การบรรล ว ตถ ประสงค และเจร ญก าวหน า (2) ทาให งานไม ซ าซ อน ไม ม แผนกงานมากเก นไป เป นการประหย ดต นท นไปด วย (3) องค การสามารถปร บต วเข าก บสภาพแวดล อมท เปล ยนไปได ง ายๆ ตามความจาเป น 2. ประโยชน ต อผ บร การ (1) การบร หารงานง าย สะดวก ร ว าใครร บผ ดชอบอะไร ม หน าท ทาอะไร (2) แก ป ญหาการทางานซ าซ อนได ง าย (3) ทาให งานไม ค งค าง ณ จ ดใด สามารถต ดตามแก ไขได ง าย (4) การมอบอานาจทาได ง าย ขจ ดป ญหาการเก ยงก นทางานหร อป ดความร บผ ดชอบ 3. ประโยชน ต อผ ปฏ บ ต งาน (1) ทาให ร อานาจหน าท และขอบข ายการทางานของตนว าม เพ ยงใด (2) การแบ งงานให พน กงานอย างเหมาะสม ช วยให พน กงานไม ร ส กว างานมากหร อน อยเก นไป (3) เม อพน กงานร อานาจหน าท และขอบเขตงานของตนย อมก อให เก ดความค ดร เร มในการทางาน (4) พน กงานเข าใจความส มพ นธ ของตนต อฝ ายอ นๆ ทาให สามารถต ดต อก นได ด ย งข น การจ ดองค การเป นกระบวนการสร างความส มพ นธ ระหว างหน าท การงาน บ คลากร และป จจ ยทาง กายภาพต างๆ ขององค การ ในท น ขอน าหล กการจ ดองค การในระบบราชการมาศ กษา เพราะระบบราชการ น นเป นองค การท ม การจ ดองค การท ได ร บความน ยมก นอย างกว างขวางและม การน าไปใช ในท กวงการ หล กท สาค ญของการจ ดองค การม ด งต อไปน 337 การก าหนดหน าท ของงาน (function) ท งน ข นอย ก บว ตถ ประสงค ขององค การ หน าท การงานและ ภารก จจ งหมายถ งกล มของก จกรรมท ต องปฏ บ ต ท ต องเพ อให บรรล ว ตถ ประสงค ขององค การ หน าท การงานจะม อะไรบ างและม ก กล มข นอย ก บเป าหมายขององค การ ล กษณะขององค การ และขนาดขององค การด วย หน วยงานส าค ญขององค การ หน วยงานย อยท ส าค ญขององค การ ได แก หน วยงานหล ก (line) หน วยงานท ปร กษา (Staff) และหน วยงานอน กร (auxiliary) การแบ งหน วยงานท าให เห นล กษณะของงานช ดข น สายการบ งค บบ ญชา (Chain of command) หมายถ ง ความส มพ นธ ตามล าด บข นระหว าง ผ บ งค บบ ญชาก บผ ใต บ งค บบ ญชา เพ อให ทราบว าการต ดต อส อสารม ทางเด นอย างไร ม การควบค มและ ร บผ ดชอบอย างไร ช วงการควบค ม (Span of control) หมายถ งส งท แสดงให ทราบว าผ บ งค บบ ญชาคนหน งม ขอบเขต ความร บผ ดชอบเพ ยงใด ม ผ ใต บ งค บบ ญชาก คน หร อม หน วยงานท อย ใต ความควบค มร บผ ดชอบก หน วยงาน การจ ดโครงสร างองค กรธ รก จ โครงสร างองค กรท เป นทางการ 1. องค กรแบบหน วยงานหล ก (Line Organization) พบมากท ส ดในธ รก จขนาดเล ก ซ งจ างบ คคลเพ ยง ไม ก คน 2. องค กรแบบหน วยงานหล กและหน วยงานให ค าแนะน าปร กษา (Line-Staff Organization) ส าหร บ ธ รก จขนาดย อมซ งประสบความสาเร จและความเจร ญเต บโตในระด บหน ง โครงสร างองค กรท ไม เป นทางการ 1. การจ ดโครงสร างของธ รก จขนาดย อม พน กงานและงานจ าเป นต องถ กจ ดกล มในล กษณะหน ง จากน นผ บร หารจะได ร บการมอบหมายให ควบค มด แลการปฏ บ ต หน าท ของพน กงานเหล าน น 1. การจ ดองค กรโดยใช เวลา (Organization by Time) 2. การจ ดองค กรโดยใช จานวน (Organization by Number) 3. การจ ดองค กรโดยใช หน าท (Organization by Function) 4. การจ ดองค กรโดยใช ส นค า (Organization by Product) 5. การจ ดองค กรโดยใช พ นท (Organization by Territory) 6. การจ ดองค กรโดยใช ล กค า (Organization by Customer) 7. การจ ดองค กรโดยใช โครงการ (Organization by Project) 2. การจ ดโครงสร างโดยว ธ ผสม ในบางกรณ การจ ดองค กรโดยใช หลายๆ ว ธ ก อาจจะเป นท ต องการเพ อ สามารถตอบสนองความต องการของธ รก จได 338 กระบวนการจ ดองค กร กระบวนการจ ดองค กร (Process of Organizing) กระบวนการจ ดองค กร ประกอบด วยกระบวนการ 3 ข น ด งน 1. พ จารณาแยกประเภทงาน จ ดกล มงาน และออกแบบงานส าหร บผ ท างานแต ละคน (Identification of Work & Grouping Work) ก อนอ นผ บร หารจะต องพ จารณาตรวจสอบแยกประเภทด ว า ก จการของตนน นม งานอะไรบ างท จะต อง จ ดท าเพ อให ก จการได ร บผลส าเร จตามว ตถ ประสงค ข นต อมาก ค อ การจ ดกล มงานหร อจ าแนกประเภทงาน ออกเป นประเภท โดยม หล กท ว างานท เหม อนก นควรจะรวมอย ด วยก น เพ อให เป นไปตามหล กการของการแบ ง งานก นท า โดยการจ ดจ าแนกงานตามหน าท แต ละชน ดออกเป นกล มๆ ตามความถน ด และตามความสามารถ ของผ ท จะปฏ บ ต 2. ทาคาบรรยายล กษณะงาน (Job Description & Delegation of Authority & Responsibility) ระบ ขอบเขตของงานและมอบหมายงาน พร อมท งก าหนดความร บผ ดชอบ และให อ านาจหน าท ซ งม รายละเอ ยด ด งน - ระบ ให เห นถ งขอบเขตของงานท แบ งให ส าหร บแต ละคนตามท ได plan ไว ในข นแรก เพ อให ทราบว า งานแต ละช นท ได แบ งออกแบบไว น นจะเก ยวข องก บเร องอะไร ชน ดไหน ม ขอบเขตและปร มาณมาก น อยแค ไหน โดยการระบ ช อเป นตาแหน งพร อมก บให รายละเอ ยดเก ยวก บงานช นน นเอาไว - ข นต อมา ผ บร หารก จะดาเน นการพ จารณามอบหมาย (Delegation) ให แก ผ ท างานในระด บ รองลงไป (สาหร บงานท มอบหมายได ) 339 - การมอบหมายงานประกอบด วยการก าหนดความร บผ ดชอบ (Responsibility) ท ช ดแจ ง เก ยวก บงานท มอบหมายให ท า พร อมก นน นก มอบหมายอ านาจหน าท (Authority) ให เพ อใช ส าหร บการ ทางานตามความร บผ ดชอบ (Responsibility) ท ได ร บมอบหมายให เสร จส นไปได 3. จ ดวางความส มพ นธ (Establishment of Relationship) การจ ดวางความส มพ นธ จะท าให ทราบว า ใครต องรายงานต อใคร เพ อให งานส วนต างๆ ด าเน นไปโดย ปราศจากข อข ดแย ง ม การท างานร วมก นอย างเป นระเบ ยบเพ อให ท กฝ ายร วมม อก นท างานม งไปส จ ดหมายอ น เด ยวก น การจ ดแผนกงาน (Departmentation) การจ ดแผนกงาน หมายถ ง การรวมกล มก จกรรมต างๆ เข าด วยก น โดยการรวมก จกรรมท คล ายก น และเหมาะสมท จะนามาปฏ บ ต ในกล มเด ยวก นเข าไว ด วยก นเป นกล ม แผนก หร อหน วยงาน หล กเกณฑ พ นฐาน ท จะใช สาหร บการจ ดแผนกงาน ม ด งน 1. การจ ดแผนกงานตามหน าท (Departmentation by Function) การจ ดแผนกงานตามหน าท น เป นการจ ดองค การท เป นท ยอมร บอย างกว างขวาง และหน าท หล ก ส วน ใหญ แผนกต างๆ จะม ก ค อ หน าท ทางด านการผล ต การขายและการเง น 2. การจ ดแผนกงานตามประเภทผล ตภ ณฑ (Departmentation by Product) 340 การจ ดแผนกแบบน ม กจะใช ในการจ ดแผนกงานขององค การธ รก จขนาดใหญ ม กระบวนการในการ ปฏ บ ต งานซ บซ อน องค การธ รก จผล ตส นค าหลายอย าง ถ าจะใช การจ ดแผนกงานตามหน าท ก จะท าให แต ละ แผนกม งานมากเก นไป การด แลผล ตภ ณฑ แต ละอย างอาจด แลไม ท วถ ง การขยายงานก จะม ป ญหาอย างมาก ท า ให องค การธ รก จขาดความคล องต วในการดาเน นงานและเส ยโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน ก บองค การได 3. การจ ดแผนกงานตามพ นท ทางภ ม ศาสตร (Departmentation by Territory) การจ ดแผนกโดยแบ งตามพ นท ทางภ ม ศาสตร หร ออาณาเขตน โดยค าน งถ งสภาพทางภ ม ศาสตร หร อ ท าเลท ต งท ก จการจะต องเข าไปด าเน นการในพ นท น นๆ เป นส าค ญ และจะถ กน ามาใช จ ดแผนกงานส าหร บ องค การธ รก จ ท อาณาเขตการขายกว างขวางและธ รก จอย ในสภาวะท ม การแข งข นส ง 4. การจ ดแผนกงานตามกระบวนการผล ต (Departmentation by Process) การแบ งก จกรรมออกเป นกล มตามข นตอน กระบวนการผล ต หร อกระแสการไหลของงาน เช น ก จการ หน งส อพ มพ เช ยงใหม น วส อาจจะม การจ ดแผนกศ ลป ท าหน าท ออกแบบร ปเล ม แบบหน าโฆษณา แบบต วอ กษร แผนกพ มพ แผนก สต อก แผนกจ ดส งส นค า ฯลฯ 5. การจ ดแผนกงานตามหร อล กค า (Departmentation by Customer) เป นว ธ จ ดแผนกงานอ กอย างหน งท องค การธ รก จจะให ความสาค ญแก กล มล กค า เพราะส นค าท องค การ ผลต ออกมาน นอาจตอบสนองความต องการของผ บร โภตแตกต างก น เน องจากพฤต กรรมของกล มล กค าท จะซ อ ส นค าน นแตกต างก น 341 การบร หารการเปล ยนแปลง ล กษณะการจ ดองค กรท ม งสนองกลย ทธ ทางธ รก จ ต องจ ดให ม การเปล ยนแปลงในกระบวนการจ ดการ ดาเน นงาน กระบวนการจ ดการล กค า และกระบวนการจ ดการส นทร พย ท จ บต องไม ได ท าให เพ มประส ทธ ภาพ ของงาน ค ณภาพ และการสร างข ดความสามารถในการแข งข น เพ อท าให เก ดผลด ในทางธ รก จ และเก ด ประส ทธ ผลทางธ รก จ และสร างค ณค าทางธ รก จ ฉะน นผ ท ต องการพ ฒนากลย ทธ ทางธ รก จม ความจ าเป นต อง เร ยนร การบร หารการเปล ยนแปลงต งแต เร มต นจนข นส ดท าย ความหมายของการบร หารการเปล ยนแปลง การบร หารการเปล ยนแปลงเป นการใช เทคน คว ธ ท เป นระบบ เพ อประก นว าการเปล ยนแปลงท เก ดข น เป นไปตามท ศทางท ได วางแผนไว และก อให เก ด
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks