-------------- --- 1

Description
1. คำำนำำ กำรศึกษำพระปริยัติธรรม…

Please download to get full document.

View again

of 217
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 3 | Pages: 217

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. คำำนำำ กำรศึกษำพระปริยัติธรรม ทีจะอำำนวยประโยชน์แก่ผู้ศึกษำเต็มที่ ่จำำต้องมีหนังสือเครื่องประกอบหลักสูตรครบบริบูรณ์ เพรำะหนังสือเครื่องประกอบเท่ำกับดวงประทีปสำำหรับส่องมรรคำ ให้ผู้ศึกษำมองเห็นแนวทำงได้สะดวกชัดเจน เพรำะฉะนั้น กองตำำรำแห่งมหำมกุฏ-รำชวิทยำลัย ในพระบรมรำชูปถัมภ์ ซึงมีหน้ำที่จัดพิมพ์หนังสือที่เกี่ยว ่แก่กำรศึกษำพระปริยัติธรรมทุกประเภท จึงได้คิดจัดพิมพ์หนังสือเครื่องอุปกรณ์ทั้งฝ่ำยนักธรรมทั้งฝ่ำยบำลีขึ้น เพื่อให้ผู้ศึกษำไดรับควำมสะดวกในกำรศึกษำ และได้จัดพิมพ์เสร็จไปแล้วหลำยเรื่อง เฉพำะหนังสือธัมมปทัฏฐกถำ ก็นับว่ำเป็นหนังสือสำำคัญเรื่องหนึ่ง เพรำะใช้เป็นหลักสูตรเปรียญธรรมประโยคกรณ์จบแล้ว ก็เริ่มเรียนหนังสือเป็นลำำดับไป เห็นควรแปลเป็นภำษำไทยให้ตลอดเรื่อง และได้มอบให้พระมหำอู นิสฺสโภ ป. ๗ วัดบวร-นิเวศวิหำร เป็นผู้รับไปดำำเนินกำร. ท่ำนได้ค้นคว้ำรวบรวมจำกหนังสือ ต่ำง ๆ ซึงพระเถรำนุเถระได้แปลไว้บ้ำง ขอให้ท่ำนที่เป็น ่กรรมกำรกองตำำรำช่วยแปลบ้ำง ขอให้ท่ำนที่เป็นเปรียญในสำำนักเดียวกันและต่ำงสำำนักช่วยแปลบ้ำง แต่กำรแปลนั้น ได้ขอให้แปลตำมวิธีกำรที่กองตำำรำได้วำงไว้เพื่อให้หนังสือเป็นระเบียบเดียวกัน ไม่ลักลั่น โดยถือหลักว่ำ แปลให้ได้ควำมชัด สำำนวนเรียบร้อย ไม่โลดโผนจนเสียหลังของภำษำและแปลเท่ำศัพท์ อย่ำงพระกรรมกำรแปลเป็นตัวอย่ำง ในสนำมหลวงถ้ำที่ไหนไม่มีศัพท์ เพิ่มเข้ำใหม่ก็ทำำเครื่องหมำยวงเล็บ [] ไว้ ถ้ำที่ไหนบ่งถึงข้อธรรมก็ดี เกี่ยวกับลัทธิธรรมเนียมก็ดี ท่ำนชักควำมมำจำกอุปกรณ์บำลีหรือคัมภีร์อื่น ๆ ก็ดี ก็ได้ทำำเชิงอรรถบอกไว้ทุกแห่งเพื่อสะดวกแก่ผู้ศึกษำสนใจในกำรค้นคว้ำ. กองตำำรำ ฯ ขอแสดงควำมขอบใจท่ำนผูช่วยแปลและผู้มีส่วน ้ช่วยให้หนังสือนี้สำำเร็จทุก ๆ ท่ำน และขออุทิศส่วนกุศลซึ่งเกิดจำกหนังสือนี้ แด่ทำนบุรพูปัธยำจำรย์ผู้บริหำรพระศำสนำสืบ ๆ กันมำ. ่ กองตำำรำ
  • 2. มหำมกุฏรำชวิทยำลัย๑ พฤศจิกำยน ๒๔๘๐๑. เดี๋ยวนี้เป็นหลักสูตรประโยค ๑-๒-๓
  • 3. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 1 พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ คำำนมัสกำร* ข้ำพเจ้ำ ร้อยแล้ว ประพฤติสมำ่ำเสมอโดยปกติ มีจิตมั่นคงใคร่ ควำมดำำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม หวังอยู่ว่ำ "พระอรรถกถำ อันพรรณนำอรรถแห่งพระธรรมบทอันงำม ที่พระศำสดำ ผู้ฉลำดในสภำพที่เป็นธรรมและมิใช่ธรรม มีบทคือพระ สัทธรรมถึงพร้อมแล้ว มีพระอัธยำศัยอันกำำลังแห่งกรุณำ ให้อุตสำหะด้วยดีแล้ว ทรงอำศัยเหตุนั้น ๆ แสดงแล้ว เป็นเครื่องเจริญปีติปรำโมทย์ ของเทวดำและมนุษย์ทงหลำย ั้ เป็นคำำที่สุขุมละเอียด นำำสืบ ๆ กันมำ ตังอยู่แล้วในตำมพ- ้ ปัณณิทวีป แห่งประโยชน์ ให้สำำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลำยที่เหลือได้ ไฉน พระอรรถกถำแห่งพระธรรมบทนั้น จะทำำประโยชน์ให้สำำเร็จ แก่โลกทั้งปวงได้" ดังนี้ อำรำธนำโดยเคำรพแล้ว จึง* นัยสมเด็จพระมหำสมณเจ้ำ กรมพระยำวชิรญำณวโรรส ทรงแปล พ.ศ. ๒๔๔๑ ๑. พระพุทธโฆษำจำรย์. ๒. เป็นนำมพระสังฆเถระองค์หนึ่ง ในสมัยพระพุทธโฆษำ-จำรย์ ไม่ใช่พระกุมำรกัสสป ในสมัยพุทธกำล. ๓. เกำะเป็นที่อยู่ของชำวชนที่มีฝ่ำมือแดง คือเกำะลังกำ (Ceylon)
  • 4. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 2 ขอนมัสกำรพระบำทแห่งพระสัมพุทธเจ้ำผู้ทรงสิริ ทรงแล เห็นที่สุดโลกได้ มีพระฤทธิ์รุ่งโรจน์ ทรงยังประทีป คือ พระสัทธรรมให้รุ่งโรจน์ ในเมื่อโลกอันมืด คือโมหะใหญ่ ปกคลุมแล้ว, บูชำพระสัทธรรมแห่งพระสัมพุทธเจ้ำพระองค์ นั้น และทำำอัญชลีแด่พระสงฆ์แห่งพระสัมพุทธเจ้ำพระองค์ นั้นแล้ว จักกล่ำวอรรถกถำ อันพรรณนำอรรถแห่งพระธรรม บทนั้น ด้วยภำษำอื่น โดยอรรถไม่ให้เหลือเลย ละภำษำ นั้นและลำำดับคำำอันถึงพิสดำรเกินเสีย ยกขึ้นสู่ภำษำอันเป็น แบบทีไพเรำะ ่ ที่ทำนยังมิได้อธิบำยไว้แล้วในอรรถกถำนั้นให้สิ้นเชิง นำำมำ ่ ซึ่งปีติปรำโมทย์แห่งใจ อิงอำศัยอรรถและธรรม แก่นัก ปรำชญ์ทั้งหลำย.๑. มโนรม เป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ.
  • 5. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 3 ๑. ยมกวรรค วรรณนำ ๑. เรื่องพระจักขุปำลเถระ* [๑] [ข้อควำมเบื้องต้น] มีปุจฉำว่ำ "พระธรรมเทศนำนี้ว่ำ "ธรรมทั้งหลำย มีใจเป็นหัวหน้ำ มีใจเป็นใหญ่ สำำเร็จแล้วด้วยใจ ถ้ำบุคคลมีใจร้ำยแล้ว พูดอยู่ก็ดี ทำำอยู่ก็ดี ทุกข์ย่อมไปตำมเขำ เพรำะเหตุนั้น ดุจ ล้ออันหมุนไปตำมรอยเท้ำโค ผู้นำำแอกไปอยู่ฉะนั้น,"ดังนี้ พระศำสดำตรัสแล้ว ณ ที่ไหน ?" วิสัชนำว่ำ "พระองค์ตรัสแล้ว ณ กรุงสำวัตถี. มีปุจฉำ (เป็นลำำดับไป) ว่ำ "พระองค์ทรงปรำรภใคร ?" มีวิสชนำว่ำ "พระองค์ทรงปรำรภพระจักขุปำลเถระ." ั [กุฎุมพีทำำพิธีขอบุตร] ดังได้สดับมำ ในกรุงสำวัตถี มีกุฎุมพีผู้หนึ่งชื่อมหำสุวรรณเป็นคนมั่งมี มีทรัพย์มำก มีสมบัติมำก (แต่) ไม่มีบตร. วันหนึ่งเขำ ุไปสู่ทำอำบนำ้ำ อำบเสร็จแล้วกลับมำ เห็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเจ้ำไพร ่ต้นหนึ่งมีกิ่งสมบูรณ์ ในระหว่ำงทำง คิดว่ำ "ต้นไม้นี้ จักมีเทวดำผูมี ้ศักดิ์ใหญ่สิงอยู่" ดังนี้แล้ว จึงให้ชำำระส่วนภำยใต้แห่งต้นไม้นั้นให้* นัยสมเด็จพระมหำสมณเจ้ำ กรมพระยำวชิรญำณวโรรส ทรงแปล พ.ศ. ๒๔๔๑.๑. นครหลวงของประเทศโกศลบัดนี้เรียกว่ำสะเหต-มะเหต (Saheth. Maheth).
  • 6. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 4สะอำดแล้ว ให้วงรั้ว เกลี่ยทรำย ยกธงชัยและธงปฏำกขึ้น แต่งต้นไม้เจ้ำไพรแล้ว ทำำปรำรถนำ (คือบน) "ข้ำพเจ้ำได้บุตร ว่ำหรือธิดำแล้ว จักทำำสักกำระใหญ่ถวำยท่ำน" ดังนี้แล้ว หลีกไป. [กุฎุมพีได้บุตรสองคน] ในกำลเป็นลำำดับมำ ภรรยำของท่ำนเศรษฐีก็ตั้งครรภ์. ท่ำนก็ให้พิธีครรภบริหำรท่ำนเศรษฐีขนำนนำมแห่งบุตรนั้นว่ำ "ปำละ" เพรำะเหตุทำรกนั้นตนอำศัยไม้ใหญ่ที่เป็นเจ้ำไพรอันตนอภิบำลจึงได้แล้ว. ในกำลเป็นส่วนอื่น ท่ำนเศรษฐีได้บุตรอีกคนหนึ่ง ขนำนนำมว่ำ "จุลปำละ" ขนำนนำมบุตรคนแรกว่ำ "มหำปำละ." ครั้น ๒กุมำรนั้นเจริญวัยเคหสถำน. ในกำลเป็นส่วนอื่น มำรดำบิดำได้ทำำกำลกิริยำล่วงไป. วงศ์ญำติก็เปิดสมบัติทงหมดมอบให้แก่ ๒ เศรษฐีบตร ั้ ุ [พระศำสดำประทับอยู่ในกรุงสำวัตถี ๒๕ พรรษำ] ในสมัยนั้น พระศำสดำ ทรงประกำศพระบวรธรรมจักรให้เป็นไปแล้ว เสด็จไปโดยลำำดับ ประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหำวิหำร ที่ท่ำน๑. เป็นพิธีอย่ำงหนึ่งในศำสนำพรำหมณ์ทำำกัน ๒ ครำว คือ ทำำเมื่อภรรยำตั้งครรภ์ได้ ๕เดือนครั้งหนึ่ง เรียก ปจำมฤตม ทำำเมื่อตั้งครรภ์ได้ ๗ เดือนครังหนึ่ง เรียก สปฺตำมฺฤตมฺ . ้๒. มำรดำบิดำ ผูกบุตรทั้งสองนั้นสองนั้นผู้เจริญวัยแล้ว ด้วยเครื่องผูกคือเรือน๓. พวกญำติก็แบ่งโภคะทั้งหมดจำำเพำะแก่สองเศรษฐีบุตร.
  • 7. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 5อนำถบิณฑิกมหำเศรษฐี บริจำคทรัพย์นับได้ ๕๔ โกฏิสร้ำงถวำย,ทรงสังสอนมหำชนให้ตั้งอยู่ในทำงสวรรค์และในทำงนิพพำน. ่ แท้จริง พระตถำคตเสด็จอยูจำำพรรษำ ๆ เดียวเท่ำนั้นในนิโครธ ่มหำวิหำรที่พระญำติวงศ์ฝ่ำยพระชนนี ๘ หมื่นตระกูล, ฝ่ำยพระชนก ๘หมื่นตระกูล เข้ำกันเป็นแสนหกหมื่นตระกูลสร้ำงถวำย, เสด็จอยู่จำำพรรษำ ณ เชตวันมหำวิหำร ที่ท่ำนอนำถบิณฑิกเศรษฐีสร้ำงถวำย ๑๙พรรษำ, เสด็จจำำพรรษำ ณ บุพพำรำมที่นำงวิสำขำมหำอุบำสิกำ บริจำคทรัพย์นับได้ ๒๗ โกฏิสร้ำงถวำย ๖ พรรษำ, ทรงอำศัยที่ตระกูลทั้งเป็นผูใหญ่โดย ้คุณธรรม เสด็จอยูจำำพรรษำอำศัยกรุงสำวัตถี (เป็น ่โคจรคำม) ถึง ๒๕ พรรษำ ด้วยประกำรฉะนี้. [ผูบำำรุงภิกษุสำมเณร] ้ ทังท่ำนอนำถบิณฑิกมหำเศรษฐี ทั้งวิสำขำมหำอุบำสิกำย่อมไป ้สู่ที่อุปัฏฐำกพระตถำคตเจ้ำวันละ ๒ ครั้งเป็นประจำำ. และเมื่อไปไม่เคยมีมือเปล่ำไป ด้วยคิดเกรงว่ำ "ภิกษุหนุ่มและสำมเณร จักแลดูมอตน." ืเมื่อไปก่อนเวลำฉันอำหำร ย่อมใช้ให้คนถือของขบเคี้ยวเป็นต้นไป;เมื่อไปภำยหลังแต่เวลำฉันอำหำร ใช้ให้คนถือปัญจเภสัชไป. และในเคหสถำนแห่งท่ำนทั้ง ๒ นั้น เขำแต่งอำสนะไว้เพื่อภิกษุ๑. กุล ตระกูล สกุล ครอบครัว (Family). ๒. เภสัช ๕ คือ เนยใส ๑ เนยข้น ๑ นำ้ำมัน ๑ นำ้ำผึ้ง ๑ นำ้ำอ้อย ๑. ๓. ปำนะ ๘ คือ นำ้ำมะม่วง ๑ นำ้ำชมพู่หรือนำ้ำหว้ำ ๑ กล้วยมีเมล็ด ๑ นำ้ำกล้วยไม่มีเมล็ด ๑ นำ้ำมะซำง ๑ นำ้ำลูกจันทน์ หรือองุ่น ๑ นำ้ำเง่ำอุบล ๑ นำ้ำมะปรำงหรือลิ้นจี่ ๑.
  • 8. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 6แห่งละ ๒ พันรูปเป็นนิตยกำล. พระภิกษุรูปใด ปรำรถนำของสิ่งใด จะเป็นข้ำวนำ้ำหรือเภสัช ของนั้นก็สำำเร็จแก่พระภิกษุรูปนั้นสมปรำรถนำ. [เศรษฐีไม่เคยทูลถำมปัญหำ] ในท่ำนทั้งสองนั้น ท่ำนอนำถบิณฑิกเศรษฐี ไม่เคยทูลถำมปัญหำต่อพระศำสดำ จนวันเดียว. ได้ยินว่ำ ท่ำนคิดว่ำ "พระตถำคตเจ้ำ เป็นพระพุทธเจ้ำผู้ละเอียดอ่อน เป็นกษัตริยผู้ละเอียด ์อ่อน เมื่อทรงแสดงธรรมแก่เรำ ด้วยทรงพระดำำริวำ คฤหบดีมี ่อุปกำระแก่เรำมำก ดังนี้ จะทรงลำำบำก" แล้วไม่ทูลถำมปัญหำด้วยควำมรักในพระศำสดำเป็นอย่ำงยิง. ฝ่ำยพระศำสดำ พอท่ำน ่เศรษฐีนั่งแล้ว ทรงพระพุทธดำำริว่ำ "เศรษฐีผู้มี รักษำเรำในที่ไม่ควรรักษำ, เหตุว่ำเรำได้ตัดศีรษะของเรำอันประดับประดำแล้ว ควักดวงตำของเรำออกแล้ว ชำำแหละเนื้อหัวใจของเรำแล้ว สละลูกเมียผู้เป็นที่รักเสมอด้วยชีวิตของเรำแล้ว บำำเพ็ญบำรมีอยู่ ๔ อสงไขยกับแสนกัลป์ ก็บำำเพ็ญแล้วเพื่อแสดงธรรมแก่ผู้อื่นเท่ำนั้น เศรษฐีนี่รักษำเรำในที่ไม่ควรรักษำ," (ครั้นทรงพุทธดำำริ) ฉะนี้แล้ว ก็ตรัสพระธรรมเทศนำกัณฑ์หนึ่งเสมอ. [ชำวสำวัตถีไปฟังธรรม] ครั้งนั้น ในกรุงสำวัตถี มีคนอยู่ ๗ โกฏิ.๑. ในกรุงสำวัตถีไม่ปรำกฏใหญ่โตถึงกับจุคนได้ตั้ง ๗๐ ล้ำน เพรำะฉะนั้นน่ำจะเป็นอเนกสังขยำกระมัง ?
  • 9. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 7ฟังธรรมกถำของพระศำสดำแล้ว เกิดเป็นอริยสำวกประมำณ ๕ โกฏิยังเป็นปุถุชนอยู่ประมำณ ๒ โกฏิ. ในคนเหล่ำนั้น กิจของพระอริย-สำวกมีเพียง ๒ อย่ำงเท่ำนั้น คือในกำลก่อนแต่เวลำฉันอำหำร ท่ำนถวำยทำน, ในกำลภำยหลังแต่ฉันอำหำรแล้ว ท่ำนมีถือเครื่องสักกำรบูชำมีขอหอมและระเบียงดอกไม้เป็นต้น ใช้คนให้ถือไทยธรรมมีผู้เภสัชและนำ้ำปำนะเป็นต้น ไปเพื่อต้องกำรฟังธรรม. [มหำปำละตำมไปฟังธรรม] ภำยหลังวันหนึ่ง กุฎุมพีมหำปำละเห็นหมู่อริยสำวก มีมือถือเครื่องสักกำรบูชำ มีของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น ไปสู่วิหำรจึงถำมว่ำ "มหำชนหมู่นี้ไปไหนกัน ?" ครั้นได้ยินว่ำ "ไปฟังธรรม"ก็คิดว่ำ "เรำก็จักไปบ้ำง" ครั้นไปถึง ถวำยบังคมพระศำสดำแล้วนั่งอยูข้ำงท้ำยประชุมชน. ่ ธรรมดำพระพุทธเจ้ำทั้งหลำย เมื่อจะทรงแสดงธรรม ทอดพระเนตรอุปนิสัยแห่งคุณ มีสรณะศีลและบรรพชำเป็นต้น (ก่อน) แล้วจึงทรงแสดงธรรมตำมอำำนำจอัธยำศัย. [อนุปุพพีกถำ ๕] เหตุนั้น วันนั้น พระศำสดำ ทอดพระเนตรอุปนิสัยของกุฎมพีมหำปำละแล้ว เมื่อทรงแสดงธรรม ได้ตรัสอนุปุพพีกถำคือทรงประกำศทำนกถำ (พรรณนำทำน) สีลกถำ (พรรณนำศีลสัคคกถำ (พรรณนำสวรรค์) โทษ ควำมเลวทรำมและควำมเศร้ำ-๑. วิหำร สำำนักสงฆ์. วัด (Monastery)
  • 10. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 8หมองแห่งกำมทั้งหลำย และอำนิสงส์ในเนกขัมมะ (คือควำมออกไปจำกกำมทั้งหลำย). [มหำปำละขอบวช] กุฎุมพีมหำปำละได้สดับธรรมนั้นแล้ว คิดว่ำ "บุตรและธิดำก็ดีโภคสมบัติก็ดี ย่อมไปตำมผู้ไปสู่ปรโลกหำได้ไม่ แม้สรีระก็ไปกับตัวไม่ได้ ประโยชน์อะไรของเรำด้วยกำรอยู่ครองเรือน เรำจักบวชพอเทศนำจบ เขำก็เข้ำไปเฝ้ำพระศำสดำ ทูลของบวช. ขณะนั้น พระศำสดำตรัสถำมเขำว่ำ "ญำติไหน ๆ ของท่ำนที่ควรจะต้องอำำลำไม่มีบ้ำงหรือ ?" เขำทูลว่ำ"พระเจ้ำข้ำ น้องชำยของข้ำพเจ้ำมีอยู่." พระศำสดำรับสั่งว่ำ "ถ้ำอย่ำงนั้นท่ำนจงอำำลำเขำเสีย ก่อน." [มหำปำละมอบสมบัติให้น้องชำย] เขำทูลรับว่ำ "ดีแล้ว" ถวำยบังคมพระศำสดำแล้ว ไปถึงเรือนแล้ว ให้เรียกน้องชำยมำ มอบทรัพย์สมบัติให้ว่ำ "แน่ะพ่อสวิญญำณกทรัพย์ก็ดี อวิญญำณกทรัพย์ก็ดี อันใดอันหนึ่ง บรรดำมีในตระกูลนี้ ทรัพย์นั้นจงตกเป็นภำระของเจ้ำทั้งหมด เจ้ำดูและทรัพย์นั้นเถิด." น้องชำยถำมว่ำ "นำย ก็ท่ำนเล่ำ ?" พี่ชำยตอบว่ำ "ข้ำจักบวชในสำำนักของพระศำสดำ." น. พี่พูดอะไร เมื่อมำรดำของข้ำพเจ้ำตำยแล้ว ข้ำพเจ้ำได้ท่ำนเป็นเหมือนมำรดำ เมื่อบิดำตำยแล้ว ได้ทำนเป็นเหมือนบิดำ . ่
  • 11. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 9สมบัติเป็นอันมำกมีอยู่ในเรือนของท่ำน, ท่ำนอยู่ครองเรือนเท่ำนั้นอำจทำำบุญได้, ขอท่ำนอย่ำได้ทำำอย่ำงนั้นเลย. พ. พ่อ ข้ำได้ฟังธรรมเทศนำของพระศำสดำ, เพรำะ (เหตุที่)พระศำสดำทรงแสดงธรรมมีคุณไพเรำะ (ทัง) ้ ในเบื้องต้น ท่ำมกลำงและที่สุด ยกขึ้นสู่ไตรลักษณะไม่สำมำรถจะบำำเพ็ญให้บริบูรณ์ในท่ำมกลำงเรือนได้ ; ข้ำจักบวชละ พ่อ. น. พี่ เออก็ ท่ำนยังหนุ่มอยู่โดยแท้, เอำไว้บวชในเมื่อท่ำนแก่เถิด. น. พ่อ ก็เมื่อมือและเท้ำของคนแก่ (แต่) ของตัว ก็ยงว่ำไม่ฟัง ัไม่เป็นไปในอำำนำจ, ก็จักกล่ำวไปทำำอะไรถึงญำติทงหลำย, ข้ำนั้น ั้จะไม่ทำำ (ตำม) ถ้อยคำำของเจ้ำ, ข้ำจักบำำเพ็ญสมณปฏิบัติให้บริบูรณ์. มือและเท้ำของผู้ใด ทรุดโทรมไปเพรำะชรำ ว่ำ ไม่ฟัง ผูนั้น มีเรี่ยวแรงอันชรำกำำจัดเสียแล้ว ้ จักประพฤติธรรมอย่ำงไรได้.ข้ำจักบวชแน่ละ พ่อ. [มหำปำละบรรพชำอุปสมบท] เมื่อน้องชำยกำำลังร้องไห้อยู่เทียว, เขำไปสู่สำำนักพระศำสดำแล้วทูลขอบวชและอุปัชฌำย์ครบ ๕ พรรษำแล้ว ออกพรรษำ ปวำรณำแล้ว ๑. ไตรลักษณะ คือ อนิจจลักษณะ ๑ ทุกขลักษณะ ๑ อนัตตลักษณะ ๑. ๒. ถ้ำฟังตำมนี้พระมหำปำละพรรพชำอุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรมวำจำ หำใช่เอหิภิกขุอุปสัมปทำไม่.
  • 12. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 10เข้ำไปเฝ้ำพระศำสดำ ถวำยบังคมแล้ว ทูลถำมว่ำ "พระเจ้ำข้ำ ในพระศำสนำนี้ มีธุระกี่อย่ำง ?" [ธุระ ๒ อย่ำงในพระศำสนำ] พระศำสนำตรัสตอบว่ำ "ภิกษุ ธุระมี ๒ อย่ำง คือ คันถธุระ(กับ) วิปัสสนำธุระ เท่ำนั้น." พระมหำปำละทูลถำมว่ำ "พระเจ้ำข้ำ ก็คันถธุระเป็นอย่ำงไร ?วิปัสสนำธุระเป็นอย่ำงไร ?" ศ. ธุระนี้ คือ กำรเรียนนิกำยหนึ่งก็ดี สองนิกำยก็ดี จบพุทธวจนะคือพระไตรปิฎกก็ดี ตำมสมควรแก่ปัญญำของตนแล้วทรงไว้ กล่ำว บอก พุทธวจนะนั้น ชื่อว่ำคันถธุระ. ส่วนกำรเริ่มตังควำม ้สิ้นและควำมเสื่อมไว้ในอัตภำพ ยังวิปัสสนำให้เจริญ ด้วยอำำนำจแห่งกำรทำำกำรติดต่อแล้ว ถือเอำพระอรหัตของภิกษุผมีควำมประพฤติ ู้แคล่วคล่อง ยินดียิ่งแล้วในเสนำสนะอันสงัด ชื่อว่ำวิปัสสนำธุระ. ม. พระเจ้ำข้ำ ข้ำพระองค์บวชแล้วแต่เมื่อแก่ ไม่สำมำรถจะบำำเพ็ญคัณถธุระให้บริบูรณ์ได้, แต่จักบำำเพ็ญวิปัสสนำธุระให้บริบูรณ์,ขอพระองค์ตรัสบอกพระกรรมฐำนแก่ข้ำพระองค์เถิด. [พระมหำปำละเดินทำงไปบ้ำนปลำยแดน] ลำำดับนั้น พระศำสดำ ได้ตรัสบอกพระกรรมฐำนตลอดถึงพระอรหัตแก่พระมหำปำละ. ท่ำนถวำยบังคมพระศำสดำแล้ว แสวงหำภิกษุผู้จะไปกับตน ได้ภิกษุ ๖๐ รูปแล้ว ออกพร้อมกับเธอทั้งหลำยไปตลอดทำง ๑๒๐ โยชน์ ถึงบ้ำนปลำยแดนหมู่ใหญ่ตำำบลหนึ่ง จึง
  • 13. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 11พร้อมด้วยบริวำร เข้ำไปบิณฑบำต ณ บ้ำนนั้น. [ชำวบ้ำนเสื่อมใสอำรำธนำให้อยูจำำพรรษำ] ่ หมู่มนุษย์ เห็นภิกษุทั้งหลำย ผูถึงพร้อมด้วยวัตร มีจต ้ ิเสื่อมใส แต่งอำสนะแล้วนิมนต์ให้นั่ง อังคำสด้วยอำหำรอันประณีตแล้ว ถำมว่ำ " ท่ำนเจ้ำข้ำ พระผู้เป็นเจ้ำจะไปที่ไหน ?" เมื่อเธอทั้งหลำยกล่ำวตอบว่ำ "อุบำสกและอุบำสิกำทั้งหลำย เรำจะไปสู่ที่ตำมผำสุก" ดังนี้แล้ว, มนุษย์ผู้เป็นบัณฑิตรู้ว่ำ "ท่ำนผู้เจริญ ทังหลำย ้แสวงหำเสนำสนะที่จำำพรรษำ," จึงกล่ำวอำรำธนำว่ำ "ท่ำนผู้เจริญถ้ำพระผู้เป็นเจ้ำทั้งหลำย พึงอยู่ ณ ที่นี่ตลอดไตรมำสนี้ ข้ำพเจ้ำทั้งหลำย จะพึงตั้งอยู่ในสรณะแล้วถือศีล." แม้เธอทั้งหลำยก็คิดเห็นว่ำ "เรำได้อำศัยตระกูลเหล่ำนี้ จักทำำกำรออกไปจำกภพได้" ดังนี้จึงรับนิมนต์. หมู่มนุษย์รับปฏิญญำของเธอทั้งหลำยแล้ว ได้ (ช่วยกัน) ปัดกวำดวิหำร จัดที่อยู่ในกลำงคืน และที่อยูในกลำงวันแล้วมอบ ่ถวำย. เธอทั้งหลำย เข้ำไปบิณฑบำตบ้ำนนั้นตำำบลเดียวเป็นประจำำ.ครั้งนั้น หมอผู้หนึ่งเข้ำไปหำเธอทั้งหลำย ปวำรณำว่ำ "ท่ำนผู้เจริญธรรมดำในที่อยู่ของคนมำก ย่อมมีควำมไม่ผำสุกบ้ำง. เมื่อควำมไม่ผำสุกนั้นเกิดขึ้นแล้ว ท่ำนทั้งหลำยพึงบอกแก่ข้ำพเจ้ำ ข้ำพเจ้ำจักทำำเภสัชถวำย." [พระมหำปำละถือเนสัชชิกธุดงค์] ในวันจำำพรรษำ๑. วสฺสูปนำยิกทิวเส.
  • 14. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 12แล้ว ถำมว่ำ "ท่ำนผู้มีอำยุทงหลำย ั้ ท่ำนทั้งหลำยจักให้ไตรมำสนี้น้อมล่วงไปด้วยอิรยำบถเท่ำไร ?" ิ ภิกษุทั้งหลำยเรียนตอบว่ำ "จักให้น้อมล่วงไปด้วยอิริยำบถครบทั้ง ๔ ขอรับ." ถ. ท่ำนผูมีอำยุทั้งหลำย ก็ข้อนั้นสมควรละหรือ ้ ? เรำทั้งหลำยควรเป็นผู้ไม่ประมำทไม่ใช่หรือ ? เพรำะเรำทั้งหลำยเรียนพระกรรมฐำนมำจำกสำำนักของพระพุทธเจ้ำ ผูยังทรงพระชนม์อยู่. ้แลธรรมดำว่ำพระพุทธเจ้ำทั้งหลำย อันคนมักอวดไม่สำมำรถจะให้ทรงยินดีได้, ด้วยว่ำพระพุทธเจ้ำทั้งหลำยนั้น อันคนมีอัธยำศัยงำม(จำำพวกเดียว) พึงให้ทรงยินดีได้, และขึ้นชื่อว่ำอบำยทัง ๔ เป็น ้เหมือนเรือนของตัวเอง แห่งคนผู้ประมำทแล้ว, ขอท่ำนทั้งหลำยจงเป็นผู้ไม่ประมำทเถิด ท่ำนผู้มีอำยุทงหลำย. ั้ ภ. ก็ท่ำนเล่ำ ขอรับ. ถ. ท่ำนผูมีอำยุทั้งหลำย ข้ำพเจ้ำจักให้ ้ (ไตรมำสนี้) น้อมล่วงไปด้วยอิรยำบถ ๓, จักไม่เหยียดหลัง. ิ ภ. สำธุ ขอจงเป็นผูไม่ประมำทเถิด ขอรับ. ้ [จักษุของพระมหำปำละพิกำร] เมื่อพระเถระไม่หยั่งลงสู่นิทรำ, เมื่อเดือนต้นผ่ำนไปแล้ว, โรคในจักษุก็เกิดขึ้น. สำยนำ้ำไหลออกจำกตำทัง ๒ ข้ำง เหมือนสำย ้นำ้ำอันไหลออกจำกหม้ออันทะลุ. ท่ำนบำำเพ็ญสมณธรรมตลอดรำตรีทั้งสิ้นแล้ว ในเวลำอรุณขึ้น เข้ำห้องนั่งแล้ว. ในเวลำภิกขำจำร
  • 15. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 13ภิกษุทั้งหลำย ไปสู่สำำนักของพระเถระเรียนว่ำ "เวลำนี้เป็นเวลำภิกขำจำร ขอรับ." พระเถระตอบว่ำ "ท่ำนผูมีอำยุทั้งหลำย ถ้ำ ้อย่ำงนั้น ท่ำนทั้งหลำยถือบำตรและจีวรเถิด" ดังนีแล้ว ให้เธอ ้ทั้งหลำยถือบำตรและจีวรของตน ออกไปแล้ว. ภิกษุทั้งหลำย เห็นตำทั้งสองของพระเถระนองอยู่ จึงเรียนถำมว่ำ "นั่นเป็นอะไร ขอรับ." ถ. ท่ำนผูมีอำยุทั้งหลำย ลมแทงตำของข้ำพเจ้ำ. ้ ภ. ท่ำนขอรับ หมอปวำรณำเรำไว้ไม่ใช่หรือ ? เรำควรบอกแก่เขำ. ถ. ดีละ ท่ำนผู้มีอำยุทงหลำย. ั้ [หมอปรุงยำให้หยอด] เธอทังหลำยจึงได้บอกแก่หมอ. เขำหุงนำ้ำมันส่งไปถวำยแล้ว. ้พระเถระเมื่อหยอดนำ้ำมันในจมูก นั่งหยอดเทียวแล้วเข้ำไปภำยในบ้ำน. หมอเห็นเรียนถำมว่ำ "ท่ำนขอรับ ได้ยินว่ำ ลมแทงตำของพระผู้เป็นเจ้ำหรือ ?" ถ. เออ อุบำสก. ม. ท่ำนเจ้ำข้ำ ข้ำพเจ้ำหุงนำ้ำมันแล้วส่งไป (ถวำย) ท่ำนหยอดทำงจมูกแล้วหรือ ? ถ. เออ อุบำสก. ม. เดียวนี้ เป็นอย่ำงไร ขอรับ. ๋ ถ. ยังแทงอยู่ทีเดียว อุบำสก.
  • 16. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 14 [พระมหำปำละนั่งหยอดยำ] หมอคิดฉงนใจว่ำ "เรำส่งนำ้ำมันเพื่อจะยังโรคให้ระงับได้ด้วยกำรหยอดเพียงครังเดียวเท่ำนั้นไปถวำยแล้ว, เหตุไฉนหนอแล โรค ้จึงยังไม่สงบ ?" จึงเรียนถำมว่ำ "ท่ำนเจ้ำข้ำ นำ้ำมันนั้น ท่ำนนั่งหยอดหรือนอนหยอด." พระเถระได้นิ่งเสีย, ท่ำนแม้หมอซักถำมอยู่ก็ไม่พูด. หมอนึกว่ำ "เรำจักไปวิหำรดูที่อยู่เอง" ดังนีแล้ว กล่ำวว่ำ ้"ถ้ำอย่ำงนั้น นิมนต์ไปเถิด ขอรับ" ผละพระเถระแล้ว ไปสู่วิหำรดูที่อยู่ของพระเถระ เห็นแต่ที่จงกรมและที่นั่ง ไม่เห็นที่นอนจึงเรียนถำมว่ำ "ท่ำนเจ้ำข้ำ นำ้ำมันนั้น ท่ำนนั่งหยอดหรือนอนหยอด" พระเถระได้นิ่งเสีย. หมออ้อนวอนซำ้ำว่ำ "ท่ำนผู้เจริญขอท่ำนอย่ำได้ทำำอย่ำงนั้น, ธรรมดำสมณธรรม เมื่อร่ำงกำยยังเป็นไปอยู่ ก็อำจทำำได้, ขอท่ำนนอนหยอดเถิด." [พระมหำปำละปรึกษำกรัชกำย] พระเถระตอบว่ำ "ไปเถิด ผูมีอำยุ ข้ำพเจ้ำจักปรึกษำดู ้ก่อนแล้วจึงจักรู้." ก็ในที่นั้นไม่มีญำติสำโลหิตของพระเถระเลย ท่ำนจะพึงปรึกษำกับใครเล่ำ ? ถึงอย่ำงนั้น ท่ำนปรึกษำกับกรัชกำยดำำริว่ำ "แน่ะปำลิตะผู้มีอำยุ ท่ำนจงว่ำมำก่อน, ท่ำนจักเห็นแก่จักษุหรือจักเห็นแก่พระพุทธศำสนำ, ก็ในสังสำรวัฏอันมีที่สุด อันใครตำมค้นไปก็รู้ไม่ได้ กำรคณนำนับตัวท่ำนผู้บอดด้วยจักษุหำมีไม่, และ๑. แปลว่ำกำยอันเกิดแต่ธุลีมีในสรีระ.
  • 17. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 15พระพุทธเจ้ำทังหลำย ก็ล่วงไปหลำยร้อยหลำยพันพระองค์แล้ว ใน ้พระพุทธเจ้ำเหล่ำนั้น พระพุทธเจ้ำ แม้แต่พระองค์เดียวก็กำำหนดไม่ได้.ท่ำนได้ผูกใจไว้เดี๋ยวนี้เองว่ำ "จักไม่นอน จนตลอด ๓ เดือนภำยในฤดูฝนนี้;" เหตุฉะนั้น จักษุของท่ำนฉิบหำยเสียหรือแตกเสียก็ตำมเถิดท่ำนจงทรงแต่พระพุทธศำสนำไว้เถิด อย่ำเห็นแก่จักษุเลย" เมื่อกล่ำวสอนภูตกำย ได้ภำษิตคำถำเหล่ำนี้ว่ำ :- "จักษุที่ท่ำนถือว่ำของตัว เสื่อมไปเสียเถิด, หู ก็เสื่อมไปเสียเถิด, กำยก็เป็นเหมือนกันอย่ำง นั้นเถิด, แม้สรรพสิ่งอันอำศัยกำยนี้ ก็เสื่อม ไปเสียเถิด, ปำลิตะ เหตุไฉน ท่ำนจึงประมำท อยู่. จักษุที่ท่ำนถือว่ำของตัว ทรุดโทรมไปเสีย เถิด, หูก็ทรุดโทรมไปเสียเถิด, กำยก็เป็นเหมือน กันอย่ำงนั้นเถิด, แม้สรรพสิ่งอันอำศัยกำยนี้ ก็ทรุดโทรมไปเสียเถิด, ปำลิตะ เหตุไฉน ท่ำน จึงประมำทอยู่. จักษุที่ท่ำนถือว่ำของตัว แตก ไปเสียเถิด, หูก็แตกไปเสียเถิด, รูปก็เป็น เหมือนกันอย่ำงนั้นเถิด, แม้สรรพสิ่งอันอำศัย กำยนี้ ก็แตกไปเสียเถิด, ปำลิตะ เหตุไฉน ท่ำนจึงประมำทอยู่." [หมอเลิกรักษำพระมหำปำละ] ครั้นพระเถระให้โอวำทแก่ตนเองด้วย ๓ คำถำอย่ำงแล้ว ได้นั่ง
  • 18. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 16ทำำนัตถุกรรม ถำมว่ำ "ท่ำนเจ้ำข้ำ ท่ำนทำำนัตถุกรรมแล้วหรือ ?" ถ. เออ อุบำสก. ม. เป็นอย่ำงไรบ้ำง ขอรับ. ถ. ยังแทงอยู่เทียว อุบำสก. ม. ท่ำนนั่งหยอดหรือนอนหยอด ขอรับ. พระเถระได้นิ่งเสีย, ท่ำนแม้อันหมอถำมซำ้ำ ก็ไม่พูดอะไร. ขณะนั้น หมอกกล่ำวกะท่ำนว่ำ "ท่ำนผู้เจริญ ท่ำนไม่ทำำควำมสบำย, ตังแต่วันนี้ ขอท่ำนอย่ำได้กล่ำวว่ำ หมอผู้โน้นหุงนำ้ำมัน ้ให้เรำ แม้ข้ำพเจ้ำก็จักไม่กล่ำวว่ำ ข้ำพเจ้ำหุงนำ้ำมันถวำยท่ำน." [พระเถระเสียจักษุพร้อมด้วยบรรลุด้วยพระอรหัต] พระเถระถูกหมอบอกเลิกแล้ว กลับไปสู่วิหำร ดำำริว่ำ "ท่ำนแม้หมอเขำก็บอกเลิกแล้ว ท่ำนอย่ำได้ละอิริยำบถเสียนะ สมณะ"แล้วกล่ำวสอนตนด้วยคำถำนี้ว่ำ "ปำลิตะ ท่ำนถูกหมอเขำบอกเลิกจำกกำรรักษำ ทิ้งเสียแล้ว เทียงต่อมัจจุรำช ไฉนจึงยังประมำท ่ ?" อยู่เล่ำดังนีแล้ว บำำเพ็ญสมณธรรม. ้ ลำำดับนั้น พอมัชฌิมยำมล่วงแล้ว, ทั้งดวงตำ ทังกิเลส ของ ้ท่ำนแตก (พร้อมกัน) ไม่ก่อนไม่หลังกว่ำกัน. ท่ำนเป็นพระอรหันต์๑ . คือเป่ำนำ้ำมัน.
  • 19. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 17สุกขวิปัสสก [พวกภิกษุและชำวบ้ำนรับบำำรุงพระเถระ] ในเวลำภิกขำจำร ภิกษุทั้งหลำยไปเรียนว่ำ "ท่ำนผู้เจริญเวลำนี้ เป็นเวลำภิกขำจำร." ถ. กำลหรือ ? ท่ำนผูมีอำยุทั้งหลำย. ้ ภ. ขอรับ. ถ. ถ้ำอย่ำงนั้น ท่ำนทั้งหลำยไปเถิด. ภ. ก็ท่ำนเล่ำ ? ขอรับ. ถ. ตำของข้ำพเจ้ำ เสื่อมเสียแล้ว ท่ำนผูมีอำยุทั้งหลำย. ้ เธอทังหลำยแลดูตำของท่ำนแล้ว มีตำเต็มด้วยนำ้ำตำ ปลอบ ้พระเถระว่ำ "ท่ำนผู้เจริญ ท่ำนอย่ำคิดไปเลย, กระผมทั้งหลำยจักปฏิบัติท่ำน" ดังนีแล้ว ทำำวัตรปฏิบัติที่ควรจะทำำเสร็จแล้วเข้ำไป ้สู่บ้ำน. หมู่มนุษย์ไม่เห็นพระเถระ ถำมว่ำ "ท่ำนเจ้ำข้ำ พระผู้เป็นเจ้ำของข้ำพเจ้ำทังหลำย ไปข้ำงไหนเสีย" ทรำบข่ำวนั้นแล้ว ส่งข้ำวต้ม ้ไปถวำยก่อนแล้ว ถือเอำบิณฑบำตไปเอง ไหว้พระเถระแล้ว ร้องไห้กลิ้งเกลือกอยู่แทบเท้ำ (ของท่ำน) "ท่ำนเจ้ำข้ำ ข้ำพเจ้ำ ปลอบว่ำทั้งหลำยจักรับปฏิบัติ ท่ำนอย่ำได้คิดไปเลย แล้วลำกลับ. ตังแต่นั้นมำ ้เขำก็ส่งข้ำงต้มและข้ำวสวยไปถวำยที่วิหำรเป็นนิตย์. ฝ่ำยพระเถระ ก็กล่ำวสอนภิกษุ ๖๐ รูปนอกนี้เป็นนิรันดร์. เธอ๑. คือ เป็นพระอรหันต์ ฝ่ำยวิปัสสนำ.
  • 20. ประโยค๒ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๑ - หน้ำที่ 18ทั้งหลำยตั้งอยู่ในโอวำทของท่ำน, ครั้นจวนวันปวำรณำ ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทำทุกรูป. [พวกภิกษุไปเฝ้ำพระศำสดำ] ก็แลเธอทั้ง
  • Similar documents
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks