การบร หารหล กส ตรอย างม ค ณภาพ และการเข ยน รายงานผลการด าเน นงาน (SAR) ระด บหล กส ตร โดย รองศาสตราจารย ดร.ธ รพงศ แก นอ นทร - PDF

Description
การบร หารหล กส ตรอย างม ค ณภาพ และการเข ยน รายงานผลการด าเน นงาน (SAR) ระด บหล กส ตร โดย รองศาสตราจารย ดร.ธ รพงศ แก นอ นทร ว ตถ ประสงค ๑.เพ อให เข าใจจ ตว ญญาณของการประก นค ณภาพระด บหล กส ตร ๒.เพ อให เข

Please download to get full document.

View again

of 86
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Leadership & Management

Publish on:

Views: 40 | Pages: 86

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
การบร หารหล กส ตรอย างม ค ณภาพ และการเข ยน รายงานผลการด าเน นงาน (SAR) ระด บหล กส ตร โดย รองศาสตราจารย ดร.ธ รพงศ แก นอ นทร ว ตถ ประสงค ๑.เพ อให เข าใจจ ตว ญญาณของการประก นค ณภาพระด บหล กส ตร ๒.เพ อให เข าใจแนวทางการบร หารจ ดการค ณภาพระด บหล กส ตร ๓.เพ อให เข าใจและฝ กปฏ บ ต การจ ดท ารายงานการประเม นตนเองระด บ หล กส ตร ค ณภาพค ออะไร? ค ณภาพของการ บร หารจ ดการ หล กส ตร บ ณฑ ตม ค ณภาพตาม มาตรฐาน ความพ ง พอใจของ ล กค า ความ จงร กภ กด ของ ล กค า ความจงร กภ กด ของล กค า (เพราะพ งพอใจในค ณภาพ) ล กค า หร อผ ร บบร การ ค อใคร -ผ ใช บ ณฑ ต -ผ ปกครอง -ส งคม ประเทศ -นศ.เอง จงร กภ กด ค อ -ใช บร การอ ก ไม เปล ยนไปใช บร การอ น -บอกต อ ส งคม ประเทศ กล าวหาค ณภาพการศ กษาไทยว า อย างไร? (ป ายประชาส มพ นธ หน าโรงเร ยน?) การประช มคร งน จะเน นเร อง ค ณภาพท แท จร ง -ท าอย างไรให เก ดค ณภาพท แท จร ง ให ท กคน delete concept ของ QA ท ม อย เด ม (ท าได ยาก) จ ดม งหมายส าค ญของการประก นค ณภาพค ออะไร? บร หารจ ดการหล กส ตรให ม ค ณภาพเพ อผล ตบ ณฑ ต ให ม ค ณภาพส งส ด แล วเข ยนรายงานตามท ท า พ นธะก จหล กของการบร หารหล กส ตร ค อ ผล ต บ ณฑ ตให ม ค ณภาพส งส ด (ใครบอก-ส งคม ประเทศ อาเซ ยน โลก) QA. ระด บหล กส ตร ม ๖ องค ประกอบ องค ประกอบท ๑ ค อ การก าก บมาตรฐาน ม ๑ ต วบ งช องค ประกอบท ๒ ค อ บ ณฑ ต ม ๒ ต วบ งช องค ประกอบท ๓ ค อ น กศ กษา ม ๓ ต วบ งช องค ประกอบท ๔ ค อ อาจารย ม ๓ ต วบ งช องค ประกอบท ๕ ค อ หล กส ตร การเร ยนการสอน การ ประเม นผ เร ยน ม ๔ ต วบ งช องค ประกอบท ๕ ค อ ส งสน บสน นการเร ยนร ม ๑ ต วบ งช รวม ๑๔ ต วบ งช การประก นค ณภาพภายในระด บหล กส ตร เม อ พ จารณาในเช งระบบการจ ดการศ กษา Input องค 3, 4, 6 และ บางส วนของ 5 Process องค 5 และ บางส วนของ 3 Output, องค.2 Output ค อ บ ณฑ ตม ค ณภาพ = ๑.ม ค ณสมบ ต ตามกรอบมาตรฐาน TQF ๒.ม ท กษะท จ าเป นต อการด ารงช ว ต และการประกอบอาช พในอนาคต ๓.ม งานท า (ป.ตร ) ๔. ว ทยาน พนธ ม ค ณภาพ (ป.โท เอก) Process ค อ ๑. ม การจ ดการเร ยนการสอนท ม ค ณภาพท าให ผ เร ยน เก ดการเร ยนร ส งส ดตามผลการเร ยนร ท คาดหว ง ๒. ม การประเม นผลท valid ๓. ม การส งเสร มและพ ฒนาน กศ กษาอย างม ค ณภาพ Input ค อ ๑.ม น กศ กษาท พร อมท จะเร ยนร และท าให น กศ กษาเร ยนร อย างม ความส ข ๒.ม อาจารย ท ม ค ณภาพ ๑) ม ว ฒ การศ กษาท เหมาะสม ๒) ม ต าแหน งทางว ชาการส ง ๓) ม ผลงานทางว ชาการท ม ค ณภาพ ๔) เพ มความสามารถอย างต อเน อง ๓. ม หล กส ตรท ท นสม ย สอดคล องก บความต องการ ของตลาดแรงงานและความต องการของประเทศ ๔. ม ส งสน บสน นการเร ยนร ท เหมาะสม ม ค ณภาพ อย างเพ ยงพอ การบร หารหล กส ตร หล กการพ นฐาน ๑)ต วบ งช ผลการด าเน นงานข อท ๑ ตามกรอบ TQF อาจารย ประจ าหล กส ตรอย างน อยร อยละ ๘๐ ม ส วนร วมในการประช มเพ อ วางแผน ต ดตาม และทบทวนการด าเน นงานหล กส ตร ๒)เกณฑ การประเม นต วบ งช ท เป นกระบวนการ ๑.ม ระบบ ม กลไก ๒.ม การด าเน นงานตามระบบ และกลไก ๓.ม การประเม นกระบวนการ ประเม น ๔.ม การปร บปร ง/พ ฒนากระบวนการจากผลการ ๕.ม ผลจากการปร บปร งเห นช ดเจนเป นร ปธรรม ๖.ม แนวปฏ บ ต ท ด โดยม หล กฐานเช งประจ กษ ย นย น ๓)Fact ค ณภาพข นอย ก บ mind set, mental model, paradigm หร อ ท ฏฐ และการบร หารจ ดการท ม ประส ทธ ภาพ (กรณ ส งคโปร ) ๔)Principle อยากให ผลเปล ยนต องเปล ยนว ธ การ ๕)อด ต เข ยนอย างไร ใช หล กฐานใดจ งจะได คะแนนด แต ป จจ บ น และอนาคต ท าให ม ค ณภาพแล วเข ยนรายงานตามท ท าแล วจะได คะแนนด ระบบการบร หารจ ดการค ณภาพหล กส ตรท สอดคล องจ งเป น Plan Act Do Check P D C A/P1 D1 C1 A /P2 D2 C2 A/P3 D3 C3 A/P? Best Practice Best Practice? Plan = P ค อ ระบบ และกลไก หร อแนวทางการด าเน นงาน (what and how) What เร องอะไรบ าง ท ส าค ญม ๖ เร อง ค อ ๑.การร บน กศ กษา และการเตร ยมความพร อมก อนเข าศ กษา ๒.การบร หารและพ ฒนาอาจารย ๓.การพ ฒนาหล กส ตร ๔.การจ ดการเร ยนการสอน ๕.การว ดและประเม นผล ๖.การจ ดหาส งสน บสน นการเร ยนร Plan ต องม การปร บปร งหลายคร งตามผลการประเม น (Check) Plan Major objective A/Plan 1 A/Plan? Best practice Major objective Major objective P ต องม งให ได ผลตาม Major objectives (ช วยท าให เห น ภาพรวม เห นส งส าค ญ) อย างน อยใน ๑๓ ประการต อไปน ๑)อาจารย ประจ าหล กส ตรท ม ค ณสมบ ต เหมาะสมท งในด าน ค ณว ฒ ต าแหน งทางว ชาการ และม การเพ มความสามารถอย าง ต อเน อง ๒)อ ตราการคงอย ของอาจารย ส ง และอาจารย ม ความพ งพอใจต อ การบร หารหล กส ตร ๓)ได น กศ กษาท พร อมจะเร ยนร ๔)น กศ กษาเร ยนร อย างม ความส ข และม ท กษะท จ าเป นต อการ ด ารงช ว ตและการประกอบอาช พในอนาคต ๕)อ ตราการคงอย ๖)การส าเร จการศ กษา ๗)ความพ งพอใจต อหล กส ตรและผลการจ ดการข อร องเร ยนของ น กศ กษา ๘)ม หล กส ตรท ท นสม ยสอดคล องก บความต องการของ ตลาดแรงงานและประเทศ ๙)ม การก าหนดผ สอนท เหมาะสม และม การจ ดการเร ยนร ท ท าให ผ เร ยนบรรล ผลตามผลการเร ยนร ท คาดหว งอย างด เย ยม ๑๐)ว ทยาน พนธ และการค นคว าอ สระม ค ณภาพส ง ๑๑)ม การประเม นผลการเร ยนร ท valid (๑)ประเม นผลการเร ยนร น กศ กษาท valid (๒)ให สารสนเทศท ด เย ยมท ผ สอนสามารถน าไป ปร บปร งการจ ดการเร ยนร (๓)ให สารสนเทศท ด เย ยมท ผ เร ยน สามารถน าไปพ ฒนาการเร ยนร ของตนเอง (๔)ให สารสนเทศท ด เย ยมเพ อการพ ฒนาหล กส ตร ๑๒)ม การประเม นผลว ทยาน พนธ ท valid (๑)ให สารสนเทศท ด เย ยมท ผ สอนสามารถน าไปปร บปร งการจ ดการว ทยาน พนธ ของ น กศ กษา(๒)ให สารสนเทศท ด เย ยมท ผ เร ยนสามารถน าไปพ ฒนาการ ท าว จ ยของตนเอง ๑๓)ส งสน บสน นท จ าเป นม ปร มาณเพ ยงพอและม ค ณภาพพร อมใช งาน ท นสม ย Ultimate goal ค อ บ ณฑ ตม ค ณภาพส งส ด Do = D ค อ ด าเน นการตามระบบและกลไก หร อแนวทาง การด าเน นงาน (หล กการค อท าตามระบบ) Check = C ค อ ประเม นผลการด าเน นงาน (ท าตามระบบ แล วเก ดอะไรข น) # ป ญหาอ ปสรรคในการด าเน นงาน # ผลการด าเน นงานท เก ดข นตาม major objective *เน น validity ของการประเม น *ว ธ การประเม น เคร องม อประเม น (อย าประเม นเฉพาะความ พ งพอใจ) Act = A ค อ การปร บปร งแก ไขตามผลการประเม น (Learning) จนได Best Practice กระบวนการของ Act C ผลการประเม นว าอย างไร ประปร งอะไรบ าง น าไปส P ใหม C A/P1 D1 C1 A/P2 D2 C2 P?=Best practice การด าเน นการตามวงจร PDCA ตามท กล าวมาน เป น หน าท ความร บผ ดชอบของใคร??????? SAR น ประกอบด วย ๒ ส วน ค อ ๑.สาระตาม มคอ.๗ ๒.QA หล กส ตร องค ประกอบท ๑ การก าก บมาตรฐาน มาตรฐานการอ ดมศ กษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และ กรอบมาตรฐาน TQF องค ประกอบท ๔ อาจารย ต วบ งช ท ๔.๑ การบร หารและพ ฒนาอาจารย ๑)ระบบการร บและแต งต งอาจารย ประจ าหล กส ตรและระบบการ บร หารอาจารย ผลคาดหว งท ส าค ญ (Major objective) ค อท าให ม อาจารย ประจ าหล กส ตรท ม ค ณสมบ ต เหมาะสมท งในด านค ณว ฒ และ ต าแหน งทางว ชาการอย างต อเน อง (1)P แสดงให เห นแนวทางอย างช ดเจน สามารถท าซ าได ๑) ข อม ลอ ตราก าล งป จจ บ น ๒) ข อม ลเวลาเกษ ยณ ๓) แนวโน มการลาออก ๔) อ ตราการคงอย ๕) ความพ งพอใจ ๖) เม ออาจารย ออกไป ท าอย างไรจ งจะสามารถหาคนใหม มา ทดแทนได ท นท??????? ๗) ท าอย างไรให อ ตราการคงอย ส ง และให อาจารย ม ความพ ง พอใจ???????? (2)D (3)C ประเม นผลการด าเน นงานตาม 2)อย างไร การด าเน นงานม ป ญหาอะไรบ าง เก ดผลตามท ม งหว งหร อไม เช น อาจารย ท ร บมาม ค ณสมบ ต ม ค ณว ฒ ตามท คาดหว งหร อไม การแต งต งอาจารย ประจ า หล กส ตรเป นไปตามท ม งหว งหร อไม เพราะอะไร ม อาจารย ประจ า หล กส ตรปฏ บ ต หน าท ครบอย างต อเน องหร อไม (4)A ผลการประเม นว าอย างไร เช นอาจารย ท ร บมาม ค ณสมบ ต ม ค ณว ฒ ไม เป นไปตามท คาดหว งหร อ การแต งต งอาจารย ประจ า หล กส ตรไม เป นไปตามท ม งหว ง หร ออาจารย ประจ าหล กส ตรอย ไม ครบอย างต อเน อง ปร บปร งประเด นใดบ าง อย างไร) หากการ ด าเน นงานตาม 2) และ 3)ได ผลตามท ม งหว งอย างด ย ง ก อาจจะไม ต องท าตาม 4) แต ไปเน น การส งเสร มและพ ฒนาอาจารย (5) กรณ ท ม การด าเน นการตาม 4))...(อธ บายว ธ การประเม นผล การปร บปร ง และผลท เก ดจากการปร บปร ง เช นอาจารย ท ร บมาม ค ณสมบ ต ม ค ณว ฒ ตามท คาดหว งหร อไม การแต งต งอาจารย ประจ า หล กส ตรเป นไปตามท ม งหร อไม ได ผลตาม Major objective เป นร ปธรรมช ดเจนหร อไม (6)Best practice ค อ ระบบการร บและแต งต งอาจารย ประจ า หล กส ตรและระบบการบร หารอาจารย หากพบว า.ระบบ กลไก หร อ แนวทางการร บและแต งต งอาจารย ประจ าหล กส ตรและการบร หาร อาจารย ท ด าเน นการได ผลด เย ยมตามท ม งหว งอย างต อเน อง (3 ป ) ระบบการส งเสร มและพ ฒนาอาจารย ผลคาดหว งท ส าค ญ (Major objective) ค อท าให อาจารย ประจ า หล กส ตรม การเพ มความสามารถอย างต อเน อง (1)P แสดงให เห นแนวทางอย างช ดเจน สามารถท าซ าได พ ฒนาเร องอะไรบ าง ๑)ศาสตร ท สอน ๒)ว จ ย ๓)การจ ดการเร ยนร (ปร ชญา จ ตว ทยา เทคน คว ธ สอน ฯลฯ) ๔)การว ดและประเม นผล ๕)ผลงานทางว ชาการ ท าให ม ประส ทธ ภาพได อย างไร??? (2)D (3)C อธ บายว ธ การประเม นผลการด าเน นงาน ม ป ญหาอ ปสรรคใน การด าเน นงานอย างไรบ าง การด าเน นงานเก ดผลตามท ม งหว ง หร อไม เช น อาจารย ประจ าหล กส ตรม การเพ มพ นความสามารถ-ม ผลงานทางว ชาการ (ว จ ย และบทความหร อผลงานทางว ชาการ)ใน สาขาว ชาท สอน ม ความสามารถในการเตร ยมการสอน การจ ดการ เร ยนการสอนและการประเม นผลตามท คาดหว งอย างต อเน อง หร อไม เพราะอะไร (4)Aผลการประเม นว าอย างไร เช นอาจารย ประจ าหล กส ตรม ผลงานทางว ชาการ (ว จ ย และบทความหร อผลงานทางว ชาการ)ใน สาขาว ชาท สอน ม ความสามารถในการเตร ยมการสอน การจ ดการ เร ยนการสอนและการประเม นผลตามท คาดหว งอย างต อเน อง เป นไปตามท คาดหว งหร อ ไม เป นไปตามท ม งหว ง ปร บปร งประเด น ใดบ าง อย างไร) หากการด าเน นงานตาม 2) และ 3)ได ผลตามท ม งหว งอย างด ย ง ก อาจจะไม ต องท าตาม 4 (5) อธ บายว ธ การประเม นผล และอธ บายผลท เก ดจากการปร บปร ง เช นอา
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks