สร ปการบรรยาย การพ ฒนาค ณภาพการบร หารจ ดการภาคร ฐ - PMQA แนวค ดเก ยวก บ... ความร และ... การจ ดการความร - PDF

Description
สร ปการบรรยาย หล กส ตร การจ ดการความร เพ อการพ ฒนาค ณภาพคน งาน และองค กร ว ทยากร : ดร.จ ร ชฌา ว เช ยรป ญญา ระหว างว นท พฤศจ กายน 2555 ณ ห องประช มเพ ชรร ตน เม อก าวเข าส ส งคมเศรษฐก จฐานความร...

Please download to get full document.

View again

of 32
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Internet & Web

Publish on:

Views: 41 | Pages: 32

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
สร ปการบรรยาย หล กส ตร การจ ดการความร เพ อการพ ฒนาค ณภาพคน งาน และองค กร ว ทยากร : ดร.จ ร ชฌา ว เช ยรป ญญา ระหว างว นท พฤศจ กายน 2555 ณ ห องประช มเพ ชรร ตน เม อก าวเข าส ส งคมเศรษฐก จฐานความร... เราต องเร ยนร ให รวดเร วกว าค แข ง เร ยนร ท ส มพ นธ ก บการทางานและสามารถปฏ บ ต งานได ด และม ประส ทธ ภาพมากและค ณภาพย งข น การพ ฒนาค ณภาพการบร หารจ ดการภาคร ฐ - PMQA แนวค ดเก ยวก บ... ความร และ... การจ ดการความร ขอบข ายของการจ ดการความร เป าหมายของการจ ดการความร เคร องม อทางการจ ดการความร ผลล พธ ท ได จากการจ ดการความร ความหมายของความร ความเข าใจท ได ร บจากประสบการณ หร อจากการศ กษา ความสามารถในการทาให ข อม ลและสารสนเทศ มาเป นการกระทาท ม ประส ทธ ภาพได ส วนผสมของกรอบประสบการณ ค ณค า สารสนเทศ และความเช ยวชาญซ งจะเป นกรอบท ทาให เก ดประสบการณ และความร ใหม เข าด วยก น ประเภทของความร ความร โดยน ย (Tacit Knowledge) ความร เฉพาะต วท เก ดจากประสบการณ การศ กษา การสนทนา การฝ กอบรม เจตคต ของแต ละบ คคล เป นความร บวกก บสต ป ญญา และประสบการณ ความร ท ปรากฏช ดเจน (Explicit Knowledge) ความร ท ได ร บการถ ายทอดจากบ คคลออกมาในร ปของการบ นท กในร ปแบบต างๆ ซ งก ค อสารสนเทศน นเอง ความร ท เก ดจากว ฒนธรรม (Culture Knowledge) ความร ท เก ดจากความเช อ ความศร ทธา ซ งเก ดจากผลสะท อน กล บของความร และสภาพแวดล อมขององค กร การจาแนกระด บของความร ความร หล ก (Core Knowledge) เป นความร ใน ระด บพ นฐาน ท ท กคนในองค กรต องการหร อต องร ความร ในระด บก าวหน า (Advanced Knowledge) เป นความร ท ทาให องค กรไปส จ ดของการแข งข นได เป นความร ท ม ความเฉพาะเจาะจง ซ งแตกต างจากค แข งข น ความร เช งนว ตกรรม (Innovative Knowledge) เป นความร ท จะทาให องค กรเป น ผ นา ทางการตลาดได น ยามของการจ ดการความร การรวบรวมความร ท อย ในองค กรซ งกระจ ดกระจายอย ในต วคน หร อเอกสารมาพ ฒนาเป นองค ความร และม การ ถ ายทอดและแบ งป นความร อย างเป นระบบเพ อให ท กคนในองค กรสามารถ เข าถ งความร และพ ฒนาตนเองให เป นผ ปฏ บ ต งาน ได อย างม ประส ทธ ภาพ เป าหมายของการจ ดการความร 1. การพ ฒนางานให ม ค ณภาพและผลส มฤทธ ย งข น 2. การพ ฒนาคน ค อ การพ ฒนาผ ปฏ บ ต งาน 3. การพ ฒนาฐานความร ขององค กร ก จกรรมทางการจ ดการความร เป าหมายการจ ดการความร ก จกรรมการจ ดการความร พ ฒนางาน จ ดทาค ม อการทางาน จ ดทา Best Practices พ ฒนาคน สร างเวท การแลกเปล ยนความร การเร ยนร และฝ กอบรม พ ฒนาฐานความร คล งความร (Knowledge Asset) กรณ ศ กษา (Case-based) การปฏ บ ต ท เป นเล ศ (Best Practice) บทเร ยนการเร ยนร (Lesson learned) ทาเน ยบผ เช ยวชาญ (Expert) เป าหมายของการจ ดการความร พ ฒนาคน พ ฒนางาน พ ฒนาองค กร พ ฒนาส งคม Knowledge Workers Work Process Improvement (Quality) Learning / Innovation Organization Knowledge-based Society องค ประกอบหล กของการจ ดการความร ในองค กร กระบวนการจ ดการความร (KMP) และ... กระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (CMP) กระบวนการจ ดการความร การบ งช ความร / การกาหนดส งท ต องเร ยนร การสร างและแสวงหาความร การจ ดความร ให เป นระบบ การประมวลและกล นกรองความร การเข าถ งความร การแบ งป นความร การเร ยนร 1. การกาหนดส งท ต องเร ยนร / การบ งช ความร เป นกระบวนการค นหาความร ท ต องการและจาเป นเพ อตอบสนองย ทธศาสตร หร อการทางานขององค กร เป นการค นหา และกาหนดว าความร ความสามารถหล ก (Core Competency ) ความชานาญขององค กรค ออะไร อย ในร ปแบบใด หร ออย ท ใด ประเด นประกอบการพ จารณา สอดคล องก บประเด นว ส ยท ศน / พ นธก จ และย ทธศาสตร เป นความร ท สาค ญและจาเป นต อกระบวนการทางานขององค กร เป นความร ท สามารถนามาใช เพ อการแก ป ญหาการดาเน นงานขององค กร การบ งช ความร (Knowledge Identification) 2. การสร างความร (Knowledge Creation - SECI) การสร างความร : ฐานว จ ย VS ฐานปฏ บ ต ม ต ฐานว จ ย (Res. Based) ฐานปฏ บ ต (KM based) Origin Methodology Problems Research Questions Survey Experiment Success Stories Best Practices Action K. Creator Researcher Knowledge Workers Focus Publication Dissemination Sharing Context Poor Rich 1. การแสวงหาความร 1. การจ ดหา (Acquisition) การไปเร ยนร หร อลอกเล ยนมาจากองค กรอ น แล วนา ความร น นมาปร บใช ภายในองค กร การเข าไปซ อหร อควบก จการ ว าจ างบ คลากรท ม ความร ท ต องการเข ามาทางานภายในองค กร 2. การเช า (Rental) หร อการเช าความร การให ท นสน บสน นแก สถาบ นการศ กษาเพ อพ ฒนาความร ท ต องการ การจ างท ปร กษาเข ามาให คาปร กษาในเร องท ต องการ 3. การพ ฒนา (Development) เป นการพ ฒนาความร ข นมาภายในองค กรเองโดยอาจจะม การลงท นในด านของการ ว จ ยและพ ฒนา 4. การหลอมรวมก น (Fusion) เป นการนาบ คลากรท ม ความร และประสบการณ ท แตกต างก นเข ามาประช ม หร อ ทางานร วมก นเพ อก อให เก ดความร ใหม ๆ ข น 2. การจ ดความร ให เป นระบบ การจ ดเก บ (Storage) เป นการกาหนดส งสาค ญท จะจ ดเก บไว เป นองค ความร ขององค กร ซ งจะต องพ จารณาถ งว ธ การในการเก บและการ นามาใช ให เก ดประโยชน ตามความต องการ ข อคาน งในการจ ดเก บ 1. โครงสร างและการจ ดเก บความร ควรเป นระบบท สามารถค นหาและส งมอบได อย างถ กต องและรวดเร ว 2. จ ดให ม การจาแนกรายการต างๆ เช น ข อเท จจร ง นโยบาย หร อ ข นตอนการปฏ บ ต งานท อย บนพ นฐานความ จาเป นในการเร ยนร 3. การจ ดการท สามารถส งมอบให ก บผ ใช ได อย างช ดเจน กระช บ ถ กต อง ท นเวลา และเหมาะสมตามท ต องการ การค นค น (Retrieval) เป นล กษณะของการเข าถ งส งท ผ ใช ต องการเพ อนามาประย กต ใช ในการปฏ บ ต งานต อไป องค การควรทาให พน กงานทราบถ งช องทางหร อว ธ การสาหร บการค นหาความร ต างๆ ท งในร ปแบบ ท เป นทางการและไม เป นทางการ 4. การประมวลและกล นกรองความร การเข าถ งความร Knowledge Push เป นการส งมอบความร ไปย งผ ร บโดยผ ร บไม ได ร องขอหร อม ความ ต องการ เป นการส งมอบในล กษณะ Supply-based Knowledge Pull เป นการส งมอบความร ไปย งผ ร บตามความต องการ หร อ ตามความ สนใจ เป นการส งมอบในล กษณะ Demand-based 5. การแบ งป นความร เป นกระบวนการ แบ งป น แลกเปล ยน เผยแพร ถ ายโอนความร ซ งม หลากหลายร ปแบบเพ อให เก ดการกระจายและแลกเปล ยนความร ในระหว างบ คลากร ท มงาน หร อคณะทางาน เพ อให เก ดการเร ยนร อย างต อเน อง และเหมาะสมก บการ ทางาน ช มชนการปฏ บ ต (Communities of Practice - COP) กล มคนท ม ความสนใจร วมก นมารวมกล มก นอย างไม เป นทางการ โดยม ว ตถ ประสงค เพ อการแบ งป นความร และ แก ป ญหาร วมก น ซ งก อให เก ดการถ ายโอนความร ขององค กรหร อช มชน 6. การเร ยนร กระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (CMP) กระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (Change Management Process - CMP) การเตร ยมการและปร บเปล ยนพฤต กรรม การส อสาร การฝ กอบรมและการเร ยนร การว ดผล การยกย องชมเชยและการให รางว ล 1. การเตร ยมการและปร บเปล ยนพฤต กรรม ปร บเปล ยนอะไร? ความค ด / ความเช อ / ท ศนคต / พฤต กรรม และว ฒนธรรม องค กร ปร บเปล ยนใคร? บ คลากรในฐานะท เป น ป จเจกบ คคล ท มทางาน / ท มการเร ยนร ผ นาองค กร กระบวนการปร บเปล ยน ให ความร และความเข าใจ การส งเสร มและพ ฒนา ต นแบบ (Role model) ท พ งประสงค 2. การส อสาร เป นกระบวนการท ทาให ท กคนในองค กรร บร และเข าใจถ งส งท กาล งจะเก ดข นว าองค กรกาล งจะทาอะไร (What) ทาไปเพ ออะไร (Why) จะทาเม อไหร (When) และจะทาอย างไร (How) ประเด นท ต องพ จารณา กล มเป าหมายท ต องการส อสาร เน อหาของเร องท ต องการส อสาร ช องทางในการส อสาร 3. การฝ กอบรมและการเร ยนร เป นกระบวนการเตร ยมความพร อมของบ คลากรในท กระด บ สาหร บการจ ดการความร เพ อให เก ดความร ความเข าใจและตระหน กถ งความสาค ญของการจ ดการความร ต อความสาเร จขององค กร ประเด นการฝ กอบรมและการเร ยนร หล กการ / ความร พ นฐานของการจ ดการความร กระบวนการของการจ ดการความร เคร องม อ / เทคน ค ในการจ ดการความร องค กรท ประสบความสาเร จในการจ ดการความร 4. การว ดผล เป นกระบวนการท ทาให องค กรทราบถ งสถานการจ ดการความร ขององค กร ซ งสะท อนให เห นถ งประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผลของการดาเน นงาน ซ งทาให องค กรม สารสนเทศ เพ อการแก ไขร บปร งข อบกพร องในด านต างๆ ได อย างม ประส ทธ ภาพ ประเด นของการว ดผล System measure Output measure Outcome measure 5. การยกย องชมเชยและการให รางว ล เป นกระบวนการใช การยกย องชมเชยและการให รางว ลเพ อเป นแรงจ งใจให บ คลากรภายในองค กรเข าร วม ก จกรรมการจ ดการความร การให ค ณค า เช น คาชมเชย การให ม ลค า เช น ค าตอบแทน การบ รณาการแผนการยกย องชมเชยและการให รางว ลเข าก บระบบการประเม นผลงานประจาป ตารางแสดงความส มพ นธ ระหว าง KMP และ CMP KMP CMP การปร บเปล ยน พฤต กรรม การส อสาร กระบวนการและ เคร องม อ การฝ กอบรมและ การเร ยนร การว ดผล ยกย องชมเชย และการให รางว ล การบ งช ความร การสร างความร การจ ดความร ให เป นระบบ การกล นกรอง ความร การเข าถ งความร การแบ งป นความร การเร ยนร การจ ดการความร เพ อพ ฒนาการเร ยนร : ป จเจกบ คคล การประย กต ใช การจ ดการความร กระบวนการทางาน 1. การบ งช ความร โดยการว เคราะห ช องว างทางความร 2. การสร างความร (S-E-C-I) 3. การแบ งป นความร 4. การจ ดความร ให เป นระบบ การพ ฒนาบ คลากร 1. การค ดเป นระบบ (System Thinking) 2. การเร ยนร ร วมก นเป นท ม (Team Learning) 3. การฟ งอย างล กซ ง (Deep Listening) การสน บสน นการทางาน 1. การศ กษาป ญหา ความต องการ และความพ งพอใจของผ ร บบร การ 2. การถอดประสบการณ การเร ยนร จากการทางาน (ค ม อในการท างาน, Best Practice, Lesson Learned, Solution-Based) 3. การเข าถ งความร (เช งร ก) การพ ฒนาการเร ยนร ของผ ปฏ บ ต งาน 1. การหม นเว ยนเปล ยนการทางาน 2. ระบบพ เล ยง หร อท ปร กษาในการทางาน ป จจ ยแห งความสาเร จของการจ ดการความร 1. ผ นาท กระด บเห นความสาค ญและให การสน บสน นอย างจร งจ งและต อเน อง 2. ม แผนการจ ดการความร ท ช ดเจน ท กคนสามา
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks