ค ม อการใช งานโปรแกรม - PDF

Description
ค ม อการใช งานโปรแกรม ส วนท 1 ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบสารสนเทศทางภ ม ศาสตร (ArcView) 1.1 ความหมายของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (Geographic Information System: GIS) หมายถ ง เคร องม อท

Please download to get full document.

View again

of 26
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Film

Publish on:

Views: 22 | Pages: 26

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ค ม อการใช งานโปรแกรม ส วนท 1 ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบสารสนเทศทางภ ม ศาสตร (ArcView) 1.1 ความหมายของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (Geographic Information System: GIS) หมายถ ง เคร องม อท ใช ระบบคอมพ วเตอร เพ อช วยในการน าเข า จ ดเก บ จ ดเตร ยม ด ดแปลง แก ไข จ ดการ และว เคราะห พร อมท งแสดงผลข อม ลเช งพ นท ตามว ตถ ประสงค ต าง ๆ ท ก าหนดไว ด งน น GIS จ งเป นเคร องม อท ม ประโยชน เพ อใช ในการจ ดการ และบร หารการใช ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมและสามารถต ดตามการเปล ยนแปลงข อม ลด านพ นท ให เป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ เน องจากเป นระบบท เก ยวข องก บระบบการไหลเว ยนของข อม ล และการผสมผสานข อม ลจากแหล งต างๆ เช น ข อม ลปฐมภ ม (Primary Data) หร อข อม ลท ต ย ภ ม (Secondary Data) เพ อให ได สารสนเทศท ม ค ณค าและสามารถน าไปใช ในการบร หาร จ ดการได อย างม ประส ทธ ภาพ 1.2 องค ประกอบของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ม องค ประกอบท ส าค ญอย 5 ส วน ค อ ข อม ล/สารสนเทศ (Data/Information), เคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต าง ๆ (Hardware), โปรแกรม (Software), และบ คลากร (User/People), และข นตอนการท างาน (Procedure) ภาพท 1-1 องค ประกอบของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (GIS) ข อม ล (Data/Information) ข อม ลท จะน าเข าส ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ควรเป นข อม ลเฉพาะเร อง (Theme) และเป นข อม ลท สามารถน าไปใช ในการตอบค าถามต างๆ ได ตรงตามว ตถ ประสงค เป นข อม ลท ม ความถ กต องและเช อถ อได และเป นป จจ บ นมากท ส ด โดยข อม ลในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร แบ งออกได เป น 2 ประเภท ค อ ข อม ลเช งพ นท (Spatial Data) และข อม ลอธ บาย (non-spatial Data or Attribute Data) ข อม ลเช งพ นท (Spatial Data) เป นข อม ลท แสดงต าแหน งท ต งทางภ ม ศาสตร (Geo- Reference Data) ของร ปล กษณ ของพ นท (Graphic Feature) ซ งม อย 2 แบบ ค อ ข อม ลท แสดงท ศทาง (Vector Data) และข อม ลท แสดงเป นตารางกร ด (Raster Data) โดยข อม ลท ม ท ศทาง ประกอบด วยล กษณะ 3 อย าง ค อ - ข อม ลจ ด (Point) เช น ท ต งหม บ าน โรงเร ยน หร อว ดเป นต น - ข อม ลเส น (Line) เช น ถนน แม น า เป นต น - ข อม ลพ นท หร อเส นรอบร ป (Polygon) เช น แหล งน า ผ วด น เป นต น ภาพท 1-2 ล กษณะของข อม ลประเภทจ ด (Point) 3 ภาพท 1-3 ล กษณะของข อม ลประเภทเส น (Line) ภาพท 1-4 ล กษณะของข อม ลประเภทพ นท (Polygon) 4 ภาพท 1-5 การแสดงข อม ลท ง 3 ประเภทร วมก น ข อม ลประเภทราสเตอร (Raster Data) จะเป นล กษณะตารางส เหล ยมเล กๆ (Grid Cell or Pixel) เท าก นและต อเน องก น ซ งสามารถอ างอ งค าพ ก ดทางภ ม ศาสตร ได ขนาดของตารางก ร ดหร อความละเอ ยด (Resolution) ในการเก บข อม ลจะใหญ หร อเล กข นอย ก บการจ ดแบ งจ านวน แถว (Row) และจ านวนคอล มน (Column) ต วอย างข อม ลท จ ดเก บ โดยใช ตารางกร ด เช น ภาพ ดาวเท ยม หร อข อม ลระด บค าความส ง (Digital Elevation Model: DEM) เป นต น Column ภาพท 1-6 ล กษณะของข อม ลประเภทราสเตอร (Raster) Row 5 ภาพท 1-7 ภาพดาวเท ยม (Remote Sensing) เป นข อม ลประเภทราสเตอร (Raster) เคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต าง ๆ เคร องคอมพ วเตอร รวมก นเร ยกว า ระบบฮาร ดแวร (Hardware) จะประกอบด วย คอมพ วเตอร อ ปกรณ การน าเข า เช น Digitizer, Scanner, Global Positioning System (GPS), อ ปกรณ อ านข อม ล เก บร กษาข อม ล และแสดงผลข อม ล เช น Printer Plotter เป นต น ซ งอ ป กรณ แต ละชน ดจะม หน าท และค ณภาพแตกต างก นออกไป ภาพท 1-8 เคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ ต าง ๆ ของ GIS โปรแกรมหร อซอฟต แวร (Software) Software หมายถ ง โปรแกรมท ใช ในการจ ดการระบบ และส งงานต างๆ เพ อให ระบบ ฮาร ดแวร ท างาน หร อเร ยกใช ข อม ล ท จ ดเก บในระบบฐานข อม ลมาท างานตามว ตถ ประสงค โดยท วไปช ดค าส งหร อโปรแกรมของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร จะประกอบด วย หน วยน าเข า ข อม ลหน วยเก บข อม ลและการจ ดการข อม ล หน วยว เคราะห หน วยแปลงข อม ล หน วยแสดงผล และหน วยตอบโต ก บผ ใช (User Interface) บ คลากร (Human Resource) บ คลากร จะประกอบด วยน กว เคราะห หร อสร างระบบ (Analyst) และผ ใช สารสนเทศ (User) โดยผ ใช ระบบหร อผ ช านาญการ GIS จะต องม ความช านาญในหน าท และได ร บการ 6 ฝ กฝนมาแล วเป นอย างด พร อมท จะท างานได เต มความสามารถ โดยท วไปผ ใช ระบบจะเป นผ เล อกระบบฮาร ดแวร และซอฟต แวร เพ อให ตรงตามว ตถ ประสงค และสนองตอบความต องการ ของหน วยงาน ส วนผ ใช สารสนเทศ (User) ค อ น กวางแผน หร อผ ม อ านาจต ดส นใจ (Decisionmaker) เพ อน าข อม ลมาใช ในการแก ไขป ญหาต างๆ ข นตอนการด าเน นงาน (Procedure) ในระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ความถ กต องของข อม ลเป นส งส าค ญท ส ด เพราะการว เคราะห และต ดส นใจจากข อม ลท ผ ดพลาดสามารถจะท าให เก ดผลเส ยอย างใหญ หลวง ท ง แรงงาน ความพยายาม และค าใช จ ายท กอย างท ลงท นไปจะกลายเป นความส ญเปล า ในการ สร างฐานข อม ลท ด จ งต องม ข นตอนการท างานท ละเอ ยดถ กต อง เพ อให เป นการประหย ด ฐานข อม ลควรได ร บการออกแบบโดยค าน งถ งเป าหมายให สามารถใช ร วมก นได ในก จกรรม หลากหลาย GIS เป นระบบสารสนเทศท รวบรวมข อม ลเช งพ นท (Spatial data) และข อม ลอธ บาย ต างๆ (Attribute data) ด งน น จ งม ประโยชน ในการว เคราะห และตอบค าถามเก ยวก บความ ส มพ นธ ด านพ นท ได หลายประการ ซ งสามารถแบ งออกได เป น 5 ประเภท ค อ 1. Location what is at? ม อะไรอย ท ไหน ค าถามแรกท GIS สามารถตอบได ค อ ม อะไรอย ท ไหน หากผ ถามร ต าแหน งท แน นอน เช น ทราบช อหม บ าน ต าบล หร ออ าเภอ แต ต องการร ว าท ต าแหน งน นๆ ม รายละเอ ยดข อม ล อะไรบ าง 2. Condition where is it? ส งท อยากทราบอย ท ไหน ค าถามน จะตรงก นข ามก บค าถามแรก และต องม การว เคราะห ข อม ล ยกต วอย าง เช น เราต องการทราบว าบร เวณใดม ด นท เหมาะสมต อการปล กพ ช โดยม เง อนไขว าต องอย ใกลแหล ง น า และไม อย ในเขตป าอน ร กษ เป นต น 3. Trends what has change since? ในช วงระยะเวลาท ผ านมาม อะไร เปล ยนแปลงบ างค าถามท สามเป นการว เคราะห การเปล ยนแปลงในช วงระยะเวลาใดเวลาหน ง ซ งค าถามน จะเก ยวข องก บค าถามท หน งและค าถามท สองว าต องการทราบการเปล ยนแปลงของ อะไร และส งท ได เปล ยนแปลงอย ท ไหน ม ขนาดเท าไร เป นต น 4. Patterns what spatial patterns exist? ความส มพ นธ ด านพ นท เป นอย างไร ค าถามน ค อนข างจะซ บซ อนกว าค าถามท 1-3 ต วอย างของค าถามน เช น เราอยาก ทราบว าป จจ ยอะไร เป นสาเหต ของการเก ดโรคท องร วงของคนท อาศ ยอย เช งเขา หร อเช อโรค มาจากแหล งใด การตอบค าถามด งกล าว จ าเป นต องแสดงท ต งของมลพ ษต างๆ ท อย ใกล เค ยง หร ออย เหน อล าธาร ซ งล กษณะการกระจาย และต าแหน งท ต งของสถานท ด งกล าว ท าให เรา ทราบถ งความส มพ นธ ของป ญหาด งกล าว เป นต น 7 5. Modeling What if? จะม อะไรเก ดข นหาก ค าถามน จะเก ยวข องก บการคาดการณ ว า จะม อะไรเก ดข นหากป จจ ยอ สระ (Independence factor) ซ งเป นต วก าหนดการเปล ยนแปลงไป ยกต วอย างเช น จะเก ดอะไรข น หากม การต ดถนนเข าไปในพ นท ป าสมบ รณ การตอบค าถามเหล าน บางคร งต องการข อม ลอ น เพ มเต ม หร อใช ว ธ การทางสถ ต ในการว เคราะห เป นต น ข อจ าก ดของระบบ GIS GIS เป นเพ ยงเคร องม อ (tool) ท ช วยในการว เคราะห ข อม ลเช งพ นท ท สามารถท าได อย างรวดเร ว และม ประส ทธ ภาพ แต อย างไรก ตาม GIS ไม สามารถท าอะไรได ท กอย าง เช น 1. GIS ไม สามารถปร บปร งค ณภาพของข อม ลด บ (Raw data) ให ม ความถ กต อง หร อ แม นย าข นได ยกต วอย างเช น การน าเข าข อม ลจากแผนท ด น มาตราส วน 1:100,000 ถ งแม ว า GIS จะสามารถพ มพ แผนท เป นมาตราส วน 1:50,000 ได แต ก ไม ได หมายความว า ข อม ลน นจะ ม ความแม นย ามากข น 2. GIS ไม สามารถระบ ความผ ดพลาดของข อม ลได ยกต วอย างเช น เจ าหน าท GIS ได น าเข าข อม ลช ดด น แต ได ก าหนดรห สของข อม ลผ ดไปจากรห สในแผนท ต นฉบ บ GIS ไม สามารถบอกได ว าพ นท ด งกล าวให รายละเอ ยดข อม ลผ ด 3. GIS ไม สามารถเปร ยบเท ยบค ณภาพข อม ลแต ละช นข อม ล หร อข อม ลท มาจากแต ละ แหล งว าข อม ลช ดใด หร อหน วยงานใดผล ตข อม ลท ม ค ณภาพมากน อยกว าก น 4. GIS ไม สามารถระบ ได ว าแบบจ าลองในการว เคราะห หร อเง อนไขต างๆ ท น กว เคราะห GIS หร อผ ม อ านาจต ดส นใจได เล อกไปน น ถ กต องหร อไม เพระ GIS เป นเพ ยง เคร องม อท น ามาใช ในการว เคราะห ข อม ลเท าน น 5. GIS ไม ทราบมาตรฐานหร อร ปแบบแผนท ท เป นสากล ยกต วอย างเช น ข อม ล GIS ช ดเด ยวก น แต ถ าให น กว เคราะห GIS จ านวน 2 ท าน มาจ ดท าแผนท จะได แผนท ไม เหม อนก น ความสวยงามแตกต างก น ข นอย ก บประสบการณ และความร ของผ ผล ตแผนท เป นหล ก 6. GIS ไม สามารถทดแทนความร ความสามารถ ของผ เช ยวชาญได ยกต วอย างเช น การว เคราะห หาพ นท ท เหมาะสมต อการใช ประโยชน ท ด น ย งม ความจ าเป นท จะต องม ผ เช ยวชาญเร องด นและการวางแผนการใช ท ด น เป นผ ก าหนดป จจ ยหร อเง อนไขต างๆ น ก ว เคราะห GIS ถ งแมว าจะม ประสบการณ ในการใช โปรแกรม หร อม ข อม ลเช งพ นท และข อม ลอธ บายครบถ วน ไม สามารถด าเน นการว เคราะห ให ได ผลเป นท ถ กต องตามหล กว ชาการได เพราะ ไม ได ม ความร ในเร องน นๆ 1.3 การท างานของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร (GIS Operation System) การท างานของระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ประกอบด วย 4 ข นตอนหล ก ๆ ค อ การว เคราะห ป ญหาหร อการก าหนดว ตถ ประสงค การก าหนดว ตถ ประสงค เป นข นตอนแรกและส าค ญท ส ดในการด าเน นงานท เก ยวก บระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ท งน น กว เคราะห GIS ต องทราบว ตถ ประสงค ท ช ดเจนก อน การด าเน นงานในข นตอนต างๆ ว าต องการแก ไขป ญหาอะไร ป ญหาด งกล าวสามารถตอบได โดย GIS หร อไม และผลท คาดว าจะได ร บจากการว เคราะห ค ออะไร และใครจะเป นผ น าผลการว เคราะห ไปใช ในข นตอนต อไป การจ ดเตร ยมฐานข อม ล 1) การน าเข าข อม ล (Data Input) สามารถแบ งออกได เป น 2 ประเภท ค อ การ น าเข าข อม ลเช งพ นท (Spatial Data) และข อม ลบรรยายหร อข อม ลท วไป การน าเข าข อม ลเช ง พ นท เป นการแปลงข อม ลเช งพ นท ให เป นข อม ลเช งต วเลข (Digital Data) ซ งสามารถน าเข าได หลายว ธ เช น Digitizing Table, ค ย บอร ด (Computer Keyboard) สแกนเนอร (Scanner) น า เข าข อม ลแผ นฟ ล ม (File Importation) และแปลงค าพ ก ดทางภ ม ศาสตร ท ได จากเคร อง Global Positioning System (GPS) ท งน โปรแกรม (Software) ท ใช ในการน
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks