การเน นเส ยงและระด บเส ยงในภาษาอ งกฤษ - PDF

Description
บทท บทท 5 5 การเน นเส ยงและระด บเส ยงในภาษาอ งกฤษ ล กษณะส าค ญของภาษาอ งกฤษค อ ภาษาอ งกฤษม การออกเส ยงเน นหน กเบาท เร ยกว า stress ซ งการเน นหน กเบาในค าน จะเป นป ญหาส าค ญอ นหน งส าหร บผ ท จะเป นคร สอน

Please download to get full document.

View again

of 18
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Advertisement

Publish on:

Views: 15 | Pages: 18

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
บทท บทท 5 5 การเน นเส ยงและระด บเส ยงในภาษาอ งกฤษ ล กษณะส าค ญของภาษาอ งกฤษค อ ภาษาอ งกฤษม การออกเส ยงเน นหน กเบาท เร ยกว า stress ซ งการเน นหน กเบาในค าน จะเป นป ญหาส าค ญอ นหน งส าหร บผ ท จะเป นคร สอน ภาษาอ งกฤษ เพราะถ าออกเส ยงเน นหน กผ ดพยางค ก อาจจะเก ดความเข าใจผ ดในค าหร อ ประโยคน นได ง าย ๆ ด งน น การลงเส ยงเน นหน กเบาให ถ กต องจ งเป นส งส าค ญอย างย งใน การส อความหมายในภาษาอ งกฤษ การเน นเส ยงในภาษาอ งกฤษ ระด บเส ยงเน นหน ก (Stress) ในภาษาอ งกฤษจะแบ งเป น 4 ระด บค อ 1. ระด บเส ยงเน นหน กท ส ด (Primary Stress) ใช เคร องหมาย (, ) หน าพยางค ท ลงเส ยงหน กท ส ดในค าน น ม ท ส งเกตค อ เส ยงด งท ส ดและเส ยง pitch ส งจะเก ดในค าเด ยว ท กคร ง เช น cálender 2. ระด บเส ยงรอง (Secondary Stress) ใช เคร องหมาย ( ^ ) เหน อพยางค ท ลง เส ยงรอง เช น êducátion พยางค แรกจะได secondary stress แต พยางค ท สามจะได primary stress 3. ระด บเส ยงเบาปานกลาง (Teritiary Stress) ใช เคร องหมาย ( ` ) เหน อพยางค ระด บเส ยงน จะเก ดร วมก บ primary stress ในค าเด ยว ๆ ท ม หลายพยางค เช น fóotbàll 4. ระด บเส ยงเบาท ส ด (Weak Stress) ใช เคร องหมาย ( ˇ ) เหน อพยางค หร อไม ใส เคร องหมายใด ๆ เลย โดยถ อว าพยางค ท ไม ม เคร องหมายก าก บค อ การไม ลงเส ยงหน ก (unstress) เช น ŕhythm (พยางค ท สองเป นเส ยงเบา) นอกจากน เส ยงเน นหน ก (stress) ย งแบ งออกเป น 2 ประเภท ค อ 1. เส ยงเน นหน กในค า (Word Stress) 2. เส ยงเน นหน กในประโยค (Sentence Stress) 1. เส ยงเน นหน กในค า (Word Stress) เส ยงเน นหน กในค า ค อ การเน นเส ยงหน กในพยางค หน งของค าโดยท ผ พ ดจะออก เส ยงพยางค น นด งกว าพยางค อ น ๆ ในค าเด ยวก น เช น páper, contínue เป นต น ค าใน ภาษาอ งกฤษท กค าจะม พยางค หน งเท าน นท ได ร บเส ยงหน กเสมอ ผ เร ยนจ งจ าเป นท จะต องเร ยนร ถ งการออกเส ยงเน นหน กในแต ละค าให ถ กต องเส ยก อน หล กเกณฑ ส าหร บการลงเส ยงเน นหน กในค า (Word Stress) และในพยางค (Syllabic Stress) ท พอจะสร ปได ม ด งน 1. การลงเส ยงเน นหน กในค าท ม 2 พยางค ข นไป ในค าสองพยางค ข นไปเส ยงเน นหน กส ดจะได แก primary stress เส ยงท รองลงมาจะเป น secondary stress ด งต วอย างต อไปน ค าท ม เส ยงเน นหน กส ดหร อ primary stress บนพยางค ต นของค า ได แก ค าสองพยางค ค าสามพยางค ค าส พยางค húsband póssible críticism ańswer télephone spécialist prógram ánimal sécretary órange ínnocent súbject béautiful ค าท ม เส ยงเน นหน กส ดหร อ primary stress บนพยางค ท สองของค า ค าสองพยางค ค าสามพยางค ค าส พยางค cashíer proféssor affírmative helló relátion philósopher prefér impórtant devélopment corréct eléven signíficant resígn phonetic 2. การลงเส ยงเน นหน กในค าประสม ค านามประสม a. ค านามประสมระหว างค านามก บค านามเวลาออกเส ยงจะเน นหน ก ท ส ดท ส วนแรกหร อค านามแรก เช น téapot drúgstore bús station fóotball hándbag bírthday cake eárthquake hóusewife lánguage laboratory แต ถ าค านามประสมท ประกอบด วยค านาม 3 ค า บางคร งจะ เน นหน กท ค าท สอง เช น waste-páper-basket ginger-béer-bottle หร ออาจจะม การเน นเส ยงลงบนค าท หน งท สองก ได เช น hót wáter-bottle b. ค านามประสมระหว างค าค ณศ พท ก บค านาม เวลาออกเส ยงจะ เน นหน กท ส ดท ค าแรกค อท ค าค ณศ พท เช น bláckbird hígh school hótdog díning room c. ค านามประสมระหว างค ากร ยาก บค านาม เวลาออกเส ยงจะ เน นหน กท ส ดท ค าแรก เช น wálking stick wríting pad líving room ค ากร ยาประสม a. ค ากร ยาประสมระหว างค าบ พบทก บค ากร ยา เวลาออกเส ยงจะ เน นหน กท ส ดท ค าหล ง เช น understánd overlóok overcóme undertáke b. ค ากร ยาประสมประเภทค ากร ยาสองค า (two-word-verbs) เวลา ออกเส ยงจะเน นหน กท ค าหล งค อท ค าว เศษณ หร อบ พบทน น call úp get ón watch óut take óff put ón pick úp give úp take óver look áfter c. ค ากร ยาประสมประเภทค ากร ยาสามค า (three-word-verbs) เวลา ออกเส ยงจะเน นหน กท ส วนประกอบส วนท สอง เช น run óut of get alóng with catch úp with take cáre of ค าค ณศ พท ประสม a. ค าค ณศ พท ประสมระหว างค าค ณศ พท ก บค าค ณศ พท เวลาออก เส ยงจะเน นเส ยงหน กท ค าค ณศ พท ค าแรก เช น cóld-blooded bád-tempered b. ค าค ณศ พท ประสมระหว างค านามก บค ณศ พท เวลาออกเส ยงจะ เน นเส ยงหน กท ค านาม péach-coloured ค าประเภทอ น ๆ a. ค าท ลงท ายด วย self หร อ selves (reflexive pronouns) เวลา ออกเส ยงจะลงเส ยงเน นหน กท ส วนหล งค อท self หร อ selves เช น mysélf himsélf yoursélf oursélves b. ค าท ลงท ายด วย teen จะลงเส ยงหน กท ส วนหล งค อค าว า teen แต ตรงก นข ามก บค าว า ty จะลงเส ยงหน กท ส วนหน า sixtéen síxty seventéen séventy eightéen eíghty c. ค าสองพยางค ท เป นได ท งค านามและค ากร ยา ถ าเป นค านามลง เส ยงเน นหน กท พยางค แรกของค า ถ าเป นค ากร ยาลงเส ยง เน นหน กท พยางค หล งของค า ค านาม ค ากร ยา ábstract abstráct cóntest contést récord recórd désert desért prógress progréss éxploit exploít cónduct condúct íncrease incréase cónflict conflíct dígest digést d. ค าท ลงท ายด วย suffix ต อไปน tion, -sion, -ic, -ian, -tor, -ious, -ity, -ify, -itive, -ish จะเน นหน กท พยางค หน า suffix น น -tion -sion informátion discússion invéntion occásion imaginátion comprehénsion -ic -ian públic librárian Pacífic comédian ecónomic histórian -tor -ious calculátor suspícious diréctor tédious radiátor superstítious -ty -ify nobílity clássify univérsity beáutify possibílity persónify -itive -ish pósitive estáblish sénsitive accómplish détective distínguish e. ค าท เต ม prefix หน าค า และเต ม suffix ท ายค า เวลาออกเส ยงจะ เน นเส ยงหน กท พยางค เด มของค าท ย งไม ได เต ม prefix หร อ suffix น น retúrn cléverness unimpórtant abándonment impóssible wónderful kíndness qúickly insíde wísdom f. ค าท ม ต งแต 3 พยางค ข นไป ถ าพยางค ท ายลงท ายด วย al, -ate, -ble, -lly, -lar, -ment, y เวลาออกเส ยงจะเน นหน กท พยางค ท สาม น บจากพยางค ท าย -al -ate oríginal appréciate práctical assóciate -ble -lly póssible áctually ต างก นได suítable náturally -lar -ment fórmular góvernment pópular mánagement -y photógraphy moméntary นอกจากน จะยกต วอย างท ลงเส ยงหน กต างก น ซ งจะท าให ม ความหมาย 1. green house = a house that is green greenhouse = a grass structure used for growing plants. 2. black bird = any bird that is black. blackbird = a particular kind of bird. 3. white house = a house that is white in color. White House = the residence of the President of the U.S. 4. cheapskates = people that are stingy. cheap skates = inexpensive skates. 5. longboat = a particular kind of boat. long boat = any boat that is long. 2. เส ยงเน นหน กในประโยคและจ งหวะ (Sentence Stress and Rhythm) การลงเส ยงเน นหน กในประโยคก เป นส งจ าเป นท ผ พ ดควรต องลงเส ยงเน นหน กให ถ กต อง เพราะจะม ความแตกต างก นไปค อ ในประโยคภาษาอ งกฤษอาจจะม การเน นเส ยง หน กในค าได หลายแห ง บางประโยคอาจม การเน นถ ง 3-4 แห ง ซ งข นอย ก บความยาวของ ประโยคและความหมายท ผ พ ดต องการให เข าใจ ส วนค าหร อพยางค ท ไม เน นอาจจะม การ ออกเส ยงเร วและรวบมากข น เส ยงเน นหน กในประโยคน ม กจะตกลงบนพยางค ท ลงเส ยง เน นหน กต วส ดท ายของประโยค แต เส ยงเน นหน กในประโยคก อาจจะเล อนจากค าหน งไป อ กค าหน งได ในประโยคน น และความหมายก จะเปล ยนไปด วยในเวลาท เส ยงเน นหน ก เปล ยนท ไป ด งน น จ งม ข อพ งระว งในการพ ดภาษาอ งกฤษให ถ กต องตามล กษณะภาษา ด งน 1. การลงเส ยงเน นหน กในประโยคต องลงให ถ กต อง ม กจะลงเส ยงหน กท ค า จ าพวก content words ซ งเป นค าประเภทท ม ความหมายในต วเอง ได แก พวกค า nouns, verbs, adjectives, demonstratives or Interrogative ส วนค าจ าพวก function words ซ ง เป นค าพวกไม ค อยม ความหมาย หร อม ความหมายน อยจะลงเส ยงเบา ได แก พวก articles, prepositions, pronouns, conjunctions, auxiliary verbs และ relative pronouns เช น He won it in the afternoon. She can swim. แต ถ าลงเส ยงหน กท ค าประเภท function words ในประโยคน น ก แสดงว า ผ พ ด ต องการให ผ ฟ งสนใจจ ดน น ๆ เช น Bob got the first prize. (not you or Jim) The teacher will give it to her. (not to him) 2. การออกเส ยงพยางค ท ไม ลงเส ยงเน นหน ก เราม กออกเส ยงเบาหร อบางคร ง ต ดเส ยงพย ญชนะหน าหร อหล งออกตามความน ยมของเจ าของภาษา ซ งอ นน จะเป นป ญหา ส าหร บคนไทยท จะให ความส าค ญของค าแต ละค าเท าก นหมด I don t like them. / ai don t laik m / ค าท โดยท วไปจะไม ลงเส ยงเน นได แก a, an, and, of, or, the และ to นอกจาก ค าพวกน ก ย งม ค าประเภท function words อ น ๆ อ ก get an egg / gεt әn εg / both of you / bouθ әv yu / 3. ในการพ ดประโยคยาว ๆ น น เราม กจะหย ดเล กน อยระหว างห วงความค ด (thought group) ก เพ อเหต ผลด งน 3.1 ช วยให ความหมายของส งท ผ พ ดต องการพ ดเด นช ดข น เช น When my husband comes home / I ll tell him the truth. 3.2 เพ อจะเน นข อความท เราต องการส อความหมายเป นพ เศษ 3.3 ถ าเป นประโยคยาว ๆ เราหย ดเพ อผ อนลมหายใจก อนพ ดต อไป เช น His parents / come from America/ to see their new grandson. 4. การออกเส ยงเช อมค าหร อพยางค (Linking) การออกเส ยงเช อมค าหร อพยางค อาศ ยความเข าใจในเร องการแบ งห วง ความค ดเป นส าค ญ จะม การทอดเส ยงส ดท ายของค าหน าให ต อเน องก บเส ยงแรกของค า ต อไป โดยเฉพาะเส ยงแรกของค าต อไปท เป นสระ เช น one or two bacon and eggs ระด บเส ยงส งต าในภาษาอ งกฤษ (Intonation) ส าหร บระด บเส ยงส งต าในประโยคน น เร ยกว า Intonation ในภาษาอ งกฤษจะไม ม การใช เส ยงส งต าในค าเหม อนภาษาไทย แต จะกล บปรากฏในระด บประโยค ระด บเส ยงส งต าในภาษาอ งกฤษ ม 3 ร ปแบบ ค อ 1. Rising-Falling Intonation ม ร ป /2 3 1/ ค อเร มด วยระด บ 2 และข นเส ยงไป ระด บ 3 แล วจ งลดมาระด บ 1 Rising-Falling Intonation จะใช ในประโยคประเภทต าง ๆ ต อไปน ประโยคบอกเล า (Simple Statement) ประโยคค าส ง (Command) ประโยคค าถามท ข นต นด วย WH question (Question Words) ประโยคอ ทาน แสดงอารมณ ผ พ ด 2. Rising Intonation ม ร ป /2 3 3/ ค อจะเร มด วยระด บ 2 และเล อนข นไประด บ 3 แล วย งคงใช เส ยงส งจนจบประโยค Rising Intonation ใช ในประโยคประเภทต าง ๆ ต อไปน ประโยคค าถามท ตอบด วย Yes, No ใช ก บประโยคค าถามเสร ม (Tag questions หร อ Attached questions) เม อผ ตอบ ต องการข อม ลจากค าตอบ ใช ค าถามส น ๆ เพ อแสดงว าเราสนใจในเร องท เขาก าล งพ ด ใช ก บประโยคท แนะน าต วคนอ นในการสนทนา รวมท งการท กทายผ ท ได ร บการแนะน า 3. Rising และ Rising-Falling Intonation ใช ในประโยคประเภทต าง ๆ ต อไปน ใช ก บค าท เราต องการให ผ ฟ งสนใจเป นพ เศษ ใช เม อกล าวถ งของประเภทเด ยวก นและเช อมด วย and ใช เม อเร ยกช อบ คคลท เราก าล งพ ดด วย ใช เม อต องการให ผ ฟ งเล อกอย างใดอย างหน ง นอกจากน ในประโยคท ยาวและประกอบด วย 2 clause เราจะม ว ธ ออกเส ยงท ต าง ไปด งน 1. ประโยคบอกเล าท ม ค าเช อม and, but, or จะม ระด บเส ยงเป น /232 : 231/ 2. ประโยคท เป นการท กทาย จะม ระด บเส ยงเป น 232 และวล ท 2 จะข นไป เป นระด บ 2 และเส ยงส งตอนท าย เช น แต อาจออกเส ยงตรงช อคนเป นระด บ 1 ก ได เช น ถ าช อคนข นก อน ก จะเป นระด บเส ยงอ กแบบ ด งน 3. ประโยคขอร อง จะม ระด บเส ยง /232/ เช น 4. ประโยคท เช อมด วยค าว า before, if, because, since, when จะม ระด บ เส ยงเป น /232 : 231/ การใช ระด บเส ยงส งต าผ ดจะเป นเหต ให เก ดความเข าใจผ ดในการส อ ความหมายได การเว นวรรคตอน (Pause or Juncture) Juncture ค อการหย ด
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks