ท เน นสมรรถนะทำงสำขำว ชำช พ กำรปร บกำรเร ยนเปล ยนว ธ กำรสอน - PDF

Description
1 ค ำนำ การศ กษาเป นห วใจสาค ญของการพ ฒนาประเทศและไดร บการคาดหว งใหทาหนาท ต าง ๆ ท เป นเป นรากฐานสาค ญในการพ ฒนาทร พยากรมน ษย เป นส วนช วยในการเพ มความเท าเท ยมในส งคม และเป นจ ดเร มตนของการสร างอาช พ

Please download to get full document.

View again

of 77
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Business

Publish on:

Views: 5 | Pages: 77

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
1 ค ำนำ การศ กษาเป นห วใจสาค ญของการพ ฒนาประเทศและไดร บการคาดหว งใหทาหนาท ต าง ๆ ท เป นเป นรากฐานสาค ญในการพ ฒนาทร พยากรมน ษย เป นส วนช วยในการเพ มความเท าเท ยมในส งคม และเป นจ ดเร มตนของการสร างอาช พ ซ งเป นต วข บเคล อนการเจร ญเต บโตทางเศรษฐก จและความ เจร ญร งเร องของประเทศ แต ในสภาวการณ ป จจ บ น ท วโลกกาล งเผช ญก บการเปล ยนแปลงทางส งคม ว ฒนธรรม การเม อง เศรษฐก จและเทคโนโลย อย างรวดเร ว ไม ว าจะเป นประเทศท พ ฒนาแลวหร อกาล ง พ ฒนา ส งผลใหว ถ ช ว ตของคนท แตกต างก นม ความแตกต างก นมากข น ผ คนจานวนมาก หลากหลายเช อชาต ยายขามประเทศ ขามภาษาและขามว ฒนธรรม มาอาศ ยอย รวมก นและทางานร วมก น ก อใหเก ดเป นส งคม พห ว ฒนธรรม โลกการทางาน ปร บเปล ยนจากการทางานท ใชบ คคลท ม องค ความร เด ยวก น ท กษะเด ยวก น และทางานในสายงานเด ยวก น จาเป นตองปร บต วใหท นต อการเปล ยนแปลง โดยตองจ ดการศ กษาใหท นก บ สถานการณ โลก ท เต มไปดวยความร และขอม ลท เพ มข น รวมท งตองวางแผนการผล ตและพ ฒนากาล งคน ของประเทศใหกาวท นต อกระแสอาช พในป จจ บ น และแนวโนมการเปล ยนแปลงท จะเก ดข นในอนาคต ในป พ.ศ ประเทศไทยกาวเขาส ประชาคมอาเซ ยน ซ งในกล มประเทศอาเซ ยน ม จ ดม งหมายสาค ญร วมก นในการยกระด บการแข งข นของภ ม ภาค การร วมแบ งป นทร พยากรทางการศ กษา ระหว างก น นาไปส การส งเสร มการพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมเป นตลาดและฐานการผล ตเด ยวก น (single market) เพ อรองร บการปร บต ว การเคล อนยายส นคา บร การ การลงท น และแรงงานเสร โดยเฉพาะ การพ ฒนามาตรฐานทางการศ กษาร วมก นของสถาบ นการศ กษาในภ ม ภาค และการร บรองระบบเท ยบหน วย ก ต ระหว างก น จะนาไปส การขยายโอกาสทางการศ กษาของบ คลากรในภ ม ภาคมากย งข น ประเทศไทยจ งม ความจาเป นท จะตองพ ฒนากาล งคนใหเป นมาตรฐานเท ยบก บอาเซ ยนหร อนานาชาต ตลอดจนเตร ยมความ พรอมประชากรว ยเร ยนใหม ท กษะเพ อการดารงช ว ตในศตวรรษท 21 ซ งหมายความว า เร ยนร เพ อใหไดว ชา แกนและแนวค ดสาค ญในศตวรรษท 21 ซ งตองใหไดท งสาระว ชา และไดท กษะ 3 ดาน ค อ ท กษะการเร ยนร และนว ตกรรม ท กษะดานสารสนเทศ ส อและเทคโนโลย และท กษะช ว ตและอาช พ เพ อความสาเร จท งดาน การทางานและการดาเน นช ว ต กระทรวงศ กษาธ การม หนาท หล กในการจ ดการศ กษาจะตองพ ฒนากาล งคนใหม ข ดความสามารถ และศ กยภาพในการแข งข นบนเวท โลกจ งไดม แผนการปฏ ร ปการศ กษาท งระบบ (พ.ศ ) ม แผนการผล ตและพ ฒนากาล งคน เพ อเพ มศ กยภาพการแข งข น ซ งสอดคลองก บนโยบายของชาต (พ.ศ. 2557) ท ใหความสาค ญในการพ ฒนาคนอย างย งย น และจากแนวโนมการปฏ ร ปการศ กษาในหลายประเทศ ไดใหความสาค ญอย างมากก บ ท กษะ (Skill) หร อความชานาญในการปฏ บ ต มากย งกว าเน อหา ตามตารา (Content) ซ งองค การย เนสโกไดแนะนาว า ผ เร ยนควรม ท กษะท ครอบคล ม 3 กล ม ไดแก ท กษะพ นฐาน 2 ค อ ท กษะท จาเป นต อการดารงช ว ต เช น อ านออก เข ยนได ค ดเลขเป น ท กษะเพ อทางาน ค อ ท กษะพ นฐาน ในการทางานของท กอาช พ ไดแก เทคโนโลย สารสนเทศ การค ดว เคราะห การค ดสรางสรรค การทางานเป น ท ม และการส อสาร และท กษะเฉพาะอาช พ ค อ ท กษะเบ องตนของอาช พท สนใจ ตามนโยบายสาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน ป งบประมาณ 2558 ไดกาหนด ย ทธศาสตร ในการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยนท กระด บท กประเภท นอกจากน ย งไดตระหน กถ งความสาค ญและ เตร ยมความพรอมดานว ชาช พใหผ เร ยนต งแต ระด บประถมศ กษาจนจบม ธยมศ กษาตอนปลาย เพ อให ผ เร ยนในแต ละระด บการศ กษามองเห นภาพงานอาช พต าง ๆ โดยม งเนนใหผ เร ยนร จ กตนเอง สารวจความ สนใจ ความถน ด และมองเห นเสนทางช ว ตในอนาคต เพ อวางแผนในการศ กษาต อ หร อเขาส ตลาดแรงงาน ไดอย างม ค ณภาพ และไดร วมม อก บหน วยงานท งภาคร ฐและเอกชน เพ อเตร ยมคนใหม ท กษะและศ กยภาพ สอดคลองก บความตองการของตลาดแรงงานดานท กษะฝ ม อ ดานร างกายและจ ตใจ ดานล กษณะน ส ยในการ ทางาน (ขย น อดทน กระต อร อรน ซ อส ตย และร บผ ดชอบ) ใหสามารถกาวส โลกแห งการทางาน หร อศ กษา ต อ สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน ไดร วมม อก บสาน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ดาเน นการจ ดการศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ (ปวช.) ในสถานศ กษา ส งก ดสาน กงานคณะกรรมการ การศ กษาข นพ นฐาน ด งน นเพ อใหการจ ดการศ กษาตามเจตนารมณ ด งกล าวบรรล ตามว ตถ ประสงค และดาเน นไปใน ท ศทางท กาหนด สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานไดจ ดทาเอกสาร แนวทางการจ ดท กษะการ เร ยนร ในศตวรรษท 21 ท เนนสมรรถนะสาขาว ชาช พ ตลอดจนส งเสร มการเร ยนว ชาช พดวยหล กส ตรการ อาช วศ กษาในสถานศ กษา 3 สำรบ ญ หนา บทนา 1 แนวทางการจ ดท กษะการเร ยนร ในศตวรรษท 21 ท เนนสมรรถนะทางสาขาว ชาช พ 4 โมด ล 1 การสารวจความตองการของถ นฐานในระด บทองถ น 13 โมด ล 2 การจ ดทาหน วยเร ยนร บ รณาการระด บช น (Learning Integration) 18 โมด ล 3 การจ ดก จกรรมการเร ยนร บ รณาการ 30 โมด ล 4 การจ ดก จกรรมความถน ดและความสนใจเฉพาะทาง 38 โมด ลท 5 การว ดผลและประเม นผลตามสภาพจร ง 45 โมด ล 6 การพ ฒนาสมรรถนะตามสาขาว ชาช พและจ ดทา Career Path 77 โมด ล ๗ การประย กต ใชเทคโนโลย ไปใชจ ดกระบวนการเร ยนร 81 4 แนวทำงกำรจ ดท กษะกำรเร ยนร ในศตวรรษท 21 ท เนนสมรรถนะทำงสำขำว ชำช พ กำรปร บกำรเร ยนเปล ยนว ธ กำรสอน Passive Learning เป นกระบวนการเร ยนร โดยการอ าน ฟ งบรรยาย โดยย ดเน อหา (Content Based) จากหน งส อและตารา เป นร ปแบบท คร ในประเทศไทยค นเคยและใชก นมาก คร จะพยายามบรรยาย บอกท กส งท กอย างในตาราหร อหน งส อ ใหน กเร ยนจดบ นท กแลวนาไปใชสอบว ดเก บเป นคะแนนความร โดย สร ปก ค อ ย ดคร เป นศ นย กลาง (Teacher-centered) ต อมาคร เร มนา Technology มาช วยในการน าเสนอ Content ใหน กเร ยนไดร บร ก ย งถ อว าเป นการย ดคร เป นศ นย กลางอย ในศตวรรษท 21 การจ ดกระบวนการเร ยนร จ งพยายามเปล ยนบทบาทคร จากผ บรรยายมาเป น คณะคร ร วมก นออกแบบก จกรรมในการจ ดกระบวนการเร ยนร (Pedagogy) ใหน กเร ยนใชเป นเคร องม อไป เร ยนร สรางองค ความร ดวยตนเอง คร เป นผ อานวยความสะดวก และเสนอแนะเคร องม อการเขาถ งองค ความร ผ านว ธ การต าง ๆ โดยเฉพาะผ าน Technology ใหเขาถ งความร ไดอย างรวดเร วและกวางขวาง นา ความร ท ไดมาแลกเปล ยนก บเพ อนในหองเร ยน เร ยกกระบวนการเร ยนร แบบน ว า Active Learning ท ย ด น กเร ยนเป นศ นย กลาง (Student-centered) 5 กระบวนกำรเร ยนร ในย คกำรผล ตแห งศตวรรษท 21 ศตวรรษท 21 เป นย คแห งการพ ฒนาต อยอดค ดคนผล ตภ ณฑ ข นใชอานวยความสะดวก ในการ พ ฒนาค ณภาพในการดารงช ว ต หากเหล อก ค ดกลย ทธ การโฆษณาและจ ดจาหน ายก บกล มท ม บร บทเหม อน หร อใกลเค ยงก น ม ฉะน นคน หร อกล มบ คคล ประชาชนในชาต จะกลายเป นผ ซ อและผ บร โภค เส ยด ล ทางเศรษฐก จ และท สาค ญค อถ กจ งทางความค ดทางสต ป ญญาเพราะค ดไม เป น ด งน นการจ ดกระบวนการ เร ยนร จ งตองเปล ยนจาก Passive Learning มาเป น Active Learning ตามกระบวนการของ Five Steps ประกอบดวย การสรางประเด นคาถามและคาดเดาคาตอบ (Learn to Question) การส บคนและรวบรวม ความร (Learn to Search) การสรางกระบวนการและข นตอนลงม อปฏ บ ต (learn to Construct) การสร ปผล การเร ยนร และน าเสนอ (Learn to Communicate) การเผยแพร และใชประโยชน ในส งคม (Learn to Service) การจ ดก จกรรมในกระบวนการเร ยนร ย ดหล กการเร ยนร จากส งใกลต วท น กเร ยนร จ กและ ค นเคยไดแก แหล งเร ยนร ท งดานกายภาพ ช วภาพ และว ถ ช มชน เป นสถานการณ กระต นใหเก ดคาถามอยาก ร พรอมคาดเดาคาตอบ โดยอาศ ยท กษะการส งเกต ตามกระบวนการว ทยาศาสตร (ว 8) ตาด ห ฟ ง จม กดม กล น ล นช มรส กายส มผ ส เก บขอม ลท ด ท ม รายละเอ ยดของขอม ลเป นเช งปร มาณ และเช งค ณภาพ ต อจากน น จ ดก จกรรมการส บคน อ าน รวบรวมความร ท ยอมร บเป นความร สากล เพ อนามาอภ ปรายสราง กระบวนการกล ม นาความร สากลมาสน บสน นคาตอบท คาดเดาก อนหนาว าเป นท ยอมร บถ กตองเช อถ อได หร อนาไปโตแยงคาตอบท คาดเดาไวก อนหนาใหตกลงไป ร บเอาความร ใหม มาย ดถ อแทน โดยอาศ ยท กษะ การพ ส จน เช งเหต ผล อธ บายปรากฏการท ส งเกตร บร มาแกป ญหา ตามกระบวนการทางคณ ตศาสตร (ค 6) ท งน ความร ท ไดจากส บคน อ าน รวบรวมความร มาใชสน บสน น หร อโตแยงการคาดเดาคาตอบน น น กเร ยน 6 ย งไดความร เพ มเต มอ นอ กมากมาย นาไปส คาถามท คางคาใจ หร อคาถามท สงส ยล กไปจากเด มท ม ผลต อการ พ ฒนาค ณภาพช ว ต เขาส กระบวนการว จ ย ศ กษาอย างล กซ งเฉพาะทางท เร ยกว า Project Based Learning เก ดแรงบ นดาใจค ดค น พ ฒนาผล ตภ ณฑ โดยอาศ ยท กษะ การออกแบบผล ตภ ณฑ ตามหล กการ ว ศวกรรมศาสตร ท ตองศ กษา คนควาทดลอง หร อว จ ยเช งค ณภาพตามความถน ดและสนใจเฉพาะดานของ บ คคล นาผล ตภ ณฑ หร อนว ตกรรมไปเผยแพร ใหกล มคนในส งคมใชเพ อพ ฒนาค ณภาพช ว ตต อไป ท งน กระบวนการเร ยนร ท กข นตอนจะม การประย กต นาเทคโนโลย ส อ สารสนเทศมาช วยการเขาถ งแหล งความร ไดอย างรวดเร วและกวางขวาง ท กษะแห งศตวรรษท 21 (21st Century Skills) ว จารณ พาน ช (2555: 16-21) ไดกล าวถ งท กษะเพ อการดารงช ว ตในศตวรรษท 21 ว าสาระ ว ชาม ความสาค ญ แต ไม เพ ยงพอสาหร บการเร ยนร เพ อม ช ว ตในโลกย คศตวรรษท 21 ป จจ บ นการเร ยนร สาระว ชา (content หร อ subject matter) ควรเป นการเร ยนจากการคนควาเองของน กเร ยน โดยคร ช วย แนะนา และช วยออกแบบก จกรรมท ช วยใหน กเร ยนแต ละคนสามารถประเม นความกาวหนาของการเร ยนร ของตนเองได สาระว ชาหล ก (Core Subjects) ประกอบดวย ภาษาแม และภาษาสาค ญของโลก ศ ลปะ คณ ตศาสตร การปกครองและหนาท พลเม อง เศรษฐศาสตร ว ทยาศาสตร ภ ม ศาสตร และประว ต ศาสตร โดยว ชาแกนหล กน จะนามาส การกาหนดเป นกรอบแนวค ดและย ทธศาสตร สาค ญต อการจ ดการเร ยน
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks