ความหมายความสาค ญของการเร ยนร น กจ ตว ทยาหลายท านให ความหมายของการเร ยนร ไว เช น - PDF

Description
ความหมาย ความส าค ญของการเร ยนร หล กการจ ดการเร ยนร ความหมายความสาค ญของการเร ยนร น กจ ตว ทยาหลายท านให ความหมายของการเร ยนร ไว เช น ค มเบ ล ( Kimble, 1964 ) การเร ยนร เป นการเปล ยนแปลงค อนข างถาวรในพฤต

Please download to get full document.

View again

of 20
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Psychology

Publish on:

Views: 8 | Pages: 20

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ความหมาย ความส าค ญของการเร ยนร หล กการจ ดการเร ยนร ความหมายความสาค ญของการเร ยนร น กจ ตว ทยาหลายท านให ความหมายของการเร ยนร ไว เช น ค มเบ ล ( Kimble, 1964 ) การเร ยนร เป นการเปล ยนแปลงค อนข างถาวรในพฤต กรรม อ นเป นผล มาจากการฝ กท ได ร บการเสร มแรง ฮ ลการ ด และ เบาเวอร (Hilgard & Bower, 1981) การเร ยนร เป นกระบวนการเปล ยนแปลง พฤต กรรม อ นเป นผลมาจากประสบการณ และการฝ ก ท งน ไม รวมถ งการเปล ยนแปลงของ พฤต กรรมท เก ดจากการตอบสนองตามส ญชาตญาณ ฤทธ ของยา หร อสารเคม หร อปฏ กร ยาสะท อน ตามธรรมชาต ของมน ษย คอนบาค ( Cronbach ) การเร ยนร เป นการแสดงให เห นถ งพฤต กรรมท ม การเปล ยนแปลง อ นเป น ผลเน องมาจากประสบการณ ท แต ละบ คคลประสบมา พจนาน กรมของเวบสเตอร (Webster 's Third New International Dictionary) การเร ยนร ค อ กระบวนการเพ มพ นและปร งแต งระบบความร ท กษะ น ส ย หร อการแสดงออกต างๆ อ นม ผลมาจาก ส งกระต นอ นทร ย โดยผ านประสบการณ การปฏ บ ต หร อการฝ กฝน ประด น นท อ ปรม ย (2540, ช ดว ชาพ นฐานการศ กษา(มน ษย ก บการเร ยนร ) : นนทบ ร, พ มพ คร งท 15, หน า 121) การเร ยนร ค อการเปล ยนแปลงของบ คคลอ นม ผลเน องมาจากการได ร บประสบการณ โดยการเปล ยนแปลงน นเป นเหต ทาให บ คคลเผช ญสถานการณ เด มแตกต างไปจากเด ม ประสบการณ ท ก อให เก ดการเปล ยนแปลงพฤต กรรมหมายถ งท งประสบการณ ทางตรงและ ประสบการณ ทางอ อม ประสบการณ ทางตรง ค อ ประสบการณ ท บ คคลได พบหร อส มผ สด วยตนเอง เช น เด กเล กๆ ท ย งไม เคยร จ กหร อเร ยนร คาว า ร อน เวลาท คลานเข าไปใกล กาน าร อน แล วผ ใหญ บอกว าร อน และห าม คลานเข าไปหา เด กย อมไม เข าใจและคงคลานเข าไปหาอย อ ก จนกว าจะได ใช ม อหร ออว ยวะส วนใด ส วนหน งของร างกายไปส มผ สกาน าร อน จ งจะร ว ากาน าท ว าร อนน นเป นอย างไร ต อไป เม อเขาเห น กาน าอ กแล วผ ใหญ บอกว ากาน าน นร อนเขาจะไม คลานเข าไปจ บกาน าน น เพราะเก ดการเร ยนร คาว า ร อนท ผ ใหญ บอกแล ว เช นน กล าวได ว า ประสบการณ ตรงม ผลทาให เก ดการเร ยนร เพราะม การ เปล ยนแปลงท ทาให เผช ญก บสถานการณ เด มแตกต างไปจากเด ม ในการม ประสบการณ ตรง บางอย างอาจทาให บ คคลม การเปล ยนแปลงพฤต กรรม แต ไม ถ อว าเป นการเร ยนร ได แก 1. พฤต กรรมท เปล ยนแปลงเน องจากฤทธ ยา หร อส งเสพต ดบางอย าง 2. พฤต กรรมท เปล ยนแปลงเน องจากความเจ บป วยทางกายหร อทางใจ 3. พฤต กรรมท เปล ยนแปลงเน องจากความเหน อยล าของร างกาย 4. พฤต กรรมท เก ดจากปฏ ก ร ยาสะท อนต างๆ ประสบการณ ทางอ อม ค อ ประสบการณ ท ผ เร ยนม ได พบหร อส มผ สด วยตนเองโดยตรง แต อาจได ร บ ประสบการณ ทางอ อมจาก การอบรมส งสอนหร อการบอกเล า การอ านหน งส อต างๆ และการร บร จาก ส อมวลชนต างๆ จ ดม งหมายของการเร ยนร พฤต กรรมการเร ยนร ตามจ ดม งหมายของน กการศ กษาซ งกาหนดโดย บล ม และคณะ (Bloom and Others ) ม งพ ฒนาผ เร ยนใน 3 ด าน ด งน 1. ด านพ ทธ พ ส ย (Cognitive Domain) ค อ ผลของการเร ยนร ท เป นความสามารถทางสมอง ครอบคล ม พฤต กรรมประเภท ความจา ความเข าใจ การนาไปใช การว เคราะห การส งเคราะห และประเม นผล 2. ด านเจตพ ส ย (Affective Domain ) ค อ ผลของการเร ยนร ท เปล ยนแปลงด านความร ส ก ครอบคล ม พฤต กรรมประเภท ความร ส ก ความสนใจ ท ศนคต การประเม นค าและค าน ยม 3. ด านท กษะพ ส ย (Psychomotor Domain) ค อ ผลของการเร ยนร ท เป นความสามารถด านการปฏ บ ต ครอบคล มพฤต กรรมประเภท การเคล อนไหว การกระทา การปฏ บ ต งาน การม ท กษะและความ ชานาญ องค ประกอบส าค ญของการเร ยนร ดอลลาร ด และม ลเลอร (Dallard and Miller) เสนอว าการเร ยนร ม องค ประกอบสาค ญ 4 ประการ ค อ 1. แรงข บ (Drive) เป นความต องการท เก ดข นภายในต วบ คคล เป นความพร อมท จะเร ยนร ของบ คคลท ง สมอง ระบบประสาทส มผ สและกล ามเน อ แรงข บและความพร อมเหล าน จะก อให เก ดปฏ ก ร ยา หร อ พฤต กรรมท จะช กนาไปส การเร ยนร ต อไป 2. ส งเร า (Stimulus) เป นส งแวดล อมท เก ดข นในสถานการณ ต างๆ ซ งเป นต วการท ทาให บ คคลม ปฏ ก ร ยา หร อพฤต กรรมตอบสนองออกมา ในสภาพการเร ยนการสอน ส งเร าจะหมายถ งคร ก จกรรมการสอน และอ ปกรณ การสอนต างๆ ท คร นามาใช 3. การตอบสนอง (Response) เป นปฏ ก ร ยา หร อพฤต กรรมต างๆ ท แสดงออกมาเม อบ คคลได ร บการ กระต นจากส งเร า ท งส วนท ส งเกตเห นได และส วนท ไม สามารถส งเกตเห นได เช น การเคล อนไหว ท าทาง คาพ ด การค ด การร บร ความสนใจ และความร ส ก เป นต น 4. การเสร มแรง (Reinforcement) เป นการให ส งท ม อ ทธ พลต อบ คคลอ นม ผลในการเพ มพล งให เก ด การเช อมโยง ระหว างส งเร าก บการตอบสนองเพ มข น การเสร มแรงม ท งทางบวกและทางลบ ซ งม ผลต อการเร ยนร ของบ คคลเป นอ นมาก การเร ยนร (Learning)ความหมายของการเร ยนร การเร ยนร (Learning) ค อ กระบวนการของประสบการณ ท ทาให เก ดการเปล ยนแปลงพฤต กรรมอย างค อนข างถาวร ซ งการเปล ยนแปลงพฤต กรรมน ไม ได มาจากภาวะ ช วคราว ว ฒ ภาวะ หร อส ญชาตญาณ(Klein 1991:2) ความหมายของการเร ยนร การเร ยนร เป นการ เปล ยนแปลงพฤต กรรมท ค อนข างถาวร โดยเป นผลจากการฝ กฝนเม อได ร บการเสร มแรง ม ใช เป นผลจากการ ตอบสนองตามธรรมชาต ท เร ยกว า ปฏ ก ร ยาสะท อน (Kimble and Garmezy) การเร ยนร เป นกระบวนการท ทาให พฤต กรรมเปล ยนแปลงไปจากเด ม อ นเป นผลจากการฝ กฝนและประสบการณ แต ม ใช ผลจากการ ตอบสนองท เก ดข นตามธรรมชาต (Hilgard and Bower) การเร ยนร เป นการแสดงให เห นถ งพฤต กรรมท ม การเปล ยนแปลง อ นเป นผลเน องมาจากประสบการณ ท แต ละคนได ประสบมา (Cronbach) การเร ยนร เป น กระบวนการท บ คคลได พยายามปร บพฤต กรรมของตน เพ อเข าก บสภาพแวดล อมตามสถานการณ ต าง ๆ จน สามารถบรรล ถ งเป าหมายตามท แต ละบ คคลได ต งไว (Pressey, Robinson and Horrock, 1959)ความหมาย ของการเร ยนร (Mednick, 1959) 1. การเร ยนร ทาให เก ดการเปล ยนแปลงพฤต กรรม2. การเร ยนร เป นผลจาก การฝ กฝน3. การเร ยนร เป นการเปล ยนแปลงพฤต กรรมท ค อนข างถาวรจนเป นน ส ย ม ใช การเปล ยนแปลง พฤต กรรมซ อตรง4. การเร ยนร ไม อาจส งเกตได โดยตรง แต ทราบจากการกระทาท เป นผลจากการเร ยนร เพราะฉะน นเราสามารถสร ปได ว า การเร ยนร หมายถ ง กระบวนการเปล ยนแปลงพฤต กรรมจากเด มไปส พฤต กรรมใหม ท ค อนข างถาวร และพฤต กรรมใหม น เป นผลมาจากประสบการณ หร อการฝ กฝน ม ใช เป นผล จากการตอบสนองตามธรรมชาต หร อส ญชาตญาณ หร อว ฒ ภาวะ หร อพ ษยาต าง ๆ หร ออ บ ต เหต หร อความ บ งเอ ญ พฤต กรรมท เปล ยนไปจะต องเปล ยนไปอย างค อนข างถาวร จ งจะถ อว าเก ดการเร ยนร ข น หากเป นการ เปล ยนแปลงช วคราวก ย งไม ถ อว าเป นการเร ยนร เม อบ คคลเก ดการเร ยนร จะเก ดการเปล ยนแปลงด งน (Bloom, 1959) 1. การเปล ยนแปลงทางด านความร ความเข าใจ และความค ด (Cognitive Domain) หมายถ ง การเร ยนร เก ยวก บเน อหาสาระใหม ก จะทาให ผ เร ยนเก ดความร ความเข าใจส งแวดล อมต าง ๆ ได มากข น เป น การเปล ยนแปลงท เก ดข นในสมอง2. การเปล ยนแปลงทางด านอารมณ ความร ส ก ท ศนคต ค าน ยม (Affective Domain) หมายถ ง เม อบ คคลได เร ยนร ส งใหม ก ทาให ผ เร ยนเก ดความร ส กทางด านจ ตใจ ความเช อ ความ สนใจ3. ความเปล ยนแปลงทางด านความชานาญ (Psychomotor Domain) หมายถ ง การท บ คคลได เก ดการ เร ยนร ท งในด านความค ด ความเข าใจ และเก ดความร ส กน กค ด ค าน ยม ความสมใจด วยแล ว ได นาเอาส งท ได เร ยนร ไปปฏ บ ต จ งทาให เก ดความชานาญมากข น เช น การใช ม อ เป นต น ธรรมชาต ของการเร ยนร เป น กระบวนการชน ดหน ง ประกอบด วย (Cronbach, 1959) 1. จ ดม งหมายของผ เร ยน (Goal) หมายถ งส งท ผ เร ยน ต องการหร อส งท ผ เร ยนม งหว ง การเร ยนอย างไม ม จ ดม งหมาย ค อไม ทราบว าจะเร ยนไปทาไม ย อมจะไม บ งเก ดผลด ข นได คร ควรช ให ผ เร ยนเข าใจถ งจ ดม งหมายในการเร ยนว ชาต าง ๆ ว าค ออะไร เพ ออะไร2. ความ พร อม (Readiness) เป นล กษณะเฉพาะต วของน กเร ยนหร อผ เร ยนแต ละคนหมายรวมถ งว ฒ ภาวะของผ เร ยน ด วย คนท ม ความพร อมจะเร ยนได ด กว าท ง ๆ ท อย ในสถานการณ เด ยวก น จ งควรสร างแรงจ งใจให เก ดข นก บ น กเร ยนเพ อให เขาพร อมท จะเร ยนได 3. สถานการณ (Situation) หมายถ ง ส งแวดล อมหร อส งเร าต าง ๆ ท มา กระทาต อผ เร ยน เช น การเร ยนการสอน สถานการณ ต าง ๆ ฯลฯ คนหร อส ตว จะเร ยนร ได ด เม อได เข าไปม ประสบการณ ในสถานการณ ต าง ๆ อย างแท จร ง 4. การแปลความหมาย (Interpretation) เป นการศ กษาหา ล ทางในสถานการณ ท กาล งเผช ญอย เพ อเข าไปส จ ดม งหมาย หร อการวางแผนการกระทาเพ อให บรรล จ ดม งหมาย โดยพ จารณานาส งแวดล อมหร อสถานการณ มาใช ให เป นประโยชน การจะบรรล จ ดม งหมายน น อาจม หลายว ธ และอาจจะม ว ธ หน งท ด ท ส ด การท คนจะเล อกว ธ ใดน นข นอย ก บความสามารถในการแปล ความหมายเป นสาค ญ5. ลงม อกระทา (Action) เม อแปลสถานการณ แล ว ผ เร ยนจะลงม อตอบสนอง สถานการณ หร อส งเร าในท นท การกระทาน นผ เร ยนย อมจะคาดหว งว าจะเป นว ธ ท ด ท ส ดท จะทาให เขาบรรล จ ดม งหมายท ต งไว 6. ผลท ตามมา (Consequence) หล งจากตอบสนองส งเร าหร อสถานการณ แล ว ผลท ตามมา ค อ อาจจะประสบผลสาเร จตามจ ดม งหมาย จะเก ดความพอใจ (Confirm) ถ าไม ประสบผลสาเร จย อมไม พอใจ ผ ดหว ง (Contradict) ถ าประสบผลสาเร จก จะเป นแรงจ งใจให ทาก จกรรมอย างเด มอ ก ถ าไม บรรล จ ดม งหมายอาจหมดกาล งใจ ท อแท ท จะตอบสนองหร อทาพฤต กรรมต อไป7. ปฏ ก ร ยาต อความผ ดหว ง (Contradict) ซ งจะกระทาใน 2 ล กษณะค อ ปร บปร งการกระทาของตนใหม เพ อให บรรล จ ดม งหมาย โดย ย อนไปพ จารณาหร อแปลสถานการณ หร อส งเร าใหม แล วหาว ธ กระทาพฤต กรรมท เหมาะสมเพ อให บรรล จ ดม งหมายปลายทางให ได อ กประการหน ง อาจเล กไม ทาก จกรรมน นอ ก หร ออาจจะกระทาซ า ๆ อย างเด ม โดยไม เก ดผลอะไรเลยก ได ทฤษฎ การเร ยนร (Theoryleaning)การเร ยนร การเปล ยนแปลงพฤต กรรมเด มเป น พฤต กรรมใหม
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks