เทคน คการเป นว ทยากรและการสร างส อประกอบ - PDF

Description
79 หน วยท 5 เทคน คการเป นว ทยากรและการสร างส อประกอบ ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน 80 หน วย ท 5 เทคน คการเป นว ทยากร และการสร างส อประกอบ เวลา 2 ช วโมง กรอบแนวค ด การเป นว ทยากรท ด และม ประส ทธ ภาพน น จะต องเป

Please download to get full document.

View again

of 15
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Speeches

Publish on:

Views: 16 | Pages: 15

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
79 หน วยท 5 เทคน คการเป นว ทยากรและการสร างส อประกอบ ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน 80 หน วย ท 5 เทคน คการเป นว ทยากร และการสร างส อประกอบ เวลา 2 ช วโมง กรอบแนวค ด การเป นว ทยากรท ด และม ประส ทธ ภาพน น จะต องเป นผ ม ความร ความสามารถ ท กษะ เทคน ค ต างๆ ในหลายๆด าน เช น การพ ด การส อสาร การจ ดก จกรรม ฯลฯ ตลอดจนเป นผ ม ค ณล กษณะท จ าเป น อ กมากมาย การสร างส อประกอบเป นป จจ ยส งเสร มให การน าเสนอของว ทยากรประสบผลส าเร จ ซ ง ส วนมากจะน ยมการน าเสนอด วยส อ power point ประกอบ จ ดประสงค ท วไป 1. เพ อให ม ความร ความเข าใจ เก ยวก บเทคน คการเป นว ทยากร 2. เพ อให ม ความร ความเข าใจเทคน คการสร างส อประกอบการบรรยายด วยโปรแกรม Power point จ ดประสงค เช งพฤต กรรม 1. สร างส อประกอบการบรรยาย หน วยท 1, 2, 3, 4 ด วยโปรแกรม power point ได 2. บรรยายให ความร หน วยท 1, 2, 3, 4 ได 81 เน อหา/ใบความร ท ความหมายและเทคน คการเป นว ทยากร ความหมาย ว ทยากร ค อ ผ ท ท าหน าท เป นต วการส าค ญท จะท าให ผ เข าร บการอบรม เก ดความร ความเข าใจ ท ศนคต ท ด เก ยวก บเร องท อบรม จนกระท งผ เข าร บการอบรมเก ดการเร ยนร และ สามารถจ ดประกายความค ด เก ดการเปล ยนแปลงท ศนคต หร อพฤต กรรมไปตามว ตถ ประสงค ของเร องท อบรม ว ทยากรท ด และม ประส ทธ ภาพ ม ล กษณะ ด งน 1. ค ณสมบ ต ท วไป ว ทยากรจะต องม ค ณสมบ ต ท วๆไป หลายประการ ด งน 1.1 ม นใจในตนเอง เตร ยมพร อม ซ อมด ม ส อและว ธ การท เหมาะสม 1.2 เป นคนช างส งเกต คอยส งเกตพฤต กรรมทางกาย วาจา ตลอดจนกระบวนการกล ม ของผ เข าร บการอบรม 1.3 ม ความค ดร เร ม สร างสรรค 1.4 แก ป ญหาเฉพาะหน าเก ง การส อสาร 1.5 ม การวางแผนท ด ท งเน อหาและล าด บข นตอนการน าเสนอ รวมท งส อและเคร องม อ 1.6 ม มน ษย ส มพ นธ ท ด และประสานงานเก ง 1.7 ม บ คล กภาพท ด 1.8 ม ความเป นก ลยาณม ตร ย มแย ม แจ มใส เป นก นเอง คอยช วยเหล อด วยความม น าใจ ม ความเมตตา ยอมร บในความแตกต างระหว างบ คคลและม ความเห นใจผ เข าร บการอบรม เป นน กประชาธ ปไตย ม ความย ดหย น ร บฟ งความค ดเห นของผ อ น ไม สร ปต ดบท ง ายๆเม อม ผ เสนอความค ดเห นแตกต างออกไป 1.10 ม ความจร งใจในการถ ายทอดความร 1.11 ปฏ บ ต ตนต อผ เข าร บการอบรมอย างเสมอภาค ท ดเท ยม วางตนเหมาะสมก บท กคน 1.12 ม แบบฉบ บ ล ลาท เป นของตนเอง ยอมร บจ ดเด นและจ ดด อยของตน ม ความภ ม ใจ และเข าใจในบ คล กภาพของตนเองและใช ให เก ดประโยชน ต อการเป นว ทยากร 2. ความร ว ทยากรจะต องม ความร เก ยวก บ 2.1 ว ชาช พของการเป นว ทยากร (Professional Knowledge) เช น ความร ในเร องเทคน ค การฝ กอบรม ความร ในเร องท บรรยาย ความร ในการใช เคร องม อ อ ปกรณ และส อการฝ กอบรม ความร ใน เร องการจ งใจ 2.2 ความร พ นฐานในการเป นว ทยากร (Basic Knowledge) เช น ความร ในเร องจ ตว ทยา การเร ยนร ผ ใหญ ความร ในเร องการประเม นผล ความร เก ยวก บต วผ เข าร บการอบรม ด งน 3. การถ ายทอด การถ ายทอดเป นท กษะท ส าค ญของการเป นว ทยากร ว ทยากรควรม ท กษะ 3.1 ม เทคน คต างๆ เช น การบรรยาย กาน าอภ ปราย การส มมนา กรณ ศ กษา การจ ด ก จกรรม ฯลฯ เพ อท าให เก ดความร ได สาระ 3.2 พ ดเป น ค อ พ ดแล วท าให ผ ฟ งเข าใจตามท พ ดได อย างรวดเร ว สามารถพ ดเร องยาก ซ บซ อนให เข าใจได ง าย มากกว าถ อยค า 3.3 ฟ งเป น ค อ ต งใจฟ ง ฟ งให ตลอด ขณะท ฟ งต องควบค มอารมณ เอาความหมาย 3.4 น าเสนอเป นประเด นและสร ปประเด นให ช ดเจน 3.5 ม อารมณ ข น สร างบรรยากาศในการอบรมได อย างเหมาะสม สามารถเช อมโยงทฤษฎ เข าก บการปฏ บ ต มองเห นเป นร ปธรรมช ดเจน 3.7 ใช ภาษาพ ได ด ใช ภาษาง ายๆ ร จ กเล อกภาษาให ตรงก บเน อหาและตรงก บความ ต องการและพ นฐานความร ของผ ฟ ง 4. ม หล กจ ตว ทยาในการสอนผ ใหญ ด งน นว ทยากรจะต องร จ กจ ตว ทยาในการสอนผ ใหญ ด งน การเป นว ทยากรส วนมากแล วผ ฟ งม กจะเป นผ ใหญ 4.1 ความสนใจในการร บฟ งจะเก ดข นจากการร บร ถ งเร องท ว ทยากรจะพ ดหร อบรรยาย 4.2 ม งประโยชน ในการร บฟ งเป นส าค ญ 4.3 จะต งใจแลเร ยนร ได ด ถ าว ทยาการแยกเร องท สอนอกเป นประเด น/ข นตอน 4.4 จะเร ยนร ได ด ถ าได ฝ กปฏ บ ต ไปพร อมก บการร บฟ ง 4.5 จะเร ยนร ได ด ย งข นถ าฝ กแล วได ทราบผลของการปฏ บ ต อย างรวดเร ว 4.6 จะเร ยนร ได ด ถ าม การฝ กห ดอย เสมอ 4.7 จะเร ยนร ได ด เม อเป ดโอกาสให ใช เวลาในการท าความเข าใจ อย าเร งร ด เพราะแต ละ คนม ความสามารถในการเร ยนร ต างก น 5. ม จรรยาบรรณของว ทยากร การเป นว ทยากรท ด น นจะต องม จรรยาบรรณ ด งน 5.1 ต องม ความร จร งในเร องท บรรยาย 5.2 ม งประโยชน ของผ ฟ งเป นส าค ญ 5.3 ไม ควรฉวยโอกาสในการเป นว ทยากรแสวงหาผลประโยชน ส วนต ว 5.4 ควรม ก จกรรมมากกว าการบรรยายและสอดคล องก บเน อหา 5.5 ต องตรงเวลา 5.6 ม การเตร ยมต วท ด พร อมในการบรรยาย อย าพ ดให งง ม ส อช วยในการเร ยนร 5.8 ต องค าน งอย ตลอดเวลาว าว ทยากรม หน าท ให ความร อย าไปอวดร แก ผ ฟ ง ไม ใช น กแสดง 5.9 ต องบรรยายให ผ ฟ งต ดใจในการเร ยนร ไม ใช ต ดใจในล ลาการแสดงเพราะว ทยากร เทคน คการเป นว ทยากรท ด การเป นว ทยากรน นใครๆก เป นได แต ถ าหากจะเป นว ทยากรท ด และประสบผลส าเร จน น นอกจากจะต องม ค ณล กษณะท วไป ความร การถ ายทอด จ ตว ทยาในการสอนผ ใหญ และจรรยาบรรณแล ว จะต องม การเอาใจใส ในเร องเล กๆน อยๆ แต ส าค ญ ด งน 1. การแต งกาย ต องแต งกายให ถ กกาลเทศะ สะอาด หนวดเคราโกนให เร ยบร อย รองเท าต องเล อกค ท สวมใส สายท ส ด เหมาะก บการเคล อนไหวและเด น 2. เทคน คการก าวข นเวท การก าวข นเวท ม ส วนสร างความเช อถ อ/ไม เช อถ อแฝงอย ท ก ย างก าว ควรเด นข นเวท ด วยความกระฉ บกระเฉง วางท าเด นให สง า อย าเด นหล งงอ เง องหงอยเด ดขาด อย า เด นแหงนหน ามองเพดาน อย าเด นก มหน ามองแต พ นไม ต องหย ดท าความเคารพผ ใด เม อถ งบร เวณท เราจะ บรรยายแล ว จ งแสดงความเคารพประธาน พ ธ กร และผ ฟ ง ซ งเป นการท กทายตามประเพณ 3. เทคน คการท กทาย การท กทายเป นบทเร มต นของการท าความร จ กก น การสร าง ความค นเคยระหว างว ทยากรก บผ ฟ งน นควรเร มท ค าพ ดถ งการแสดงความย นด ท ได ม โอกาสมาพบประหร อ เป นว ทยากร rพ ดให กระช บ ช ดเจน เน นเป าหมาย ชวนให ต ดตาม ใช ค างดงาม ถ อยความม ดใจม เสน ห และความจร งใจของว ทยากรเปร ยบเสม อนของขว ญล าค าผ ฟ ง ไม ควรออกต วว า ไม ใช น กพ ด ไม ม เวลา เตร ยมต ว ไม ค อยแน ใจในเร องท จะบรรยาย ไม ม ความร ความสามารถ 4. เทคน คการใช ไมโครโฟน ก อนพ ดพ จารณาด เส ยก อนว า ไมโครโฟนเป ดไว หร อย ง ถ าไม แน ใจว าไมโครโฟนข ดข องหร อไม ให ใช เล บข ดเบาๆว าม เส ยงหร อไม อย าใช น วเคาะ การย นย นให ห างพอสมควร ไมโครโฟนควรห างจากปาก 4-6 น ว ปร บระด บไมโครโฟนให พอด ส าหร บท จะพ ดให ตรง ก บระด บคางของผ พ ด อย าก มลงไปพ ดก บไมโครโฟนหร อพยายามเช ดหน าพ ดก บไมโครโฟน ไม ต องพ ด เส ยงด งกว าปกต เพราะไมโครโฟนและเคร องขยายเส ยงอย แล ว 85 ช วยในการเน นค าพ ดได แก 5. ก ร ยา ท าทาง ประกอบการพ ด ซ งผ พ ดหร อว ทยากรจะต องปฏ บ ต ให คล องแคล ว จะ - การวางท า เท าห างก น 6-12 น ว และวางน าหน กไว ตรงอ งเท า อย าน งหร อย นแข งท อ หร อท าทางเหม อนคนข ยา ท าช งหาหล ก - การเคล อนไหว เป นการเปล ยนความจ าเจ การเด นไปข างซ ายบ าง ขวาบ าง หน าบ าง หล งบ างแต พอควร ช วยให คนฟ งหายง วงนอนได แต ต องเป นไปตามธรรมชาต และน มนวล - การแสดงท าทาง เป นการเน นหร อช วยเพ มความกระจ างโดยเฉพาะในระยะทาง ขนาด ร ปร า และท ศทาง ส วนมากเป นการใช ม อและใช แขน โดยปกต จะยกม อแสดงในระด บอกหร อส งกว าน น ไม ควรแสดงโดยใช ม อต ากว าสะด อ 6. เทคน คการสร างความประท บใจ การสร างความประท บใจของว ทยากร ค อ ค าพ ด และเทคน คในการสร างความประท บใจม อย 2 ประการ ค อ -การเตร ยมการ ต องเตร ยมถ อยค าส าหร บการบรรยาย จ ดล าด บเน อหาท จะบรรยาย จ ดเตร ยมอ ปกรณ การบรรยายให พร อม และเตร ยมต วเอง -การสร างบรรยากาศในการพ ด เป นส งส าค ญ เพราะผ ฟ งม กให ความสนใจต ดตามฟ งการ พ ดในช วง นาท แรก ต อจากน นถ าผ พ ดไม ม ส งด งด ดใจผ ฟ งจะละท งการฟ งหร อหมดสมาธ ด งน นผ พ ดต องร จ กว เคราะห พฤต กรรมของผ ฟ งในขณะท พ ด ถ าม อาการต งเคร ยด ถอนหายใจ เบ อหน าย หล บ สนใจส งอ นมากกว า ให จ ดประกายความสนใจของผ ฟ งเช น การถามป ญหาอย างเป นก ดเอง การด ดแปลง เร องราวหร อเหต การณ ให สอดคล องก บเร องท พ ด การเน นเส ยงใช พล งปล กผ ฟ ง จะช วยกระต นความสนใจ ของผ ฟ งได สร ปเทคน คการเป นว ทยากรท ด น น ต องเตร ยมให พร อม ซ อมให ด ท าท ม สง า ก ร ยาต อง ส ข ม ท กท ประช มอย าวกวน เร มต นให โน มน าว เร องราวให กระช บ ตาจ บท ผ ฟ ง เส ยงด งให พอด อย าม เอ ออ า ด เวลาให พอครบ สร ปจบให จ บใจ ไวในปฏ ภาณ ขานร บอารมณ ข น ยาว-ส นให ถ กกาล การสร างส อประกอบ การสร างส อประกอบค าบรรยายส วนมากน ยม ค อ โปรแกรม power point ประกอบ เพราะด วย ความเป นโปรแกรมท ค นเคยและใช บ อยใน Microsoft office หล กการออกแบบ ถ งแม ว าโปรแกรม power point จะเป นท ค นเคยก ตาม แต บางคร งภาพ การน าเสนอท ออกมาก ด ไม สวยงาม ด งน น ควรม หล กการออกแบบด งน ความเร ยบง าย เน นให งานน าเสนอด โปร งตา ไม ใส รายละเอ ยดมากจนเก ดไป ใช เทคน ค KISS (Keep It Shot and Simple) หร อ ส นและเร ยบง าย จะด งด ดความสนใจของผ ฟ งได ด กว า ความคงต ว อย าใส ไฟล ท ม ขนาดใหญ จนเก นไป การโหลดหร อเร ยกไฟล ท ม ขนาดใหญ อาจจะก อให เก ดป ญหาหลายประการ เช นเป ดไม ออกหร อล มเหลวในการน าเสนอไปเลย และควรระว งใน การแทรกภาพท มากจนเก นไป ความสมด ล จ าก ดจ านวนสไลด เท าท จ าเป น เพ อให ม นใจว าผ ฟ งจะต งใจอย ท การน าเสนอ อย าใส ข อม ลเหม อนก บการเข ยนข อความใน word แนวค ดเด ยวในสไลด แต ละแผ น ควรเล
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks