แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการตามแนวปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงค เค ยงมาตรฐานสากล แผนท ๕ - PDF

Description
แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการตามแนวปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงค เค ยงมาตรฐานสากล แผนท ๕ SP MODEL รห สว ชา พ ๒๒๑๐๓ รายว ชา พลศ กษา กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ ภาคเร ยนท ๑ ป การศ

Please download to get full document.

View again

of 18
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Reviews

Publish on:

Views: 9 | Pages: 18

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการตามแนวปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงค เค ยงมาตรฐานสากล แผนท ๕ SP MODEL รห สว ชา พ ๒๒๑๐๓ รายว ชา พลศ กษา กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ หน วยการเร ยนร แบดม นต น เวลา ๒๐ ช วโมง แผนการจ ดการเร ยนร ท ๕ เร อง ท กษะการเล นล กหน าม อ ( เดาะล กส น) เวลา ๒ ช วโมง ผ สอน นางสาวอ งคนางค อย บ ว ********************************************************************************** ๑. มาตรฐานการเร ยนร สาระท ๓ การเคล อนไหว การออกกาล งกาย การเล นเกม ก ฬาไทยและก ฬาสากล (ภ ม ค มก น ) ๒. สาระสาค ญ/ความค ดรวบยอด ท กษะการเล นล กหน าม อเป นท กษะท สาค ญในการเล นแบดม นต นเป นอย างมากซ งถ อว าเป น ท กษะพ นฐานก อนการเล นท กษะอ นๆก ว าได ในการเล นล กหน าม อน นม อ กหลายท กษะท น าสนใจ เช น การเดาะล กส น การเดาะล กยาว การต โต ค ด งน นท กษะต างๆท กล าวถ งเป นท กษะท สาค ญท จะต อง ปฏ บ ต และเร ยนร ให ถ กต องก อนการเล นแบดม นต น ๓. จ ดประสงค การเร ยนร ( KPA ) ๓.๑ ด านความร (K) ๓.๑.๑ สามารถอธ บายว ธ การเล นล กหน าม อในการเดาะล กส นได อย างถ กต อง (ความร เหต ผล) ๓.๒ ด านท กษะกระบวนการ (P) ๓.๒.๑ สามารถปฏ บ ต การเล นล กหน าม อในการเดาะล กส นได อย างถ กต อง(ความร เหต ผล) ๓.๒.๒ สามารถปฏ บ ต การทดสอบการเล นล กหน าม อในการเดาะล กส นตามเกณฑ ท กาหนดได (ความร เหต ผล) ๓.๓ ด านค ณล กษณะ (A) ๓.๓.๑ แสดงออกถ งความสน กสนาน เพล ดเพล นและม ส วนรวมในการแสดงออกการปฏ บ ต ก จกรรม(ความร เหต ผล) ๔. สาระการเร ยนร ๔.๑ การย นท าเตร ยมพร อม การจ บไม (ความร เข าใจ) ๔.๒ ข นตอนการเล นล กหน าม อ ( การเดาะล กส น ) (ความร ความสามารถ) SP MODEL ๔.๓ การฝ กปฏ บ ต การเล นล กหน าม อ(ความร ความสามารถ-เหต ผล) ๔.๔ ทดสอบการเดาะล กส น(ความร ความสามารถ) ก จกรรมการจ ดการเร ยนร ช วโมงท ๑ ๕.๑ การต งประเด นคาถาม/สมมต ฐาน ๕.๑.๑ น กเร ยนเข าแถวตอน แบ งออกเป น ๖ แถวเท าๆก น คร เช ครายช อ และตรวจเคร องแต ง กาย และส ขภาพของน กเร ยนท กคน (หากม น กเร ยนท ป วยไม สามารถท าก จกรรมได ให แยก ออกมาน งข างนอก) ( ค ณธรรม ภ ม ค มก น) น กเร ยน คร ๕.๑.๒ น กเร ยนท กคนบร หารร างกายโดยคร หร อต วแทนน กเร ยนมานาอบอ นร างกาย (เหต ผล ภ ม ค มก น) ๕.๑.๓ คร ต งประเด นคาถามเก ยวก บก ฬาแบดม นต นเพ อให น กเร ยนได ค ดตาม ด งน ( ความร ความเข าใจ ) - แบดม นต นเป นก ฬาท คล ายก บก ฬาชน ดใดบ าง ตอบ เทเบ ลเทนน ส เทนน ส - น กเร ยนร จ กท กษะในก ฬาแบดม นต นอะไรบ าง ตอบ ท กษะหน าม อ หล ง ม อ ส งล ก ล กหยอด ฯลฯ - น กเร ยนคนใดเคยเล นก ฬาแบดม นต น ท ไหนก บใคร ๕.๒ การส บค นความร จากแหล งเร ยนร และสารสนเทศ ๕.๒.๑ น กเร ยนเข าแถวตามกล มของตนเอง ( ประชาธ ปไตย ) ๕.๒.๒ น กเร ยนและคร ร วมก นอภ ปรายความส าค ญของการเดาะล กส นและ แจ ง จ ดประสงค การเร ยนในช วโมงให ทราบ คร ให น กเร ยนศ กษาความร เก ยวก บท กษะการเล นล กหน าม อใน ใบก จกรรมท แจกให ตามกล มท ได ร บมอบหมาย ๕ กล ม ( ความร เหต ผล ประชาธ ปไตย ) กล มท ๑ ความเป นมาของก ฬาแบดม นต น ( ความร ความเข าใจ ) กล มท ๒ ความร พ นฐานในก ฬาแบดม นต น ท าเตร ยม การจ บไม ( ความร ความ เข าใจ ความสามารถ) SP MODEL กล มท ๓ ท กษะการเคล อนท ( ความร ความสามารถ ) กล มท ๔ ท กษะการเล นล กหน าม อ การเดาะล กส น การเดาะล กยาว( ความร ความสามารถ ) กล มท ๕ ประโยชน ท ได ร บจากการเล นล กหน าม อในก ฬาแบดม นต น( ความร ความเข าใจ ) ๕.๒.๓คร อธ บายและสาธ ตการเล นล กหน าม อ การเดาะล กส นให น กเร ยนด เพ มเต ม ( ความร ความเข าใจ ) ๕.๒.๔น กเร ยนแยกย ายไปการเดาะล กส นตามกล มและฝ กเด ยวตามลาด บ ( ประชาธ ปไตย ค ณธรรม) ๕.๓ การสร ปองค ความร ๕.๓.๑ ให น กเร ยนแต ละกล มร วมก นสร ปองค ความร ลงในใบก จกรรมท คร แจกให โดยให สร ป ตามความเข าใจลงในใบก จกรรมตนเองและส ดท ายสร ปลงในใบก จกรรมของกล มเพ อเตร ยม นาเสนอ ( ความร ค ณธรรม ) * โดยเฉพาะกล มท ๒ ๓ และ ๔ ต องม การนาเสนอด วยการพาเพ อนๆใน ห องเร ยนฝ กปฏ บ ต ตามแบบฝ กต างๆด งน แบบฝ กท ๑ การเดาะล กส นแบบวงกลม ๑ = น กเร ยน คร ให น กเร ยนย นเป นวงกลม โดยใช กล มเด มในต นช วโมง ท กกล มย นเป นวงกลม ให แต ละคน ในกล มต ล กหน าม อ เดาะล กส นส งให เพ อนโดยส งไปทางขวาม อตลอด จนถ งคนส ดท ายของ กล ม และเร มใหม เหม อนเด ม รอฟ งส ญญาณนกหว ดเพ อเปล ยนแบบฝ ก ( ประชาธ ปไตย เหต ผล ค ณธรรม ) แบบฝ กท ๒ เดาะล กส นแบบค ระยะห าง ๓ เมตร SP MODEL ให น กเร ยนจ บค ก นย นห างก นในระยะห าง ๓ เมตร ให เดาะล กส งให ก นสล บไปมาจานวน ๒๐ คร ง โดยให เดาะล กส นหน าม อเท าน น( ประชาธ ปไตย เหต ผล ค ณธรรม แบบฝ กท ๓ การเดาะล กส นเด ยว ให น กเร ยนแต ละคนฝ กเดาะล กส น จานวน ๓๐ คร ง( ประชาธ ปไตย เหต ผล ค ณธรรม ) *คร คอยให คาแนะนาและสร ปเพ มเต มจากแต ละกล มท นาเสนอ โดยเฉพาะท กษะต างๆท ให ฝ กปฏ บ ต ช วโมงท ๒ ๕.๔ การส อสารและการนาเสนออย างม ประส ทธ ภาพ ๕.๔.๑ คร ให แต ละกล มเตร ยมพร อมในการนาเสนอหน าช นเร ยนเน อหาในส ปดาห ท ผ านมา โดยขออาสาสม ครว ากล มใดจะออกมาเป นกล มท หน งตามความสม ครใจจาก กล มแรกจนถ งกล มส ดท าย เม อนาเสนอเสร จเร ยบร อยคร จะต องอธ บายเพ มเต มของ แต ละกล มเพ อให เก ดความช ดเจนมากข น ( ความร ค ณธรรม เหต ผล ภ ม ค มก น ) ๕.๔.๑ จากน นคร ขอต วแทนน กเร ยน ๑-๒ คนออกมานาเสนอการเล นล กหน าม อใน การเดาะล กส นให เพ อนด ( ส งเกตตอนท เด กฝ กคนไหนท ทาได ด และถ กต อง) คนใด ทาได ด ให กล าวคาชมเชย คนไหนย งทาได ไม ด ให ทาการแนะนาต อไป และบ นท ก คะแนนในแต ละกล มและน ดหมายการเร ยนคร งต อไป( ประชาธ ปไตย ค ณธรรม เหต ผล ภ ม ค มก น ) ๕.๔.๒ ในช วโมงต อไปจะให น กเร ยนแต ละคน โดยเร ยงลาด บตามเลขท ท ละ ๑ คน มาสอบการเดาะล กจานวน ๓๐ คร ง แต ละคนจะต องเดาะล กได จานวน ๓๐ คร ง หากเดาะล กไม ตกเลยได คะแนน ๑๐ คะแนน หากตก ๑ คร งเหล อ ๘ คะแนน ตก ๒ คร ง เหล อ ๖ คะแนนทดสอบจนครบท กคน(ค ณธรรม เหต ผล ภ ม ค มก น ) SP MODEL ๕.๔.๒ คร ยกย องชมเชยและเช ญชวนน กเร ยนท กคนปรบม อให แก ตนเอง ท ได ปฏ บ ต ตามกฎกต กาและระเบ ยบปฏ บ ต ของการเร ยน ทาให ก จกรรมดาเน นไปด วยความ เร ยบร อย ( ประชาธ ปไตย ค ณธรรม เหต ผล ภ ม ค มก น ) ๕.๕ข นสร ป การเผยแพร ความร แก สาธารณชน ๕.๕.๑ คร สร ปเร องการเดาะล กส นว ธ การจ บไม การย นเพ อต ล ก โดยส มน กเร ยน ออกมา ๑-๒ คน ท ทาได ถ กต องท ส ด ( จากการส งเกต ) ออกมาปฏ บ ต ให เพ อนด ๑ รอบ ( ประชาธ ปไตย ค ณธรรม ภ ม ค มก น ๕.๕.๒ ผลงานของแต ละกล มท ทาข นให คร จ ดบอร ดเพ อนาเสนอให น กเร ยนห องอ นๆ ได เห น เพ อเป นการสร างกาล งใจให แก น กเร ยนท ได ทาผลงาน( ความร ค ณธรรม ความสามารถ) ๕.๕.๓ น ดหมายการเร ยนคร งต อไปในช วโมงต อไปจะข นท กษะการเดาะล กยาว ให น กเร ยนกล บไปฝ กการเดาะล กยาวเพ อเตร ยมความพร อมในการเร ยนคร งต อไป น กเร ยนเข าแถวตามกล มเด ม คร ตรวจเคร องแต งกาย คร สอดแทรกการนาก ฬา แบดม นต นไปใช ในช ว ตประจ าว นได อย างไรให ปลอดภ ยจากยาเสพต ดท งหลาย ห วหน าช นบอกทาความเคารพและบอลเล กแถว ไปส ขปฏ บ ต แยกย ายกล บเข าช น เร ยน(ค ณธรรม เหต ผล ภ ม ค มก น ) ๖. ค ณล กษณะอ นพ งประสงค ( ค ณธรรม ภ ม ค มก น ) ๖.๑ ม ว น ย ๖.๒ใฝ เร ยนร ๖.๓ อย อย างพอเพ ยง ๗.ส อ/แหล งการเร ยนร ( ว ตถ ) ๗.๑ สนามแบดม นต น ๗.๒ ไม แร กเก ต ๔.๓ ล กขนไก ๔.๔ ใบงานและใบก จกรรม SP MODEL ๘. หล กฐานหร อร องรอยของการเร ยนร /การว ดผลประเม นผล ความร ( K) ( ความร ความสามารถ ) ภาระงาน/ช นงาน ว ธ การว ด เคร องม อ เกณฑ ท ใช ประเม น ผ ประเม น -สามารถอธ บายว ธ การเล นล ก หน าม อในการเดาะล กส นได อย างถ กต อง ( ความร เหต ผล) -สามารถทาใบก จกรรมท มอบหมายให ได ถ กต อง ( ความร ความสามารถ ) - ส งเกต พฤต กรรม - การตรวจใบ งาน -แบบส งเกต พฤต กรรม -ใบงาน ผ านเกณฑ การ ส งเกตพฤต กรรม การทางาน ระด บด ข นไป คร ผ สอน ท กษะ/กระบวนการ/กระบวนการค ด (P) ( เหต ผล พอประมาณ ) ภาระงาน/ช นงาน ว ธ การว ด เคร องม อ เกณฑ ท ใช ประเม น ผ ประเม น -สามารถปฏ บ ต การเดาะล ก ส นได อย างถ กต อง( ความร เหต ผล) - สามารถปฏ บ ต การ ทดสอบการเดาะล กส นตาม เกณฑ ท กาหนดได ( ความร เหต ผล- ความสามารถ) ประเม นจากการ ทดสอบการเดาะ ล กส น แบบทดสอบการ เดาะล กส น เดาะล กจานวน ๓๐ คร ง คร ผ สอน ค ณล กษณะอ นพ งประสงค (A) (ค ณธรรม ภ ม ค มก น ) SP MODEL ภาระงาน/ช นงาน ว ธ การว ด เคร องม อ เกณฑ ท ใช ประเม น ผ ประเม น แสดงออกถ งความ สน กสนาน เพล ดเพล นและ ม ส วนรวมในการแสดงออก การปฏ บ ต ก จกรรม (ค ณธรรม ภ ม ค มก น ) -ส งเกตพฤต กรรม การทางาน -ส งเกตค ณล กษณะ อ นพ งประสงค -แบบส งเกต พฤต กรรมการ ทางาน -แบบส งเกต ค ณล กษณะอ น พ งประสงค - ผ านเกณฑ การ ส งเกตพฤต กรรม การทางาน ระด บ ด ข นไป - ผ านเกณฑ การ ส งเกตค ณล กษณะ อ นพ งประสงค คร ผ สอน ระด บ ด ข นไป ๙.คร ผ สอนใช หล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงอย างไร ในข นเตร ยมการสอน/การจ ดการเร ยนร SP MODEL ประเด น หล กม เหต ผล หล กพอประมาณ หล กสร างภ ม ค มก นในต วท ด ส อ -เพ อเป นส อกลางท ทาให น กเร ยนเก ดการเร ยนร -ม ส ออ ปกรณ เพ ยงพอก บจานวน น กเร ยน -การจ ดการเร ยนร ม ประส ทธ ภาพบรรล เป าหมาย อย างช ดเจน เวลา -คร สอนตรงตามแผนท -จ ดเวลาให เหมาะสมเพ ยงพอก บ -คร สอนได ครอบคล มก จกรรม ว สด / อ ปกรณ กาหนดไว -ทาให คร ได น าว สด การ สอนมาใช เพ อเสร มสร างให น กเร ยนเข าใจในบทเร ยน ง ายข น เน อหา -คร นาเน อหาไปใช ในการ จ ดการเร ยนร ได ตรงก บ ต วช ว ด ก จกรรม การเร ยน -คร สามารถใช กระบวนการกล มในการ จ ดการเร ยนการสอนได ตามข นตอน ก จกรรมการเร ยนการสอน -จ ดเตร ยมว สด อ ปกรณ ได เหมาะสมสอดคล องก บต วช ว ด -จ ดเน อ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks