ประจ าป การศ ศ กษา งานประก นค - PDF

Description
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ ศ กษา คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร งานประก นค ณภาพการศ กษา คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏล าปาง ค าน า ความร ท ม อย ในองค กรม อย มากมาย หากองค กรเป นองค

Please download to get full document.

View again

of 13
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Concepts & Trends

Publish on:

Views: 19 | Pages: 13

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ ศ กษา คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร งานประก นค ณภาพการศ กษา คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏล าปาง ค าน า ความร ท ม อย ในองค กรม อย มากมาย หากองค กรเป นองค กรแห งการเร ยนร (Learning Organization) สามารถจ ดการเร ยนร อย างม ประส ทธ ภาพ ท าอย างไรเราจ งจะสามารถน าความร ท ม อย ในต วคนแต ละคน ของ แต ละสาขา มาเผยแพร ให คนองค กรได ร บร และเข าใจตรงก น ความร ท จ าเป น ค อ ความร ท สนองตอบต อ ปร ชญา ว ส ยท ศน และพ นธก จ ของคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏราชภ ฏล าปาง โดยม นโยบายสร างองค กรให เป นองค กรแห งการเร ยนร (Knowledge Management Group) ด งปรากฏใน แผนกลย ทธ และแผนปฏ บ ต การของคณะ ฯ ท งน จะด าเน นการจ ดการความร ท ส าค ญและสนองตอบต อปร ชญา ว ส ยท ศน และพ นธก จของคณะ ฯ ในป งบประมาณ 2555 คณะต งเป าหมายท จะจ ดการความร 2 ประเด น ด งน 1) การบ รณาการกระบวนการว จ ยก บการเร ยนการสอน 2) การเผยแพร องค ความร จากการว จ ยในร ปแบบวารสารของคณะฯ ในการด าเน นงานจ ดการเร ยนร ในประเด นข างต น คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร จะแจ งนโยบาย ของให คณาจารย ในคณะ ฯ และมหาว ทยาล ยทราบ โดยได แต งต งคณะกรรมการด าเน นงานในการจ ดการ ความร ของคณะ เพ อให เป นไปตามว ตถ ประสงค ท กประการ คณะกรรมการการจ ดการความร คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏล าปาง แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2555 คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร 1. ว ส ยท ศน คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร เป นองค กรแห งการเร ยนร 2. พ นธก จ 2.1 พ ฒนาบ คลากรให ม สมรรถนะในการเป นว ทยากรกระบวนการในการจ ดการความร 2.2 การน ากระบวนการจ ดการความร ใช เป นเคร องม อในการพ ฒนางาน พ ฒนาองค กร และ พ ฒนาบ ณฑ ต 3. เป าประสงค (การจ ดท า KM) 3.1 เพ อเพ มสมรรถนะให บ คลากรม ท กษะความสามารถในการเป นว ทยากรกระบวนการการ จ ดการความร 3.2 เพ อแสวงหาเทคน คการจ ดการความร และสร างองค ความร ใหม 3.3 เพ อน าองค ความร ใหม ไปถ ายทอดส การเร ยนการสอน 3.4 เพ อให เป นองค กรแห งการเร ยนร ท หลากหลาย ในการพ ฒนาท องถ น 4. การทบทวนแผนการจ ดการความร (ป การศ กษา 2554) 4.1 ส งท คาดหว งจะให เก ดข น เพ อรวบรวมองค ความร ท ม อย ในคณะ ซ งกระจ ดกระจายอย ในต วบ คคล หร อเอกสารมา พ ฒนาให เป นระบบ บ คลากรสามารถเข าถ งความร และน าไปเป นเคร องม อในการพ ฒนาเป นผ ร ปฏ บ ต งานได อย างม ประส ทธ ภาพ จากการประช มคณะกรรมการด าเน นการการจ ดการความร จ งม การถอดบทเร ยนจากการจ ดการเร ยนการสอนท ผล ตบ ณฑ ตให ม ค ณล กษณะท พ งประสงค คณะ มน ษยศาสตร และส งคมศาสตร โดยม ประเด นการจ ดการความร ด งน 1) การสอดแทรกค ณธรรมจร ยธรรมในการเร ยนการสอน 2) การว จ ยในช นเร ยน 3) การจ ดการเร ยนการสอนโดยเน นผ เร ยนเป นส าค ญ 4.2 ส งท ได เก นคาดหว ง เพราะอะไร ไม ม เพราะคณาจารย ย งขาดความร ความเข าใจในเร องการจ ดการความร อย างถ อง แท ท าให ต องใช เวลาในการสร างความเข าใจค อนข างมาก ท าให การด าเน นงานไม บรรล ตามแผน 4.3 ส งท ได น อยกว าคาดหว งเพราะอะไร คณาจารย ไม สามารถมาร วมแลกเปล ยนเร ยนร ได ครบท กคร ง เพราะต างก ม ภาระงาน ด านการสอนท มาก 4.4 ถ าท าส งน นต อไปจะต องพ ฒนาอะไรและข อเสนอแนะหร อประเด นในการจ ดการ ความร ของหน วยงานในป งบประมาณ ) สร างท มงานเพ อให การด าเน นงานจ ดการความร ในองค กร ม การข บเคล อนไปได อย างต อเน อง 2) จ ดก จกรรมอบรมเพ อป พ นฐานการจ ดการความร ในองค กรและพ ฒนาบ คลากรให เป นผ ท สามารถด าเน นการจ ดการความร ได 3) จ ดก จกรรมเป ดโอกาสให หน วยงานท สนใจเข าร วมแลกเปล ยนเร ยนร 4) จ ดให ม เวท แลกเปล ยนเร ยนร เพ อเป นการสก ดข มความความร และบ นท กไว ใช งานต อ 5. ว เคราะห SWOT ประเด นการจ ดการความร ของคณะ จ ดแข ง(Strengths) 1) ม คณาจารย มากและคณาจารย ม ความร มาก 2) ม ความหลากหลายของสาขาว ชา 3) ม บ คลากรท ม ค ณภาพสามารถพ ฒนาไปส ความเป นนานาชาต ไปส สากลได 4) เด นด านศ ลปะ ดนตร ภาษาไทย 5) ความเป นอ สระทางการบร หาร จ ดอ อน(Weakness) 1) คณาจารย ท างานหลายด าน ภาระงานมาก 2) ไม ม เจ าหน าท ในสาขา 3) ขาดการประสานงานท ด เพ อการประก นค ณภาพ 4) ขาดนโยบายท ช ดเจนยากต อการน าไปปฏ บ ต 5) ม ความร ความเข าใจ KM ย งม น อย 6) อาจารย ย งเห นประโยชน ของ KM น อย 7) คณาจารย ม เวลาน อย ในการท จะแลกเปล ยนเร ยนร โอกาส (Opportunities) 1) ม แนวร วมในการจ ดการความร 2) ม หน วยงานด านการจ ดการความร 3) ม เคร อข ายเทคโนโลย สารสนเทศ ภ ยค กคาม(Threat) 1) ม การประเม นบ อยและซ บซ อน 2) สาขาว ชาถ กประเม นหลายด านเกนไป 3) เกณฑ การประเม นซ าซ อน 6. ก าหนด ว เคราะห ทบทวน เพ อระบ เป าหมายการจ ดการความร ในป งบประมาณ ขอบเขตการจ ดการความร (KM Focus Area) 1) ขอบเขต KM ท 1 การบ รณาการกระบวนการว จ ยก บการเร ยนการสอน 2) ขอบเขต KM ท 2 การเผยแพร องค ความร จากการว จ ยในร ปแบบวารสารของคณะฯ แนวทางในการต ดส นใจเล อก ขอบเขต KM ของหน วยงาน คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร เกณฑ การก าหนดขอบเขต KM ขอบเขต KM ท 1 ขอบเขต KM ท 2 ขอบเขต KM ท 3 ขอบเขต KM ท 4 1. สอดคล องก บเป าหมาย(ห วปลา) พ นธก จ ว ส ยท ศน ประเด นย ทธศาสตร ของมหาว ทยาล ย สอดคล องก บเป าหมาย (ห วปลา) พ นธก จ ว ส ยท ศน ประเด นย ทธศาสตร ของหน วยงาน ปร บปร งแล วเห นได ช ดเจน (เป นร ปธรรม) ม โอกาสท าได ส าเร จส ง ความร ท เป นความสามารถหล ก,Best Practices,Innovation ของหน วยงาน ต องท าเพราะบ คลากรส วนใหญ ในหน วยงาน ต องการ ผ บร หารให การสน บสน น เป นความร ท ต องจ ดการอย างเร งด วน สามารถพ ฒนาต อเน องได ในอนาคต 6 6 รวมคะแนน 51 54 แนวทางในการต ดส นใจเล อก ขอบเขต KM ของหน วยงาน คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร เกณฑ การก าหนดขอบเขต KM ขอบเขต KM ท 1 ขอบเขต KM ท 2 ขอบเขต KM ท 3 ขอบเขต KM ท 4 หมายเหต : เกณฑ การให คะแนน ค อ มาก = 6 ปานกลาง = 3 น อย = 1 (เกณฑ คะแนนสามารถ ปร บเปล ยนตามความเหมาะสมได ) 6.2 ขอบเขต KM (KM Focus Area) ท จะเล อกด าเน นการให แล วเสร จภายใน งบประมาณประจ าป การศ กษา 2555 ด งน เป าหมาย KM (Desired State) เป าหมาย KM (Desired State) ท งหมด ท สอดร บก บขอบเขต KM ท จะเล อก ด าเน นการให แล วเสร จภายในงบประมาณ ประจ าป การศ กษา 2555 ประกอบด วย (1) เป าหมายหล ก 1 ค อ อาจารย ต วช ว ดความส าเร จของเป าหมายหล ก ค อ 1. คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม แนวการส งเสร มการบ รณาการกระบวนการว จ ยก บ การจ ดการเร ยนการสอน 2. คณาจารย ของคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม ความร ด านการจ ดการความร 3. ท กสาขาของคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ผ านการประเม นค ณภาพการศ กษาระด บด (2) เป าหมายหล ก 2 ค อ อาจารย ต วช ว ดความส าเร จของเป าหมายหล ก ค อ 1. คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม ผลงานผ านการร บรองค ณภาพและม การเผยแพร องค ความร จากการว จ ยส สาธารณชน 2. คณาจารย ของคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม ความร ด านการจ ดการความร 1. แผนการปฏ บ ต งาน KM องค ความร ท จ าเป นในการปฏ บ ต ราชการ แบบฟอร มท 1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ขอบเขต KM เป าหมาย KM ต วช ว ดความส าเร จ ของเป าหมาย KM 1. การบ รณาการ กระบวนการว จ ยก บ การจ ดการเร ยนการ สอน 2. การเผยแพร องค ความร จากการว จ ย ในร ปแบบวารสาร ของคณะฯ เพ อเพ มสมรรถนะให คณาจารย ม ความร และกระบวนการการจ ดการความร เพ อ แสวงหาเทคน คการจ ดการความร และสร าง องค ความร ใหม เพ อน าองค ความร ใหม ไป ถ ายทอดส การเร ยนการสอนและการว จ ย ม ผลงานผ านการร บรองค ณภาพและม การเผยแพร องค ความร จากการว จ ยส สาธารณชน 1.คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม แนว การส งเสร มการบ รณาการกระบวนการว จ ยก บ การจ ดการเร ยนการสอน 2. คณาจารย ของคณะมน ษยศาสตร และ ส งคมศาสตร ม ความร ด านการจ ดการความร 3.ท กสาขาของคณะมน ษยศาสตร และ ส งคมศาสตร ผ านการประเม นค ณภาพ การศ กษาระด บด 1.คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม ผลงานผ านการร บรองค ณภาพและม การ เผยแพร องค ความร จากการว จ ยส สาธารณชน 2. คณาจารย ของคณะมน ษยศาสตร และ ส งคมศาสตร ม ความร ด านการจ ดการ ความร สน บสน นประเด นย ทธศาสตร ของหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร ท 1 การผล ต บ ณฑ ตและการพ ฒนาน กศ กษาท ม ง ส งเสร มศ กยภาพให เป นบ ณฑ ตท พ ง ประสงค ประเด นย ทธศาสตร ท 2 การพ ฒนา งานว จ ยและงานสร างสรรค เพ อเพ ม ประส ทธ ภาพและข ดความสามารถในการ แข งข น ประเด นย ทธศาสตร ท 5 การบร หาร จ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ประเด นย ทธศาสตร ท 2 การพ ฒนา งานว จ ยและงานสร างสรรค เพ อเพ ม ประส ทธ ภาพและข ดความสามารถในการ แข งข น ประเด นย ทธศาสตร ท 5 การบร หาร จ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ สน บสน นประเด นย ทธศาสตร ของ มหาว ทยาล ย ประเด นย ทธศาสตร ท 1 การผล ตบ ณฑ ต และการพ ฒนาน กศ กษาท ม งส งเสร ม ศ กยภาพให เป นบ ณฑ ตท พ งประสงค ประเด นย ทธศาสตร ท 2 การพ ฒนางานว จ ย และงานสร างสรรค เพ อเพ มประส ทธ ภาพ และข ดความสามารถในการแข งข น ประเด นย ทธศาสตร ท 5 การบร หารจ ดการ องค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ประเด นย ทธศาสตร ท 2 การพ ฒนางานว จ ย และงานสร างสรรค เพ อเพ มประส ทธ ภาพ และข ดความสามารถในการ ประเด นย ทธศาสตร ท 5 การบร หารจ ดการ องค กรอย างม ประส ทธ ภาพ แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) 1. ขอบเขต KM ท 1 : การบ รณาการกระบวนการว จ ยก บการจ ดการเร ยนการสอน เป าหมาย KM ค อ 1. คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ม แนวการส งเสร มการบ รณาการ กระบวนการว จ ยก บการจ ดการเร ยนการสอน 2. ท กสาขาของคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ผ านการประเม นค ณภาพ ต วช ว ดความส าเร จของเป
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks