ค ม อผ บร หาร การประกอบอาช พอ สระ เพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน หน วยศ กษาน เทศก กรมสาม ญศ กษา - PDF

Description
ค ม อผ บร หาร การประกอบอาช พอ สระ เพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน หน วยศ กษาน เทศก กรมสาม ญศ กษา คานา การส งเสร มการประกอบอาช พอ สระเพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน เป นก จกรรม ท กรมสาม ญศ

Please download to get full document.

View again

of 25
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Arts & Culture

Publish on:

Views: 27 | Pages: 25

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ค ม อผ บร หาร การประกอบอาช พอ สระ เพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน หน วยศ กษาน เทศก กรมสาม ญศ กษา คานา การส งเสร มการประกอบอาช พอ สระเพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน เป นก จกรรม ท กรมสาม ญศ กษาม งเน นให น กเร ยนเร ยนร ด วยการปฏ บ ต จร ง ร จ กค ด ทา และแก ป ญหาด วยตนเอง โดย การรวมกล มเพ อหารายได ระหว างเร ยนตามสภาพเวลา กาล ง ความสามารถอ นจะก อให เก ดน ส ยร กการทางาน ค ณธรรมท เอ อประโยชน ต อตนเองและส งคม ตลอดจนเสร มสร างค าน ยมในการค ดสร างงาน ทางานเพ อ เล ยงช พและประกอบอาช พส จร ต กรมสาม ญศ กษา ตระหน กถ งความสาค ญด งกล าว จ งมอบหมายให หน วยศ กษาน เทศก ดาเน นการปร บปร งค ม อผ บร หารการประกอบอาช พอ สระเพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน ท ใช อย ให เหมาะสมย งข น เพ อเป นแนวทางให ผ บร หารและบ คลากรท เก ยวข องนาหล กเกณฑ และแนวปฏ บ ต ไปพ ฒนา ส งเสร มให เก ดประโยชน แก น กเร ยนของเราต อไป ขอขอบค ณ นายน ว ตร นาคะเวช ผ จ ดทาและปร บปร งค ม อ ขอบค ณคณะทางาน ผ บร หาร โรงเร ยนและคร -อาจารย ผ ร บผ ดชอบงานประกอบอาช พอ สระในเขตการศ กษา ท ให ข อม ลในการ ปร บปร งส อ และหน วยศ กษาน เทศก กรมสาม ญศ กษา เขตการศ กษา 5 ท ดาเน นการจ ดพ มพ ตลอดจนผ ม ส วน เก ยวข องท กท านท ได เส ยสละเวลา ท มเทกาล งความค ดสต ป ญญาจนงานสาเร จล ล วงไปด วยด (นายส ว ฒน เง นฉ า) ผ อานวยการกองแผนงาน ปฏ บ ต หน าท ราชการในตาแหน ง ห วหน าหน วยศ กษาน เทศก กรมสาม ญศ กษา 1 สารบ ญ บทท หน า คานา 3 1.บทนา หล กการและแนวค ดการประกอบอาช พอ สระ 9-17 เพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน 10 ความหมายของการประกอบอาช พอ สระ 10 หล กการของการประกอบอาช พอ สระ 11 แนวค ดเก ยวก บการประกอบอาช พอ สระ 11 หล กเกณฑ การประกอบอาช พอ สระ 12 การนาการประกอบอาช พอ สระส การปฏ บ ต การประกอบอาช พอ สระก บหล กส ตรฉบ บปร บปร ง การบร หารงานการประกอบอาช พอ สระ เพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน แผนภ ม แสดงข นตอนการบร หารการประกอบอาช พอ สระ การกาหนดนโยบาย 23 การแต งต งคณะทางาน 23 การประเม นสภาพป จจ บ น 23 การเข ยนโครงการของโรงเร ยน 23 การสรรหาและแต งต งกรรมการส งเสร มการประกอบอาช พอ สระ 24 การประชาส มพ นธ และสร างความเข าใจ 24 การร บสม ครกล มน กเร ยนท ทาโครงการ 25 การแต งต งท ปร กษาประจาโครงการ 28 การดาเน นการให น กเร ยนเข ยนโครงการ 29 การพ จารณาอน ม ต โครงการ การรายงานโครงการท ได ร บอน ม ต 32 การกาก บด แลกล มน กเร ยนให ดาเน นงานตามโครงการ 33 การประเม นผลโครงการ 34 การรายงานผล 35 การน เทศต ดตามสน บสน น สร างขว ญและกาล งใจ 43 4.การบร หารการเง นและบ ญช 45 แหล งท มาของเง นท น 46 การบร หารการเง นและบ ญช ของสาน กสาม ญศ กษาจ งหว ด 47 การบร หารการเง นและบ ญช ของกล มโรงเร ยน 50 กรมสาม ญศ กษาส วนกลาง 50 การบร หารการเง นและบ ญช ของโรงเร ยน 50 แบบบ นท กเก ยวก บการบร หารการเง นและบ ญช บรรณาน กรม 77 ภาคผนวก คณะทางานพ จารณายกร างค ม อ 83 คณะทางานพ จารณาปร บปร งค ม อ 84 3 บทนา 4 บทท 1 บทนา ส งคมไทยโดยท วไปม กย ดถ อว า การประกอบอาช พเร มข นเม อจบการศ กษาความค ดน ได สะท อนให เห นถ งการแยกการศ กษาเล าเร ยนก บการประกอบอาช พออกจากก นโดยถ อว า การศ กษาค อการ เตร ยมคนเพ อประกอบอาช พถ าม การศ กษาด ก ย อมจะม อาช พท ม นคงและม งค งในอนาคต ว ชาท เร ยนหลายๆ ว ชา ไม ใช ส งท ม ความหมายและหร อม ประโยชน ในป จจ บ น แต จะเป นการเตร ยมการเพ ออนาคตท ย งมาไม ถ ง และเป นไปในล กษณะเร ยนให มากเร ยนท กอย างท ค ดว าจาเป นโดยม งการเร ยนร ทางทฤษฎ เน อหา สาระ มากกว าการนาส งท เร ยนร มาปฏ บ ต อย างจร งจ ง ค ณค าของการศ กษาเล าเร ยนจ งอย ท ความสามารถในการ เร ยนร หล กการ ว ธ การ เน อหาสาระ ซ งว ดได จากผลการสอบม ใช ความสามารถในการดารงช ว ตจร ง โดยความเป นจร ง การเตร ยมต วเพ ออนาคตเป นส งท ด แต หากสามารถนาความร และมวล ประสบการณ ท ได ร บมาใช ให เป นประโยชน ในป จจ บ น และม ความหมายไปพร อมก นก น าจะเป นหล กประก นท แน นอนกว าการเตร ยมส งสาเร จร ปเพ ออนาคต แผนการศ กษาแห งชาต แผนพ ฒนาการศ กษา นโยบายของร ฐบาล นโยบายของกระทรวง นโยบายของกรม ต างม งเน นการจ ดการศ กษา เพ อช ว ตและส งคม ให เยาวชนของชาต ค ดเป น ทาเป น แก ป ญหาได ม ว ฒนธรรม ค ณธรรม สามารถทางานเป นกล ม พ งตนเองและเห นแนวทางในการประกอบอาช พ รวมท งสามารถใช ความร ทางว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ให เก ดประโยชน ในช ว ต ด งน น เม อนาแผนและ นโยบายไปส การปฏ บ ต ในร ปของหล กส ตรระด บม ธยมศ กษา ท ได กาหนดก จกรรมและรายว ชาต างๆ ให เอ อต อ ค ณล กษณะด งกล าวไว ในโครงสร างของหล กส ตร ซ งในโครงสร างน น ได จ ดการเร ยนการสอนแยกเป นแต ละ รายว ชา ทาให ผ เร ยนมองเห นประโยชน 5 ความส มพ นธ หร อจ ดม งหมายท เอ อซ งก นและก นได ยาก แนวทางหน งท จะทาให ผ เร ยนสามารถนา ความร ท เร ยนจากรายว ชาและก จกรรมต างๆ มาใช ในล กษณะบ รณาการ ตามหล กการ จ ดหมายโครงสร าง หล กส ตรได ก ค อ การส งเสร มการประกอบอาช พอ สระเพ อการม รายได ระหว างเร ยนของน กเร ยน ซ งการส งเสร ม ด งกล าวจาเป นต องใช ความร และท กษะหลายอย างประกอบก นเช น การคานวณการเง นและบ ญช การใช ภาษา ในการส อความ การประด ษฐ การจ ดการการบร การ การผล ต เป นต น นอกจากน ย งม งเน นให น กเร ยนม นใจใน ค ณค าของการเร ยนว าสามารถ นาไปใช ในช ว ตจร ง ม นใจในศ กยภาพของตน ร จ กทางานร วมก บผ อ น ร จ ก แหล งว ชา ร จ กค ดแก ป ญหา ร จ กสร างงาน และม ค ณธรรมท เอ อประโยชน ต อตนเองและส วนรวม ดร.โกว ท วรพ พ ฒน (2532) ผ ซ งเห นความสาค ญของการส งเสร มการประกอบอาช พอ สระเป นอย างย งได กล าวถ งอาช พ อ สระไว ด งน คนส วนใหญ ม กจะแปลความหมายของว ชาอาช พว าเป นว ชาฝ ม อต างๆ แท จร งแล วว ชาช พ น าจะหมายถ ง การร จ กทามาหาก นเพ อเล ยงช พ โดยประกอบอาช พอะไรก ได ท ส จร ต ไม ผ ด ศ ลธรรม และย ง เป นการส งเสร มค ณธรรม ว ฒนธรรมย งข น ซ งแบ งเป น 2 ประเภท ค อ อาช พอ สระและอาช พร บจ าง สาหร บ การเร ยนการสอนว ชาอาช พในโรงเร ยนม ธยมศ กษาน นม กจะสอนให เด กจบไปเป นล กจ างเป นส วนใหญ ท งๆ ท การสอนให เป นล กจ างน นยากกว าการสอนให เป นนายต วเองด วยการประกอบอาช พอ สระ เพราะอาช พ ล กจ าง จะถ กระบ ค ณสมบ ต ท ใช เวลาฝ กฝนและเตร ยมต วนาน และตลาดแรงงานท จะร บน นม น อย หากท กคนมองว า การทามาหาก น เป นว ชาท เก ยวข องก บช ว ตจร งแล ว การสอนว ชาอาช พจะต องไม สอนอย างเด ยว แต ต องให ลง ม อปฏ บ ต จร งด วย โดยต องพยายาม ไม ต ดอย ก บว ชาหน งส อ แต เอาความร ความสามารถท ได จากว ชาหน งส อ มาประย กต ใช ก บช ว ตจร งทาให มองเหม อนคนธรรมดาท วไป ท ต องทามาหาก น ซ งจะทาให การเร ยนการสอน ว ชาอาช พเห นประโยชน ท นตา หากเป นเช นน แล วการเร ยนการสอนจะเป นการเร ยนเพ อว นน ม ใช เพ อเตร ยม เด ก สาหร บ 5 หร อ 10 ป ในอนาคต ซ งย งมองไม เห นว าส งท เร ยนไปแล วจะตรงตามความต องการของตลาด ในล กษณะน นหร อไม การสอนว ชาอาช พอ สระน น จะเป นการปล กฝ งให เด กเป นนายของตนเอง ไม ต องเป นล กจ าง แต เป น เจ าของก จการ เล กบ างใหญ บ างตามกาล ง ในการทาจร งควรรวมก นเป นกล มจะได ร จ กการทางานร วมก บผ อ น ได ด วย ซ งเป นว ธ การสอนว ชาช พอ สระน นโรงเร ยนจะต องปล อยให ก จการเป นของเด กเอง โดยม คร เป นผ คอย ด แล แนะนา ไม ใช เป นธ รก จของโรงเร ยน ซ งจะทาให เด กไม ม ความร ส กเป นเจ าของขาดความกระต อร อร น และค ดไม เป นว าการทามาหาก นเป นอย างไร อย างไรก ตามการสอนว ชาอาช พ ไม จาเป นต องงดการสอน ว ชาการการสอนว ชาการเท าเด ม แต การสอนว ชาอาช พเป นส วนเสร ม ซ งแม เด กจะม งเร ยนต อ ก ไม ถ อเป นเร อง เส ยหาย กล บเป นการปล กฝ ง ค ณธรรมให ม ความซ อส ตย ขย น อดทน และหม นศ กษาหาความร 6 นอกจากน ดร.โกว ท วรพ พ ฒน (2534) ได สร ปประเด นเก ยวก บแนวทางการพ ฒนาการศ กษา เพ ออนาคตของชาต ไว อ กว า :-...การศ กษาแปลว า การพ ฒนา ว ชาหน งส อ เป นส วนหน งของการศ กษาเท าน น การว ดว าใครม การศ กษามากน อยเพ ยงไร จะต องว ดว าผ น นม ความขย น ม ความรบผ ดชอบ ค ดเป น ทาเป น สามารถทางาน ร วมก นก บผ อ น ม ค ณธรรม ศ ลธรรม ม ความสามารถในการดารงช ว ตเพ ยงใด และม ความสามารถในการนา ความร มาใช ก บช ว ตและส งคมเพ ยงใดด วย...การเร ยนการสอนในโรงเร ยนควรเน นระบบการทางานเป นกล มให มากข น เพราะก จกรรมกล ม จะช วยให สมาช กเป นคนม ระบบ เป นการส งเสร มประชาธ ปไตยให อย ในสายเล อดได ส วนการศ กษาท งระบบ ควรให น กเร ยน ช มชน ม ส วนร บผ ดชอบ จะได ร จ กตนเอง ช มชน ม นใจและภ ม ใจในตนเองในหม คณะ ในช มชน อ นเป นการนาไปส การเป นมน ษย ท ม อ สระ ม ความร บผ ดชอบ ต งแต ปลายป พ.ศ ถ งป จจ บ น สาน กนายกร ฐมนตร และกรมสาม ญศ กษา ได ร วมก นจ ดท น สน บสน นการประกอบอาช พอ สระ เพ อการม รายได ระหว างเร ยนให ก บโรงเร ยนท ประสบอ ทกภ ยในภาคใต เง นช วยเหล อผ ประสบภ ยธรรมชาต ไต ฝ นเก เง นโครงการฟ นฟ บ รณะและพ ฒนาจ งหว ดช มพร เง นอ ดหน น โครงการน าพระท ยจากในหลวงเพ อการดาเน นงานก จการสหกรณ ในโรงเร ยน และเง นอ ดหน นโครงการส งเสร ม อาช พอ สระ รวมจานวนโรงเร ยนท ได ร บงบช วยเหล อประมาณ 780 โรงเร ยน ส วนในป พ.ศ จะม การ ขยายเพ มข นอ ก 600 โรงเร ยน และโรงเร ยนท ย งไม เข าโครงการก จะได งบประมาณสน บสน นในป การศ กษา ต อๆไปจนครบท กโรงเร ยน เพ อดาเน นการส งเสร มการประกอบอาช พอ สระเพ อการม รายได ระหว างเร ยนของ น กเร ยน กรมสาม ญศ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks