องค ประกอบของธรรมาภ บาลในโรงเร ยน - PDF

Description
องค ประกอบของธรรมาภ บาลในโรงเร ยน Elements of Good Governance in Schools ว ระย ทธ พรพจน ธนมาศ จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย บทค ดย อ บทความน ม ว ตถ ประสงค ในการนำาเสนอว าหล กธรรมาภ บาลน น ม ได

Please download to get full document.

View again

of 9
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Arts & Architecture

Publish on:

Views: 4 | Pages: 9

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
องค ประกอบของธรรมาภ บาลในโรงเร ยน Elements of Good Governance in Schools ว ระย ทธ พรพจน ธนมาศ จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย บทค ดย อ บทความน ม ว ตถ ประสงค ในการนำาเสนอว าหล กธรรมาภ บาลน น ม ได เป นหล กการท เป นสากล หากแต ต องนำาไปปร บใช ให สอดคล องก บบร บทของส งคม ซ งในกรณ องค การประเภทโรงเร ยนน น หล กธรรมาภ บาลท น าจะม ความสอดคล องเหมาะสม ก บบร บทของโรงเร ยนควรประกอบไปด วย หล กน ต ธรรม หล กค ณธรรม หล กความโปร งใส หล กการม ส วนร วม หล กความร บผ ดชอบ หล กความค มค า หล กความม นคง และหล กเป าหมายสอดคล องต อส งคม ซ งท งแปดหล กการน จะบ รณาการอย ในการบร หารงาน ของโรงเร ยนและนำาไปส เป าหมายส ดท ายของการจ ดการศ กษา ค อ การทำาให ผ เร ยนม ค ณภาพ ค อ เป นคนด คนเก ง และคนม ความส ข นอกจากน ย งช วยแก ไขป ญหาการบร หารงานภายในองค การได อ กด วย คำสำค ญ: ธรรมาภ บาล ธรรมาภ บาลในโรงเร ยน องค ประกอบของธรรมาภ บาล Abstract The purpose of this article was to present that good governance is not an international principle, but it should be applied to fit with social contexts. In schools, appropriate good governance, which is relevant to schools, should consist of rules of law, morality, transparency, participation, accountability, value for money, security and relevance principles. When all of those principles are applied to school administration, it surely takes education to the goal which is high-quality learners: good, smart and happy learners. Besides, good governance can help solve any difficulties in organizational administration. Keywords: Good Governance, Good Governance in Schools, Elements of Good Governance บทนำา ป จจ บ นธรรมาภ บาลเป นแนวค ดท ได ร บความน ยมอย างแพร หลาย โดยม จ ดกำาเน ดจากข อสร ปของท ประช มองค การให ความช วยเหล อระหว างประเทศในช วงต นทศวรรษท 1990 อ นได แก ธนาคารโลก (World Bank) องค การพ ฒนาแห ง สหประชาชาต (UNDP) และองค การเพ อความร วมม อทางเศรษฐก จและการพ ฒนา (OECD) เป นต น (ส จ ตรา บ ณยร ตพ นธ, 2549) สำาหร บประเทศไทย ว กฤต เศรษฐก จป พ.ศ ทำาให ร ฐบาลเห นความสำาค ญของการสร างธรรมาภ บาลเพ อปร บปร ง ระบบราชการให ตอบสนองก บความต องการของประชาชนได ด ย งข นและแก ป ญหาของประเทศได ด วย (ท พวรรณ หล อส วรรณร ตน, 2551) โดยปรากฏคร งแรกในร ฐธรรมน ญแห งราชอาณาจ กรไทยพ ทธศ กราช 2540 และแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ฉบ บท 8 (พ.ศ ) และเก ดระเบ ยบสำาน กนายกร ฐมนตร ว าด วยการสร างระบบบร หารก จการบ านเม องและส งคมท ด พ.ศ ต อมาพ ฒนามาเป นพระราชกฤษฎ กาว าด วยหล กเกณฑ และว ธ การบร หารก จการบ านเม องท ด พ.ศ เพ อให การ บร หารงานของหน วยงานของร ฐบรรล เป าหมายส งส ด ค อ ประเทศชาต เก ดความเจร ญก าวหน า ม นคง และประชาชนม ค ณภาพ ช ว ตท ด ข น (ว ร ช ว ร ชน ภาวรรณ, 2549) 80 วารสารน กบร หาร ในกรณ ของโรงเร ยนน น พระราชบ ญญ ต การศ กษาแห ง ชาต พ.ศ และท แก ไขเพ มเต ม (ฉบ บท 2) พ.ศ ในมาตรา 39 ได กำาหนดให กระทรวงกระจายอำานาจการ บร หารและการจ ดการศ กษาท งด านว ชาการ งบประมาณ การ บร หารงานบ คคล และการบร หารท วไป ไปย งคณะกรรมการ และสำาน กงานเขตพ นท การศ กษาและสถานศ กษาในเขตพ นท การศ กษาโดยตรง และในพระราชบ ญญ ต ระเบ ยบบร หาร ราชการกระทรวงศ กษาธ การ พ.ศ ในมาตรา 35 ย ง กำาหนดให สถานศ กษาท จ ดการศ กษาข นพ นฐานเฉพาะท เป น โรงเร ยนม ฐานะเป นน ต บ คคล เพ อให การบร หารงานสถาน- ศ กษาม ความคล องต ว ม อ สระ และม ความเข มแข ง (กล มว จ ย พ ฒนากฎหมายคด ความและน ต การ, 2546) โดยน ยน การ บร หารงานโรงเร ยนอย างม ธรรมาภ บาลจ งม ความจำาเป น อย างย ง นอกจากน ย งม การนำาแนวการบร หารโดยใช โรงเร ยน เป นฐาน (School-Based Management: SBM) มาใช ซ ง ม หล กการสำาค ญ ได แก หล กการกระจายอำานาจ หล กการ ม ส วนร วม หล กการค นอำานาจจ ดการศ กษาให ประชาชน หล กการบร หารตนเอง และหล กการตรวจสอบถ วงด ล (อ ท ย บ ญประเสร ฐ, 2542; สมศ กด ดลประส ทธ, 2554) ซ งหล กการ บร หารโดยใช โรงเร ยนเป นฐานน นถ อได ว าสอดคล องก บ หล กการของธรรมาภ บาล จากท ได ศ กษางานเข ยนและงานว จ ยเก ยวก บธรรมา- ภ บาลในโรงเร ยน พบว า ย งไม ม การศ กษาองค ประกอบของ ธรรมาภ บาลท เหมาะสมก บการบร หารงานโรงเร ยน เพราะ ม กใช การว ดธรรมาภ บาลจาก 6 หล กของระเบ ยบสำาน ก นายกร ฐมนตร ว าด วยการสร างระบบบร หารก จการบ านเม อง และส งคมท ด พ.ศ อ นได แก หล กน ต ธรรม หล กค ณธรรม หล กความโปร งใส หล กการม ส วนร วม หล กความร บผ ดชอบ และหล กความค มค า (แม ระเบ ยบสำาน กนายกฯ ด งกล าว จะถ กยกเล กไปแล วก ตาม) มาเป นต วช ว ดธรรมาภ บาลใน โรงเร ยน จ งอาจเก ดข อก งขาถ งความครอบคล มหร อสอดคล อง ของหล กธรรมาภ บาลท ง 6 ประการก บบร บทของโรงเร ยน ด งน นบทความน จ งศ กษาและเสนอองค ประกอบของธรรมา- ภ บาลท สอดคล องก บบร บทของโรงเร ยน โดยแบ งการนำาเสนอ ออกเป นสองส วน ค อ ส วนท หน ง ว าด วยเหต ผลท องค ประกอบ ธรรมาภ บาลในโรงเร ยน ควรแตกต างจากองค การประเภท อ นๆ ส วนท สอง ว าด วยองค ประกอบของธรรมาภ บาลใน โรงเร ยนท เหมาะสมก บการบร หารงานโรงเร ยน แล วจ งนำาส บทสร ป เหต ผลท องค ประกอบธรรมาภ บาลในโรงเร ยนควร แตกต างจากองค การประเภทอ น แม แนวค ดธรรมาภ บาลจะเป นแนวค ดท ม ประโยชน แต ด วยความสล บซ บซ อนและความหลากหลายในแต ละ ประเทศ ทำาให การจะสร างต วแบบเด ยวของธรรมาภ บาลเป น ไปได ยาก การจะม ต วแบบในล กษณะท เป นการต ดเส อโหล ขนาดเด ยวใส ได ท งหมด (One-Size-Fits-All) น นเป นไปไม ได เพราะแต ละประเทศล วนแต ม ความแตกต างในบร บทและ ประว ต ศาสตร ชาต ของตนเอง เช น ส งใดส งหน งท ด ในประเทศ แถบเอเช ย แต อาจจะไม เหมาะก บประเทศอ นในแถบแอฟร กา (Grindle, 2010) ด งน น เพ อท จะสร างธรรมาภ บาลท ด กว า (Better Governance) แต ละประเทศจ งต องม ความเต มใจท จะเร ยนร จากประสบการณ ในอด ตและปร บปร งแนวทางต างๆ เพ อให สอดคล องก บสถานการณ ของแต ละท องท ของตน (Park, 2004) มากกว าการพยายามนำาธรรมาภ บาลแบบสากล มาใช โดยขาดการปร บใช สำาหร บธรรมาภ บาลในประเทศไทยน น ในกรณ กระทรวงมหาดไทยได ม การเสนอองค ประกอบของธรรมา- ภ บาลแตกต างไปจากภาพใหญ ของระเบ ยบสำาน กนายก- ร ฐมนตร ฯ โดย ส ดจ ต น ม ตก ล (2543) เพราะกระทรวง มหาดไทยน นเป นหน วยงานหล กด านบำาบ ดท กข บำาร งส ขของ ประชาชนโดยท วไป จ งต องม หล กธรรมาภ บาลท สอดคล องก บ ภารก จของหน วยงาน (น ยม ร ฐอมฤต, 2551) ท ประกอบไป ด วยหล ก 11 ประการ ค อ การม ส วนร วม ความย งย น ประชาชนม ความร ส กว าเป นส งท ชอบธรรมและให การยอมร บ ม ความโปร งใส ส งเสร มความเป นธรรมและความเสมอภาค ม ความสามารถท จะพ ฒนาทร พยากรและว ธ การบร หารก จการ บ านเม องและส งคมท ด ส งเสร มความเสมอภาคทางเพศ การอดทนอดกล นและการยอมร บ ดำาเน นการตามหล ก น ต ธรรม ความร บผ ดชอบ และการเป นผ กำาก บด แล (ส ดจ ต น ม ตก ล, 2543) ในการน หล กธรรมาภ บาล 6 หล ก ตามระเบ ยบสำาน ก- นายกร ฐมนตร ฯ ก ม ได ตรงก บหล กธรรมาภ บาลของสากลเส ย ท เด ยว เช น หล กธรรมาภ บาลของธนาคารเพ อการพ ฒนาแห ง เอเช ย (ADB) ก ม เพ ยง 5 หล กการ ค อ หล กความร บผ ดชอบ หล กการม ส วนร วม หล กความโปร งใส หล กความสามารถ คาดการณ ได และความเช อมโยงระหว างองค ประกอบท ง 4 หร อหล กการของ UNESCAP ม 8 ประการ ค อ การม ส วนร วม หล กน ต ธรรม ความโปร งใส ความร บผ ดชอบ ความเห นพ อง ต องก น ความเป นธรรมและความครอบคล ม ประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผล และความพร อมร บผ ด เป นต น ป ท 34 ฉบ บท 1 มกราคม-ม ถ นายน นอกจากน องค กรในต างประเทศย งม การต ความ ธรรมาภ บาลในแบบของตนเอง ด งเช น JICA ของประเทศ ญ ป นจะต ความธรรมาภ บาลในเช งประส ทธ ภาพของร ฐใน การบร หารและการตอบสนองความต องการของประชาชน รวมท งแนวการพ ฒนาท ย งย น การม ส วนร วมและความ ย ต ธรรมทางส งคม ซ งเป นการต ความท แตกต างจากแนวค ด ธรรมาภ บาลของอเมร กา (ย ค ศร อาร ยะ, 2541) ซ งการนำา ความค ดธรรมาภ บาลในแบบสากลมาใช โดยไม ม การปร บน น ได ร บการว พากษ ว จารณ จากน กว ชาการบางกล ม เช น โกว ทย ก งสน นท (2552) ว าการจะนำาแนวค ดและหล กการธรรมา- ภ บาลภาคร ฐไปประย กต ใช ในโลกความเป นจร งน นควรม การ ศ กษาว จ ยรองร บเน องจากหลายส วนของธรรมาภ บาล เก ยวข องก บพ นฐานทางส งคม เศรษฐก จ การเม อง และ ว ฒนธรรมท องถ น โดยเฉพาะอย างย งในบร บทส งคมไทย การ จ ดการสาธารณะของไทยม กจะเน นการลอกเล ยนแบบและ กระทำาอะไรแบบง ายๆ จ งมองข ามความสำาค ญของความร ความเข าในระด บพ นฐานและความส มพ นธ ในด านต างๆ ท ซ บซ อน ในกรณ ขององค การประเภทโรงเร ยนก เช นเด ยวก น การสร างต วแบบธรรมาภ บาล 6 หล กข นมาซ งเป นธรรมา- ภ บาลในภาพใหญ ระด บชาต ตามระเบ ยบสำาน กนายก- ร ฐมนตร ฯ น น เม อนำามาใช ก บบร บทของโรงเร ยนแล วก อาจ ต องม การปร บให ม ความแตกต างออกไปจากภาพใหญ บ าง ท งน หากพ จารณาถ งความแตกต างระหว างองค การประเภท โรงเร ยนก บองค การอ นๆ แล ว จะพบว าองค การประเภท โรงเร ยนม ความแตกต างจากองค การประเภทอ นๆ ไม ว าจะ มองในแง เป าหมายขององค การ หร อโครงสร างการบร หารงาน ขององค การก ตาม ความแตกต างในแง หน าท และเป าหมายขององค การ น น หากเป นองค การโดยท วไป เช น องค การเอกชน หน าท ของ องค การ ค อ การผล ตส นค าหร อบร การ โดยม เป าหมาย ค อ เร องของผลกำาไร ซ งเป นเร องของผลประโยชน ส วนบ คคล (Private Interest) (เกร ยงศ กด เจร ญวงศ ศ กด, 2551) หาก เป นองค การภาคร ฐ ค ณค าพ นฐานของการงานภาคร ฐใดๆ จำาเป นต องคำาน งถ งผลประโยชน สาธารณะ (Public Interest) และความพร อมท จะให ตรวจสอบได (ภาคว ชาร ฐประศาสน- ศาสตร คณะร ฐศาสตร จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย, 2547) หร อ อาจเร ยกได ว า การบร หารงานภาคร ฐเป นการบร หารงานเพ อ ตอบสนองความต องการหร อความพ งพอใจของประชาชน ในกรณ ของของโรงเร ยนน น โรงเร ยนม หน าท สำาค ญ โดยท วไป ค อ การให การศ กษาในล กษณะท เฉพาะเจาะจง และต องม ว ธ กา
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks