ช อเร องงานว จ ย ช อผ ว จ ย สาขาว ชา ป การศ กษา ช อสถานศ กษา บทค ดย อ - PDF

Description
1 ช อเร องงานว จ ย การศ กษาการจ ดการเร ยนร โดยจ ดก จกรรมกล มเเบบเพ อนช วยเพ อน ว ชาคอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ระด บช น ปวช.1คอมพ วเตอร ธ รก จ ช อผ ว จ ย นางสาวน ตยา อ ประ สาขาว ชา พณ ชยการ ป การศ กษา 2555

Please download to get full document.

View again

of 5
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Products & Services

Publish on:

Views: 23 | Pages: 5

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
1 ช อเร องงานว จ ย การศ กษาการจ ดการเร ยนร โดยจ ดก จกรรมกล มเเบบเพ อนช วยเพ อน ว ชาคอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ระด บช น ปวช.1คอมพ วเตอร ธ รก จ ช อผ ว จ ย นางสาวน ตยา อ ประ สาขาว ชา พณ ชยการ ป การศ กษา 2555 ช อสถานศ กษา ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการบ านม วง บทค ดย อ ป จจ บ นเทคโนโลย สารสนเทศประเภทต าง ๆ เข ามาม ส วนร วมในการจ ดก จกรรมการเร ยนร ท กกล มสาระ การเร ยนร ส บเน องมาจากความก าวหน าทางเทคโนโลย และการต ดต อส อสารผ านเคร อข ายท ท นสม ย ท าให เก ดการพ ฒนาอย างรวดเร ว ด งน นจ งจ าเป นอย างย งในการเร ยนร ท กษะการใช คอมพ วเตอร น กเร ยนควรได เร มต นเร ยนร ต งแต ระด บประถมศ กษา เพ อเป นการสร างพ นฐานท ด ส าหร บการเร ยนร ในระด บท ส งข น ซ งจาก ว ตถ ประสงค ของหล กส ตรสถานศ กษา นอกจากจะม จ ดประสงค เพ อให น กเร ยนม ความสามารถในการใช คอมพ วเตอร ท งเพ อการศ กษาและการน าไปใช ในช ว ตประจ าว นแล ว ย งม การม งเน นให น กเร ยนม เจตคต ท ด ต อ การเร ยนว ชาคอมพ วเตอร อ กด วย ด งน นจ งท าให ผ ว จ ยเห นความส าค ญของการใช เทคโนโลย สารสนเทศให เก ด ประโยชน ส งส ด โดยเร มต นจากท กษะการใช งานของผ เร ยนเป นส าค ญ จ งได จ ดท าการว จ ยเพ อสร างท กษะและ ผลส มฤทธ ในว ชาคอมพ วเตอร เพ องานอาช พ โดยใช เทคน คการสอนแบบเพ อนช วยเพ อน 2 1. ช อเร องว จ ย การศ กษาการจ ดการเร ยนร โดยจ ดก จกรรมกล มเเบบเพ อนช วยเพ อน ว ชาคอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ระด บฃ น ปวช.1คอมพ วเตอร ธ รก จ 2. ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา ป จจ บ นเทคโนโลย สารสนเทศประเภทต าง ๆ เข ามาม ส วนร วมในการจ ดก จกรรมการเร ยนร ท กกล มสาระ การเร ยนร ส บเน องมาจากความก าวหน าทางเทคโนโลย และการต ดต อส อสารผ านเคร อข ายท ท นสม ย ท าให เก ดการพ ฒนาอย างรวดเร ว ด งน นจ งจ าเป นอย างย งในการเร ยนร ท กษะการใช คอมพ วเตอร น กเร ยนควรได เร มต นเร ยนร ต งแต ระด บประถมศ กษา เพ อเป นการสร างพ นฐานท ด ส าหร บการเร ยนร ในระด บท ส งข น ซ งจาก ว ตถ ประสงค ของหล กส ตรสถานศ กษา นอกจากจะม จ ดประสงค เพ อให น กเร ยนม ความสามารถในการใช คอมพ วเตอร ท งเพ อการศ กษาและการน าไปใช ในช ว ตประจ าว นแล ว ย งม การม งเน นให น กเร ยนม เจตคต ท ด ต อ การเร ยนว ชาคอมพ วเตอร อ กด วย ด งน นจ งท าให ผ ว จ ยเห นความส าค ญของการใช เทคโนโลย สารสนเทศให เก ด ประโยชน ส งส ด โดยเร มต นจากท กษะการใช งานของผ เร ยนเป นส าค ญ จ งได จ ดท าการว จ ยเพ อสร างท กษะและ ผลส มฤทธ ในว ชาคอมพ วเตอร เพ องานอาช พ โดยใช เทคน คการสอนแบบเพ อนช วยเพ อน ฉะน น เทคน คการสอนแบบเพ อนช วยเพ อน เป นว ธ การเร ยนร แบบการจ ดก จกรรมการเร ยนร เป นค หร อ กล มย อย ให ผ เร ยนม ส วนร วมในการทาก จกรรม คอยช วยเหล อซ งก นและก น ม การผล ดเปล ยนก นเป นผ สอนและ ผ เร ยน เพ อให ได มาซ งความร ความเข าใจเก ยวก บบทเร ยน คร ผ สอนม บทบาทหน าท เป นพ ยงผ ให ค าแนะน าและ จ ดก จกรรมการเร ยนร ให เหมาะสมก บผ เร ยน 3. ว ตถ ประสงค ของการว จ ย 1. เพ อพ ฒนาท กษะการใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint เพ มเต ม โดยการผล ดเปล ยนก นเป นผ เร ยนก บผ สอน 2. เพ อให ม ความร และท กษะการปฏ บ ต งานโดยใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint อย างเท าเท ยมก น 3. เพ อยกระด บผลส มฤทธ ทางการเร ยน โดยใช เทคน คการสอนแบบเพ อนช วยเพ อน 4. ขอบเขตการว จ ย 1. ประชากร ได แก น กเร ยนระด บช น ปวช.1 สาขางานคอมพ วเตอร ธ รก จ จานวน 32 คน 2. ระยะเวลา ได แก ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2555 จานวน 18 ส ปดาห 51 ชม. 3. เน อหา ได แก การใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint 3 5. คาน ยามศ พท เพ อนช วยเพ อน หร อ Peer Assist เป นการจ ดการความร ก อนลงม อทาก จกรรม (Learning Before Doing) เพ อแสวงหาผ ช วยท ม ความแตกต าง มาแลกเปล ยนประสบการณ ความร เพ อขยายกรอบ ความค ดให กว างและม ประส ทธ ภาพมาย งข น โดยอาศ ย คน เป นธงนา (People Driven) เป ดม มมองความค ด ท หลากหลายจากการแลกเปล ยนระหว างท มท ม ท กษะ ความสามารถ และประสบการณ ท แตกต างก น ทาให ไม มองอะไรเพ ยงด านเด ยว กลว ธ การเร ยนร แบบเพ อนช วยเพ อน หมายถ ง การจ ดก จกรรมการเร ยนร เป นค หร อกล มย อย ให ผ เร ยน ม ส วนร วมในการทาก จกรรม คอยช วยเหล อซ งก นและก น ม การผล ดเปล ยนก นเป นผ สอนและผ เร ยน เพ อให ได มา ซ งความร ความเข าใจเก ยวก บบทเร ยน คร ผ สอนม บทบาทหน าท เป นพ ยงผ ให คาแนะนาและจ ดก จกรรมการเร ยนร ให เหมาะสมก บผ เร ยน การสอนแบบ เพ อนช วยเพ อน หมายถ ง ก จกรรมอย างหน งท จ ดให ผ เร ยนได ช วยเหล อเก อก ลก นอย เสมอ ค อ เพ อนช วยเพ อนในล กษณะ เก งช วยอ อน ซ งเป นว ธ การท คนเก งจะช วยอธ บาย แนะน า และแก ไข ป ญหาให แก คนท เร ยนอ อนกว า การจ ดก จกรรมในล กษณะน เป นการจ ดก จกรรมเพ อให ผ เร ยนม ส วนร วมในการ ค ด วางแผน ปฏ บ ต และประเม นผล ให ผ เร ยนม โอกาสได เร ยนร ได พ จารณา และค นพบความร ความสามารถของ ตนเองให ผ เร ยนมองเห นภาพล กษณ แห งตน ต วตนในอ ดมคต และการเห นค ณค าตนเอง ต อความส าเร จในการ เร ยน ส งเหล าน จะช วยหล อหลอมให ผ เร ยน ร กและม ความพร อมท จะเร ยน ม ความส ขในการเร ยนร และร วม ก จกรรมการเร ยนการสอนอย างต อเน อง การสอนโดยการจ บค (One-to-One Tutoring)เป นการสอนท ให ผ เร ยน ท ม ความสามารถทางการเร ยนส งกว าเล อกจ บค ก บผ เร ยนท ม ความสามารถทางการเร ยนต า แล วท าหน าท สอนใน เร องท ตนม ความถน ดและม ท กษะท ด 6. ว ธ ดาเน นการว จ ย 1. ให ผ เร ยนทาแบบทดสอบก อนเร ยนเพ อจ ดกล มเด กเก ง และเด กอ อน 2. ดาเน นการจ บค ระหว างเด กเก งและเด กอ อน ทาการประเม นความพ งพอใจ 3. ให ผ เร ยนทาช นงานและภาระงานตามใบงาน 4. ให ผ เร ยนทาแบบทดสอบหล งเร ยน 5. ดาเน นการหาค าเฉล ยของแบบทดสอบก อนเร ยนและหล งเร ยน 4 7. การเก บรวบรวมข อม ล การว จ ยคร งน ผ ว จ ยได ดาเน นการจ ดเก บข อม ล ด งน 1. ใช การส มภาษณ และประเม นความพ งพอใจของน กเร ยนท ม ท กษะด านการใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint น อย บ นท กผลและประเม นความพ งพอใจ 2. ส งเกตพฤต กรรมของน กเร ยนท งน กเร ยนท ม ท กษะด านการใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint มากและน กเร ยนท ม ท กษะด านการใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint น อย แล วบ นท กผล 3. เก บคะแนนจากผลการทดสอบก อนเร ยนและหล งเร ยน หาค าเฉล ยแล วนาค าเฉล ยมาเปร ยบเท ยบ คะแนน สถ ต ท ใช ในการว จ ย 1. ค าร อยละ (%) 2. หาค าเฉล ย µ โดยใช ส ตร (ช ศร วงศ ร ตนะ : 35) µ = xin µ = ค าเฉล ยของประชากร N = จานวนข อม ลของประชาการ xi = ข อม ลแต ละต ว xi = ผลรวมของข อม ล 3. ค าส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน โดยใช ส ตร(ช ศร วงศ ร ตนะ : 65) σ=n x 2 - ( x) 2 N (N-1) x2 = ผลรวมของคะแนนแต ละต วยกกาล งสอง ( x)2 = ผลรวมของคะแนนท งหมดยกกาล งสอง σ = ค าส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน N = จานวนประชากร 5 8. การว เคราะห ข อม ลและอภ ปรายผล การว จ ยคร งน ผ ว จ ยได ดาเน นการว เคราะห ข อม ล ด งน 1. ข อม ลท ได จากการส มภาษณ และประเม นความพ งพอใจ นามาว เคราะห และสร ปผลเป นความเร ยง 2. ข อม ลท ได จากการส งเกตพฤต กรรมของน กเร ยน นามาว เคราะห และสร ปเป นภาพรวมด วยความ เร ยง 3. ข อม ลท ได จากแบบทดสอบก อนเร ยน หล งเร ยน นามาค ดค าเฉล ยในร ปแบบของตารางและความ เร ยง 9. อภ ปรายและสร ปผล 1. จากการใช เทคน คการสอนแบบเพ อนช วยเพ อน ทาให ผ เร ยนสามารถพ ฒนาท กษะการใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint ได ด และรวดเร วข น 2. น กเร ยนท เร ยนอ อนม ความร และท กษะการปฏ บ ต งานโดยใช โปรแกรม Microsoft Office Word, Excel, PowerPoint มากข น แต ย งไม สามารถเท าเท ยมก บน กเร ยนท เก งกว าได เน องจาก น กเร ยนท เก งกว าได พ ฒนาตนเองไปได มากกว าในระยะเวลาเท าก น 3. ผลส มฤทธ ทางการเร ยนของประชากร โดยใช เทคน คการสอนแบบเพ อนช วยเพ อน ด ข น โดยค ด 10. ข อเสนอแนะ ค าเฉล ยของคะแนนก อนเร ยนได 3.56 ค าเฉล ยของคะแนนหล งเร ยนได 6.68 ค ดค า ความก าวหน าจากผลการทาแบบทดสอบได 3.11 คะแนน ข อเสนอแนะในการว จ ยในคร งน ผ ว จ ยได นาเสนอการว จ ยท ค นพบ เพ อประโยชน ต อการจ ดการเร ยนการ สอนว ชาคอมพ วเตอร เพ องานอาช พของว ทยาล ยด งต อไปน 1. ควรม การทาว จ ยซ าอ กคร ง หร อในระด บช นอ น ๆ เพ อการว จ ยม ความสมบ รณ มากข นการเร ยนการ สอนควรใช ส อการสอน ท หลากหลายและเป ดโอกาสให น กเร ยนม ส วนร วมในการเร ยนการสอนมาก ข น
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks