แผนการจ ดการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย งานประด ษฐ ง โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง - PDF

Description
แผนการจ ดการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย งานประด ษฐ ง โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง นางปาร ชาต ว ระพ นธ คร ว ทยฐานะช านาญการพ เศษ กล มสาระการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย โรงเร ยนดอนเม

Please download to get full document.

View again

of 28
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Health & Lifestyle

Publish on:

Views: 17 | Pages: 28

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
แผนการจ ดการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย งานประด ษฐ ง โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง นางปาร ชาต ว ระพ นธ คร ว ทยฐานะช านาญการพ เศษ กล มสาระการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง ส าน กงานเขตพ นท การศ กษากร งเทพมหานคร เขต 2 ส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ การ ค าน า การจ ดการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย งานประด ษฐ ง ระด บม ธยมศ กษาป ท 3 โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง ย ดตามหล กส ตรการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช 2544 โดยผ สอนได ศ กษาและทดลองว ธ การสอนในร ปแบบจากต ารา และน กการศ กษาต างๆ ซ งว ธ การสอนแบบ MCDDE MODEL เน นการปฏ บ ต และการใช ส อ เป นว ธ การท ผ สอนได ค ดข นใหม จากการผสมผสานในแนวทางท เป นไปได เหมาะสม ก บเน อหาว ชาท ต องการให ผ เร ยนได ประสบการณ ตรงจากการปฏ บ ต เหมาะสมก บเวลาท ใช สอน 2 ช วโมงต อคร ง และเหมาะสมก บว ย ตลอดจนท งเพศชายและหญ งสามารถเร ยนร ได โดยไม เบ อ ตามความม งหมายของว ชาท ผ สอนต องการให ผ เร ยน เร ยนง าย สน ก ม ความส ขก บงานประด ษฐ (นางปาร ชาต ว ระพ นธ ) คร ว ทยฐานะช านาญการพ เศษ (1) สารบ ญ หล กส ตรการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช หล กการ 1 จ ดหมาย 2 พระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ. 2542และแก ไขเพ มเต ม (ฉบ บท 2) พ.ศ ท เก ยวข องก บการจ ดการศ กษา 3 มาตรฐานการประก นค ณภาพสถานศ กษา ด านผ เร ยน 5 มาตรฐานการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย 7 การจ ดการเร ยนร โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง 10 การจ ดการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง 12 การจ ดการเร ยนร ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย งานประด ษฐ รห ส ง ระด บช นม ธยมศ กษาป ท 3 โรงเร ยนดอนเม องทหารอากาศบ าร ง 14 หน วยการเร ยนร ท 1 เร อง ความร เก ยวก บงานประด ษฐ 21 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง ขอบข ายงานประด ษฐ 21 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง งานประด ษฐ ท ฉ นชอบ 24 หน วยการเร ยนร ท 2 เร อง ค านวณราคาต นท นและราคาจ าหน าย 27 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง ต นท นและราคาจ าหน าย 27 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง การค านวณหาราคาต นท นและราคาจ าหน าย 29 หน วยการเร ยนร ท 3 เร อง ศ ลปะงานใบตอง 31 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง งานใบตองก บการด นถอยหล ง 31 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง จานรองใบตอง 34 แผนการจ ดการเร ยนร ท 3 เร อง บายศร 37 แผนการจ ดการเร ยนร ท 4 เร อง บายศร ปากชาม 39 หน า (2) สารบ ญ หน วยการเร ยนร ท 4 เร อง ศ ลปะจากเศษว สด 42 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง ประเภทของผ า 42 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง เย บดอกต อผ า 44 หน วยการเร ยนร ท 5 เร อง ร อง เล น เต น ก บงานประด ษฐ 47 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง ดนตร -เพลง 47 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง ร อง เล น เต น 49 หน วยการเร ยนร ท 6 เร อง ปร งแต งอาหารจานเด ยว 51 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง อาหารหล ก 5 หม 51 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง จานเด ยวก อร อยได 52 หน วยการเร ยนร ท 7 เร อง ศ ลปะก บไหมพรม 55 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง ต กตาบ องแบ ว (ห วโต) 55 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง พวงบ ษบา 58 หน วยการเร ยนร ท 8 เร อง ความร เร องกระดาษ 61 แผนการจ ดการเร ยนร เร อง กระดาษ 61 หน วยการเร ยนร ท 9 เร อง โครงงานผล ตกระดาษด วยม อจากว สด ต างๆ 63 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง ความร เร องโครงงาน 63 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง การเข ยนโครงงาน 65 แผนการจ ดการเร ยนร ท 3 เร อง ปฏ บ ต งานผล ตกระดาษด วยม อ 67 หน วยการเร ยนร ท 10 เร อง โครงงานประด ษฐ ช นงานจากเย อกระดาษเหล อใช 69 แผนการจ ดการเร ยนร ท 1 เร อง กระดาษก นมดและแมลง 69 แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 เร อง กระดาษอ ด (papier mache) 71 เอกสารอ างอ ง 74 หน า หล กส ตรการศ กษาข นพ นฐาน พ ทธศ กราช 2544 หล กการ เพ อให การจ ดการศ กษาข นพ นฐาน เป นไปตามแนวนโยบายการจ ดการศ กษาของประเทศ จ ง ก าหนดหล กการของหล กส ตรการศ กษาข นพ นฐาน ด งน 1. เป นการศ กษาเพ อความเป นเอกภาพของชาต ม งเน นความเป นไทยควบค ก บความเป นสากล 2. เป นการศ กษาเพ อปวงชน ท ประชาชนจะได ร บการศ กษาอย างเสมอภาคและเท าเท ยมก น โดย ส งคมม ส วนร วมในการจ ดการศ กษา 3. ส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาและเร ยนร ด วยตนเองอย างต อเน องตลอดช ว ต โดยถ อว าผ เร ยน ส าค ญท ส ด สามารถพ ฒนาตามธรรมชาต และเต มตามศ กยภาพ 4. เป นหล กส ตรท ม โครงสร างย ดหย นท งด านสาระ เวลา และการจ ดการเร ยนร 5. เป นหล กส ตรท จ ดการศ กษาได ท กร ปแบบ ครอบคล มท กกล มเป าหมาย สามารถเท ยบโอน ผลการเร ยนร และประสบการณ 2 จ ดหมาย หล กส ตรการศ กษาข นพ นฐาน ม งพ ฒนาคนไทยให เป นมน ษย ท สมบ รณ เป นคนด ม ป ญญา ม ความส ขและม ความเป นไทย ม ศ กยภาพในการศ กษาต อ การประกอบอาช พ จ งก าหนดจ ดหมายซ งถ อเป น มาตรฐานการเร ยนร ให ผ เร ยนเก ดค ณล กษณะอ นพ งประสงค ด งต อไปน 1. เห นค ณค าของตนเอง ม ว น ยในตนเอง ปฏ บ ต ตนตามหล กธรรมของพระพ ทธศาสนา หร อ ศาสนาท ตนน บถ อ ม ค ณธรรมจร ยธรรม และค าน ยมอ นพ งประสงค 2. ม ความค ดสร างสรรค ใฝ ร ใฝ เร ยน ร กการอ าน ร กการเข ยน และร กการค นคว า 3. ม ความร อ นเป นสากล ร เท าท นการเปล ยนแปลงและความเจร ญก าวหน าทางว ทยาการ ม ท กษะและศ กยภาพในการจ ดการ การส อสารและการใช เทคโนโลย ปร บว ธ การค ดว ธ การท างานได เหมาะสมก บ สถานการณ 4. ม ท กษะและกระบวนการ โดยเฉพาะทางคณ ตศาสตร ว ทยาศาสตร ท กษะการค ด การสร าง ป ญญา และท กษะในการด ารงช ว ต 5. ร กการออกก าล งกาย ด แลตนเองให ม ส ขภาพและบ คล กภาพท ด 6. ม ประส ทธ ภาพในการผล ตและการบร โภค ม ค าน ยมเป นผ ผล ตมากกว าเป น ผ บร โภค 7. เข าใจในประว ต ศาสตร ของไทย ภ ม ใจในความเป นไทย เป นพลเม องด ย ดม นในว ถ ช ว ตและ การปกครองระบอบประชาธ ปไตย อ นม พระมหากษ ตร ย ทรงเป นประม ข 8. ม จ ตส าน กในการอน ร กษ ภาษาไทย ศ ลป ว ฒนธรรม ประเพณ ก ฬา ภ ม ป ญญาไทย ทร พยากร- ธรรมชาต และพ ฒนาส งแวดล อม 9. ร กประเทศชาต และท องถ น ม งท าประโยชน และสร างส งท ด งามให ส งคม 3 พระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ และแก ไขเพ มเต ม (ฉบ บท 2) พ.ศ ท เก ยวข องก บการจ ดการศ กษา มาตรา 6 การจ ดการศ กษาต องเป นไปเพ อพ ฒนาคนไทยให เป นมน ษย ท สมบ รณ ท งร างกาย จ ตใจ สต ป ญญา ความร และค ณธรรม ม จร ยธรรม และว ฒนธรรมในการด ารงช ว ต สามารถอย ร วมก บผ อ นได อย างม ความส ข มาตรา 8 การจ ดการศ กษา ให ย ดหล กด งน (1) เป นการศ กษาตลอดช ว ตส าหร บประชาชน (2) ให ส งคมม ส วนร วมในการจ ดการศ กษา (3) การพ ฒนาสาระและกระบวนการเร ยนร ให เป นไปอย างต อเน อง มาตรา 9 การจ ดระบบ โครงสร าง และกระบวนการจ ดการศ กษา ให ย ดหล กด งน (1) ม เอกภาพด านนโยบาย และม ความหลากหลายในการปฏ บ ต (2) ม การกระจายอ านาจไปส เขตพ นท การศ กษา สถานศ กษา และองค กรปกครองส วนท องถ น (3) ม การก าหนดมาตรฐานการศ กษา และจ ดระบบประก นค ณภาพการศ กษาท กระด บและประเภท การศ กษา (4) ม หล กการส งเสร มมาตรฐานว ชาช พคร คณาจารย และบ คลากรทางการศ กษา และพ ฒนาคร คณาจารย และบ คลากรทางการศ กษาอย างต อเน อง (5) ระดมทร พยากรจากแหล งต างๆ มาใช ในการจ ดการศ กษา (6) การม ส วนร วมของบ คคล ครอบคร ว องค กรเอกชน องค กรว ชาช พ สถาบ นศาสนา สถาน ประกอบการ และสถาบ นส งคมอ น มาตรา 22 การจ ดการศ กษาต องย ดหล กว าผ เร ยนท กคนม ความสามารถเร ยนร และพ ฒนาตนเองได และถ อว า ผ เร ยนม ความส าค ญท ส ด กระบวนการจ ดการศ กษาต องส งเสร มให ผ เร ยนสามารถพ ฒนาตาม ธรรมชาต และเต มศ กยภาพ มาตรา 23 การจ ดการศ กษาท งการศ กษาในระบบ การศ กษานอกระบบ และการศ กษาตามอ ธยาศ ย ต องเน น ความส าค ญท งความร ค ณธรรม กระบวนการเร ยนร และบ รณาการตามความเหมาะสม ของแต ละระด บการศ กษา ในเร องต อไปน (1) ความร เร องเก ยวก บตนเอง และความส มพ นธ ของตนเองก บส งคม ได แก ครอบคร ว ช มชน ชาต และส งคมโลก รวมถ งความร เก ยวก บประว ต ศาสตร ความเป นมาของส งคมไทย และระบบ การเม อง การปกครอง ในระบอบประชาธ ปไตย อ นม พระมหากษ ตร ย ทรงเป นประม ข (2) ความร และท กษะด านว ทยาศาสตร และเทคโนโลย รวมท งความร ความเข าใจ และ ประสบการณ เร องการจ ดการ การบ าร งร กษา และการใช ประโยชน จากทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมอย างสมด ลย งย น (3) ความร เก ยวก บศาสนา ศ ลปะ ว ฒนธรรม การก ฬา ภ ม ป ญญาไทย และการประย กต ใช ภ ม ป ญญา (4) ความร และท กษะด านคณ ตศาสตร และด านภาษา เน นการใช ภาษาไทยอย างถ กต อง (5) ความร และท กษะในการประกอบอาช พ และการด ารงช ว ตอย างม ความส ข มาตรา 24 การจ ดกระบวนการเร ยนร ให สถานศ กษา และหน วยงานท เก ยวข องด าเน นการด งต อไปน (1) จ ดเน อหาสาระ และก จกรรมให สอดคล องก บความสนใจและความถน ดของผ เร ยน โดยค าน งถ งความแตกต างระหว างบ คคล (2) ฝ กท กษะ กระบวนการค ด การจ ดการ การเผช ญสถานการณ และการประย กต ความร มาใช เพ อป องก นและแก ไขป ญหา (3) จ ดก จกรรมให ผ เร ยนได เร ยนร จากประสบการณ จร ง ฝ กปฏ บ ต ให ท าได ค ดเป น ร กการอ าน และ เก ดการใฝ ร อย างต อเน อง (4) จ ดการเร ยนการสอนโดยผสมผสานสาระความร ด านต างๆ อย างได ส ดส วนสมด ลก น รวมท ง ปล กฝ งค ณธรรม ค าน ยมท ด งาม และค ณล กษณะอ นพ งประสงค ไว ในท กว ชา (5) ส งเสร มสน บสน นให ผ สอนสามารถจ ดบรรยากาศ สภาพแวดล อม ส อการเร ยน และ อ านวยความสะดวก เพ อให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร และม ความรอบร รวมท งสามารถใช การว จ ย เป นส วนหน งของกระบวนการเร ยนร ท งน ผ สอนและผ เร ยนอาจเร ยนร ไปพร อมก น จาก ส อการเร ยนการสอน และแหล งว ทยาการประเภทต างๆ (6) จ ดการเร ยนร ให เก ดข น
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks