รายละเอ ยดของรายว ชา - PDF

Description
รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต ว ทยาเขต/ คณะ/ ภาคว ชา โรงเร ยนการเร อน หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา โภชนาการมน ษย (Human Nutrition) 2. จานวนหน วยก

Please download to get full document.

View again

of 14
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Environment

Publish on:

Views: 6 | Pages: 14

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต ว ทยาเขต/ คณะ/ ภาคว ชา โรงเร ยนการเร อน หมวดท 1 ข อม ลท วไป 1. รห สและช อรายว ชา โภชนาการมน ษย (Human Nutrition) 2. จานวนหน วยก ต 3(3-0-6) 3. หล กส ตรและประเภทของรายว ชา ว ทยาศาสตรบ ณฑ ต หล กส ตรเทคโนโลย การแปรร ปอาหาร 4. อาจารย ผ ร บผ ดชอบรายว ชาและอาจารย ผ สอน ดร. ช ต ปภา ส วรรณกน ษฐ ใช อ กษรย อ CS ดร. อ บล ช นสาราญ ใช อ กษรย อ UC 5. ภาคการศ กษา/ ช นป ท เร ยน ภาคการศ กษาท 1/ ช นป ท 1 6. รายว ชาท ต องเร ยนมาก อน (Pre-requisite) ไม ม 7. รายว ชาท ต องเร ยนพร อมก น (Co-requisites) ไม ม 8. สถานท เร ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต ศ นย ในมหาว ทยาล ย ถนนส ร นธร 9. ว นท จ ดทาหร อปร บปร งรายละเอ ยดของรายว ชาคร งล าส ด 1 พฤษภาคม 2556 1. จ ดม งหมายของรายว ชา หมวดท 2 จ ดม งหมายและว ตถ ประสงค 1) เพ อให น กศ กษาเข าใจความหมายของคาว าอาหารและโภชนาการ 2) เพ อให น กศ กษาสามารถอธ บายหน าท และประโยชน ของอาหารหล ก 5 หม ท ม ต อร างกาย มน ษย 3) เพ อให น กศ กษาสามารถคานวณพล งงานและค ณค าสารอาหารได 4) เพ อให น กศ กษาสามารถอ านและต ความฉลากโภชนาการได ท งฉลากภาษาไทยและ ภาษาอ งกฤษ 5) เพ อให น กศ กษาสามารถจาแนกว ตถ ด บลงในประเภทของอาหารท ง 5 หม ทราบบทบาท ของสารอาหาร และนาไปใช ให เหมาะสมก บช วงว ยต างๆ 2. ว ตถ ประสงค ในการพ ฒนา/ ปร บปร งรายว ชา เพ อให น กศ กษาม ความร ทางว ทยาศาสตร พ นฐานด านโภชนาการ มน ษย โดยสามารถนามาบ รณาการใช ร วมก บว ชาอาหารด านอ นๆ เช น ช วเคม ว ตถ ด บทางการเกษตรสาหร บอ ตสาหกรรมอาหาร ความร เก ยวก บอาหารและการเตร ยม เทคโนโลย การแปรร ปอาหาร เป นต น น กศ กษาสามารถน าความร ท ได จากว ชาโภชนาการมน ษย ไปประย กต ใช ได จร งในช ว ตประจาว น เพ อใช เป นแนวทางในการส งเสร ม ส ขภาพท แข งแรง และดาเน นค ณภาพช ว ตท ด ข นบนพ นฐานอาหารแห งช ว ต นอกจากน การเร ยนการ สอนในว ชาม ก จกรรมเพ มเต ม เช น ว ดด ชน มวลกาย การคานวณพล งงาน จ ดทาฉลากโภชนาการ เป นต น ท งน ก จกรรมต างๆ เพ อให น กศ กษาสามารถเข าใจกระบวนการทางานว จ ยอย างง าย เร ยนร การ ทางานเป นท มเพ อเพ มความสาม คค เป ดโอกาสให น กศ กษาม โอกาสแสดงความค ดเห น ร บฟ งความค ดเห นของเพ อน ในช นเร ยน โดยการใช ผ เร ยนเป นศ นย กลางซ งม การกระต นให น กศ กษาสนใจประเด นรอบต วท ท นสม ยมากข น หมวดท 3 ล กษณะและการดาเน นการ 1. คาอธ บายรายว ชา ศ กษาความสาค ญของโภชนาการต อส ขภาพและค ณภาพช ว ต การจาแนกประเภทสารอาหาร แหล งท มา ประโยชน การนา สารอาหารไปใช ในร างกาย ความต องการสารอาหาร และพล งงานของบ คคลว ยต างๆ การประเม นภาวะโภชนาการ การคานวณค ณค าสารอาหาร ฉลากโภชนาการ บทบาทของสารอาหาร ในการป องก นโรค ป ญหาส ขภาพท เก ยวข องก บภาวะโภชนาการ 2. จานวนช วโมงท ใช ต อภาคการศ กษา สอนเสร ม ปฏ บ ต การ การศ กษาด วยตนเอง 45 ช วโมง ต อภาคการศ กษา สอนเสร ม ตามความต องการ ของน กศ กษา ไม ม 6 ช วโมง ต อส ปดาห 3. จ านวนช วโมงต อส ปดาห ท อาจารย ให ค าปร กษา และแนะน าทางว ชาการแก น กศ กษาเป น รายบ คคล 1) น กศ กษาท กคนสามารถปร กษาอาจารย ได ท กว นจ นทร หล งเล กเร ยนว ชาโภชนาการมน ษย (11.00 น น.) 2) อาจารย ให คาปร กษาเป นกล มตามความต องการของน กศ กษา โดยน ดล วงหน าอย างน อย 1 ว น (24 ช วโมง) หมวดท 4 การพ ฒนาผลการเร ยนร ของน กศ กษา 1. ค ณธรรมจร ยธรรมท ต องพ ฒนา 1.1 ผลการเร ยนร ด านค ณธรรมจร ยธรรม ผ เร ยนต องม ค ณธรรม จร ยธรรม เพ อการดารงช ว ตอย ในส งคมได อย างราบร นและม ความส ข ด งน น มาตรฐานด านค ณธรรม จร ยธรรมต องครอบคล ม 1) การม จ ตสาน กและตระหน กในการปฏ บ ต ตามจรรยาบรรณว ชาช พ 2) ความม ว น ย ตรงต อเวลา และม ความร บผ ดชอบต อตนเองและส งคม เคารพกฎระเบ ยบและ ข อบ งค บต างๆ ขององค กรและส งคม 3) การตระหน กในค ณค าของค ณธรรม จร ยธรรม และความซ อส ตย ส จร ต 4) การเคารพส ทธ และยอมร บฟ งความค ดเห นของผ อ น 5) การม จ ตสาธารณะ เอ อเฟ อเผ อแผ 1.2 กลย ทธ การสอนท ใช พ ฒนาการเร ยนร ด านค ณธรรมจร ยธรรม 1) การเร ยนร จากสถานการณ จร งโดยเป ดโอกาสให น กศ กษาอภ ปราย ต งคาถาม ตอบค าถามใน ช วโมงเร ยน 2) การพ ฒนาค ณธรรมจร ยธรรมสอดแทรกในเน อหาว ชาเร ยน 3) การเป นแบบอย างท ด ของอาจารย เน นการตรงต อเวลา และการม ส มมาคารวะต อผ ใหญ หร อผ อาว โสกว า การม กาลเทศะท งการแต งกายและมารยาทในโอกาสต างๆ 4) จ ดก จกรรมพ เศษเพ อพ ฒนาการเร ยนร โดยส งเกตความร บผ ดชอบ และการทางานเป นท มของ น กศ กษา 5) การสอนแบบอภ ปรายจากต วอย างกรณ ศ กษา โดยให น กศ กษาได ทราบถ งการประย กต ใช โภชนาการในช ว ตประจาว น 1.3 กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านค ณธรรม จร ยธรรม 1) น กศ กษาประเม นผลการเร ยนร ด วยตนเอง ก อนและหล งการเร ยน 2) ประเม นโดยอาจารย จากการส งเกตพฤต กรรมการแสดงออกตามปกต ของน กศ กษา ท งในและนอกช นเร ยน 2. ความร 2.1 ผลการเร ยนร ด านความร ผ เร ยนต องม ความร ความเข าใจ และท กษะเก ยวก บโภชนศาสตร สามารถประย กต ใช ความร ในช ว ตประจาว น เพ อค ณภาพช ว ตท ด ข น ท งย งนาความร ไปใช เป นพ นฐานในการประกอบว ชาช พได ด งน น มาตรฐานความร ต องครอบคล ม 1) การม ความร ความเข าใจ ในหล กการ แนวค ด ทฤษฎ และเน อหาสาระสาค ญของรายว ชา ท เก ยวข อง เพ อสามารถนามาประย กต ใช ในการประกอบว ชาช พ 2) การม ท กษะ และความชานาญ ในงานด านว ชาช พ 3) ความสามารถในการน าความร มาประย กต ใช ในบร บททางว ชาการและว ชาช พ 4) ความสามารถในการศ กษาค นคว าและพ ฒนาความร ของตนเองได และสามารถบ รณาการ ความร ในศาสตร ต างๆ ท เก ยวข องเพ อใช เป นประโยชน ในว ชาช พได 2.2 กลย ทธ การสอนท ใช พ ฒนาการเร ยนร ด านความร 1) การให ภาพรวมของความร ก อนเข าส บทเร ยน การสร ปย าความร ใหม หล งบทเร ยนพร อมก บ เช อมโยงความร ใหม ก บความร เด ม การเช อมโยงความร จากว ชาหน งไปส อ กว ชาหน ง ในระด บท ส งข นการเล อกใช ว ธ การสอนท เหมาะสมก บเน อหาสาระ 2) ใช การสอนหลายร ปแบบ ตามล กษณะของเน อหาสาระ ได แก การ การทบทวน การฝ ก คานวณต างๆ โดยใช เทคน คการสอนท เน นผ เร ยนเป นสาค ญ เช น การเร ยนแบบร วมม อ การเร ยนแบบใช ป ญหาเป นฐาน การเร ยนโดยการค นคว าด วยตนเอง เป นต น 3) การเร ยนร จากสถานการณ จร ง จากกรณ ศ กษาในห วข อท น าสนใจและท นสม ย 4) การถาม-ตอบป ญหาทางว ชาการในห องเร ยน 2.3 กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านความร 1) ประเม นจากผลงานระหว างภาค เช น การบ าน การเข ยนรายงาน การสอบย อย การนาเสนอ รายงานการค นคว าหน าช น ก จกรรมในช นเร ยน เป นต น 2) ประเม นจากการสอบข อเข ยน และงานต างๆ ท ได ร บมอบหมาย 3. ท กษะทางป ญญา 3.1 ผลการเร ยนร ด านท กษะทางป ญญา ผ เร ยนต องม ท กษะในการค ดว เคราะห อย างเป นระบบ เพ อความสามารถในการแก ไขป ญหาต างๆ ท อาจจะ เก ดข นได ในการประกอบว ชาช พ ด งน น มาตรฐานท กษะทางป ญญาต องครอบคล ม 1) ความสามารถในการค ดว เคราะห อย างเป นระบบ เพ อค นหาข อเท จจร ง หร อต นเหต ของป ญหา และเสนอแนวทางการแก ไขได อย างสร างสรรค 2) ความสามารถในการท าความเข าใจและประเม นข อม ล แนวค ดและหล กฐานใหม ๆ จาก แหล งข อม ลท หลากหลาย และใช ข อสร ปท ได ในการพ ฒนางานในว ชาช พ 3) ความสามารถในการถ ายทอด และแลกเปล ยนความร ก บผ อ น 3.2 กลย ทธ การสอนท ใช ในการพ ฒนาการเร ยนร ด านท กษะ ทางป ญญา 1) การมอบหมายงานการแก ป ญหาจากโจทย ป ญหา และกรณ ศ กษา หร อสถานการณ จ าลองโดย จ ดทากรณ ศ กษาของการประย กต ใช โภชนาการก บช ว ตประจาว นท งตนเองและคนใกล ต ว 2) การสอนแบบผ เร ยนเป นสาค ญ ท เป ดโอกาสให ม การอภ ปรายแสดงความค ดเห นได มากข น 3.3 กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านท กษะทางป ญญา 1) ประเม นจากผลงานการแก ไขป ญหาท ได ร บมอบหมาย 2) ประเม นโดยการสอบข อเข ยนด วยโจทย ท ต องใช ไหวพร บและท กษะทางป ญญา 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ 4.1 ผลการเร ยนร ด านท กษะความส มพ นธ ระหว างต วบ คคลและความร บผ ดชอบ ผ เร ยนต องม ท กษะในการอย ร วมก บผ อ นในส งคมได อย างม ความส ข ด งน น มาตรฐานท กษะด านความส มพ นธ ระหว างต วบ คคลและความร บผ ดชอบต องครอบคล ม 1) ความร บผ ดชอบในงานท ได ร บมอบหมาย ท งงานรายบ คคลและงานกล ม 2) ความสามารถในการปร บต ว และทางานร วมก บผ อ น ท งในฐานะผ นาและสมาช กกล มได อย างม ประส ทธ ภาพ 3) ความสามารถในการวางต วและแสดงความค ดเห นได อย างเหมาะสมก บบทบาท หน าท และ ความร บผ ดชอบ 4) การม บ คล กภาพท ด และม มน ษย ส มพ นธ 5) ความสามารถในการวางแผน และร บผ ดชอบในการเร ยนร พ ฒนาตนเองและว ชาช พอย างต อเน อง 4.2 กลย ทธ การสอนท ใช ในการพ ฒนาการเร ยนร ด านท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความ ร บผ ดชอบ 1) ใช การสอนแบบกล มร วมม อ ซ งต องแนะนากฎ กต กามารยาท บทบาทความร บผ ดชอบของแต ละ คนในการเร ยนร ร วมก น 2) มอบหมายการทางานแบบกล มย อย ท สล บหม นเว ยนสมาช กกล ม และตาแหน งหน าท ในกล ม 3) ยกต วอย างผลกระทบของโภชนศาสตร ท ม ต อตนเองและส งคม สอดแทรกในเน อหาว ชาเร ยน 4.3 กลย ทธ การประเม นผลการเร ยนร ด านท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ 1) มอบหมายน กศ กษาประเม นตนเองและเพ อนในกล ม สร ปผลการประเม นโดยใช เส ยงส วนใหญ 2) ส งเกตพฤต กรรมในช นเร ยน 5. ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและการใช เทคโนโลย สารสนเทศ 5.1 ผลการเร ยนร ด านท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ผ เร ยนต องม ท กษะในการส บค นและว เคราะห ข อม ล รวมท งท กษะ
Related Search
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks