การว จ ยทางการศ กษา การว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน ว จ ยสถาบ น ความหมายของการว จ ยการศ กษา ล กษณะของประเด นว จ ยของผ ใช งานว จ ยแต ละกล ม - PDF

Description
การว จ ยทางการศ กษา การว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน ว จ ยสถาบ น ศ.ดร. ส ว มล ว องวาณ ช ภาคว ชาว จ ยและจ ตว ทยาการศ กษา ล กษณะของประเด นว จ ยของผ ใช งานว จ ยแต ละกล ม ผ ท างานระด บนโยบาย เน นการว จ ยเพ อก

Please download to get full document.

View again

of 26
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Marketing

Publish on:

Views: 17 | Pages: 26

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
การว จ ยทางการศ กษา การว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน ว จ ยสถาบ น ศ.ดร. ส ว มล ว องวาณ ช ภาคว ชาว จ ยและจ ตว ทยาการศ กษา ล กษณะของประเด นว จ ยของผ ใช งานว จ ยแต ละกล ม ผ ท างานระด บนโยบาย เน นการว จ ยเพ อก าหนดนโยบาย การว เคราะห นโยบาย การ ต ดตามผลการใช นโยบาย ผ ท างานระด บผ ปฏ บ ต เน นการพ ฒนานว ตกรรมหร อว ธ การด แลผ ร บบร การ เน นการเสาะแสวงหาแนวค ดใหม ๆ ในการปฏ บ ต งาน การถ ายทอดเทคโนโลย ส การปฏ บ ต ในวงกว างต อไป คณะคร ศาสตร จ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ความหมายของการว จ ยการศ กษา การว จ ยทางการศ กษา การศ กษา ค อ กระบวนการพ ฒนาบ คคลให ม ความ เจร ญงอกงาม โดยเฉพาะการท าให เก ดการเร ยนร การว จ ยการศ กษา ค อ กระบวนการเสาะแสวงหา ความร ท น าไปใช ในการพ ฒนาค ณภาพการศ กษา ความส าค ญของการว จ ย เป นภารก จและเป นบทบาทหน าท ของผ จ ดการศ กษา (ผ ให บร การ) ท ต องศ กษาว จ ยเพ อให ได นว ตกรรมใหม ท น าไปส การพ ฒนาการศ กษาท ม ค ณภาพให ก บผ ร บบร การ (ผ เร ยน) เป นก จกรรมท พ งกระท าซ งเป นส วนหน งของการประก น ค ณภาพการศ กษา การใช ประโยชน จากงานว จ ย การก าหนดนโยบายการจ ดการศ กษา การแก ป ญหาของการจ ดการศ กษา การสน บสน นการจ ดการศ กษา การพ ฒนานว ตกรรมการเร ยนการสอน ระด บของประเด นว จ ย รายว ชา/ช นเร ยน สาขาว จ ย หล กส ตร/ก จกรรมเสร มหล กส ตร ภาคว ชา คณะ สถาบ น กล มผ ท าว จ ย: ผ บร หารมหาว ทยาล ย อาจารย ผ สอน บ คลากรสายสน บสน น ผ เก ยวข องอ น ๆ องค ประกอบของการจ ดการศ กษา ว จ ยอะไร โครงสร างการบร หาร หล กส ตร ก จกรรมเสร ม/ก จกรรมเฉพาะก จ คร อาจารย บ คลากรสายสน บสน น บ คลากรท เก ยวข อง ช มชน ผ เร ยน (ล กษณะของป จจ ยป อน) การจ ดการ ทร พยากรสน บสน นการจ ดการศ กษา หล กส ตร (OLE) ประเด นว จ ยเพ อก าหนดนโยบายหร อพ ฒนาระบบการจ ดการศ กษา Objectives Learning Experiences Evaluation การศ กษาสภาพและป ญหาการจ ดการเร ยนการสอน การว จ ยประเม นความต องการจ าเป น (needs assessment) การว จ ยและพ ฒนาหล กส ตร (การก าหนดโครงสร างหล กส ตร) การต ดตามประเม นผลกระบวนการผล ต/ผลล พธ ของผ เร ยน การพ ฒนาระบบประก นค ณภาพการศ กษา การศ กษาแนวโน ม/ความต องการ... การก าหนดกลย ทธ การพ ฒนาน กศ กษาด าน... การต ดตามผลการใช นโยบาย... การว จ ยและพ ฒนาร ปแบบการจ ดการสอน การว เคราะห ประส ทธ ภาพการจ ดการศ กษาสาขา... การต ดตามสภาวะการหางานท าของน กศ กษา แนวโน มของค ณล กษณะของป จจ ยป อนด านผ เร ยน การประเม นค ณภาพของการจ ดการเร ยนการสอนของอาจารย การว เคราะห ความพร อมของสถาบ นภาษาด านการส งเสร ม ทร พยากรการเร ยนร ร ปแบบการจ ดบรรยากาศเพ อส งเสร มการเร ยนร ของน กศ กษา... การพ ฒนาระบบข อม ลสารสนเทศเพ อการ ให บร การ... การพ ฒนาระบบข อม ลสารสนเทศเพ อการ พ ฒนาน กศ กษาด าน... การว เคราะห ป จจ ยท ส งผลต อค ณภาพของ น กศ กษา การต ดตามและประเม นผลหล กส ตร... ประเด นว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนการสอน (รายว ชา) ส าหร บผ สอน การพ ฒนานว ตกรรมการจ ดการเร ยนการสอนว ชา... ร ปแบบการจ ดการศ กษาการสอนเพ อเสร มสร าง ความร ในเน อหา... ค ณล กษณะด าน... ท กษะด าน... ค ณธรรมด าน... การพ ฒนาส อการเร ยนการสอนเร อง... การพ ฒนาค ม อการจ ดการเร ยนการสอนว ชา... การพ ฒนาค ม อการศ กษาด วยตนเองว ชา... การพ ฒนาเคร องม อว น จมโนท ศน ท คลาดเคล อนของน กศ กษาด าน... ร ปแบบการเปล ยนมโนท ศน ท คลาดเคล อนด าน... ร ปแบบการจ ดการเร ยนการสอนแบบบ รณาการโดยใช การเร ยนร เพ อร บใช ส งคม (service learning) การว เคราะห ป ญหาการจ ดการเร ยนการสอนแบบ PBL ผลของการจ ดการเร ยนการสอนแบบ... เพ อส งเสร มท กษะการ ส อสารของน กศ กษา... การพ ฒนาเคร องม อประเม นตนเองส าหร บน กศ กษาเพ อส งเสร ม... ผ ท าว จ ย ก าหนดนโยบายการ จ ดการศ กษา การแก ป ญหาในกระบวนการ จ ดการศ กษา การสน บสน นการจ ด การศ กษา การพ ฒนาการเร ยน การสอน อ น ๆ ต วอย างประเด นว จ ยและการออกแบบการว จ ย ผ บร หาร อาจารย ผ สอน บ คลากร สาย สน บสน น อ น ๆ การ ออกแบบ การศ กษา เอกสาร การศ กษา สภาพ/ ป ญหา การว เคราะห สาเหต ของ ป ญหา การพ ฒนาว ธ การ แก ป ญหา/การ ค นหานว ตกรรม การต ดตาม ประเม นผล การส ารวจ Action research, R&D การว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนการสอน การว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน ความจ าเป นของการว จ ยเพ อพ ฒนา การเร ยนการสอน ต วบ งช ท 2.6 ระบบและกลไกการจ ดการเร ยนการสอน 1. ม ระบบและกลไกการประก นค ณภาพการจ ดการเร ยนการสอนท เน น ผ เร ยนเป นส าค ญท กหล กส ตร 2. ท กรายว ชาของท กหล กส ตร ม รายละเอ ยดของรายว ชาและของ ประสบการณ ภาคสนาม (ถ าม ) ก อนการเป ดสอนในแต ละภาค การศ กษา ตามท ก าหนดในกรอบมาตรฐานค ณว ฒ ระด บอ ดมศ กษา แห งชาต 3. ท กหล กส ตรม รายว ชาท ส งเสร มท กษะการเร ยนร ด วยตนเอง และ การให ผ เร ยนได เร ยนร จากการปฏ บ ต ท งในและนอกห องเร ยนหร อ จากการท าว จ ย ต วบ งช ท 2.6 ระบบและกลไกการจ ดการเร ยนการสอน (ต อ) 4. ม การให ผ ม ประสบการณ ทางว ชาการหร อในว ชาช พจากหน วยงานหร อช มชน ภายนอกเข ามาม ส วนร วมในกระบวนการเร ยนการสอนท กหล กส ตร 5. ม การจ ดการเร ยนร ท พ ฒนาจากการว จ ย หร อจากกระบวนการจ ดการความร เพ อพ ฒนาการเร ยนการสอน 6. ม การประเม นความพ งพอใจของผ เร ยนท ม ต อค ณภาพการจ ดการเร ยนการสอน และส งสน บสน นการเร ยนร ท กรายว ชา ท กภาคการศ กษา โดยผลการประเม น ความพ งพอใจแต ละรายว ชาต องไม ต ากว า 3.51 จากคะแนนเต ม 5 7. ม การพ ฒนาหร อปร บปร งการจ ดการเร ยนการสอน กลย ทธ การสอน หร อการ ประเม นผลการเร ยนร ท กรายว ชา ตามผลการประเม นรายว ชา เกณฑ การประเม น ความหมายของการว จ ยปฏ บ ต การ (Action Research) คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 ม การ ด าเน นการ 1 ข อ ม การ ด าเน นการ 2 หร อ 3 ข อ ม การ ด าเน นการ 4 หร อ 5 ข อ ม การ ด าเน นการ 6 ข อ ม การ ด าเน นการ 7 ข อ การว จ ย (research) หมายถ งกระบวนการเสาะแสวงหาความร ใหม ด วยว ธ การท เป น ว ทยาศาสตร การปฏ บ ต (action) หมายถ งการน าส งท ค ดค นข นใหม ไปทดลองปฏ บ ต เพ อแก ไข ป ญหาท เก ดข น บร บทท ท าว จ ย (setting) หมายถ งสถานท หร อบร บทท ท าว จ ย ค อ ช นเร ยน (classroom) โรงเร ยน (school) ช มชน (community) ข นตอนของการว จ ยปฏ บ ต การ ต องม การด าเน นงานท เป นวงจรต อเน อง ม กระบวนการท างานแบบม ส วนร วม เป นกระบวนการท เป นส วนหน งของการท างาน ปกต ได ข อค นพบเก ยวก บการแก ไขป ญหาท สามารถ ปฏ บ ต ได จร ง Stephen Kemmis ล กษณะของงานว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน 1. เป นงานว จ ยขนาดเล ก (small scale) 2. ม งท การแสวงหาค าตอบเก ยวก บการแก ไขป ญหาท เก ดข นในห องเร ยน 3. เป นกระบวนการท ไม ใช เวลาในการด าเน นงานนานเก นไปจนท าให งานหล ก (งานสอน) ได ร บผลกระทบ 4. ต องด าเน นการให เป นส วนหน งของการสอนตามปกต โดยม การใช กระบวนการว จ ยเป นข นตอนของการทดลองใช ย ทธว ธ ใหม ๆ ด าน การสอนท ค ดค นข น เพ อให การสอนเก ดผลส มฤทธ มากท ส ด 5. ต องไม ใช การท าว จ ยในเร องใดเร องหน งเพ ยงเร องเด ยว และละเลย ประเด นป ญหาอ นท รอการแก ไขอย เช นเด ยวก น 1. ใช กระบวนการทางว ทยาศาสตร (scientific method) มา แสวงหาค าตอบ เพ อให ข อค นพบท ได ม ความหน กแน น เช อถ อ และ น าไปใช ในการพ ฒนาการเร ยนการสอนของตนเองได จร ง 2. เป าหมายหล กของการว จ ยไม ใช การม งสร างองค ความร ใหม เก ยวก บ ศาสตร ของการสอน การน าเสนอผลการว จ ยจ งไม ย ดร ปแบบท เป น ทางการเหม อนก บท ม การท าก นในการว จ ยเช งว ชาการ (academic research) หร อการว จ ยแบบเป นทางการ ซ งม กฎเกณฑ การท าว จ ยท เคร งคร ด โดยเฉพาะการน าเสนอผลการว จ ยท ม กม การจ าแนกสาระของการว จ ยออกเป น 5 บท ผ ว จ ย ค อ ผ ท ปฏ บ ต งานในหน วยงาน (ในทางการศ กษา ผ ว จ ย ค อ ผ สอน) 1. เก ยวข องก บป ญหาว จ ยท เก ดมาจากสภาพป ญหาท เป นจร งขณะน น และเป นป ญหาท ไม สามารถใช ว ธ การเด ม ๆ แก ป ญหาได จ าเป นต อง ค นหาว ธ การใหม 2. กระบวนการว จ ยเป นไปอย างง าย ๆ สามารถใช ข อม ลท ม อย ใน ห องเร ยนมาใช ในการค นหาค าตอบ 3. ต องไม ค ดว างานว จ ยเป นงานนอกเหน องานสอน ไม ต องรออน ม ต โครงการว จ ย หร องบประมาณเพ อการท าว จ ย 4. ไม ใช การม งสร างผลงานทางว ชาการเพ อตนเอง แต เป นงานท ผ เก ยวข องก บการพ ฒนาผ เร ยนมาร วมม อก นพ ฒนาผ เร ยน ส งท ถ กว จ ย ค อ ปฏ บ ต การทางการศ กษา ว ตถ ประสงค ของการว จ ย ค อ การพ ฒนาการเร ยนการสอน การค นหาแนว ทางการแก ไขป ญหาท เก ดข น การพ ฒนาว ชาช พ ว ธ การว จ ย ค อ กระบวนการค นหาข อความร ท ม ข นตอนหล กส าค ญ ค อการว จ ย และการปฏ บ ต ล กษณะส าค ญ การสะท อนกล บผลเก ยวก บการปฏ บ ต งานของตนเองและผลท เก ดข น การเป ดโอกาสให ผ ม ส วนเก ยวข องก บการเร ยนการสอน/เพ อนร วมงาน ม ส วนในการ ว พากษ ว จารณ การปฏ บ ต งานและผลท ได ร บ กระบวนการท ม การด าเน นงานเป นวงจรต อเน องและท าเป นส วนหน งของการ ปฏ บ ต งาน ไ ไป ป ป ป Classroom Action Research vs. Academic Research การว จ ยปฏ บ ต การก บการว จ ยเช งว ชาการ 1. Specific knowledge /Generalization 2. Informal research /Formal research 3. Classroom /Sample of population 4. Qualitative data /Quantative data 5. Quick,Immediate & Utilize /Long period ประเด น การว จ ยปฏ บ ต การในช นเร ยน 1. เป าหมาย ม งสร างความร เฉพาะเพ อใช ใน ห องเร ยนของผ สอน 2. ผ ว จ ย ด าเน นการโดยผ สอนในห องเร ยน ม ล กษณะการว จ ยแบบร วมม อ (collaborative research) 3. วงจรของ ใช วงจรการท าว จ ยแบบ PAOR การว จ ย Plan, Act, Observe, Reflect โดยข นตอน Reflect (สะท อนกล บ) เป นข นตอนท เด นท ท า ให การว จ ยแบบน ต างจากการว จ ยอ น การว จ ยเช งว ชาการ ม งสร างข อความร ท วไป ซ งสามารถ สร ปอ างอ งได ด าเน นการโดยน กว ชาการ หร อน ก การศ กษาในมหาว ทยาล ย ท ไม ได ปฏ บ ต งานในห องเร ยน ใช วงจรการท าว จ ย แบบก าหนด ป ญหา ศ กษาเอกสารท เก ยวข อง ออกแบบการว จ ย (ก าหนดปร
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks