รายงานการว จ ย การพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจ ต อการเร ยนการสอนและส งสน บสน น ของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง - PDF

Description
รายงานการว จ ย การพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจ ต อการเร ยนการสอนและส งสน บสน น ของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง บ ร นทร ร จจนพ นธ ห วหน าโครงการว จ ย มหาว ทยาล ยเนช น จ งหว ดลาปาง

Please download to get full document.

View again

of 49
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Homework

Publish on:

Views: 19 | Pages: 49

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
รายงานการว จ ย การพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจ ต อการเร ยนการสอนและส งสน บสน น ของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง บ ร นทร ร จจนพ นธ ห วหน าโครงการว จ ย มหาว ทยาล ยเนช น จ งหว ดลาปาง รายงาน ณ ว นท ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗ ก ก ตต กรรมประกาศ การศ กษาว จ ยคร งน ส าเร จล ล วงด วยด ด วยการสน บสน นท นในการท าว จ ยจาก มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตแพร ว ทยาล ยสงฆ นครลาปาง ขอขอบค ณ ผ บร หาร และน ส ตของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ท ให ข อม ลท เป น ประโยชน น าไปส การพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจ และสามารถด าเน นงานตามว ตถ ประสงค ของ การว จ ยจนส าเร จล ล วง แล วเป ดบร การแก น ส ต อาจารย ท ปร กษา และอาจารย ผ สอน เพ อให บร การ สารสนเทศได อย างสมบ รณ ขอขอบค ณ พระคร ส งวรส ตก จ และพระมหาภาณ ว ฒน ปฏ ภาณเมธ ท ร วมด าเน นงานว จ ย ก าก บ ต ดตาม ช แจงนโยบาย ประสานงานก บผ บร หาร อาจารย ผ สอน อาจารย ท ปร กษา และน ส ต ร วม ดาเน นงานจนสามารถข บเคล อนงานว จ ยให บรรล ตามว ตถ ประสงค ส ดท ายขอขอบพระค ณ ผศ.ดร.พงษ อ นทร ร กอร ยะธรรม ท านอธ การบด มหาว ทยาล ยเนช น ท ม นโยบายสน บสน นให ม การทาว จ ยในคร งน จนทาให งานว จ ยน สาเร จล ล วงด วยด ผ ช วยศาสตราจารย บ ร นทร ร จจนพ นธ ห วหน าโครงการ ช อเร อง การพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจต อการเร ยนการสอนและส งสน บสน น ของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นครลาปาง ผ ว จ ย ผศ.บ ร นทร ร จจนพ นธ ห วหน าโครงการ พระคร ส งวรส ตก จ ผ ร วมว จ ย พระมหาภาณ ว ฒน ปฏ ภาณเมธ ผ ร วมว จ ย ข ช อสถาบ น มหาว ทยาล ยเนช น โครงการเสร จส น เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗ บทค ดย อ งานว จ ยคร งน เป นการว จ ยเช งปฏ บ ต การ ม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาความต องการร ปแบบ ในการประเม นความพ งพอใจของผ เร ยนต อการจ ดการเร ยนการสอนและส งสน บสน น และพ ฒนาระบบ สารสนเทศด านการประเม นความพ งพอใจของผ เร ยนต อการจ ดการเร ยนการสอนและส งสน บสน น ส าหร บ น ส ต และผ จ ดการเร ยนการสอน พบว า ระบบแบ งเป นระบบประเม นความพ งพอใจใน ๓ ส วน ค อ ประเม นการเร ยนการสอน ประเม นส งสน บสน นการเร ยนการสอน และประเม นอาจารย ท ปร กษา ส าหร บ ส วนของรายงานผลการประเม นความพ งพอใจม ๒ ส วน ค อ สาหร บอาจารย ท ปร กษา และอาจารย ผ สอน ผลการประเม นความพ งพอใจกล มน กศ กษาม บทบาทเป นผ ให ข อม ลเข าระบบ พบว า การประเม นความพ งพอใจอย ในระด บมาก (xˉ =๔.๐๑, S.D.=๐.๗๗) และกล มอาจารย ม บทบาทเป นผ ใช ผลการประเม น พบว า การประเม นความพ งพอใจอย ในระด บมาก (xˉ =๓.๙๐, S.D.=๐.๖๗) สร ปเป นผล เฉล ยจากการประเม นของท งสองกล ม พบว า การประเม นความพ งพอใจอย ในระด บมาก (xˉ =๓.๙๘, S.D.=๐.๗๗) ซ งบรรล ตามว ตถ ประสงค ของการศ กษา คาสาค ญ : การประเม นความพ งพอใจ, การเร ยนการสอน, ส งสน บสน น อาจารย ท ปร กษา ค สารบ ญ หน า ก ตต กรรมประกาศ ก บทค ดย อ ข สารบ ญ ค บทท ๑ บทนา ๑ ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา ๑ ว ตถ ประสงค ของการว จ ย ๒ คาถามการว จ ย ๒ บทท ๒ การทบทวนวรรณกรรมและงานว จ ยท เก ยวข อง ๓ บทท ๓ ว ธ ดาเน นการว จ ย ๒๒ ประชากรและกล มต วอย าง ๒๒ เคร องม อท ใช ในการพ ฒนาโปรแกรม ๒๒ ระเบ ยบว ธ ว จ ย ๒๓ บทท ๔ ผลการว จ ย ๒๕ บทท ๕ สร ปผล อภ ปรายผล และข อเสนอแนะ ๒๙ สร ปผลการว จ ย ๒๙ อภ ปรายผลการว จ ย ๒๙ ข อเสนอแนะ ๓๐ เอกสารอ างอ ง ๓๑ ภาคผนวก ๓๒ ภาคผนวก ก เคร องม อท ใช ในการว จ ย ๓๒ ภาคผนวก ข รายช อท มงานว จ ย ๓๔ ภาคผนวก ค ค ม อการใช งาน ระบบนาเสนอผลการเร ยนออนไลน ๓๕ ภาคผนวก ง ประชาส มพ นธ การเข าด ผลการเร ยนแบบออนไลน ๔๒ ภาคผนวก จ ค ม อการใช งาน ระบบประเม นการเร ยนการสอนฯ ๔๓ บทท ๑ บทนา ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตแพร ว ทยาล ยสงฆ นครลาปาง ต งอย เลขท ๑ ถนนบ ญวาทย ต าบลห วเว ยง อ าเภอเม อง จ งหว ดล าปาง ก อต งข นเม อว นท ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ต อมาได ร บความเห นชอบจากสภามหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ม มต ให เป ดการเร ยนการ สอนได ต งแต ว นท ๒๗ ม นาคม ๒๕๔๕ โดยเป ดการเร ยนการสอนระด บปร ญญาตร คณะพ ทธศาสตร สาขาว ชาศาสนา ว นท ๒๖ พฤศจ กายน พ.ศ.๒๕๕๕ สภามหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ม มต ให ออก ข อกาหนด ให จ ดต งว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง โดยยกฐานะโครงการขยายห องเร ยนว ทยาเขตแพร ซ งต งอย ณ ว ดบ ญวาทย ว หาร ตาบลห วเว ยง อาเภอเม อง จ งหว ดลาปาง ข นเป นว ทยาล ยสงฆ นครลาปาง ป จจ บ นได จ ดการศ กษาระด บปร ญญาตร ในสาขาว ชาศาสนา สาขาว ชาร ฐศาสตร (ว ชาเอกการ ปกครอง) สาหร บพรรพช ตและคฤห สถ สาขาว ชาพระพ ทธศาสนา (ส าหร บคฤห สถ ) และสาขาว ชาการ สอนพระพ ทธศาสนา(ส าหร บบรรพช ต) และหล กส ตรประกาศน ยบ ตรการบร หารก จการคณะสงฆ ซ ง เป นสถาบ นอ ดมศ กษาของคณะสงฆ ม พ นธก จ ด านการผล ตบ ณฑ ต ด านการว จ ย ด านการส งเสร ม พระพ ทธศาสนาและบร การแก ส งคม และด านการเสร มสร างและพ ฒนาแหล งการเร ยนร ด านการท าน บาร งศ ลปว ฒนธรรม การประเม นผลจากการท างาน และน าผลประเม นมาปร บปร งพ ฒนาการท างานให สมบ รณ ม ความส าค ญ และสอดร บก บการประก นค ณภาพการศ กษา โดยเฉพาะการประเม นการจ ดการเร ยนการ สอน และส งสน บสน นการเร ยนร และการประเม นอาจารย ท ปร กษา แต ท ผ านมาย งใช เอกสารในการ ประเม นท งสองส วนข างต น ซ งม ข นตอน และขาดประส ทธ ภาพ ป จจ บ นน ส ต อาจารย และระบบ สาธารณ ปโภคด านเทคโนโลย ของว ทยาล ยสงฆ ม ความพร อม จ งควรปร บให นาเทคโนโลย อ นเทอร เน ตมาใช เป นเคร องม อในการประเม นความพ งพอใจด วยแบบสอบถามออนไลน เพราะเข าถ งได ท กท ท กเวลา และม ประส ทธ ภาพในการประมวลผล ด งน นมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง ร วมก บ มหาว ทยาล ยเนช น จ ดโครงการอบรม การประเม นอาจารย ท ปร กษา และการเร ยนการสอน ส าหร บน ส ต ว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง โดยม น กศ กษาในว ชา หล กการภาษาช ดค าส ง รห สว ชา CPSC 317 เข าเร ยนร ๒ และเป นผ ช วยว ทยากร ซ งมจร. และมนช. ได เห นถ งประโยชน ของพ ฒนาน ส ต อาจารย และบ คลากร ซ ง เป นกระบวนการพ ฒนาระบบฐานข อม ลท ส งเสร มให การทางานของว ทยาล ยสงฆ ม ประส ทธ ภาพย งข น ด งน นจ งเสนอโครงการว จ ยการพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจต อการเร ยนการสอนและส ง สน บสน นของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นครล าปาง เพ อให ได ระบบ ฐานข อม ลท สน บสน นการประเม นความพ งพอใจ และนาผลการประเม นมาใช พ ฒนาว ทยาล ยสงฆ ต อไป ว ตถ ประสงค ของการว จ ย ๑. เพ อศ กษาความต องการร ปแบบในการประเม นความพ งพอใจของผ เร ยนต อการจ ดการ เร ยนการสอนและส งสน บสน น ๒. เพ อพ ฒนาระบบสารสนเทศด านการประเม นความพ งพอใจของผ เร ยนต อการจ ดการ เร ยนการสอนและส งสน บสน น สาหร บน ส ต และผ จ ดการเร ยนการสอน คาถามการว จ ย จะน าเสนอแบบฟอร มประเม นความพ งพอต อการเร ยนการสอน และส งสน บสน น และจ ดท า รายงานผลการประเม นต ออาจารย ท ปร กษาท น าพอใจในร ปแบบใด ๓ บทท ๒ การทบทวนวรรณกรรมและงานว จ ยท เก ยวข อง โครงการว จ ยเช งปฏ บ ต การ (Action Research) เร อง การพ ฒนาระบบประเม นความพ งพอใจ ต อการเร ยนการสอนและส งสน บสน นของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาล ยสงฆ นคร ลาปาง ผ ว จ ยได ทบทวนวรรณกรรมส าหร บการศ กษาครอบคล มเน อหา ด งน ความหมายของเทคโนโลย ข นตอนการพ ฒนาระบบ ความหมายของระบบฐานข อม ล ความหมายของอ นเทอร เน ต เว บเพจ โฮมเพจ ภาษาคอมพ วเตอร และ งานว จ ยท เก ยวข อง ความหมายของเทคโนโลย สารสนเทศ ๑. ครรช ต มาล ยวงศ (๒๕๓๖) ให ความหมายของ เทคโนโลย สารสนเทศ ว าหมายถ ง การน า ระบบคอมพ วเตอร ระบบส อสารโทรคมนาคม และความร อ นท เก ยวข องมาประย กต ให เป นประโยชน ทางด านการจ ดการองค การ โดยม ว ตถ ประสงค เพ อเพ มประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลของการด าเน นงาน เทคโนโลย สารสนเทศ เป นเคร องม อราคาแพง และส วนมากไม อาจน ามาใช ได ท นท ต องพ ฒนาความร ความเข าใจให ผ ใช จ งจะใช ได ถ กต องและม ประส ทธ ผล ต องม การเปล ยนแปลง แก ไขการด าเน นงาน ประจ าท ค นเคยมาเป นเวลานาน หร อแม แต อาจจะต องเปล ยนแปลงว ถ ช ว ต ความค ด และว ฒนธรรม องค กรด วย ด งน นการนาเทคโนโลย มาใช จ งเป นเร องใหญ และต องเตร ยมการโดยรอบคอบ บางองค กรย ง ขาดองค ประกอบในการเตร ยมคน เตร ยมความค ด และเตร ยมกระบวนการท างานให สอดคล องก บการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ๒. ช ยยศ ส นต วงศ และพ ฒน นทร ศ ขโรจน (๒๕๒๙: ๙-๑๐) ให ความหมายของ เทคโนโลย สารสนเทศ ว าหมายถ ง การรวบรวมข อม ล ตรวจสอบ จ ดหมวดหม เร ยงล าด บ สร ป ค านวณ จ ดเก บ ค น ค น จ ดทาสาเนา เผยแพร กระจาย และส อสารข อม ล ท าให ข อม ลกลายเป นสารสนเทศท ด ม ความถ กต อง ตรงต อความต องการและเก ดค ณค าต อผ ใช ๔ ข นตอนการพ ฒนาระบบ โอภาส เอ ยมส ร วงษ (๒๕๔๖) ให ความหมาย และข นตอนของการพ ฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) ว าม วงจรท แสดงถ งก จกรรมต าง ๆ ด งน ๑) กาหนดขอบเขตป ญหา (Problem Definition) เป นข นตอนของการก าหนดขอบเขต ของป ญหา สาเหต ของป ญหาจากการด าเน นงานในป จจ บ น การก าหนดความต องการ การรวบรวมข อม ล เพ อทาการสร ปเป นข อกาหนดให ช ดเจน ๒) การว เคราะห (Analysis) เป นข นตอนของการว เคราะห การด าเน นงานโดยน า Requirement ท ได จากข นตอนแรกมาว เคราะห เพ อทาการพ ฒนาเป นแบบจาลอง logical ๓) การออกแบบ (Design) เป นข นตอนของน าผลล พธ จากการว เคราะห ทาง logical มา พ ฒนา เป น Physical Model ให สอดคล องก น ๔) การพ ฒนา (Development) เป นข นตอนของการพ ฒนาโ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks