ระเบ ยบปฏ บ ต การจ ดการความร - PDF

Description
ระเบ ยบปฏ บ ต การจ ดการความร 1) งานพ ฒนาบ คลากรฯและการจ ดการความร วางแผนการปฏ บ ต การการจ ดการความร ในว ทยาล ยฯเป น รายเด อน และท าความเข าใจเก ยวก บการ การจ ดการความร (KM : Knowledge Management) โดยม

Please download to get full document.

View again

of 5
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Politics

Publish on:

Views: 16 | Pages: 5

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ระเบ ยบปฏ บ ต การจ ดการความร 1) งานพ ฒนาบ คลากรฯและการจ ดการความร วางแผนการปฏ บ ต การการจ ดการความร ในว ทยาล ยฯเป น รายเด อน และท าความเข าใจเก ยวก บการ การจ ดการความร (KM : Knowledge Management) โดยม ว ส ยท ศน การท า KM : ว ทยาล ยพยาบาลบรมราชชนน นครล าปาง จะเป นองค กรท ม ว ฒนธรรมแห งการ เร ยนร ร วมก น เพ อพ ฒนาองค กร พ ฒนาอาจารย และน กศ กษาให ม ค ณภาพ และเป นท พ งทางว ชาการทางด าน ส ขภาพแก ส งคม ป จจ ยความส าเร จ 1. ผ บร หารและบ คลากรม ความร ความเข าใจและเห นความส าค ญของ KM/LO 2. ม งานพ ฒน ฯ+KM ด าเน นงานด านบร หารจ ดการด าน KM/LO 3. ม เทคโนโลย สารสนเทศท ม ประส ทธ ภาพ ในการสน บสน นระบบ KM/LO 4. ผ บร หารให การสน บสน นเช งนโยบาย และงบประมาณ 5. ม บรรยากาศและสภาพแวดล อมท เอ อต อการแสวงหาความร และแลกเปล ยนเร ยนร ร วมก น 6. ม ท ศคต เช งบวกในการ ถ ายทอดประสบการณ การท างาน/การเร ยนร 7. ม ระบบการต ดตามและประเม น ผลอย างต อเน อง 8. ม ระบบการสร างแรงจ งใจเร อง KM/LO ให บ คลากร 9. ม โครงสร างองค กร ระบบ และกลไกในการบร หารจ ดการท เอ อต อการเป นองค กรแห งการเร ยนร ว ตถ ประสงค 1. เพ อให บ คลากรม ว ฒนธรรมในการเร ยนร ร วมก นอย างม ค ณภาพ (หมายถ ง ผ บร หาร อาจารย เจ าหน าท บ คลากร น กศ กษา และศ ษย เก า) 2. เพ อให ว ทยาล ยฯม คล ง ความร ท หลากหลายท นสม ย และเป นแหล งเร ยนร ร วมก นท งองค กรและส งคม 3. เพ อให ว ทยาล ยฯม ระบบ สารสนเทศท ใช ในการจ ดเก บและเผยแพร องค ความร ส ส งคม 4. เพ อเป นผ น าในการสร างเคร อข ายช มชนแห งการเร ยนร ท งภายในและภายนอกหน วยงาน 5. เพ อให เก ดระบบบร หารจ ดการความร ในองค กรท ม ประส ทธ ภาพและสามารถน าความร ไปบ รณาการเพ อ สร างนว ตกรรม/องค กรแห งการเร ยนร 2) ด าเน นงานตามระบบการแลกเปล ยนความร ในท กระด บสายบ งค บบ ญชาโดยการจ ดตารางการ แลกเปล ยนเร ยนร ของบ คลากรในว ทยาล ยฯ ท งสายอาจารย และบ คลากรสายสน บสน น ด งน 2.1. บ คลากรสายอาจารย ซ งได แบ งเป น 3 ระด บ ประกอบด วย 1.การท า KM ระด บผ บร หาร (ประกอบด วย ผ อ านวยการ รองผ อ านวยการท ง 4 คน) 2.การท า KM ระด บ PHD (อาจารย ระด บปร ญญา เอก 7 คน) และ3.การท า KMระด บอาจารย ซ งประกอบด วยห วหน างานและผ ปฏ บ ต งาน โดยแบ งกล ม COP ตามโครงสร างของงานในว ทยาล ยฯและแบ ง COP ตาม กล มว ชา เช น กล มว ชาการพยาบาลส ต ศาสตร กล ม ว ชาการพยาบาลเด ก กล มว ชาการพยาบาลผ ใหญ และผ ส งอาย กล มว ชาการพยาบาลจ ตเวช กล มว ชาการ พยาบาลอนาม ยช มชน กล มว ชาแนวค ดพ นฐานและหล กการพยาบาลและการบร หารการพยาบาล และว ชา กล มการศ กษาท วไป 2.2. บ คลากรสายสน บสน น แบ งเป น 9 กล ม COP ค อ 1.กล มธ รการ การเง นการบ ญช งานพ สด งานสารบ ญ 2.กล มพน กงานข บรถ 3.กล มคนสวน 4.กล มคนงานหอพ ก 5.กล มท าความสะอาดอาคารเร ยน 6.กล มคร พ เล ยงเด ก 7.กล มผ ด แลห องปฏ บ ต การ(ห องLab) 7.กล มช างไม ช างประปาและช างไฟฟ า 8.กล ม งานคอมพ วเตอร และเทคโนโลย และ 9.กล มงานห องสม ด 2.3. น กศ กษาพยาบาล แบ งกล ม COP แต ละช นป หร อ กล ม COP ตามชมรมน กศ กษา ใน สโมสรน กศ กษาประจ าป การศ กษา หร อตามพ นท การฝ กภาคปฏ บ ต การพยาบาล หร อ ระหว างการเร ยนการ สอน 3) งานพ ฒนาบ คลากรฯและการจ ดการความร ประชาส มพ นธ และแจ งตารางการแลกเปล ยนเร ยนร ให กล มช มชนน กปฏ บ ต (COP)ทราบล วงหน าก อนอย างน อย 2 ส ปดาห 4) งานพ ฒนาบ คลากรฯและการจ ดการความร จ ดการประช มการแลกเปล ยนเร ยนร ให บ คลากรม ความร ความเข าใจ KM/LO โดยการน า 8 ข นตอนKM ส การปฏ บ ต งานในการประช มการแลกเปล ยนเร ยนร ในคร งแรก ด งน ข นท 1 ก าหนดและสร างท มงานจ ดการองค ความร แต ละ COP ในองค กร โดยม บ คลากรในงาน พ ฒนาบ คลากรภายในและการจ ดการความร เป นผ ช วยน ากระบวนการ KM ซ งท าหน าท เป นโค ช (KM Coordinator) ข นท 2 ก าหนดกลย ทธ KM ขององค กร โดยการศ กษากลย ทธ ขององค กรว าม สาระส าค ญด าน ใดบ าง ด าเน นการว เคราะห โอกาสและองค ความร ท จ าเป นต อความส าเร จขององค กร และเล อกองค ความร ท ม ผลกระทบต อความส าเร จขององค กรส งส ด เพ อค ดเล อกมาด าเน นการเป นโครงการน าร อง ข นท 3 ด าเน นการส ารวจระบบการจ ดการองค ความร ท ม อย แล วในองค กร เช น ระบบฐานข อม ล ระบบ IT เพ อท าการต อยอด ข นท 4 ค ดเล อกโครงการน าร อง (Quick Win-KM Projects) ให เล อกโครงการน าร อง 2-3 โครงการ ตามความเหมาะสมของระด บความยากง ายของโครงการและความพร อมของท มงาน และความเช ยวชาญท ม อย การท ม งเน นเพ ยงโครงการน าร องจะม โอกาสส าเร จส ง และสามารถสร างความเช อม น และเห น ผลประโยชน ของ KM ช ดเจนข น จ บต องได มากข น ข นท 5 สร างโครงสร างการจ ดการ KM ในองค กร การจ ดการองค ความร ในองค กรจ าเป นต องได ร บ การสน บสน นจากผ น าองค กร และผ เช ยวชาญในแต ละด าน เพ อสร างองค ความร แลกเปล ยน และใช องค ความร ให เก ดประโยชน ข นท 6 ก าหนดเทคโนโลย สน บสน นการจ ดการ KM ต งแต การจ ดเก บ การจ ดระบบ การส บค น และการค นหาองค ความร ท ต องการใช ประโยชน โดยม ระบบ IT และเคร อข ายจ งม สาระส าค ญในการ สน บสน น KM และระบบส อสาร เช น อ เมลและระบบรองร บการท างานร วมก น (Collaboration) ข นท 7 ก าหนดแผนปฏ บ ต การหล ก เพ อเป นศ นย กลางและเป นวาระขององค กรในการจ ดการสร าง KM ให เก ดข นจร งในองค กร สามารถแบ งได เป น 2 ล กษณะหล กๆ ค อ การบร หารโครงการ KM และการ บร หารการเปล ยนแปลงท เก ดข นในองค กร โดยผ านบ คลากรในงานพ ฒนาบ คลากรภายในและการจ ดการ ความร ข นท 8 บ คลากรในงานพ ฒนาบ คลากรภายในและการจ ดการความร ต ดตาม ควบค ม และจนเป ด โครงการของแต ละกล ม 5) งานพ ฒนาบ คลากรฯและการจ ดการความร เสร มสร างระบบการแลกเปล ยนความร ในท กระด บ สายบ งค บบ ญชา ให เป นไปตาม กระบวนการจ ดการความร (KM Process) ด งน 5.1 ก าหนดเป าหมายให ช ดเจนก อนว าส งท แต ละกล ม COPต องการจากการจ ดการ ความร ค ออะไร เร ยกว า ก าหนดเป าหมาย (Desired State) ซ งการก าหนดเป าหมายอาจจะพ จารณาจาก ย ทธศาสตร ขององค กรหร อจากป ญหาขององค กร เช น ป ญหาเร องประสบการณ ความร ท องค กรส งสมไว ใน ต วบ คลากรท ก าล งเกษ ยณอาย ไปในเวลาอ นใกล อาจก าหนดเป าหมายว า ม ระบบเคร อข ายถ ายทอด ประสบการณ ความร จากพ ส น อง เป นต น 5.2 เม อได เป าหมายแล วก ต องวางแผนและก จกรรมท จะสน บสน นตาม 6 องค ประกอบ ด งน ปร บเปล ยนพฤต กรรม การท าให คนในองค กรอยากเป นท งผ ให และผ ร บ ความร จน ท าให เก ดการแลกเปล ยนแบ งป นและการเร ยนร การส อสารท าให ท กคนในองค กรเข าใจว า ท าอะไร เพ ออะไร ท าเม อไร และท า อย างไร โดยส อสารอย างต อเน องจนการแลกเปล ยนความร และการเร ยนกลายเป นว ฒนธรรม 5.2.3ใช กระบวนการหล กๆ ในการจ ดการความร ม 7 กระบวนการซ งกระบวนการจ ดการ ความร (KM Process) เป นเคร องม อ ม การเผยแพร การให ความร เร องการจ ดการความร ให ก บคนในองค กรไม ว าจะ ฝ กอบรม เอกสาร หร อไฮเทค อย างไรก ได ตามความเหมาะสมขององค กร ท ส าค ญค อพยายามสอดแทรก ความร ด านการจ ดการความร เข าไปบ อยๆ ต ดตามความก าวหน าตามก จกรรมต างๆ ท ก าหนดในแผน การยกย องชมเชยและให รางว ล เป นการจ งใจให คนในองค การปร บเปล ยนพฤต กรรม ให สนใจท จะแลกเปล ยนความร 6) สร างวงจรการจ ดการความร (Change Management Process)ให เก ดในแต ละกล ม CPO ค อ 6.1 บ งช ความร เป นการค นหาว า ความร ท ส าค ญ ต อการบรรล เป าหมาย ค ออะไร อย ท ใคร ย งขาดความร อะไร 6.2 การสร างและแสวงหาความร เป นการหาว ธ ในการด งเอาความร จากแหล งต าง ๆ ความร ท ย งขาดอย จะสร างอย างไร อาจจะศ กษาต อยอดความร เด มหร อน าความร ภายนอกองค กรมาใช 6.3 การจ ดความร ให เป นระบบ เม อได เน อหาความร มาแล วต องม การแบ งประเภทความร จ ดท าสารบ ญเพ อให การเก บรวบรวมและการค นหาได ง ายสะดวกและรวดเร ว 6.4 การประมวลและกล นกรองความร ก อนน าเข าส ระบบจะต องปร บปร งเน อหา การใช ภาษาให เป นภาษาเด ยวก น (เช น ค าว า ด านเขตกรรม ด านปร บปร งการผล ตจะใช ค าใดก ใช ค าเด ยว เพ อไม ให ผ ท น าความร ไปใช ส บสน) รวมท งร ปแบบของข อม ล เพ อความสะดวกในการป อนเข าส ระบบ 6.5 การเข าถ งความร เป นการก าหนดว ธ การกระจายความร ส ผ ใช อาจท าเป นสม ดหน าเหล อง (บอกว าม ข อม ลเร องท ต องการอย ท ใดและเข าถ งข อม ลน นอย างไร แทนท จะเป นเบอร โทรศ พท ) ซ งความร อาจจ ดเก บเป นร ปแบบง าย ๆ ยากข นอ กน ดก ท าเป นฐานความร IT การจ ดอบรม การจ ดให ม ระบบสอนงาน แบบพ เล ยง ซ งม ว ธ การอ นๆ อ กหลายว ธ ท ท าให ความร น นถ กคนในองค กรน าไปใช 6.6 การแบ งป นแลกเปล ยนแบ งป นความร เป นการจ ดให ม ช องทางการถ ายเทความร Explicit เช น ผ ร จ ดท าเอกสารค ม อ จากผ ร ท งท เป น Tacit บ นท กประสบการณ จ ดท า CD VDO การปฏ บ ต งาน ส าหร บผ สนใจไว ศ กษาเป นต น ส วน Tacit เช น การเป นพ เล ยงสอนงาน การจ ดเวท แลกเปล ยนความร 6.7 การเร ยนร (Learning) เม อความร ขององค กรม การน าไปใช จนเก ดการเร ยนร และเก ดองค ความร ใหม กล บมาให องค กร (ไม ใช ความร ใหม แล วเก บไว ก บต ว) โดยแลกเปล ยนแบ งป นให ผ อ นน าไปใช อ ก การเร ยนร เป นส วนส าค ญในการท าให เก ดองค ความร ขององค กรเพ มข น ซ งองค กรจะม ว ธ การสน บสน น ให เก ดการเร ยนร อย างไร (อาจจะก าหนดให การเร ยนร เป นส วนหน งในการประเม นผลงานบ คลากร เป นต น) 7) ด าเน นการการต ดตามผลควบค ม จากต วช ว ดความส าเร จ โดยเฉพาะโครงการน าร อง ว า KM สามารถก อให เก ดประส ทธ ผล (Effective ness) ประส ทธ ภาพ (Efficiency) และผล ตผล (Productivity) ท ส งข นในองค กรได หร อไม และกระบวนการ KM เก ดข นจร งในองค กรหร อไม เช น อ ตราการเต บโตขององค ความร ใหม ในองค กร การเข ามาใช ฐานข อม ล ความร ในองค กรม อ ตราการใช งานอย างไร และบร หา
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks