ค ม อการจ ดท าแผนการจ ดการความร - PDF

Description
ค ม อการจ ดท าแผนการจ ดการความร โครงการพ ฒนาส วนราชการ ใหเป นองค กรแห งการเร ยนร และการจ ดการความร ในส วนราชการ โดย ส าน กงาน ก.พ.ร. และสถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต

Please download to get full document.

View again

of 23
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Celebrities

Publish on:

Views: 23 | Pages: 23

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ค ม อการจ ดท าแผนการจ ดการความร โครงการพ ฒนาส วนราชการ ใหเป นองค กรแห งการเร ยนร และการจ ดการความร ในส วนราชการ โดย ส าน กงาน ก.พ.ร. และสถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา 1 ค าน า ค ม อการจ ดท าแผนการจ ดการความร ฉบ บน จ ดท าข นเพ อสรางความร ความเขาใจและใหแนวทางในการจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan) ท ช ดเจนและเป นร ปธรรมมากข น หล งจากท ไดร บความเขาใจในหล กการของการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต ตามท ไดเขาร วมประช มเช งปฏ บต การซ งจ ดโดยส าน กงาน ก.พ.ร. โดยม ว ทยากรจากสถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต เม อ เด อนกรกฎาคม ก นยายน พ.ศ ส าน กงาน ก.พ.ร. และสถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต หว งเป นอย างย งว าค ม อฉบ บน จะเป นประโยชน ต อส วนราชการ และจ งหว ด ในการจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan) เพ อน าไปส ส มฤทธ ผลในการด าเน นงานของหน วยงานใหเก ดประส ทธ ภาพส งส ด ส าน กงาน ก.พ.ร.และ สถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต ธ นวาคม 2548 ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา 2 บทน า ส บเน องจากพระราชพระราชกฤษฎ กาว าดวยหล กเกณฑ และว ธ การบร หารก จการบานเม องท ด พ.ศ มาตรา 11 ก าหนดไว ว า ส วนราชการม หน าท พ ฒนาความร ในส วนราชการ เพ อให ม ล กษณะเป นองค กรแห งการเร ยนร อย างสม าเสมอ โดยต องร บร ข อม ลข าวสารและสามารถประมวลผลความร ในด านต าง ๆ เพ อน ามาประย กต ใช ในการปฏ บ ต ราชการได อย างถ กต อง รวดเร ว เหมาะสมก บสถานการณ รวมท งต องส งเสร มและพ ฒนาความร ความสามารถ สร างว ส ยท ศน และปร บเปล ยนท ศนคต ของขาราชการในส งก ดใหเป นบ คลากรท ม ประส ทธ ภาพและม การเร ยนร ร วมก น ส าน กงาน ก.พ.ร. ร วมก บสถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต จ ดการประช มเช งปฏ บ ต การเร องการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต ในช วงเด อนกรกฎาคม ก นยายน พ.ศ.2548 เพ อสรางความร ความเขาใจในหล กการของการจ ดการความร และไดขยายผลจากการประช มเช งปฏ บ ต การด งกล าว จ ดท าเป นค ม อการจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan Template) เพ อใหง ายและสะดวก รวมท งเพ อเป นมาตรฐานเด ยวก น ในการจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan) ต อไป ค ม อการจ ดท าแผนการจ ดการความร ฉบ บน ประกอบดวย บทท 1 การจ ดการความร เบ องตน บทท 2 การก าหนดขอบเขต KM (KM Focus Area) บทท 3 การก าหนดเป าหมาย KM (Desired State) บทท 4 การจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan) บทท 5 การก าหนดโครงสรางท มงาน KM ภาคผนวก ก ก าหนดการและเอกสารท ตองส งมอบใหส าน กงาน กพร. ภาคผนวก ข แบบฟอร ม ภาคผนวก ค ต วอย าง หากม ขอสงส ยเก ยวก บการจ ดท าแผนการจ ดการความร ตามเน อหาในค ม อฉบ บน สอบถามไดท สถาบ นเพ มผลผล ตแห งชาต โทรศ พท ต อ 576 ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา 3 เอกสารท ตองส งตามรายละเอ ยดท ก าหนดในภาคผนวก ก. ใหส งเป นเอกสาร 2 ช ด และ save ขอม ลลงแผ นซ ด 1 แผ น ส งไปท ส าน กงาน ก.พ.ร. ภายในว นท 31 มกราคม 2549 สารบ ญ หนา ค าน า บทน า บทท 1 : การจ ดการความร เบ องตน 4 บทท 2 : การก าหนดขอบเขต KM (KM Focus Area) 9 บทท 3 : การก าหนดเป าหมาย KM (Desired State) 12 บทท 4 : การจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan) 15 บทท 5 : การก าหนดโครงสรางท มงาน KM 23 ภาคผนวก ก ก าหนดการและเอกสารท ตองส งมอบใหส าน กงาน กพร. 25 ภาคผนวก ข แบบฟอร ม 27 ภาคผนวก ค ต วอย าง 38 ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา 4 บทท 1 : การจ ดการความร เบ องตน 1.1 การจ ดการความร ในองค กร หมายถ ง การรวบรวมองค ความร ท ม อย ในองค กร ซ งกระจ ดกระจายอย ในต วบ คคลหร อเอกสาร มาพ ฒนาให เป นระบบ เพ อให ท กคนในองค กรสามารถเข าถ งความร และพ ฒนาตนเองให เป นผ ร รวมท งปฏ บ ต งานไดอย างม ประส ทธ ภาพ อ นจะส งผลใหองค กรม ความสามารถในเช งแข งข นส งส ด โดยท ความร ม 2 ประเภท ค อ - ความร ท ฝ งอย ในคน (Tacit Knowledge) เป นความร ท ไดจากประสบการณ พรสวรรค หร อส ญชาตญาณของแต ละบ คคลในการท าความเข าใจในส งต างๆ เป นความร ท ไม สามารถถ ายทอดออกมาเป นค าพ ดหร อลายล กษณ อ กษรไดโดยง าย เช น ท กษะในการท างาน งานฝ ม อ หร อการค ดเช งว เคราะห บางคร ง จ งเร ยกว าเป นความร แบบนามธรรม - ความร ท ช ดแจง (Explicit Knowledge) เป นความร ท สามารถรวบรวม ถ ายทอดได โดยผ านว ธ ต างๆ เช น การบ นท กเป นลายล กษณ อ กษร ทฤษฎ ค ม อต างๆ และบางคร งเร ยกว าเป นความร แบบร ปธรรม 1.2 แนวค ดการจ ดท าแผนการจ ดการความร (Knowledge Management Action Plan) ตามค ม อฉบ บน ไดน าแนวค ดเร องกระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management Process) และกระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (Change Management Process) มาประย กต ใชในการจ ดท าแผนการจ ดการความร (KM Action Plan) ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management Process) เราตองม ความร เร องอะไร เราม ความร เร องน นหร อย ง 1. การบ งช ความร (Knowledge Identification) ความร อย ท ใคร อย ในร ปแบบอะไร จะเอามาเก บรวมก นไดอย างไร 2. การสรางและแสวงหาความร (Knowledge Creation and Acquisition) จะแบ งประเภท ห วขออย างไร 3. การจ ดความร ใหเป นระบบ (Knowledge Organization) จะท าใหเขาใจง ายและสมบ รณ อย างไร 4. การประมวลและกล นกรองความร (Knowledge Codification and Refinement) เราน าความร มาใชงานไดง ายหร อไม 5. การเขาถ งความร (Knowledge Access) ม การแบ งป นความร ใหก นหร อไม 6. การแบ งป นแลกเปล ยนความร (Knowledge Sharing) ความร น นท าใหเก ดประโยชน ก บองค กรหร อไม ท าใหองค กรด ข นหร อไม 7. การเร ยนร (Learning) กระบวนการจ ดการความร (Knowledge Management Process) เป นกระบวนการแบบหน งท จะช วยใหองค กรเขาใจถ งข นตอนท ท าใหเก ดกระบวนการจ ดการความร หร อพ ฒนาการของความร ท จะเก ดข นภายในองค กร ประกอบดวย 7 ข นตอน ด งน 1) การบ งช ความร เช นพ จารณาว า ว ส ยท ศน / พ นธก จ/ เป าหมาย ค ออะไร และเพ อใหบรรล เป าหมาย เราจ าเป นตองร อะไร, ขณะน เราม ความร อะไรบาง, อย ในร ปแบบใด, อย ท ใคร 2) การสรางและแสวงหาความร เช นการสรางความร ใหม, แสวงหาความร จากภายนอก, ร กษาความร เก า, ก าจ ดความร ท ใชไม ไดแลว 3) การจ ดความร ใหเป นระบบ - เป นการวางโครงสรางความร เพ อเตร ยมพรอมส าหร บการเก บความร อย างเป นระบบในอนาคต ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา 6 4) การประมวลและกล นกรองความร เช นปร บปร งร ปแบบเอกสารใหเป นมาตรฐาน, ใชภาษาเด ยวก น, ปร บปร งเน อหาใหสมบ รณ 5) การเขาถ งความร เป นการท าใหผ ใชความร น นเขาถ งความร ท ตองการไดง ายและสะดวก เช น ระบบเทคโนโลย สารสนเทศ (IT), Web board,บอร ดประชาส มพ นธ เป นตน 6) การแบ งป นแลกเปล ยนความร ท าไดหลายว ธ การ โดยกรณ เป น Explicit Knowledge อาจจ ดท าเป น เอกสาร, ฐานความร, เทคโนโลย สารสนเทศ หร อกรณ เป น Tacit Knowledge อาจจ ดท าเป นระบบ ท มขามสายงาน, ก จกรรมกล มค ณภาพและนว ตกรรม, ช มชนแห งการเร ยนร, ระบบพ เล ยง, การส บเปล ยนงาน, การย มต ว, เวท แลกเปล ยนความร เป นตน 7) การเร ยนร ควรท าใหการเร ยนร เป นส วนหน งของงาน เช นเก ดระบบการเร ยนร จาก สร างองค ความร น าความร ไปใช เก ดการเร ยนร และประสบการณ ใหม และหม นเว ยนต อไปอย างต อเน อง กระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (Change Management Process) การเร ยนร (Learning) การว ดผล (Measurements) การยกย องชมเชย และการใหรางว ล (Recognition and Reward) เป าหมาย (Desired State) กระบวนการ และเคร องม อ (Process & Tools) การส อสาร (Communication) การเตร ยมการและ ปร บเปล ยนพฤต กรรม (Transition and Behavior Robert Osterhoff กระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (Change Management Process) เป นกรอบความค ดแบบหน งเพ อใหองค กรท ตองการจ ดการความร ภายในองค กร ไดม งเนนถ งป จจ ยแวดลอมภายในองค กร ท จะม ผลกระทบต อการจ ดการความร ประกอบดวย 6 องค ประกอบ ด งน 1) การเตร ยมการและปร บเปล ยนพฤต กรรม - เช น ก จกรรมการม ส วนร วมและสน บสน นจากผ บร หาร (ท ท กคนมองเห น), โครงสรางพ นฐานขององค กร, ท ม/ หน วยงานท ร บผ ดชอบ, ม ระบบการต ดตามและประเม นผล, ก าหนดป จจ ยแห งความส าเร จช ดเจน ค ม อการจ ดการความร : จากทฤษฎ ส การปฏ บ ต หนา 7 2) การส อสาร เช น ก จกรรมท ท าใหท กคนเขาใจถ งส งท องค กรจะท า, ประโยชน ท จะเก ดข นก บท กคน, แต ละคนจะม ส วนร วมไดอย างไร 3) กระบวนการและเคร องม อ - ช วยใหการคนหา เขาถ ง ถ ายทอด และแลกเปล ยนความร สะดวกรวดเร ว ข น โดยการเล อกใชกระบวนการและเคร องม อ ข นก บชน ดของความร, ล กษณะขององค กร (ขนาด, สถานท ต ง ฯลฯ), ล กษณะการท างาน, ว ฒนธรรมองค กร, ทร พยากร 4) การเร ยนร - เพ อสรางความเขาใจและตระหน กถ งความส าค ญและหล กการของการจ ดการความร โดยการเร ยนร ตองพ จารณาถ ง เน อหา, กล มเป าหมาย, ว ธ การ, การประเม นผลและปร บปร ง 5) การว ดผล - เพ อใหทราบว าการด าเน นการไดบรรล เป าหมายท ต งไวหร อไม, ม การน าผลของการว ดมาใชในการปร บปร งแผนและการด าเน นการใหด ข น, ม การน าผลการว ดมาใชในการส อสารก บบ คลากรในท กระด บใหเห นประโยชน ของการจ ดการความร และการว ดผลตองพ จารณาดวยว าจะว ดผลท ข นตอนไหนไดแก ว ดระบบ (System), ว ดท ผลล พธ (Out put) หร อว ดท ประโยชน ท จะไดร บ (Out come) 6) การยกย องชมเชยและใหรางว ล - เป นการสรางแรงจ งใจใหเก ดการปร บเปล ยนพฤต กรรมและการม ส วนร วมของบ คลากรในท กระด บ โดยขอควรพ จารณาไดแก คนหาความตองการของบ คลากร, แรงจ งใจระยะส นและระยะยาว, บ รณาการก บระบบท ม อย, ปร บเปล ยนใหเขาก บก จกรรมท ท าในแต ละช วงเวลา 1.3 องค กรจะต องมองภาพรวมของป จจ ยแวดล อมภายในองค กร ท จะส งผลกระทบต อกระบวนการจ ดการความร (KM Process) ขององค กร โดยการน ากระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลงมาเช อมโยง เพ อจะผล กด นให เก ดการเปล ยนแปลงเสร มสร างสภาพแวดล อม ท จะท าให กระบวนการจ ดการความร ม ช ว ตหม นต อไปได อย างต อเน อง และท าใหการจ ดการความร ขององค กรม ประส ทธ ผลโดยจ ดท าเป นแผนการจ ดการความ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks