รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฎก าแพงเพชร ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา คณะเทคโนโลย อ ตสาหกรรม สาขาว ชาว ศวกรรมไฟฟ า - PDF

Description
รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฎก าแพงเพชร ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา คณะเทคโนโลย อ ตสาหกรรม สาขาว ชาว ศวกรรมไฟฟ า หมวดท 1 ข อม ลโดยท วไป 1. รห สและช อรายว ชา การโปรแกรมคอมพ

Please download to get full document.

View again

of 14
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Technology

Publish on:

Views: 24 | Pages: 14

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฎก าแพงเพชร ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา คณะเทคโนโลย อ ตสาหกรรม สาขาว ชาว ศวกรรมไฟฟ า หมวดท 1 ข อม ลโดยท วไป 1. รห สและช อรายว ชา การโปรแกรมคอมพ วเตอร Computer Programming 2. จ านวนหน วยก ต 3 หน วยก ต(2-2-5) 3. หล กส ตรและประเภทของรายว ชา เทคโนโลย บ ณฑ ต สาขาเทคโนโลย ไฟฟ าอ ตสาหกรรม 4. อาจารย ผ ร บผ ดชอบรายว ชาและอาจารย ผ สอน อ. มน ญ บ ลย ประม ข 5. ภาคการศ กษา/ช นป ท เร ยน ภาคการศ กษาท 2/2556 / ช นป ท 1 6. รายว ชาท ต องเร ยนมาก อน (Pre-requisites) (ถ าม ) ไม ม 7. รายว ชาท ต องเร ยนพร อมก น (Co-requisites) (ถ าม ) ไม ม 8. สถานท เร ยน คณะเทคโนโลย อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฎก าแพงเพชร 9. ว นท จ ดท าหร อปร บปร งรายละเอ ยดของรายว ชาคร งล าส ด 20 ต ลาคม หมวดท 2 จ ดม งหมายและว ตถ ประสงค 1. จ ดม งหมายของรายว ชา 1. เพ อให ผ เร ยนสามารถเข าใจหล กการท างานของระบบคอมพ วเตอร ท งฮาร ดแวร และซอฟแวร 2. เพ อให ผ เร ยนเข าใจ หล กการเข ยนโปรแกรมและการท างานของโปรแกรม การเข ยนผ งการท างานของ โปรแกรมได 3. เพ อให ผ เร ยนเข าใจ และสามารถเข ยนโปรแกรมเช งโครงสร าง ได 4. เพ อให ผ เร ยนสามารถเข ยนโปรแกรมเพ อน าไปประย กต ใช งานค านวณทางคณ ตศาสตร และทางด าน ไฟฟ าได 2. ว ตถ ประสงค ในการพ ฒนา/ปร บปร งรายว ชา เพ อให น กศ กษาม ความร ความเข าใจเก ยวก บภาษาอ งกฤษในการท างานท วไป เพ อให สามารถน าเอาความร ท ได ไปประย กต ใช ได ในช ว ตประจ าว นและการท างาน ท งน ควรม การเปล ยนแปลงต วอย างอ างอ งให สอดคล องก บ ความก าวหน าทางว ทยาศาสตร และเทคโนโลย ในป จจ บ น หมวดท 3 ล กษณะและการด าเน นการ 1. ค าอธ บายรายว ชา ศ กษาเก ยวก บโครงสร างเบ องต นของระบบคอมพ วเตอร ความส มพ นธ ระหว างฮาร ดแวร และซอฟแวร และ ซอฟต แวร ว ธ การออกแบบและพ ฒนาโปรแกรมโดยใช ผ งงาน โครงสร างของข อม ลและต วแปร การด าเน นทาง ๕ณ ตศาสตร และตรรกศาสตร เช งต วเลข กระบวนการต ดส นใจและการท างานแบบวนรอบ การเข ยนโปรแกรมย อย ฟ งก ช น และโปรซ เดอร ข อม ลโครงสร างแบบ อาร ย ไฟล การสร างแนวความค ดโดยการเข ยนโปรแกรมภาษา ระด บส ง การเข ยนโปรแกรมแบบว ชวลเบ องต น การสร างแนวความค ดโดยการเข ยนโปรแกรมภาษาระด บส ง การ สร างแนวความค ด และการออกแบบโปรแกรมการทดสอบ และการแก ไขป ญหาทางคณ ตศาสตร และ ว ศวกรรมไฟฟ า ปฏ บ ต การในห วข อการเข ยนโปรแกรมย อยฟ งก ช นและโปรซ เดอร การเข ยนโปรแกรมภาษาระด บส ง การ เข ยนโปรแกรมแบบว ชวลเบ องต น การเข ยนโปรแกรมภาษาระด บส ง การออกแบบโปรแกรม การทดสอบและการ แก ไขป ญหาทางคณ ตศาสตร 2 2. จ านวนช วโมงท ใช ต อภาคการศ กษา บรรยาย สอนเสร ม การฝ กปฏ บ ต /งาน ภาคสนาม/การฝ กงาน บรรยาย 32 ช วโมง ต อภาคการศ กษา สอนเสร มตามความ ต องการของน กศ กษา เฉพาะราย ม การฝ กปฏ บ ต 32 ช วโมง ต อภาคการศ กษา การศ กษาด วยตนเอง การศ กษาด วยตนเอง 5ช วโมงต อส ปดาห 3. จ านวนช วโมงต อส ปดาห ท อาจารย ให ค าปร กษาและแนะน าทางว ชาการแก น กศ กษาเป นรายบ คคล อาจารย จ ดเวลาให ค าปร กษาเป นรายบ คคล หร อ รายกล มตามความต องการ ประมาณ 1 ช วโมงต อ ส ปดาห (เฉพาะรายท ต องการ) หมวดท 4 การพ ฒนาการเร ยนร ของน กศ กษา 1. ค ณธรรมจร ยธรรม มาตรฐานผลการเร ยนร กลย ทธ การสอน การประเม นผลการเร ยนร 1. ค ณธรรม จร ยธรรม 1.1 เข าใจและซาบซ งใน ว ฒนธรรมไทย ตระหน กในค ณค า ของระบบค ณธรรมจร ยธรรม เส ยสละ และ ซ อส ตย ส จร ต 1.2 [O] ม ว น ย ตรงต อเวลา ร บผ ดชอบต อตนเองและส งคม เคารพกฎระเบ ยบและข อบ งค บ ต างๆ ขององค กรและ ส งคม 1.3 [O]ม ภาวะความเป นผ น า และผ ตาม สามารถท างานเป นท ม สามารถแก ไขข อข ดแย งตามล าด บ ความส าค ญ เคารพส ทธ และร บฟ ง ความค ดเห นของผ อ น รวมท ง เคารพในค ณค าและศ กด ศร ของ ความเป นมน ษย 1.4 [O]สามารถว เคราะห และ 1. ก าหนดให ม ว ฒนธรรมองค กร เพ อเป นการปล กฝ งให น กศ กษาม ระเบ ยบว น ยการปฏ บ ต ตามกฎต กา ท ก าหนดหร อได ตกลงก นไว 2. ม การปล กฝ งความร บผ ดชอบให น กศ กษา โดยเร มต งแต การเข าช น เร ยนให ตรงเวลาการ ส งงานตาม ก าหนดเวลา ตลอดจนการแต งกาย ท เป นไปตามระเบ ยบข อบ งค บของ มหาว ทยาล ย ฯ 3. ฝ กน กศ กษาให ม ภาวะความเป น ผ น า การท างานกล มน นต องฝ กให ร หน าท ของการเป นผ น ากล มและ การเป นสมาช กกล ม ม ความส อ ส ตย โดยต องไม กระท าการท จร ต ในการสอบหร อลอกการบ านของ ผ อ น 1. ประเม นจาการตรงต อเวลาของ น กศ กษาในการเข าช นเร ยน กางส ง งานตามก าหนด ระยะเวลาท มอบหมาย และการร วมก จกรรม 2. ประเม นจากการม ว น ยและ พร อมเพร ยงของน กศ กษาในการ เข าร วมก จกรรมเสร มหล กส ตร 3. ปร มาณการกระท าท จร ตในการ สอบ 4. ประเม นจากความร บผ ดชอบใน หน าท ท ได ร บมอบหมาย 5. ส งเกตพฤต กรรมการแสดงออก ในโอกาสต างๆ 3 ประเม นผลกระทบจากการใช ความร ทางว ศวกรรมต อบ คคล องค กร ส งคมและส งแวดล อม 1.5 [O]ม จรรยาบรรณทาง ว ชาการและว ชาช พ และม ความ ร บผ ดชอบในฐานะผ ประกอบ ว ชาช พ รวมถ งเข าใจถ งบร บททาง ส งคมของว ชาช พว ศวกรรมในแต ละสาขา ต งแต อด ตจนถ งป จจ บ น 4. สอดแทรกเร องค ณธรรม จร ยธรรม ในการสอนท กรายว ชา รวมท งม การจ ดก จกรรม ส งเสร ม ค ณธรรม จร ยธรรม อาท การยก ย องน กศ กษาท ท าด ท าประโยชน แก ส วนรวมและเส ยสละ 2. ความร มาตรฐานผลการเร ยนร กลย ทธ การสอน การประเม นผลการเร ยนร 2. ความร 1. ใช การสอนหลานร ปแบบโดย เน นหล กทางทฤษฎ และการปฏ บ ต เพ อให เก ดองค ความร 2. จ ดก จกรรม การเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ 3. ฝ กการแก ป ญหาจากากรสร าง สถานการณ จ าลอง 4. ใช ว ธ การสอนแบบว จ ยพ นฐาน 5. น กศ กษาท กคนศ กษา ประสบการณ ตรงจากสถาน ประกอบการ หร อสหก จศ กษา 2.1 [ ] ม ความร และความ เข าใจทางคณ ตศาสตร พ นฐาน ว ทยาศาสตร พ นฐาน ว ศวกรรม พ นฐาน และเศรษฐศาสตร เพ อ การประย กต ใช ก บงานทางด าน ว ศวกรรมศาสตร ท เก ยวข อง และ การสร างนว ตกรรมทางเทคโนโลย 2.2 [ ] ม ความร และความ เข าใจเก ยวก บหล กการและทฤษฎ ท ส าค ญในเน อหาของสาขาว ชา เฉพาะด านทางว ศวกรรม 2.3 [ ] สามารถบ รณาการ ความร ในสาขาว ชาท ศ กษาก บ ความร ในศาสตร อ น ๆ ท เก ยวข อง 2.4 [ ] สามารถว เคราะห และ แก ไขป ญหา ด วยว ธ การท ประเม นจากผลส มฤทธ ทางการ เร ยน และการปฏ บ ต ของน กศ กษา ในด านต างๆ ค อ 1. การทดสอบย อย 2. การสอบกลางภาคเร ยนและ ปลายภาคเร ยน 3. ประเม นจากรายงานท น กศ กษา จ ดท า 4. ประเม นจากโครงการท น าเสนอ 5. ประเม นจากการน าเสนอ รายงานในช นเร ยน 6. ผลการฝ กประสบการณ จาก สถานประกอบการ หร อสหก จ ศ กษา 4 เหมาะสม รวมถ งการประย กต ใช เคร องม อท เหมาะสม เช น โปรแกรมคอมพ วเตอร เป นต น 2.5 [ ] สามารถใช ความร และ ท กษะในสาขาว ชาของตน ในการ ประย กต แก ไขป ญหาในงานจร งได 3. ท กษะทางป ญญา มาตรฐานผลการเร ยนร กลย ทธ การสอน การประเม นผลการเร ยนร 3. ท กษะทางป ญญา 1. กรณ ศ กษาทางการประย กต 1. ประเม นตามสภาพจร งจาก 3.1 [ ] ม ความค ดอย างม สาขาเทคโนโลย ไฟฟ าอ ตสาหกรรม ผลงาน ว จารณญาณ 2. มอบหมายงาน Project โดยใช 2. การปฏ บ ต ของน กศ กษาอาท 3.2 [ ] สามารถรวบรวม ศ กษา หล กการว จ ย ประเม นการน าเสนอในช นเร ยน ว เคราะห และสร ปประเด นป ญหา 3. การศ กษา ค นคว า และรายงาน 3. ทดสอบโดยใช แบบทดสอบหร อ และความต องการ ทางเอกสารและรายงานหน าช น ส มภาษณ เร ยน 3.3 [ ] สามารถค ด ว เคราะห และแก ไขป ญหาด านว ศวกรรมได อย างม ระบบ รวมถ งการใช ข อม ล ประกอบการต ดส นใจในการ ท างานได อย างม ประส ทธ ภาพ 3.4 [ ] ม จ นตนาการและความ ย ดหย นในการปร บใช องค ความร ท เก ยวข องอย างเหมาะสม ในการ พ ฒนานว ตกรรมหร อต อยอดองค ความร จากเด มได อย างสร างสรรค 3.5 [ ] สามารถส บค นข อม ล และค นคว าหาความร เพ มเต มได ด วยตนเอง เพ อการเร ยนร ตลอด ช ว ต และท นต อการเปล ยนแปลง 5 ทางองค ความร และเทคโนโลย ใหม ๆ 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ มาตรฐานผลการเร ยนร กลย ทธ การสอน การประเม นผลการเร ยนร 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว าง บ คคลและความร บผ ดชอบ 4.1 [O] สามารถส อสารก บกล ม คนท หลากหลาย และสามารถ สนทนาท งภาษาไทยและภาษา ต างประเทศได อย างม ประส ทธ ภาพ สามารถใช ความร ใน สาขาว ชาช พมาส อสารต อส งคมได ในประเด นท เหมาะสม 4.2 [O] สามารถเป นผ ร เร ม แสดงประเด นในการแก ไข สถานการณ เช งสร างสรรค ท ง ส วนต วและส วนรวม พร อมท ง แสดงจ ดย นอย างพอเหมาะท งของ ตนเองและของกล ม รวมท งให ความช วยเหล อและอ านวยความ สะดวก ในการแก ไขป ญหา สถานการณ ต างๆ 4.3 [O] สามารถวางแผนและ ร บผ ดชอบในการพ ฒนาการเร ยนร ท งของตนเอง ส งคม และทาง ว ชาช พอย างต อเน อง 4.4 [O] ร จ กบทบาท หน าท และม ความร บผ ดชอบในการ ท างานตามท มอบหมาย ท งงาน ใช การสอนท ม การก าหนด ก จกรรมให ม การท างานเป นกล ม การท างานท ต องประสานงานก บ ผ อ นข ามหล กส ตร หร อต องค นคว า หาข อม ลการส มภาษณ บ คคลอ น หร อผ ม ประสบการณ โดยม ความ คาดหว งในผลการเร ยนร ด าน ท กษะความส มพ นธ ระหว างต ว บ คคลและความสามารถในการ ร บผ ดชอบ ด งน 1. ปล กฝ งให ม ความร บผ ดชอบต อ หน าท ท ได ร บหมอบหมาย 2. ส งเสร มให น กศ กษากล า แสดงออกและเสนอความค ดเห น โดยการจ ดอภ ปรายและเสวนางาน ท มอบหมาย 3. ใช ว ธ การสอนแบบเป ดโอกาสใน การแสดงความเห น (Brainstorming) เพ อฝ กการ ยอมร บความค ดเห นของผ อ นด วย เหต ผล 4. ส งเสร มการเคารพส ทธ และการ ร บฟ งความค ดเห นของผ อ น 1. ประเม นพฤต กรรมภาวการณ เป นผ น าและผ ตามท ด 2. ต ดตามการท างานร วมก นสามช กกล มของน กศ กษาเป นระยะ พร อมบ นท ก พฤต กรรมเป น รายบ คคล 3. ประ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks