รายงานว จ ย ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร ผศ.ดร. พ ชราภรณ เน ยมมณ - PDF

Description
รายงานว จ ย ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร Resource Allocation Model ผศ.ดร. พ ชราภรณ เน ยมมณ พฤษภาคม 2551 สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร 118 ถนนเสร ไทยคลองจ น บางกะป กร งเทพมหานคร 10240

Please download to get full document.

View again

of 22
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Memoirs

Publish on:

Views: 9 | Pages: 22

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
รายงานว จ ย ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร Resource Allocation Model ผศ.ดร. พ ชราภรณ เน ยมมณ พฤษภาคม 2551 สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร 118 ถนนเสร ไทยคลองจ น บางกะป กร งเทพมหานคร โทร : โทรสาร : ป พ.ศ โดยสถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร สงวนล ขส ทธ : การค ดลอก การจ ดเก บไว ในระบบท จะเร ยกกล บมาใช ใหม หร อการส งผ านในร ปแบบใดหร อว ธ การใด ไม ว าทางไฟฟ า เคร องกล การถ ายส าเนา การอ ดเส ยง หร อว ธ การอ นใด ต อง ขออน ญาตจากสถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร ยกเว น การน าเสนอท ประช มว ชาการและน าไปต พ มพ เผยแพร ใน วารสารทางว ชาการท งในประเทศและต างประเทศ และการ เผยแพร อ น ๆ ท ไม ใช การหาผลประโยชน เช งพาณ ชย ข อความและความค ดเห นใด ในส งพ มพ ฉบ บน เป นของผ เข ยน/คณะว จ ย ม ใช ของสถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร ขอ สงวนล ขส ทธ ท จะไม ร บผ ดชอบต อความเส ยหายท เก ดข นก บบ คคลหร อทร พย ส น อ นเป นผลมาจากส งใดในรายงานฉบ บน ค าน า ต ารา ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร เล มน ผ เข ยนได แต งข นโดยม ว ตถ ประสงค ส าหร บน กศ กษาและผ สนใจท วไปท ต องการค นคว าและน าไปประย กต ใช งานของต วแบบการ จ ดสรรทร พยากรต างๆ ท งในองค กรธ รก จและอ ตสาหรรม ต าราเล มน ประกอบด วยเน อหา 4 ส วนหล กค อ ส วนแรกเก ยวก บต วแบบการโปรแกรม เช งเส น ส วนท สองเก ยวก บต วแบบการโปรแกรมเช งเส นจ านวนเต ม ส วนท สามเก ยวก บต ว แบบการโปรแกรมเช งเส นแบบผสม ส วนส ดท ายเก ยวข องก บต วแบบการโปรแกรมเช ง เป าหมาย โดยในแต ละส วนม การแสดงว ธ การสร างต วแบบส าหร บป ญหาทางธ รก จและ อ ตสาหกรรม และว ธ การประมวลผลท งในเช งทฤษฎ เทคน คและว ธ การประมวลผลด วย โปรแกรม Excel Solver และโปรแกรม SAS ส าหร บการโปรแกรมเช งเส นเป นพ นฐานส าค ญ ของการโปรแกรมทางคณ ตศาสตร แบบอ น ๆ หน งส อเล มน ได แสดงการว เคราะห หล งจากท ได ผลเฉลยท เหมาะสมท ส ด โดยการว เคราะห ความไวของพาราม เตอร พร อมก บแสดงถ งป ญหา ควบค ท ม ความหมายในเช งเศรษฐศาสตร ด วย ต าราฉบ บน ได ร บการท นสน บสน นจากส าน กว จ ย สถาบ นบ ณฑ ตพ ฒนบร หารศาสตร ผ เข ยนขอขอบพระค ณมา ณ ท น ต าราฉบ บน หากม ข อผ ดพลาดประการใด ผ เข ยนต องขออภ ยไว ณ ท น และย นด ท จะ ร บทราบความผ ดพลาดเพ อน าไปใช ในการปร บปร งต าราน ต อไป พ ชราภรณ เน ยมมณ พฤษภาคม 2551 1 (Introduction) ก ก ก ก ก ก ก 4 ก 11 ก 12 2 ก ก (Linear Programming Model) ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก (DEA) ก 70 ก 75 ก 79 3 ก ก ก (Linear Programming Method) ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก iv ( ) 3.9 ก ก ก ก ก ก Excel Solver ก ก ก ก ก SAS 151 ก 167 ก ก 173 (Sentivity Analysis and Dual Problem) ก ก ก DEA ก ก ก ก ก ก Excel Solver ก ก SAS ก กก 234 ก 241 ก ก ก 249 (Integer Linear Programming Model) 5.1 ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก 264 v ( ) 5.6 ก ก ก 267 ก 271 ก ก ก ก 275 (Integer Linear Programming Method) 6.1 ก ก ก ก กก ก ก ก ก ก ก ก Microsoft Excel Solver ก ก SAS 323 ก 326 ก ก ก 331 (Mixed Integer Programming Model) 7.1 ก ก ก ก ก ก ก 337 ก 340 ก ก ก ก 343 (Mixed Integer Programming Method) 8.1 ก ก ก ก ก 350 vi ( ) ก 359 ก ก ก 363 (Goal Programming Model) 9.1 ก ก ก ก ก ก ก ก 374 ก 389 ก ก ก ก 393 (Goal Programming Method) 10.1 ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก 403 ก 401 ก 412 ก ก 427 ก ก 428 ก 438 ทร พยากร หมายถ ง ส งท ม ไว ใช งานในองค กรหร อบร ษ ท เพ อเพ มผล ตหร อผลประโยชน ให แก องค กร ซ งทร พยากรน รวมถ ง โรงงาน พน กงาน ว ตถ ด บและทร พย ส นต าง ๆ โดยท วไป ทร พยากรในองค กรม กม อย อย างจ าก ด เช น จ านวนพน กงานท ควบค มเคร องจ กรในโรงงานแห ง หน ง จ านวนเง นสดท นหม นเว ยนในการด าเน นงานของบร ษ ท จ านวนรถบรรท กท ม ไว ขนส งส นค า ของบร ษ ทขนส งและโลจ สต กส เป นต น โดยท วไป ทร พยากรเหล าน ม อย จ านวนจ าก ดในองค กรท า ให องค กรต องม การใช หร อการจ ดสรรทร พยากรเหล าน ให เก ดประโยชน ส งส ด ซ งประส ทธ ภาพใน การจ ดสรรทร พยากรอาจว ดในร ปของปร มาณการผลผล ตส งส ด หร อ ก าไรส งส ด ว ธ การจ ดสรร ทร พยากรให ได ประโยชน ส งส ด การสร างต วแบบเพ อการต ดส นใจ (Decision model) ของป ญหา ป จจ บ น ผลของต วแบบเป นการประมวลผลโดยในเช งต วเลข โดยไม ม อคต ของผ ต ดส นใจ หร อ อารมณ ของผ ต ดส นใจ เราเร ยกต วแบบประเภทน ว า ต วแบบคณ ตศาสตร (Mathematical model) ท แสดงความส มพ นธ เช งคณ ตศาสตร ของส งต าง ๆ ท เราสนใจหร อเง อนไขต าง ๆ ท จ าเป นต องค าน งถ งในสถานการณ ของป ญหาน น ซ งการใช ต วแบบคณ ตศาสตร เพ อการต ดส นใจท า ให การต ดส นใจของผ บร หารด ข น หร อเพ อท าให เข าใจสถานการณ ป จจ บ นได ด ข น ((Klingman, Phillips, & Young, 1987; Wintson, 2004) ต วแบบคณ ตศาสตร ท น ามาใช ในแก ป ญหาการ จ ดสรรทร พยากรท ม อย อย างจ าก ดน จ งเร ยกว า ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร ( Resource allocation model) โดยท วไปป ญหาม กม ความซ บซ อน และอาจม ความข ดแย งในเช งของนโยบาย หร อ ความร ส กของคน เป าหมายของการน าต วแบบจ ดสรรทร พยากรไปใช ก บป ญหาจร งจะต อง (1) ระบ ว ตถ ประสงค ของการต ดส นใจท ต องการท า (2) ต งเกณฑ ท จะใช ว ดความประส ทธ ผลของ ทางเล อกต าง ๆ และ (3) ก าหนดข อจ าก ดหร อเง อนไขท ผ ต ดส นใจจะต องเผช ญ เป าหมายท ส าค ญ ท ส ดของการใช ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร น ค อ เพ อช วยองค กรและผ บร หารให สามารถต ดส นใจ 2 ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร ได ด ข น ว ธ การน จะประสบความส าเร จหร อไม ข นอย ก บความซ บซ อนของป ญหา ประสบการณ ของผ ประย กต ใช และส งแวดล อมต าง ๆท ผ ต ดส นใจประย กต ใช แม ว าเคร องม อทางคณ ตศาสตร จะม มานานน บพ นป แต การประย กต ท ใช เทคน คการสร างต วแบบเพ อการต ดส นใจส าหร บป ญหา ในทางปฏ บ ต ก ม การใช อย างแพร หลายในช วงหลายส บป ท ผ านมา 1.1 องค ประกอบของต วแบบการจ ดสรรทร พยากร ต วแบบการจ ดสรรทร พยากร ม องค ประกอบส าค ญ 3 ส วน ค อ (1) ต วแปรต ดส นใจ (Decision variables) ต วแปรท แทนก จกรรมต างๆ ของป ญหาท เราสนใจ การหาค าของต วแปรต ดส นใจ เป น การหาว าเราควรกระท าก จกรรมมากน อยในระด บใด เพ อแก ป ญหาท เก ดข น เช น ในการผล ตส นค า ในโรงงานแห ง ผ ม หน าท ร บผ ดชอบในเร องการวางแผนการผล ตต องการทราบว าควรผล ตส นค าแต ละชน ดจ านวนเท าใดในแต ละส ปดาห ส าหร บป ญหาการขนส งส นค าจากโรงงานไปย งล กค า ผ ร บผ ดชอบต องการทราบว าจะส งส นค าไปตามเส นทางใด จ านวนเท าใด เป นต น (2) ฟ งก ช นว ตถ ประสงค (Objective function) ในการต ดส นใจแก ป ญหาหน ง ๆ เราอาจม ผลเฉลย (Solution) ของป ญหาได หลายผล เฉลย ผ ต ดส นใจต องการเล อกผลเฉลยท เหมาะสมท ส ด ซ งเกณฑ ในการเล อกผลเฉลยน จะ สอดคล องก บว ตถ ประสงค ของการจ ดสรรทร พยากร ฟ งก ช นว ตถ ประสงค เป นฟ งก ช นท แสดง ความส มพ นธ ระหว างต วแปรต ดส นใจต าง ๆ ก บว ตถ ประสงค ของป ญหา ฟ งก ช นว ตถ ประสงค จะ สะท อนว าผลเฉลยน นความสอดคล องก บว ตถ ประสงค ของจ ดสรรทร พยากรมากน อยเพ ยงใด เช น ป ญหาการจ ดสรรเง นท น 5 ล านบาท เพ อลงท นในธ รก จ 4 ประเภท เราอาจก าหนดให ต วแปร ต ดส นใจ x k แทนปร มาณเง นลงท นในธ รก จท i โดย i = 1, 2, 3, 4 การพ จารณาการลงท นน ผ ต ดส นใจต องการให ผลตอบแทนรายป ม ค าส งส ด ฟ งก ช นว ตถ ประสงค จะเป นฟ งก ช นท แสดง ความส มพ นธ ระหว างปร มาณเง นลงท นในธ รก จท ง 4 ประเภทก บร อยละของผลตอบแทนรายป ของ ธ รก จแต ละประเภท ส าหร บการหาผลเฉลยจะเล อกจากผลเฉลยท ท าให ผลรวมของผลตอบแทน รายป ม ค าส งส ด ด งน นเราจ งเร ยกท ศทางของฟ งก ช นว ตถ ประสงค น ว าเป น ค าส งส ด (Maximization) เป นต น ในทางกล บก น ป ญหาการขนส งส นค าจ านวนหน งจากโรงงานไปย ง ล กค า เราอาจก าหนดต วแปรต ดส นใจ j x แทนปร มาณส นค าท ส งผ านเส นทาง j โดย j = 1, 2,, 5 เพ อให ผลรวมค าขนส งต าท ส ด ฟ งก ช นว ตถ ประสงค จะเป นฟ งก ช นท แสดงความส มพ นธ ของ ค าขนส งส นค าก บปร มาณขนส งในแต ละเส นทาง ผลเฉลยเหมาะสมท ส ด จะเล อกจากผลเฉลยท ให ผลรวมของค าขนส งต าท ส ด เราจ งเร ยกท ศทางของฟ งก ช นว ตถ ประสงค ในล กษณะน ว า ค า บทท 1 บทน า 3 ต าส ด (Minimization) นอกจากน ป ญหาหน ง ๆ น กว เคราะห สามารถก าหนดฟ งก ว ตถ ประสงค ได มากกว าหน งว ตถ ประสงค ถ าป ญหาท ต องการศ กษาม เป าหมายหร อว ตถ ประสงค หลายประการ ซ งจะกล าวถ งต อไปในบทท 9 (3) ข อจ าก ด (Constraints) เง อนไขข อจ าก ดหร อของป ญหา บอกให ผ ว เคราะห ทราบว าท าอะไรได บ างไม ได บ าง เช น ในการวางแผนการผล ตส นค าท กล าวไว ข างต น อาจม ข อจ าก ดด านแรงงานท ใช ในการผล ตใน แต ละส ปดาห หร อ ปร มาณความต องการส งส ดของส นค าแต ละชน ด ในต วอย างการลงท น อาจม นโยบายในการลงท นว า การลงท นในธ รก จประเภทท 2 ม ความเส ยงส งผ บร หารอาจไม ต องการท จะลงท นมาก จ งก าหนดเป นนโยบายว าการลงท นประเภทท 2 จะไม เก น 1 ล านบาท เป นต น 1.2 ประเภทของต วแบบ การแบ งประเภทของต วแบบการจ ดสรรทร พยากรน นม หลายแบบ ข นอย ก บเกณฑ ในการ แบ งต วแบบ (Balakrishnan, 2007) ได เสนอการแบบต วแบบโดยเกณฑ ต าง ๆ ด งน (1) ต วแบบเช งเส นและไม เป นเช งเส น จากต วแบบข างต น จะเห นว าต วแปรต ดส นใจอย ในฟ งก ช นว ตถ ประสงค หร อใน ข อจ าก ดของต วแบบ ต วแปรต ดส นใจแต ละต วแปรม กจะค ณด วยค าคงท แล วน ามาบวกก นเป น ฟ งก ช นว ตถ ประสงค หร อ สมการหร ออสมการของข อจ าก ด ซ งความส มพ นธ ของต วแปรต าง ๆ น ม ความส มพ นธ ก นเช งเส นตรง ต วแบบในล กษณะน เร ยกว า ต วแบบเช งเส น (Linear model) เช น x 1 และ x 2 แทนปร มาณการขายส นค าชน ดท 1 และ 2 โดยท z แทนผลก าไรจากการขาย ส นค าท งสองชน ด ความส มพ นธ ของต วแปรท งสามค อ z = 50x1+ 40x2หมายความว า ก าไรจาก การขายส นค าชน ดท 1 จ านวน 1 ช นเท าก บ 50 บาท หากขายส นค าชน ดท 1 จ านวน 100 ช น โรงงานย งคงได ก าไรจากการขายเท าก บ 50 บาทต อช นเสมอ ในท านองเด ยวก น ก าไรจากการขาย ส นค าชน ดท 1 จ านวน 1 ช นเท าก บ 50 บาท ไม ว าปร มาณการขายส นค าชน ดท 2 จะม จ านวนมาก น อยเพ ยงใด ถ าต วแบบม ต วแปรต ดส นใจท ม ความส มพ นธ ก นแบบไม เป นเช งเส น เร ยกว า ต วแบบ ไม เป นเช งเส น (Nonlinear model) ต วอย างเช น การผล ตยางรถยนต ต องทดสอบความต านแรง 2 ด ง (Tensil
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks