แผนการจ ดการความร (Knowledge Management) - PDF

Description
๑ แผนการจ ดการความร (Knowledge Management) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๕ มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตเช ยงใหม ๒ ส วนท ๑ บทน า ๑.๑ ประว ต ความเป นมา กระบวนการจ ดการความร เป นองค ประกอบส าค ญประการหน

Please download to get full document.

View again

of 24
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Kids & Toys

Publish on:

Views: 11 | Pages: 24

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
๑ แผนการจ ดการความร (Knowledge Management) ประจ าป การศ กษา ๒๕๕๕ มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ว ทยาเขตเช ยงใหม ๒ ส วนท ๑ บทน า ๑.๑ ประว ต ความเป นมา กระบวนการจ ดการความร เป นองค ประกอบส าค ญประการหน งในการพ ฒนาระบบราชการไทย ซ งใน พระราชกฤษฎ กาว าด วยหล กเกณฑ และว ธ การบร หารก จการบ านเม องท ด พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๑ ได ก าหนดไว ว า ส วนราชการม หน าท พ ฒนาความร ในส วนราชการเพ อให ม ล กษณะเป นองค กรแห งการเร ยนร อย างสม าเสมอ โดยต องร บร ข อม ลข าวสารและสามารถประมวลผลความร ในด านต างๆเพ อน ามาประย กต ใช ในการปฏ บ ต ราชการ ได อย างถ กต อง รวดเร วเหมาะสมก บสถานการณ รวมท งต องส งเสร มและพ ฒนาความร ความสามารถ สร าง ว ส ยท ศน และปร บเปล ยนท ศนคต ของข าราชการในส งก ดให เป นบ คลากรท ม ประส ทธ ภาพและม การเร ยนร ร วมก นนอกจากน นในแนวทางการจ ดท าค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ และการต ดตามประเม นผลปฏ บ ต ราชการ ประจ าป ได ก าหนดการจ ดการความร ในองค กรไว เป นประเด นในการประเม นผลการปฏ บ ต ราชการในม ต ท ๔ ค อ ด านการพ ฒนาองค กร ซ งแสดงให เห นได ว าการบร หารราชการแนวใหม ได ให ความส าค ญก บการจ ดการ ความร เพ อรวบรวมองค ความร และพ ฒนาให เป นระบบ เพ อการพ ฒนาคน งาน และองค กรต อไป มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ซ งตามประกาศในราชก จจาน เบกษา เล มท ๑๑๔ ตอนท ๕๑ ก ลงว นท ๑ ต ลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ก าหนดเป นมหาว ทยาล ยในก าก บของร ฐ ม ฐานะเป นน ต บ คคล ก าหนดสถานภาพ และว ตถ ประสงค (ตามมาตรา ๖) ไว ให เป นสถานศ กษาและว จ ย ม ว ตถ ประสงค ให การศ กษาว จ ย ส งเสร มและ ให บร การทางพระพ ทธศาสนาแก พระภ กษ สามเณรและคฤห สถ รวมท งการท าน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ป จจ บ นมหาว ทยาล ยม ส วนงานระด บคณะ ส าน ก สถาบ น ๙ ส วนงาน ระด บว ทยาเขต ๑๐ ว ทยาเขต ม ระด บว ทยาล ย ๗ แห ง สถาบ นสมทบ ๖ แห ง โดยม พ นธก จค อ ๑) การผล ตบ ณฑ ตและพ ฒนาการจ ดการเร ยนการ สอนท ม ค ณภาพและมาตรฐาน ๒) ส งเสร มการว จ ยและพ ฒนาองค ความร เพ อเพ มศ กยภาพการว จ ยทาง พระพ ทธศาสนาระด บนานาชาต ๓) การบร การว ชาการด านพระพ ทธศาสนาแก ช มชนแลชะส งคมระด บชาต และ นานาชาต ๔) การท าน บ าร งพระพ ทธศาสนาและศ ลปว ฒนธรรม ๕) พ ฒนาระบบการบร หารจ ดการตาม หล กธรรมภ บาล ในค ม อการประก นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บอ ดมศ กษามหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย องค ประกอบท ๗ การบร หารและการจ ดการ ต วบ งช ท ๗.๒ ม การพ ฒนามหาว ทยาล ยส สถาบ นการเร ยนร อ างอ งจากมาตรฐานการอ ดมศ กษาข อท ๓ ก าหนดให มหาว ทยาล ยม การสร างและพ ฒนาส งคมฐานความร และ ๓ ส งคมแห งการเร ยนร ซ งต องม การจ ดการความร เพ อม งส สถาบ นแห งการเร ยนร โดยม การรวบรวมองค ความร ท ม อย ในมหาว ทยาล ยซ งกระจ ดกระจายก นอย ในต วบ คคลหร อเอกสารมาพ ฒนาให เป นระบบเพ อให ท กคนใน มหาว ทยาล ยสามารถเข าถ งความร และพ ฒนาตนเองให เป นผ ร รวมท งปฏ บ ต งานได อย างม ประส ทธ ภาพ อ นจะ ส งผลให มหาว ทยาล ยม ความสามารถในเช งแข งข นส งส ด กระบวนการในการบร หารจ ดการความร ใน มหาว ทยาล ย ประกอบด วย การระบ ความร การค ดเล อก การรวบรวม การจ ดเก บความร การเข าถ งข อม ล แลชะ การแลกเปล ยนความร ท งภายในและภายนอกมหาว ทยาล ย การสร างบรรยากาศและว ฒนธรรมการเร ยนร ภายใน มหาว ทยาล ย การก าหนดแนวว ธ ปฏ บ ต งาน ตลอดจนการใช เทคโนโลย สารสานเทศ เพ อเพ มประส ท ภาพการ บร หารจ ดการความร ในสถาบ นให ด ย งข น การด าเน นการตามต วบ งช ด งกล าวได พ ฒนามาเป นล าด บ แต ย งไม เพ ยงพอท จะท าให มหาว ทยาล ยบรรล ส พ นธก จและว ส ยท ศน ตามท ได ต งไว อย างสมบ รณ ในรอบป ท ผ านมาทางคณะผ บร หารจ งได ด าเน นการในเร องการ จ ดการความร อย างจร งจ งและต อเน อง แต ด วยความท องค กรมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ยเป นองค กร ขนาดใหญ ท ม บ คลากรและบ คคลท เก ยวข องมากมายจ งท าให ย งไม ส าเร จตามท คณะผ บร หารม งหว ง ทาง คณะกรรมการจ ดท ากรอบและแนวทางการจ ดการความร และร ปแบบ (Model) การจ ดการความร มหาว ทยาล ยมหา จ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ได ประช มปร กษาหาร อและได ด าเน นการร างแนวทางปฏ บ ต ร วมก น ซ งถ อเป นหน งใน กระบวนการจ ดการความร อย างหน งท ผ ม ส วนเก ยวข องจะได แบ งป นม มมองเพ อให การท าการบรรล ความส าเร จ ๑.๒ สร ปผลการด าเน นงานการจ ดการความร มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ยได ร เร มด าเน นการเก ยวก บการจ ดการความร มาแล วในระยะ แผนพ ฒนามหาว ทยาล ยฉบ บท ๑๐ (พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๔) โดยม โครงการและผลงานท ส าค ญ ค อ ๑) โครงการประช มส มมนาเช งปฏ บ ต การ การพ ฒนาคร ต นแบบโดยการใช Blog และ Youtube เพ อการ จ ดการความร ๒) ผลงานการจ ดการความร การบ รณาการเร ยนการสอนเพ อพ ฒนาจ ตอาสาแก น ส ต ๓) ผลงานการจ ดการความร กระบวนการเร ยนร ร วมก นเพ อสร างสรรค ผลงานว จ ย ท ผ านมา แนวทางการด าเน นการเร องการจ ดการความร น น ส วนใหญ จะม งไปท ภายนอกมหาว ทยาล ย และอย ในกระบวนการการจ ดการความร ข นท ๒ ค อ การสร างช มชนน กปฏ บ ต (CoP) เพ อม งแลกเปล ยนป จเจก ป ญญา แต สภาว ชาการอยากจะเห นค อการประมวลความร ท มหาว ทยาล ยม อย แล วมาจ ดระบบเป นสารสนเทศท พร อมน าไปใช งานส าหร บผ ม ส วนเก ยวข อง ๔ ส วนท ๒ ว เคราะห SWOT มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย เพ อประกอบการด าเน นการจ ดการความร ๒.๑ จ ดแข ง (Strength) ๒.๑.๑ ผ บร หารระด บส งให การสน บสน น ๒.๑.๒ มหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ยม องค ความร มากมายท จะเป นประโยชน ต อสาธารณชน ท งท เป นป จเจกป ญญาและสาธารณป ญญา ๒.๑.๓ ผ บร หาร คณาจารย และเจ าหน าท ม ท งบรรพช ต และคฤห สถ ท ม ค ณธรรมท เอ อต อการด าเน นงาน ๒.๑.๔ มหาว ทยาล ยม ป จจ ยพ นฐานท จ าเป นต อการจ ดการความร เช น ระบบเทคโนโลย ต างๆ ท เอ อต อการ ด าเน นการอย างเพ ยงพอ ๒.๑.๕ องค กรภาค ความร วมม อต างๆ พร อมให ความช วยเหล อเน องจากมหาว ทยาล ยเป นองค กรทางด าน จ ตใจ ๒.๒ จ ดอ อน (Weakness) ๒.๒.๑ บ คลากรบางส วนอาจย งไม ม ความร ความเข าใจในเร องของการจ ดการความร รวมถ งประโยชน ท จะได ร บอย างเพ ยงพอ ๒.๒.๒ การด าเน นการบางอย างหากไม เข าใจอาจจะเป นการเพ มภาระแก ผ ท เก ยวข อง ๒.๒.๓ โครงสร างการบร หารจ ดการและระเบ ยบปฏ บ ต บางอย างไม เอ อต อการด าเน นการ ๒.๓ โอกาส (Opportunity) ๒.๓.๑ คณะกรรมการตรวจประเม นค ณภาพการศ กษาจากภายนอกได ก าหนดให ท กมหาว ทยาล ยต อง ด าเน นการด านการจ ดการความร ซ งจะม ผลด ในระยะยาวต อมหาว ทยาล ย ๒.๓.๒ สภาวะการแข งข นในวงการการศ กษาเพ อยกระด บองค กรให เป นท ยอมร บโดยท วไปจะเป น เคร องกระต นให จ าต องม การด าเน นการด งกล าว ๒.๓.๓ ม ส วนงานต างๆ จากภายนอกมหาว ทยาล ยได เข ามาเร ยนร แลกเปล ยนความร อย เสมอเน องจาก มหาว ทยาล ยเป นศ นย กลางพระพ ทธศาสนาแห งโลก จ งเป นโอกาสท จะได แลกเปล ยนเร ยนร ร วมก น ๒.๔ อ ปสรรค (Threat) ๒.๔.๑ งบประมาณท ได ร บการสน บสน นจากร ฐบาลอาจม ไม มากพอ ๒.๔.๒ ระบบการบร หารท งแบบราชการ และแบบเอกชนม การเปล ยนแปลงอย างรวดเร วท าให การ ด าเน นการบางอย างไม สอดคล องก บว ฒนธรรมองค กร ๕ ๖ ส วนท ๓ ร ปแบบ กรอบและแนวทางในการจ ดการความร ๓.๑ ร ปแบบการจ ดการความร ของมหาว ทยาล ย มหาว ทยาล ยก าวไปส องค การแห งการเร ยนร ภายใต แนวค ด MCUKM MODEL หร อ STUPA MODEL อ นประกอบไปด วย ส วนท ๑ ฐานล าง ท เป นฐานเจด ย ม ค าว า Learning Organization ส วนท ๒ ฐานรอง ม ล กษณะต างระด บก นตามล กษณะเจด ย SANGHA DHARMA BUDDHA ส วนท ๓ ส วนท เป นองค เจด ย ม ล กษณะ ต งตรง ม ภาษาอ งกฤษ ๙ อ กษร ค อ MAHACHALA ส วนท ๔ ส วนยอด ม ล กษณะแหลม ม ภาษาอ งกฤษ ค าว า Vision ส วนยอด ม ล กษณะแหลม ม ภาษาอ งกฤษ ค าว า Vision น นหมายถ งศ นย กลางการศ กษาพระพ ทธศาสนา ระด บนานาชาต สร างคนด และเก ง อย างม สมรรถภาพ จ ดการศ กษาและว จ ยด อย างม ค ณภาพ บร การว ชาการด อย าง ม ส ขภาพ บร หารด อย างม ประส ทธ ภาพ ส วนท เป นองค เจด ย ม ล กษณะต งตรง ม ภาษาอ งกฤษ ๙ อ กษร ค อ MAHACHALA หมายถ ง อ ตล กษณ ของบ คลากร และน ส ตของมหาว ทยาล ย ๙ อย าง ท มหาว ทยาล ยม งม นพ ฒนา ให เก ดข นโดยใช การจ ดการความร ท เป นฐานของเจด ย ท กล าวมาเป นเคร องม อ นวล กษณ หร อ อ ตล กษณ ๙ ประการของมหาว ทยาล ย ประกอบด วย M Morality ม ปฏ ปทาน าเล อมใส A Awareness ร เท าท นความ เปล ยนแปลงทางส งคม H Helpfulness ม ศร ทธา อ ท ศตนเพ อพระพ ทธศาสนา A Ability ม ความสามารถในการ แก ป ญหา C Curiosity ม ความใฝ ร ใฝ ค ด H - Hospitality ม น าใจเส ยสละเพ อส วนรวม U Universality ม โลก ท ศน กว างไกล L Leadership ม ความเป นผ น าด านจ ตใจและป ญญา A Aspiration ม ความม งม นพ ฒนาตนให เพ ยบพร อมด วยค ณธรรมและจร ยธรรม ก จกรรมด งกล าวจะเป นส วนส าค ญท จะท าให บรรล ตามปร ชญาของ มหาว ทยาล ยท ว า ศ นย กลางการศ กษาพระพ ทธศาสนา บ รณาการก บศาสตร สม ยใหม พ ฒนาจ ตใจและส งคม ใน อนาคตต อไป ๗ Vision BUDDHA DHARMA SANGHA Learning Organization ๓.๑.๑ หล กการและเหต ผลในการใช Stupa Model ๑) พระพ ทธศาสนาประกอบด วยองค ๓ ท เร ยกว าพระร ตนตร ย ค อพระพ ทธ พระธรรม และ พระสงฆ ซ งเป นท เคารพบ ชาส งส ดของพระพ ทธศาสน กชน ๒) ท ต งของมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลง กรณรา ชว ทยล ย ณ ต า บลล า ไทร อ าเภอว งน อย จ งหว ดพระนครศร อย ธยา ม เจด ย บรรจ พระบรมสาร ร กธาต และพระไตรป ฎก รวมถ งพระราชาน สาวร ย ร ชกาลท ๕ องค ผ สถาปนามหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ยซ งเจด ย ด งกล าวถ อเป นส ญญล กษณ และเป นท ย ด เหน ยวจ ตของประชาคมชาวมหาว ทยาล ยมหาจ ฬาลงกรณราชว ทยาล ย ๓.๑.๒ องค ประกอบของเจด ย ส วนท ๑ ฐานล าง ท เป นฐานเจด ย ม ค าว า Learning Organization ส วน
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks