แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) ประจาป การศ กษา PDF

Description
แผนการจ ดการ (KM Action Plan) ประจาป การศ กษา 2555 คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ว นท 25/ มกราคม /2555 คำนำ จากพระราชกฤษฎ กา ว าด วยหล กเกณฑ และว ธ การบร หารก จการบ านเม องท ด พ.ศ.2526 มาตรา 11 ส วนราชการ

Please download to get full document.

View again

of 35
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Engineering

Publish on:

Views: 25 | Pages: 35

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
แผนการจ ดการ (KM Action Plan) ประจาป การศ กษา 2555 คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ว นท 25/ มกราคม /2555 คำนำ จากพระราชกฤษฎ กา ว าด วยหล กเกณฑ และว ธ การบร หารก จการบ านเม องท ด พ.ศ.2526 มาตรา 11 ส วนราชการ ม หน าท พ ฒนาในส วนราชการ เพ อให เป นองค กรแห งการเร ยนร อย างสม าเสมอ โดยร บข อม ลข าวสารและสามารถประมวลด านต างๆเพ อน ามาประย กต ใช ในการปฏ บ ต ราชการ อย างถ กต อง รวดเร ว และเหมาะก บสถานการณ รวมท งส งเสร มและพ ฒนา ความสามารถ สร าง ว ส ยท ศน และปร บเปล ยนท ศนคต ของบ คลากรในองค กร ให เป นบ คลากรท ม ความใฝ ร และม การเร ยนร ร วมก น เพ อให การปฏ บ ต ราชการของแต ละบ คคล เป นไปตามเกณฑ และม ว ธ การบร หารท ด จ งเก ดการ จ ดการ (Knowledge Management) ในองค กรข น คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร ตระหน กถ งความส าค ญของการจ ดการและถ อเป น หน าท ท จะต องด าเน นการให ม การเร ยนร ในองค กร จ งได แต งต งคณะกรรมการ KM และจ ดท าแผนการ จ ดการ (KM Action Plan) ป การศ กษา 2554 ข น โดยม ว ตถ ประสงค เพ อเป นกรอบในการท า ก จกรรม KM ของคณะฯ แผนฯ ฉบ บน ม เน อหาสาระส าค ญ 3 ส วน ส วนท 1 ข อม ลพ นฐานการจ ดการ ในองค กร ส วนท 2 แผนการจ ดการและงบประมาณและส วนท 3 ผลการด าเน นการ คณะฯหว งเป นอย างย งว าแผนการจ ดการฉบ บน จะเป นประโยชน ส าหร บหน วยงานและผล กด น ให บ คลากรท กคนได น าไปใช ในการพ ฒนางานของตนให เก ดประส ทธ ผลส งส ด (ผ ช วยศาสตราจารย ดร.ส ณ สาธ ตาน นต ) คณบด คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร 25 มกราคม สารบ ญ คาน า บทสร ปผ บร หาร หน า ส วนท 1 ข อม ลพ นฐานการจ ดการในองค กร ขอบเขต KM (KM Focus Area) 1 เป าหมาย KM (Desired State) 1 การประเม นตนเองเร องการจ ดการ และสร ปผลการประเม นตนเอง 2 ป จจ ยแห งความสาเร จ (Key Success Factor) 6 ส วนท 2 แผนการจ ดการและงบประมาณ แผนการจ ดการ (KM Action Plan) 7 กระบวนการบร หารจ ดการการเปล ยนแปลง (Change Management Process) 8 งบประมาณการด าเน นงานการจ ดการ 10 แผนการจ ดการย อย 11 การผล ตบ ณฑ ต 11 เทคน คการสร างส อการเร ยนการสอนท ท นสม ย เหมาะสม 11 ว ธ สอนท เน นผ เร ยนเป นสาค ญ 12 การว ดผลและประเม นผล 13 การพ ฒนาค ณล กษณะท พ งประสงค ของน กศ กษาตามอ ตล กษณ ของคณะฯ 14 การว จ ย 15 เทคน คการเสนอช อเร องว จ ย /งานสร างสรรค และการเข าถ งแหล งท น 15 เทคน คการเข ยนบทความว ชาการ / ว จ ยเพ อลงต พ มพ ในวารสารระด บชาต 16 และนานาชาต และการน าเสนอผลงานในการประช มทางว ชาการ ระด บชาต และนานาชาต ประก นค ณภาพการศ กษา 17 ความเข าใจในการประก นค ณภาพ 17 เทคน คการบ รณาการงานประจ าก บการประก นค ณภาพ 18 การประก นค ณภาพของน กศ กษา 19 3 หน า ส วนท 3 ผลการด าเน นการ ผลล พธ การจ ดการ องค ท ได จาก KM ภาคผนวก บ นท กการประช ม 4 ส วนท 1 ข อม ลพ นฐานการจ ดการในองค กร 1. ขอบเขต KM (KM Focus Area) 1.1 ขอบเขต KM (KM Focus Area) ท สน บสน นประเด นย ทธศาสตร ท งหมด ประกอบด วย 1) ย ทธศาสตร ท 1 ผล ตบ ณฑ ตท พ งประสงค 2) ย ทธศาสตร ท 2 ว จ ยและบร การว ชาการ 3) ย ทธศาสตร ท 4 การบร หารจ ดการท ด 1.2 ขอบเขต KM (KM Focus Area) ท เล อกดาเน นการ ค อ 1) การผล ตบ ณฑ ต 2) การว จ ย 3) การประก นค ณภาพการศ กษา 2. เป าหมาย KM (Desired State) 2.1 เป าหมาย KM (Desired State) ท สอดคล องก บขอบเขต KM ท เล อกดาเน นการ ประกอบด วย 1) เพ อรวบรวมด านการผล ตบ ณฑ ต การว จ ย และการประก นค ณภาพจากแหล ง ต างๆ 2) เพ อสร างองค กรแห งการเร ยนร ในคณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร 3) เพ อส งเสร มให บ คลากรได น าองค ไปพ ฒนากระบวนการท างานของตนเอง 2.2 เป าหมาย KM (Desired State) ท เล อกดาเน นการ 1) เพ อรวบรวมด านเทคน คการผล ตส อท เหมาะสมท นสม ย ว ธ สอนท เน นผ เร ยนเป น สาค ญ การว ดผลประเม นผล การพ ฒนาค ณล กษณะของน กศ กษาตามอ ตล กษณ ของคณะฯ การ แสวงหาแหล งท นว จ ย การเข ยนบทความว จ ยและการน าเสนอผลงาน ความเข าใจด านการ ประก นค ณภาพ การบ รณาการงานประจ าก บการประก นค ณภาพ และการประก นค ณภาพการศ กษา ของน กศ กษา 2) เพ อให เก ดการแลกเปล ยนเร ยนร และการแบ งป นแต ละด านในองค กร 3) เพ อค นหาแนวปฏ บ ต ท ด แต ละด าน 5 3. การประเม นตนเองเร องการจ ดการในองค กร หมวด 1 กระบวนการจ ดการ กระบวนการจ ดการ ส งท ม อย / ทาอย องค กรม การว เคราะห 1. องค กรม การว เคราะห อย างเป นระบบ เพ อหาจ ดแข งจ ดอ อนในเร องการจ ดการ ข อม ล SWOT ของ เพ อปร บปร งในเร อง เช นองค กรย งขาดท จาเป นต องม หร อองค กรไม ได องค กร แต ย งไม ได รวบรวมท ม อย ให เป นระบบ เพ อให ง ายต อการนาไปใช ไม ทราบว าคนไหนเก งเร อง เช อมโยงถ งการจ ดการ อะไร ฯลฯ และม ว ธ การท ช ดเจนในการแก ไข ปร บปร ง 2. องค กรม การแสวงหาข อม ล/จากแหล งต างๆ โดยเฉพาะอย างย งจากองค กรท ม การให บร การคล ายคล งก น (ถ าม ) อย างเป นระบบและม จร ยธรรม 3. ท กคนในองค กร ม ส วนร วมในการแสวงหาความค ดใหม ๆ ระด บเท ยบเค ยง (Benchmarks) และ Best Practices จากองค กรอ นๆ ท ม ล กษณะคล ายคล งก น (บร การ หร อดาเน นงานท คล ายคล งก น) และจากองค กรอ น ๆ ท ม ล กษณะแตกต างก นโดยส นเช ง 4. องค กรม การถ ายทอด Best Practices อย างเป นระบบ ซ งรวมถ งการเข ยน Best Practices ออกมาเป นเอกสาร และการจ ดทาข อสร ปบทเร ยนท ได ร บ (Lessons Learned) 5. องค กรเห นค ณค า Tacit Knowledge หร อ และท กษะ ท อย ในต วบ คลากร ซ ง เก ดจากประสบการณ และการเร ยนร ของแต ละคน และให ม การถ ายทอดและท กษะ น น ๆ ท วท งองค กร ผ ทบทวน / ผ อน ม ต :. (CKO / ผ บร หารระด บส งส ด) องค กรม การแสวงหา ข อม ลจากแหล ง ต างๆ เม อจาเป นต องใช แต ไม เป นระบบ ต างคน ต างทา องค กรม การแสวงหา ใหม ๆบ าง แต ไม เป นระบบ และทาก น เฉพาะกล มงานและย งไม ครอบคล มท กคน องค กรม การจ ดทา วารสารเพ อ เผยแพร ในบางเร อง แต ย งไม เป นระบบ องค กรเห นค ณค าของ Tacit knowledge และ พยายามกระต นให ม การ ถ ายทอด แต ไม ได ทาเป นระบบ ส วน ใหญ ม การประช มเพ อ แลกเปล ยนเป น กล มย อยๆแต ไม ม ร ปแบบช ดเจน 6 หมวด 2 ภาวะผ น า ภาวะผ นา ส งท ม อย / ทาอย ผ บร หารม ส วนร วมใน การจ ดการเป น 1. ผ บร หารกาหนดให การจ ดการเป นกลย ทธ ท สาค ญในองค กร เป นประธาน คณะกรรมการจ ดทาแผน จ ดการของคณะ คณบด ตระหน กถ ง 2. ผ บร หารตระหน กว า เป นส นทร พย (Knowledge Asset) ท สามารถนาไปใช ให ความสาค ญในการ เก ดประโยชน ก บองค กรได และม การจ ดทากลย ทธ ท ช ดเจน เพ อนาส นทร พย ท ม จ ดการเพ อให ได อย ไปใช ประโยชน (เช น ทางานอย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผลมากข น ให บร การได องค ท เป น รวดเร วและตรงตามความต องการ สร างความพ งพอใจให ผ ใช บร การ ประโยชน ต อการบร หาร องค กร 3. องค กรเน นเร องการเร ยนร ของบ คลากร เพ อส งเสร ม Core Competencies เด มท ม อย ให แข งแกร งข น และพ ฒนา Core Competencies ใหม ๆ (Core Competencies หมายถ ง ความเก งหร อความสามารถเฉพาะทางขององค กร) 4. การม ส วนร วมในการสร างองค ขององค กรเป นส วนหน งของเกณฑ ท องค กรใช ประกอบในการพ จารณาในการ ประเม นผล และให ผลตอบแทนบ คลากร ผ ทบทวน / ผ อน ม ต : (CKO / ผ บร หารระด บส งส ด) องค กรส งเสร มให บ คลากรม และ ท กษะในว ชาช พเพ มข น โดยให ไปประช ม อบรม ส มมนา ในสายงานต างๆ ท กป ในการจ ดทาแผนการ จ ดการ องค กรได ให บ คลากรม ส วนร วมใน การพ จารณา แต เป น การประช มกล มย อย เพ อมาว พากษ ในกล ม ใหญ ท หล ง 7 หมวด 3 ว ฒนธรรมในเร องการจ ดการ ว ฒนธรรมในเร องการจ ดการ ส งท ม อย / ทาอย องค กรส งเสร มและ สน บสน นให บ คลากรได 1. องค กรส งเสร มและให การสน บสน นการแลกเปล ยนเร ยนร ของบ คลากร แลกเปล ยนเร ยนร โดยการ จ ดโครงการ QA KM Day บ คลากรในองค กรม การ ทางานท เป ดเผยและม การ 2. พน กงานในองค กรทางาน โดยเป ดเผยข อม ลและม ความไว เน อเช อใจก นและก น ต ดตามการดาเน นงานจาก ผ บ งค บบ ญชาท กระด บ บ คลากรในองค กรส วนมาก 3. องค กรตระหน กว า ว ตถ ประสงค หล กของการจ ดการ ค อ การสร าง หร อ ย งไม เห นความสาค ญของ เพ มพ นค ณค าให แก ผ ใช บร การและหน วยงานท เก ยวข อง หล กการจ ดการ 4. องค กรส งเสร มให บ คลากร เก ดการเร ยนร โดยการให อ สระในการค ด และการทางาน รวมท งกระต นให พน กงานสร างสรรส งใหม ๆ 5. ท กคนในองค กรถ อว าการเร ยนร เป นหน าท และความร บผ ดชอบของท กคน ผ ทบทวน / ผ อน ม ต :. (CKO / ผ บร หารระด บส งส ด) องค กรให อ สระในการค ด และการสร างสรรค งาน ใหม ๆ แต ย งให โอกาสย ง ไม เต มความสามารถ องค กรตระหน กถ ง ความสาค ญของการเร ยนร แต ย งไม เข าใจ ถ งการ รวบรวมองค ท เป น ระบบ 8 หมวด 4 เทคโนโลย การจ ดการ หมวด 4 เทคโนโลย การจ ดการ ส งท ม อย / ทาอย ในองค กรแต ละองค กรม การส อสารก นหลาย 1.เทคโนโลย ท ใช ช วยให ท กคนในองค กรส อสารและเช อมโยงก นได อย างท วถ งท งภายใน ช องทาง เช น ป ายน เทศ องค กรและก บองค กรภายนอก จดหมายข าว วารสาร รายการว ทย และส อ Online 2.เทคโนโลย ท ใช ก อให เก ดคล งขององค กร(An Institutional Memory) ท ท กคน ในองค กรสามารถเข าถ งได 3. เทคโนโลย ท ใช ท าให บ คลากรในองค กรเข าใจและใกล ช ดผ มาใช บร การมากข น เช น ความต องการและความคาดหว ง พฤต กรรมและความค ด 4. องค กรพ ฒนาระบบเทคโนโลย สารสนเทศโดยเน นความต องการของผ ใช 5. องค กรกระต อร อร นท จะน าเทคโนโลย ท ช วยให พน กงานส อสารเช อมโยงก นและ ประสานงานก นได ด ข น มาใช ในองค กร 6. ระบบสารสนเทศขององค กรชาญฉลาด (Smart) ให ข อม ลได ท นท ท เก ดข นจร ง (Real Time) และข อม ลสารสนเทศในระบบม ความเช อมโยงก น ผ ทบทวน / ผ อน ม ต :. (CKO / ผ บร หารระด บส งส ด) องค กรสามารถเข าถ งคล ง ได สะดวก แต ขาด การบ นท กจานวน ผ ใช บร การ องค กรส งเสร มให ผ ร บบร การได แสดงความ ค ดเห นผ านต ร บฟ งความ ค ดเห น แบบสอบถาม สายตรงถ งคณบด และ ระบบออนไลน องค กรม การพ ฒนาระบบ เทคโนโลย โดยม การแจก แบบสอบถามและการสร าง บล อกแสดงความค ดเห น ของผ ใช บร การ องค กรม เทคโนโลย ท ช วย ให บ คลกรเช อมโยงก นไ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks