ก ก ISBN - PDF

Description
ก ก ก ก ก 2550 ISBN ก ก ก ก ISBN ก ก ก ก : 2550 ( ) 3 : : : ก ก ก. 3. ก I. ค าน า ในย คท ม การใช งานคอมพ วเตอร ก นอย างแพร หลาย

Please download to get full document.

View again

of 23
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Law

Publish on:

Views: 10 | Pages: 23

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ก ก ก ก ก 2550 ISBN ก ก ก ก ISBN ก ก ก ก : 2550 ( ) 3 : : : ก ก ก. 3. ก I. ค าน า ในย คท ม การใช งานคอมพ วเตอร ก นอย างแพร หลาย ท าให อ ปสรรคในอด ต เช น ความย งยากในการค านวณท ซ บซ อนและความเช องช าได หมดไป และจากเด มท ม ความค ดว าสถ ต เป นเร องท น าปวดห วส บสนและเข าใจยาก ค อย ๆ ลดลงไป กล บกลายเป นส งท น าสนใจ ซ งอาจกล าว ได ว าเก ดจากการพ ฒนาโปรแกรมคอมพ วเตอร ส าเร จร ปด านสถ ต อย างกว างขวางตลอดระยะเวลาท ผ านมา การแข งข นเพ อเพ มข ดความสามารถและตอบสนองต อผ ใช งานในล กษณะเป นม ตรต อผ ใช (user friendly)หร อใช งานสะดวกม มากข น จ งเป นโอกาสของผ ใช ท จะเล อกโปรแกรมส าเร จร ป ด งกล าวให เหมาะสมต อการใช งาน คงไม ม โปรแกรมทางสถ ต ใดท สมบ รณ แบบโดยไร ท ต เพราะหาก ม จร ง ความสามารถของโปรแกรมจะไม ใช ป ญหาแต จะอย ท ราคาซ งคงแพงล บล ว หากซ อมาและใช งานเพ ยงเศษเส ยว ย อมเป นการไม ค มค าอย างย ง จ งม ค าท ผ คนม กกล าวบ อย ๆ ว า คนเราอาจ จ าเป นต องร เท าท นเทคโนโลย แต ไม จ าเป นต องตามให ท น ไม เช นน น จะตกเป นทาสของเทคโนโลย เช นก น หน งส อเล มน อาจไม ได ใช โปรแกรมท ท นสม ยท ส ดในขณะน แต ไม ใช ประเด นส าค ญว า โปรแกรมจะท นสม ยหร อไม เพ ยงใด หากแต ต องการและปรารถนาเป นอย างย งท จะให ผ อ านท าความ เข าใจการใช โปรแกรมส าเร จร ปซ งเป นเคร องม อ(tool) ช นหน งส าหร บใช เพ อให บรรล ผลล พธ ท ต องการ เม อท านอ านหน งส อจบเล มแล ว หากท านไม สามารถด าเน นงานท เก ยวก บสถ ต โดยไม ใช โปรแกรมท ผ เข ยนกล าวถ งเป นต วอย างแล ว น นแสดงได ว าผ เข ยนย งไม สามารถกระเทาะความเข าใจให เก ดข น อย างถ องแท แต หากท านจะใช โปรแกรมท ผ เข ยนใช เพราะสะดวกและค นเคยต อการใช งานแล ว ย อม เป นส งท น าย นด อย างไรก ตาม หากท านไม ค นเคยก บโปรแกรมท ใช อ างอ ง ท านสามารถน าแนวค ด ไปประย กต ใช ก บโปรแกรมท ท านสนใจและค นเคยได อย างแน นอน ในหน งส อเล มน ผ เข ยนใช โปรแกรมส าเร จร ปท งหมด 6 โปรแกรม ได แก LINDO 6.1, Statistix (SX หร อ SXW) 7.0, SPSS , JMP (อ านว า จ ม ), MathCAD 7 และ Statistica 5.0 ซ งแต ละโปรแกรม ผ เข ยนจะน ามาใช ในว ตถ ประสงค ในการว เคราะห ทางสถ ต ท ต างก น แม ว าบางโปรแกรมจะสามารถว เคราะห ผลในล กษณะเด ยวก นได ก ตาม ในส วนโปรแกรม LINDO ใช ส าหร บการว เคราะห และแก ป ญหาของการโปรแกรมเช งเส นตรง (Linear Programming) ส วน SX และ SPSS น น จะใช ว เคราะห ผลทางสถ ต โดยท วไป เช น แบบ T-test, ANOVA และ Regression เป นต น โดยจะแสดงว ธ การใช โปรแกรม การป อนข อม ล การว เคราะห และการ ประเม นผลท ได ควบค ก นไป ส าหร บโปรแกรม JMP น น จะใช ส าหร บช วยในการวางหร อก าหนดจ ด ของการทดลอง(หร อส งทดลองน นเอง)บางประเภทซ งก าหนดได ไม สะดวก เช น mixture design หร อ central composite design เป นต น ส วน MathCAD และ Statistica น น จะใช ส าหร บวาด (plot) กราฟท งแบบ 2 และ 3 ม ต ซ ง 2 โปรแกรมน ม ข อเด นและด อยต างก น แม ว าการใช Statistica อาจท าให กราฟท ได สมบ รณ สวยงามกว า โดยเฉพาะด าน 3 ม ต อย างไรก ตาม MathCAD จะใช เพ อช วยในการค านวณหาจ ดหร อช วงท เหมาะสม (Optimization point) ของการทดลองได ก อนทดลองใช โปรแกรมตามต วอย าง ผ เข ยนค ดว า ท านควรม พ นความร เก ยวก บการใช คอมพ วเตอร และโปรแกรมส าเร จร ปมาบ างแล วพอสมควร เพราะผ เข ยนจะไม ได อธ บาย ถ งรายละเอ ยดท เป นพ นฐานมากน ก เช น การบ นท ก(Save) การส งพ มพ (Print) การเป ด (Open) ไฟล หร อแม แต การต ดต ง(Setup หร อ Install) โปรแกรม เป นต น การเข ยนหน งส อเล มน ผ เข ยนถ อเป นการแลกเปล ยนประสบการณ และความร ซ งก นและ ก น และย นด เป นอย างย งท ได ร บค าช แนะจากท กท านเพ อน ามาปร บปร งต อไป (หากม ข อซ กถามหร อ ช แนะ โปรดต ดต อมาย ง หร อ ) ผ เข ยน กรกฎาคม 2544 ข ค าน า การจ ดท าคร งท 3 ในการจ ดท าคร งแรกน น ได ม ผ ต ดตามอ านและแจ งข อผ ดพลาดให ทราบ ต อง ขอขอบค ณเป นอย างมาก และในการจ ดท าคร งท 3 ก ได พยายามตรวจข อผ ดพลาดเพ อแก ไขให ได มากท ส ด นอกจากน ได ม ข อส งเกตจากผ อ านบางท านว า อ านแล วไม ค อยเข าใจ กรณ เช นน จ งขอ อธ บายการว ธ การใช หน งส อเล มน ส กเล กน อย กล าวค อ หากท านผ อ านม พ นฐานด านสถ ต พอสมควร ก สามารถอ านบทใดก ได ไม จ าเป นต องอ านตามล าด บบท หากท านค ดว าไม ส ดท ดน ก ขอแนะน าให ท านอ านต งแต ต นจนจบแบบเด ยวก บอ านน ยาย เพราะในการเข ยนต าราเล มน ได พยายามอธ บาย เป นข นตอนเป นระยะ ๆ เม อถ งช วงท าย ซ งผ อ านน าจะได ทราบพ นฐานในบทต น ๆ แล ว จ งไม ได อธ บายรายละเอ ยดมากน ก ไม เช นน นจะเป นการซ าซ อนและเย นเย อโดยใช เหต อย างไรก ตาม ผ เข ยน ย นด เป นอย างมากท ผ อ านท กท านจะได ช แนะเพ อปร บปร งในโอกาสต อไป ผ เข ยน ต ลาคม 2545 ค าน า เพ อแจกจ าย หล งจากได ท าหน งส อเล มน ไปจนถ งป จจ บ นน บเป นป ท 7 แล ว ซ งป จจ บ น ผ เข ยนได ปร บเปล ยนโปรแกรมท ใช ในการเร ยนการสอนไปมาก โดยเฉพาะในส วน regression ซ งได ใช โปรแกรม Design Expert โดยโปรแกรมม ความย ดหย นมากและสามารถท า การ Optimization โดยก าหนดรายละเอ ยดได สามารถสร างกราฟซ อนท บได สามารถเปล ยน สมการ coded เป น natural ได โดยท นท ซ งผ เข ยนคาดว าจะท าหน งส อเล มใหม ออในราว ปลายป 2550 หร อต นป 2551 นอกจากน ขอให ผ ใช หน งส อเล มป จจ บ นทราบว า ในการ ว เคราะห regression ในหน งส อเล มน ท เก ยวก บ Mixture design ย งถ อว าไม สมบ รณ และไม ถ กต องน ก โดยจะเก ยวก บ Software ซ งไม สามารถท าการว เคราะห ให ถ กต องโดยตรงได ไม ว า จะเป น SPSS หร อ SXW ก ตาม ผ เข ยนจะไม จ ดท าหน งส อเป นเล มอ กต อไป แต จะรวบรวมเป นไฟล และ กระจายให ผ ท สนใจน าไปศ กษาได โดยตรง ผ เข ยน ส งหาคม 2550 ง สารบ ญ หน า บทท 1 การโปรแกรมเช งเส นตรง (Linear Programming) การใช งานโปรแกรม Lindo การแก ป ญหา Sensitivity Analysis 11 บทท 2 การว เคราะห ผลทางสถ ต แบบ T-test และการว เคราะห ความแปรปรวน 15 ( T-test and Analysis of Variance for Statistical Analysis) 2.1 การใช โปรแกรม SXW การใช โปรแกรม SPSS การว เคราะห ผลทางสถ ต การว เคราะห ผลแบบ T-test การว เคราะห ความแปรปรวน (Analysis of Variance; ANOVA) การเล อกว ธ การเปร ยบเท ยบค าเฉล ย 81 บทท 3 การว เคราะห ร เกรสช น (Regression Analysis) ร เกรสช นเส นตรงแบบง าย (Simple Linear Regression) ร เกรสช นเส นตรงแบบหลายต วแปร (Multiple Linear Regression) ร เกรสช นเช งเส นหลายต วแปรแบบอ น ๆ 93 (Others Multiple Linear Regression) ร เกรสช นส าหร บแผนการทดลองแบบ Central Composite Design ร เกรสช นส าหร บแผนการทดลองแบบส วนผสม (Mixture Design) การใช ร เกรสช นเช งเส นหลายต วแปรส าหร บการว เคราะห ผล Fractional 114 Factorial ท ม แผนการทดลองแบบ Plackett and Burman หน า บทท 4 ว ธ การแสดงผลตอบสนองแบบโครงร างพ นผ ว 123 (Response Surface Methodology ; RSM) 4.1 การใช งานโปรแกรม MathCad 7.03 เบ องต น เมน หล ก(Main menu) ส ญล กษณ ท ใช ทางคณ ตศาสตร ข อก าหนดในการใช โปรแกรม ค าส งส าหร บใช งาน การใช โปรแกรม STATISTICA การเร มต นใช โปรแกรม การสร างกราฟส าหร บ 2 ต วแปร การวาดร ปกราฟส าหร บ 3 ต วแปร 152 บทท 5 การออกแบบแผนการทดลองโดยใช โปรแกรม JMP 155 (Experimental Design By Using JMP ) 5.1 โปรแกรม JMP การใช โปรแกรม JMP การสร างแผนการทดลอง แผนการทดลอง Factorial ท แต ละป จจ ยม 2 ระด บ แผนการทดลอง Factorial ท แต ละป จจ ยม จ านวนระด บไม เท าก น 159 หร อมากกว า 2 ระด บ แผนการทดลอง Response Surface Design แผนการทดลอง Mixture Design 162 เอกสารอ างอ ง 165 ด ชน 167 ฉ บทท 1 การโปรแกรมเช งเส นตรง (Linear Programming) การโปรแกรมเช งเส นตรง (Linear Programming) เป นว ธ การหร อข นตอนการค านวณเพ อ แก ป ญหาหร อหาค าตอบของกล มหร อสมการท ก าหนดให โดยความส มพ นธ ระหว างต วแปรต าง ๆ เป นในล กษณะของส ดส วนหร อการแปรผ นตรง (Direct Proportion) หร ออาจกล าวในทาง คณ ตศาสตร ได ว า เป นสมการท แสดงความส มพ นธ ระหว างค าต วแปรท ม ส มประส ทธ แสดงก าล งของ ท กต วแปรเป นหน ง เช น Y = X 1 2X 2 หร อ Z 2X 1 + 3X 2 + 4X 3 เป นต น การโปรแกรมเช งเส นตรง เป นเทคน คหน งท น ามาใช แก ป ญหาในเร องส ตรอาหาร จ ดเป นว ธ การเช งปร มาณท น ยมใช ใน อ ตสาหกรรมอาหาร โดยใช Optimization Theory ซ งม องค ประกอบหล ก 3 ประการ ค อ 1) ต วแปรท ใช ในการต ดส นใจ (Decision Variables) ได แก ต วแปรต าง ๆ ท ต องการทราบค าและ ก าหนดข นภายใต เง อนไข 2) เง อนไขหร อข อจ าก ด (Constraints) ได แก ข อจ าก ดใด ๆ ในการสร าง ส ตร อาจเป นข อจ าก ดของโรงงาน เทคโนโลย กฎหมายหร อทางโภชนาการ เป นต น ทางเล อกท อย ใน ขอบเขตของข อจ าก ดถ อเป นทางเล อกท เป นไปได (Feasible Solution) เง อนไขเหล าน จะก าหนดข น ในล กษณะของสมการหร ออสมการ 3) ฟ งก ช นเป าหมาย (Objective Function) เป นเป าหมายหล ก ของโปรแกรม ซ งก าหนดในร ปของฟ งก ช นเช งเส นตรง (Linear Function) และจ าก ดโดยช ดของ เง อนไข เพ อเปร ยบเท ยบทางเล อกต าง ๆ โดยปกต ทางเล อกจะก าหนดในเช งเศรษฐศาสตร เช น ต นท นต าท ส ด(Minimize) ก าไรและผลตอบแทนส งท ส ด(Maximize) (ศ ร ล กษณ, 2533) โดยท การโปรแกรมเช งเส นตรงเป นแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ชน ดหน ง ด งน Optimize : Z = c 1 X 1 +c 2 X c n X n Subjective to Constraints : A 11 X 1 + a 12 X a 1n X n b 1 A 21 X 1 + a 22 X a 2n X n b A m1 X 1 + a m2 X a mn X n b m X 1, X 2,, X n เป นต วแปรท ควบค มได (ท ใช ในการต ดส นใจ) c 1, c 2,, c n เป นค าคงท ซ งเป นส มประส ทธ ของสมการเป าหมาย a ij เป นค าคงท ส มประส ทธ ของขอบเขตจ าก ด ควบค มได 2 การว เคราะห ผลทางสถ ต โดยใช โปรแกรมส าเร จร ปส าหร บอ ตสาหกรรมเกษตร แต ม ขอบเขตจ าก ด จ งอย ใน Inequality ในสมการ b 1 เป นค าคงท ซ งเร ยกว า Right Hand Side (RHS) ม ขอบเขตจ าก ด ในการค านวณ จ าเป นต องก าหนดเป าหมาย ซ งม ความเป นไปได 2 ทาง ค อ 1) หาค าส งส ด (Maximize) เช น ก าไรส งส ด ปร มาณโปรต นส งส ดหร อไวตาม นส งส ด เป นต น และ 2) หาค าต าส ด (Minimize) เช น หาต นท นต าส ด หร อให พล งงานต าส ด เป นต น ในการใช โปรแกรมส าเร จร ป ซ งป จจ บ นม มากมายหลายโปรแกรม ส วนใหญ ม ว ธ การใช งาน คล ายคล งก น โปรแกรมส าเร จร ป เช น LINDO เป นอ กโปรแกรมหน ง ซ งม การใช งานย ดหย น พอสมควร จ ดเป นโปรแกรมท ม ร ปแบบค าส งเป นล กษณะโครงสร าง จ งอาจท าให ด เหม อนยากต อการ ท าความเข าใจในตอนเร มต น แต ไม ยากหากได เร มใช งานจร งโปรแกรม LINDO จะ run ภายใต Windows
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks