ช องานว จ ย : การพ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน ช องานว จ ย (Eng) : (Development of Program Group for Classroom Research Data - PDF

Description
ช องานว จ ย : การพ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน ช องานว จ ย (Eng) : (Development of Program Group for Classroom Research Data Analysis) ความส าค ญ : ช ดโปรแกรม, ว เคราะห ข อม ล, ช

Please download to get full document.

View again

of 5
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Books - Non-fiction

Publish on:

Views: 20 | Pages: 5

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ช องานว จ ย : การพ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน ช องานว จ ย (Eng) : (Development of Program Group for Classroom Research Data Analysis) ความส าค ญ : ช ดโปรแกรม, ว เคราะห ข อม ล, ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ล, งานว จ ยในช นเร ยน, Microsoft Excel 2007 ช อผ ว จ ย : นายศ กด ส ทธ ว ชราร ตน (Mr.Saksit Watchararat) ต าแหน ง : คร ช านาญการพ เศษ ว ทยาล ยสารพ ดช างพ ษณ โลก การศ กษา : ปร ญญาโท สถานท ต ดต อ : ว ทยาล ยสารพ ดช างพ ษณ โลก อ.เม อง จ.พ ษณ โลก โทร สถานศ กษา : ว ทยาล ยสารพ ดช างพ ษณ โลกความเป นมา ช วงระยะเวลาท ท าว จ ย : พ.ศ ความเป นมา : ห วใจส าค ญของการปฏ ร ปการศ กษาตามพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ ก ค อ การ ปฏ ร ปการเร ยนร เพราะการปฏ ร ปการเร ยนร จะเป นกลไกส าค ญท จะท าให เก ดค ณภาพแก ผ เร ยน จ งต อง ผล กด นการปฏ ร ปการเร ยนร ก นอย างจร งจ ง สถานศ กษาจะต องร วมก นหาว ธ การส งเสร มสน บสน นให ม การ ด าเน นงานปฏ ร ปการเร ยนร กระบวนการเร ยนร โดยเน นผ เร ยนเป นส าค ญ ม การด าเน นการประก นค ณภาพ ภายในให ผสมผสานอย ท งในกระบวนการบร หาร และการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช หล กการว จ ยเป นฐาน (research-based approach) และใช กระบวนการว จ ยเป นเคร องม อในการปฏ ร ปการเร ยนร เพ อพ ฒนา ค ณภาพผ เร ยน ในกระบวนการจ ดการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ ห วใจส าค ญท จะท าให เก ดประส ทธ ภาพ และประส ทธ ผลแก ผ เร ยนได จร ง จ งข นอย ก บต วคร ผ สอนท จะจ ดการการเร ยนร รวมท งการจ ดการก บป ญหา ต าง ๆ ท เก ดข นในช นเร ยนและนอกช นเร ยนอย ตลอดเวลา ซ งจ าเป นต องใช กระบวนการว จ ยเป นเคร องม อใน การจ ดการการเร ยนร และจ ดการก บป ญหาท เก ดข นอย างตรงประเด น เพราะคร ผ สอนเป นผ ท อย ใกล ช ดก บ ผ เร ยนมากท ส ด สามารถท จะใช หล กการว จ ยค นหาป ญหาและแก ไขป ญหาท แท จร ง ข อม ลท ได จะตรงและเป น ความจร ง ผลการว จ ยท ได จะเป นประโยชน สามารถน าไปใช ได ตรงก บป ญหาท เก ดข นก บผ เร ยน และการ จ ดการการเร ยนร ในช นเร ยน ซ งตรงก บค ากล าวก นไว ว า งานว จ ยท ด ม ความส าค ญ และเป นประโยชน ท ด ท ส ด ก ค อ ก า ร ว จ ย ท ได จ าก ค ร ผ ส อ น ด ง น น คร จ ง ต อ ง ท าการ ว จ ยใ น ช น เ ร ยน เ ป น น นเ อ ง ค าว า การว จ ย จ งด เหม อนว าเป นค าท สร างความร ส กว าเป นเร องยาก คร ไม สามารถท าได โดยม กส อ ความหมายว าเป นเร องท ยากเก นศ กยภาพ อ กท งจะเป นภาระท หน กเก นไปส าหร บคร จ งม ค าถามจากคร อย เสมอว า คร จะท าการว จ ยได จร งหร อ และถ าท าแล วจะได ประโยชน อย างไรบ าง เพราะคร ส วนใหญ ไม ม ความร ในการท าว จ ย ไม ม ความร ในด านสถ ต ว เคราะห และใช โปรแกรมสถ ต ว เคราะห ส าเร จร ปไม เป น จ งค ดว าการท า ว จ ยเป นเร องท ยาก ต องอาศ ยความสามารถเฉพาะด านท เก ยวก บว ธ ด าเน นการว จ ย ประกอบก บสภาพอ น จ าก ดในการจ ดการเร ยนการสอนของคร ป ญหาหลายป ญหาเก ดข นพร อม ๆ ก น เช น การม ช วโมงสอนมาก เก นไป คร ต องท างานหน กม หน าท พ เศษเป นจ านวนมาก ม ภาระงานท นอกเหน อจากหน าท การจ ดการเร ยนการ สอนมาก และความไม พร อมในหลาย ๆ ด านของสถานศ กษาท ส งผลกระทบต อการจ ดการเร ยนการสอนของคร เป นต น ด งน น การพ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยนน จ งเป นหนทางหน งในการ แก ป ญหาให ก บคร ผ ว จ ยท ไม ม ความร ในด านสถ ต ว เคราะห และใช โปรแกรมสถ ต ว เคราะห ส าเร จร ปไม เป น ซ ง จะช วยร บภาระท หน กของคร ให สามารถใช ว ธ การทางสถ ต ในการว เคราะห ข อม ลได ง าย ๆ พร อมท งแสดงผล การว เคราะห และรายงานสร ปตรงตามรายงานการว จ ยท ต องการท นท จะช วยให คร ท างานว จ ยท ง ายข น จะ ช วยให คร ท กคนสามารถท จะเร ยนร และท างานว จ ยได ด วยตนเอง จ งน บว าเป นงานว จ ยและพ ฒนานว ตกรรม ในร ปแบบซอฟท แวร ท เสร มสร างศ กยภาพการว จ ยให ก บคร ผ สอน ให สามารถพ ฒนาผ เร ยน การจ ดการการ เร ยนร และการแก ป ญหาต าง ๆ อย างถ กต องตามหล กการว จ ยด วยเหต และผล อ นจะน าผลประโยชน ส ดท าย ไปส การพ ฒนาค ณภาพการศ กษาของไทยโดยรวมในระยะยาว แนวค ด : กรอบแนวค ดในการว จ ยคร งน เพ อพ ฒนานว ตกรรมข นมาใช ในงานว จ ยในช นเร ยน ค อ ช ดโปรแกรม ช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน ซ งได เข ยนส ตรสถ ต ว จ ยลงในโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Excel 2007 โดยเปร ยบเท ยบผลการว เคราะห ด วยโปรแกรมสถ ต ว เคราะห ส าเร จร ป SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 เอง จากน นจ งน ามาให กล มต วอย างทดลองใช และประเม นความพ งพอใจท ม ต อการ ใช นว ตกรรมช ดโปรแกรมน ว ตถ ประสงค : เพ อพ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน สมมต ฐาน : ความพ งพอใจของผ ใช นว ตกรรมอย ในระด บมากส งกว าเกณฑ มาตรฐานท ร อยละ 80 แนวทางการปฏ บ ต : 1. ศ กษาและท าความเข าใจเก ยวก บงานว จ ยทางการศ กษาท น ามาใช ในงานว จ ยในช นเร ยน และสถ ต ท ใช ในการว จ ย 2. ศ กษาและท าความเข าใจเก ยวก บการว เคราะห ข อม ลด วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 และ SPSS for Windows 3. พ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลการว จ ยในช นเร ยนจากการเข ยนส ตรสถ ต การว จ ยทาง การศ กษาด วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 โดยเปร ยบเท ยบก บผลล พธ จากโปรแกรม SPSS for Windows และ MicrosoftExcel ปร บปร งแบบประเม นการทดลองใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลการว จ ยในช นเร ยนจาก ว ทยาน พนธ ต าง ๆ ท ศ กษาเร องใกล เค ยงก น ซ งได ผ านการประเม นจากอาจารย ท ปร กษาแล ว 5. น าช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน มาให น กศ กษาแผนกว ชาคอมพ วเตอร ว ทยาล ยสารพ ดช างพ ษณ โลกท าการตรวจสอบความถ กต องของการเข ยนส ตรสถ ต การว จ ย การใช งาน และผล การว เคราะห ข อม ล 6. แก ไข ปร บปร ง และพ ฒนาช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลการว จ ยในช นเร ยนแล วน ามาให กล ม ต วอย างทดลองใช และประเม นผลการใช 7. สร ปผล รายงานการว จ ย และเผยแพร กล มต วอย าง : ประชากร ค อ คร ผ สอน และกล มต วอย างท ทดลองใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช น เร ยน ค อ คร ผ สอน ส งก ดส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน จ านวน 5 คน และส งก ดส าน กงาน คณะกรรมการการอาช วศ กษา จ านวน 5 คน รวมจ านวน 10 คน ด วยการส มต วอย างอย างง ายจากคร ผ สอนท เคยใช โปรแกรม Microsoft Excel 2007 และเคยท าผลงานทางว ชาการ หร อเคยท างานว จ ยในช นเร ยน ต วแปร : 1. ต วแปรต น (Independent Variables) ได แก การทดลองใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ล งานว จ ยในช นเร ยน 2. ต วแปรตาม (Dependent Variables) ได แก ผลการทดลองใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ล งานว จ ยในช นเร ยน ซ งว ดได 2 ทาง ค อ 2.1 ประส ทธ ภาพหร อความสามารถของช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน โดย เปร ยบเท ยบก บผลล พธ ท ได จากโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel การประเม นความพ งพอใจท ม ต อการใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน ค าน ยาม : 1. ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ล หมายถ ง โปรแกรมตารางจ ดการหร อตารางค านวณหร อ ไมโครซอฟท เอ กเซล (Microsoft Excel) ท ได ม การพ ฒนาเข ยนและ/หร อใช ส ตรทางสถ ต ว เคราะห ข อม ลใน งานว จ ยในช นเร ยน โดยการออกแบบและจ ดวางร ปแบบ เพ อให ได ตารางการว เคราะห ผลการว เคราะห และ การสร ปผลการว เคราะห ตรงตามทฤษฎ ทางด านสถ ต ว จ ย 2. โปรแกรมตารางจ ดการหร อตารางค านวณหร อไมโครซอฟท เอ กเซล (Microsoft Excel) หมายถ ง โปรแกรม หน งในช ดโปรแกรมส าน กงาน (Microsoft Office) ท ผล ตและพ ฒนาเป นล ขส ทธ ของบร ษ ทไมโครซอฟท ท แสดงข อม ลในล กษณะเป นช องตาราง อ านวยความสะดวกในการท างานเก ยวก บการค านวณข อม ลต าง ๆ ท ง อย างง าย และข นส ง ด วยเวลาท รวดเร วและม ประส ทธ ภาพมาก 3. การว จ ยในช นเร ยน หมายถ ง กระบวนการท คร ศ กษาค นคว า เพ อแก ป ญหาหร อพ ฒนาการเร ยน การสอนท ตนร บผ ดชอบอย างเป นระบบ เช อถ อได ซ งม ล กษณะเป นงานว จ ยขนาดเล กท สามารถใช เวลาในการ ด าเน นการได ส าเร จภายใน 1 ภาคเร ยนเป นอย างช า 4. คร หมายถ ง ผ สอนหร อบ คลากรทางการศ กษาหร อบ คคลอ น ๆ ท ท าการสอนในระด บการศ กษา ต าง ๆ ท งการศ กษาในระบบ นอกระบบ และตามอ ธยาศ ย เคร องม อท ใช ในการว จ ย : นว ตกรรม/เคร องม อท ใช ในการว จ ย 1. นว ตกรรมท พ ฒนาข นมา ค อ ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลงานว จ ยในช นเร ยน 2. แบบบ นท กผลการใช นว ตกรรมเปร ยบเท ยบก บผลล พธ ท ได จากโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel แบบประเม นการใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลการว จ ยในช นเร ยนแบบ 5 ระด บ อ ปกรณ ท ใช ในการว จ ยช ดเคร องคอมพ วเตอร ส วนบ คคล โดยม ค ณสมบ ต ข นต าท ส าค ญ ด งน 1. CPU: 1.0 GHz or better 2. RAM: 512 MB or higher พร อมต ดต งโปรแกรม ด งน 1. โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Microsoft Windows XP Home Edition; Includes Service Pack2 Version 2002 Part No. X Register: Gridsada DEEIN 2. โปรแกรมประย กต Microsoft Office Home and Student 2007; Language Pack Thai 2007 Part No. X Register: Gridsada DEEIN 3. โปรแกรมประย กต SPSS for Windows V.15 (Demo) ดาวน โหลดจากเว บไซต ของสาขาธ รก จ อ ตสาหกรรม (MIB) สถาบ นเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ ช อเว บไซต (ธาน นทร, 2551: ) การรวบรวมข อม ล : การเก บรวบรวมข อม ล ม ข อม ลท ใช อย 2 ล กษณะ ด งน 1. เก บรวบรวมข อม ลจากแบบบ นท กผลการใช นว ตกรรมเปร ยบเท ยบก บผลล พธ ท ได จากโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel เก บรวบรวมข อม ลจากแบบประเม นความพ งพอใจจากผ ทดลองใช ช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ล การว จ ยในช นเร ยน เป นแบบมาตราส วนประมาณค า 5 ระด บ การว เคราะห : การว เคราะห ข อม ล ได น าข อม ลท รวบรวมได มาว เคราะห ข อม ล ด งน 1. ว เคราะห ข อม ลด วยการเปร ยบเท ยบผลล พธ ท ได จากโปรแกรม SPSS for Windows โปรแกรม Microsoft Excel 2007 และช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลการว จ ยในช นเร ยน 2. ว เคราะห ข อม ลด วยช ดโปรแกรมช วยว เคราะห ข อม ลการว จ ยในช นเร ยน (โปรแกรมช วยว เคราะห แบบสอบถาม 5 ระด บ และโปรแกรมช วยเปร ยบเท ยบค าเฉล ย one sample t-test) เพ อประเม นความพ ง พอใจ และทดสอบสมมต ฐานเปร ยบเท ยบความพ งพอใจใน
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks