การปฏ บ ต การฐานข อม ล (Database Workshop) - PDF

Description
การปฏ บ ต การฐานข อม ล (Database Workshop) ผ ช วยศาสตราจารย ดร. ปร ศนา ม ชฌ มา คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต ๒๕๕๕ การปฏ บ ต การฐานข อม ล (Database Workshop) ผ ช วยศาสตราจารย ดร.

Please download to get full document.

View again

of 132
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Education

Publish on:

Views: 45 | Pages: 132

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
การปฏ บ ต การฐานข อม ล (Database Workshop) ผ ช วยศาสตราจารย ดร. ปร ศนา ม ชฌ มา คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต ๒๕๕๕ การปฏ บ ต การฐานข อม ล (Database Workshop) ผ ช วยศาสตราจารย ดร. ปร ศนา ม ชฌ มา ปร.ด. (เทคโนโลย สารสนเทศ) คณะมน ษยศาสตร และส งคมศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต 2555 คำน ำ ตาราการปฏ บ ต การฐานข อม ลเล มน เป นการเข ยนในล กษณะท ม ข อม ลประกอบเช งทฤษฎ และปฏ บ ต ท ม งเน นให ผ เร ยนสามารถจ ดการฐานข อม ลด วยโปรแกรมส าเร จร ป Microsoft Access ได อย างม ประส ทธ ภาพ และสามารถประย กต ใช งานในด านต างๆ ได โดยผ านกรณ ศ กษา ซ งต ารา เล มน ผ เข ยนได จ ดท าข นเพ อใช เป นต าราประกอบการเร ยนการสอนว ชาการปฏ บ ต การฐานข อม ล รห สว ชา ตามหล กส ตรว ทยาศาสตรบ ณฑ ต ของหล กส ตรเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนด ส ต นอกจากน นต าราเล มน ย งสามารถน าไปใช ศ กษาค นคว า ใน ระด บอ ดมศ กษาของสถาบ นอ นๆ ได อ กด วย เน อหาในต าราได แบ งออกเป น 7 ห วเร อง ซ งประกอบด วย ความร เบ องต นเก ยวก บ ฐานข อม ล การใช งานโปรแกรม Microsoft Access การสร างตาราง แบบสอบถาม ฟอร ม รายงาน และมาโคร ท านท น าต าราเล มน ไปใช ควรศ กษาเพ มเต มจากเอกสารอ นๆ ประกอบด วย และหว งว า ต าราเล มน จะเป นประโยชน ส าหร บน กศ กษาและผ ท สนใจ หากม ข อบกพร องประการใด ผ เข ยน ขอน อมร บไว และจะพ จารณาแก ไขปร บปร งต อไป ปร ศนา ม ชฌ มา 25 พฤษภาคม 2555 สารบ ญ หน า คานา (1) สารบ ญ (3) บทท 1 ความร เบ องต นเก ยวก บฐานข อม ล 1 ข นตอนการพ ฒนาระบบฐานข อม ล 1 แบบจ าลองอ -อาร 4 นอร ม ลไลเซช น (Normalization) 16 บทท 2 การใช งานโปรแกรม Microsoft Access 25 โครงสร างของโปรแกรม Microsoft Access 25 เร มต นใช งานโปรแกรม Microsoft Access ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม Microsoft Access การท างานของเมน แบบร บบอน (Ribbon) 30 การแปลงไฟล.mdb ให เป นไฟล.accdb 32 การจ ดเก บไฟล ฐานข อม ล 33 บทท 3 การสร างตาราง (Table) 35 ม มมองของตาราง 35 ส วนประกอบของตาราง 36 การสร างตาราง 37 บทท 4 การสร างแบบสอบถาม (Query) 55 ม มมองของแบบสอบถาม 55 ประเภทของแบบสอบถาม 56 ว ธ การสร างแบบสอบถาม 57 สร างแบบสอบถามโดยใช ต วช วยสร าง 57 (4) สารบ ญ (ต อ) หน า การสร างแบบสอบถามด วยม มมองการออกแบบ 59 การสร างแบบสอบถามในม มมอง SQL 77 บทท 5 การสร างฟอร ม (Form) 79 ม มมองของฟอร ม 79 การสร างฟอร มแบบง าย 80 การสร างฟอร มโดยใช ต วช วย (Form Wizard) 81 การสร างฟอร มด วยม มมองการออกแบบ 83 ป มสร างคอนโทรลในแท บ Design 84 ส วนประกอบในม มมองออกแบบของฟอร ม 86 การเช อมฟอร มเข าก บตารางฐานข อม ล 92 การปร บแต งฟอร ม 94 การจ ดเก บฟอร มลงฐานข อม ล 95 บทท 6 การสร างรายงาน (Report) 97 ม มมองของรายงาน 97 ว ธ การสร างรายงาน 97 การสร างรายงานแบบง าย 98 สร างรายงานโดยใช ต วช วยสร าง (Report Wizard) 100 สร างรายงานในม มมองออกแบบ 102 ส วนประกอบในม มมองออกแบบของรายงาน 103 ต วอย างการสร างรายงาน 105 การ export รายงาน 110 ว ธ สร างรายงานจากแบบสอบถาม 112 (5) สารบ ญ (ต อ) หน า บทท 7 การสร างมาโคร (Macro) 113 ร จ กก บมาโคร 113 เร มต นสร างมาโคร 114 คาส งใน Action Catalog 115 ว ธ สร างมาโครโดยเก บเป นออบเจ ค Macro 117 การแก ไขมาโคร 121 ว ธ ส งร นมาโคร 124 บรรณาน กรม 127 บทท 1 ความร เบ องต นเก ยวก บฐานข อม ล ฐานข อม ลท ม ประส ทธ ภาพและตรงก บความต องการของผ ใช น น ต องอาศ ยการพ ฒนา ฐานข อม ลท ม การวางแผนอย างเป นระบบและม ข นตอนท ถ กต อง โดยในบทน จะศ กษาถ งข นตอน การพ ฒนาระบบฐานข อม ล ซ งจะเน นข นตอนการออกแบบฐานข อม ลเป นหล ก ต งแต การพ ฒนา แบบจ าลองอ -อาร และการท านอร ม ลไลเซช น เพ อให ได ฐานข อม ลท สมบ รณ ท ส ด ข นตอนการพ ฒนาระบบฐานข อม ล ว ฏจ กรฐานข อม ล (The Database Life Cycle: DBLC) เป นข นตอนในการพ ฒนาหร อ จ ดท าระบบฐานข อม ล ซ งประกอบด วย 6 ข นตอน ด งภาพท 1.1 การศ กษาเบ องต น (database initial study) การออกแบบฐานข อม ล (database design) การต ดต งระบบ (implementation) การทดสอบและประเม นผล (testing and evaluation) การด าเน นการ (operation) การบาร งร กษาและการปร บปร ง (maintenance and evaluation) ภาพท 1.1 ว ฏจ กรฐานข อม ล (The Database Life Cycle: DBLC) ท มา (Rob and Coronel, 2002, p.326) 2 1. การศ กษาเบ องต น การศ กษาเบ องต นม ว ตถ ประสงค เพ อว เคราะห สถานการณ ขององค กร ก าหนดป ญหา และข อจ าก ด ก าหนดว ตถ ประสงค และขอบเขตของระบบ ด งรายละเอ ยดต อไปน 1.1 การว เคราะห สถานการณ ขององค กร เพ อศ กษาสภาพแวดล อมในการท างานขององค กร ความต องการใน การปฏ บ ต งาน โดยควรร ว าโครงสร างขององค กรเป นอย างไร ใครเป นผ ควบค มอะไร และใครท า รายงานให ใคร เป นต น 1.2 กาหนดป ญหาและข อจาก ด โดยการศ กษาว า ระบบท ม อย ม การท างานอย างไร ข อม ลท ป อนเข าส ระบบ ม อะไรบ าง และระบบสร างรายงานอะไร ม การใช รายงานเหล าน อย างไรและใครเป นผ ใช เพ อให ทราบถ งป ญหาและข อจ าก ดในการป อนข อม ล หร อการค นหาข อม ลเพ อการท ารายงาน 1.3 กาหนดว ตถ ประสงค และขอบเขตของระบบ ในการก าหนดว ตถ ประสงค ของระบบฐานข อม ลควรสอดคล องก บความต องการ ของผ ใช จากคาถามเหล าน - ว ตถ ประสงค แรกเร มของระบบท น าเสนอค ออะไร - ระบบน ต องเช อมต อก บระบบอ นๆ ท ม อย ในองค กรหร อไม - ระบบน จะม การใช ข อม ลร วมก นก บระบบหร อผ ใช อ นหร อไม เม อทราบว ตถ ประสงค แล วก ท าการก าหนดขอบเขตของระบบโดยการออกแบบ ตามความต องการในการปฏ บ ต งาน เพ อใช ในการออกแบบฐานข อม ลต อไป 2. การออกแบบฐานข อม ล เม อผ ออกแบบฐานข อม ลม ความเข าใจล กษณะขององค กร ป ญหาและข อจ าก ด รวมท งว ตถ ประสงค และขอบเขตของระบบแล ว ก ท าการออกแบบฐานข อม ลด งต อไปน 2.1 การออกแบบเช งแนวค ด โดยการพ ฒนาแบบจ าลองอ -อาร (E-R Model) ท ใช อธ บายถ งความส มพ นธ ระหว างส งท เราสนใจจะจ ดเก บ ท เร ยกว า เอนท ต (entity) และรายละเอ ยดหร อค ณสมบ ต (attribute) ของส งท จะจ ดเก บ แล วท าการแปลงแบบจ าลองอ -อาร เป นโครงสร างตารางฐานข อม ล จากน นก ท าการนอร ม ลไลเซช น (normalization) เพ อให ได โครงสร างของตารางท ด สามารถ ควบค มความซ าซ อนของข อม ล หล กเล ยงความผ ดปกต ของข อม ล 3 2.2 การเล อกโปรแกรมจ ดการฐานข อม ล ในการต ดส นใจเล อกซ อโปรแกรมจ ดการฐานข อม ลขององค กรใด ควรพ จารณาถ ง ส งต อไปน ค าใช จ ายต างๆ เช น ราคาการซ อมบ าร ง การปฏ บ ต งาน ล ขส ทธ การต ดต ง การฝ กอบรม และค าใช จ ายในการเปล ยนไปใช ระบบใหม ค ณล กษณะและเคร องม อของระบบจ ดการฐานข อม ล โปรแกรมฐานข อม ล บางต วจะรวมเอาเคร องม อต างๆ ท ให ความสะดวกในงานการพ ฒนาโปรแกรมประย กต ต วอย างเช น การออกแบบหน าจอ การสร างรายงาน การสร างโปรแกรมประย กต และพจนาน กรม ข อม ล เป นต น ท าให สะดวกในการบร หารฐานข อม ล ใช ง าย ม ความสามารถในการร กษาความ ปลอดภ ย และการควบค มการใช งานพร อมก น เป นต น ความสามารถในการใช ข าม platforms ข ามระบบและภาษา ความต องการด านฮาร ดแวร หน วยความจ า และเน อท ท ใช ในการจ ดเก บ 2.3 การออกแบบทางตรรกะ จะเก ยวข องก บการต ดส นใจใช ร ปแบบเฉพาะของฐานข อม ล (แบบล าด บช น แบบ เคร อข าย และแบบเช งส มพ นธ เป นต น) การก าหนดร ปแบบของฐานข อม ล ซ งการออกแบบ เช งตรรกะจะเป นการแปลงการออกแบบระด บเช งแนวค ด ให เป นแบบจ าลองของฐานข อม ล ในระด บภายใน (internal model) ตามระบบการจ ดการฐานข อม ล (DBMS) เช น MS-Access และ Oracle โดยการสร างตาราง ฟอร ม ค วร และรายงาน เป นต น 2.4 การออกแบบทางกายภาพ การออกแบบทางกายภาพ ค อ กระบวนการในการเล อกหน วยจ ดเก บข อม ล และ ล กษณะการเข าถ งข อม ลของฐานข อม ล การสร างดรรชน (index) การจ ดท าคล สเตอร (clustering) ซ งเป นการจ ดเก บข อม ลท ม การใช งานบ อยๆ ไว ในหน วยเก บข อม ลเด ยวก น หร อการใช เทคน คแฮช ช ง (hashing technique) ในการจ ดตาแหน งท อย ของข อม ลภายในหน วยเก บข อม ล เป นต น 3. การต ดต งระบบ ข นอย ก บระบบจ ดการฐานข อม ลท ใช โดยเร มต นจากการสร างฐานข อม ล ก าหนด ผ จ ดการฐานข อม ล ก าหนดพ นท ๆ ท ต องการใช และการสร างตารางต างๆ ในระบบ 4. การทดสอบและประเม นผล เพ อการตรวจสอบด ว าระบบท พ ฒนามาสามารถท างานได ตามท ต องการหร อไม ซ งควรม การเตร ยมข อม ลทดสอบไว ล วงหน า 4 5. การดาเน นการ เม อฐานข อม ลผ านข นตอนการทดสอบและประเม นผล ต อไปก เป นข นตอน การด าเน นการ หร อการต ดต งระบบ ซ งต องเป นระบบท สมบ รณ พร อมให ผ ใช ได ใช งานน นเอง ซ ง อาจรวมไปถ งการฝ กอบรมให แก ผ ใช ท เป นพน กงานท ต องใช งานจร งด วย 6. การบาร งร กษาและการปร บปร ง หล งจากระบบได เร มด าเน นการ ผ จ ดการฐานข อม ลจะต องเตร ยมการบ าร งร กษา ฐานข อม ลโดยการส ารองข อม ลไว เพ อสะดวกในการก ค นข อม ล เม อระบบม ป ญหา และหากม การใช งานไปนานๆ อาจต องท าการปร บปร งแก ไขโปรแกรมให เหมาะสมก บเหต การณ และ ความต องการของผ ใช ท เปล ยนแปลงไป เม อเราทราบข นตอนการพ ฒนาระบบฐานข อม ลท งหมดแล ว ในบทน จะเน นถ ง รายละเอ ยดของข นตอนการออกแบบฐานข อม ลเช งแนวค ด ต งแต การพ ฒนาแบบจ าลองอ -อาร (E-R Model) และการท านอร ม ลไลเซช น (normalization) ด งรายละเอ ยดท จะกล าวต อไป แบบจาลองอ -อาร แบบจ าลองอ -อาร (Entity-Relationship Model: E-R Model) เป นแบบจ าลองข อม ล ท ประย กต มาจากแนวค ดเร อง Semantic Model และม การพ ฒนามาเป น E-R Model โดย Peter Pin Shan Chen จาก Massachusetts Institute of Technology ในป ค.ศ และได ร บ ความน ยมมาจนถ งป จจ บ น 1. ความหมายและความสาค ญของแบบจาลองอ -อาร แบบจ าลองอ -อาร เป นเคร องม อท ใช ในการออกแบบฐานข อม ล ท แสดงความส มพ นธ ระหว างเอนท ต หร อส งท เราต องการจะจ ดเก บไว ในฐานข อม ล โดยน าเสนอในร ปของของแผนภาพ ท เร ยกว า อ -อาร ไดอะแกรม (E-R Diagram) ด วยการใช ส ญล กษณ ต างๆ แบบจ าลองอ -อาร ม ความส าค ญในการเป นส อกลางเพ อส อสารก บบ คลากรต างๆ ท เก ยวข องก บระบบฐานข อม ล ไม ว าจะเป นในระด บผ บร หาร น กเข ยนโปรแกรม และผ ใช ในระด บ ปฏ บ ต การ เป
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks