จานวน 80 ข อ ประถมศ กษา - PDF

Description
ช ดท 1 แนวข อสอบ O-NET ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย : จานวน 80 ข อ ประถมศ กษา ให วง ล อมรอบต วอ กษรหน าคาตอบท ถ กต อง 1. ข นตอนแรกท ควรนำไปวำงแผนกำรทำงำน จำกข อควำมน สอดคล องก บกำรกระทำของใคร 1. ต อมระบ

Please download to get full document.

View again

of 35
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Medicine, Science & Technology

Publish on:

Views: 25 | Pages: 35

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ช ดท 1 แนวข อสอบ O-NET ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย : จานวน 80 ข อ ประถมศ กษา ให วง ล อมรอบต วอ กษรหน าคาตอบท ถ กต อง 1. ข นตอนแรกท ควรนำไปวำงแผนกำรทำงำน จำกข อควำมน สอดคล องก บกำรกระทำของใคร 1. ต อมระบ ขอบเขตของงำน 2. โต งระบ ต วผ ร บผ ดชอบงำน 3. ต ยระบ ระยะเวลำในกำรทำงำน 4. แต วระบ งำนท ต องทำก อนหร อหล ง 2. ข อใดเป นกำรจ ดเก บส งของได อย ำงเหมำะสม 1. พ บและเก บเส อท ไม ค อยได ใส ไว ใต เต ยง 2. เก บบ ตรประชำชนไว ในกระเป ำสตำงค 3. เก บส ต บ ตรไว ในกระเป ำน กเร ยน 4. เก บน ทำนเล มโปรดไว ใต หมอน 3. ข อใดเป นกำรจ ดเก บของใช หร อของเล นได ถ กต อง และเป นระเบ ยบ 1. วำงปำกกำไว บนโต ะเข ยนหน งส อ 2. เก บของเล นท กช นวำงรวมก นไว ท ม มห อง 3. นำเส อน กเร ยนท เพ งถอดมำพำดไว ท พน กเก ำอ 4. เก บหน งส อท อ ำนเสร จแล วไว บนช นวำงหน งส อ 4. ข อใดเป นกำรจ ดเก บเอกสำรไม เหมาะสม 1. เก บส ต บ ตรไว ในแฟ มสะสมผลงำน 2. เก บผลงำนรวมไว ในแฟ มสะสมผลงำน 3. เก บบ ตรสมำช กห องสม ดไว ในกระเป ำสตำงค 4. เก บบ ตรประจำต วน กเร ยนไว ในกระเป ำน กเร ยน 5. ใครด แลร กษำ และใช สมบ ต ส วนต วไม เหมาะสม 1. เด นถอดรองเท ำเก บไว ท ช นวำงรองเท ำเสมอ 2. จ มเก บกรมธรรม ประก นภ ยไว ในแฟ มเอกสำร 3. เอกเก บสม ดเง นฝำกไว ในซองเอกสำรแล วไว ใต หมอน 4. ม กเก บโฉนดท ด นใส ซองเอกสำร และเก บไว ในล นช กเอกสำร 6. เพรำะเหต ใด เรำจ งไม ควรซ กกระเป ำหน ง 1. เพรำะกระเป ำหน งจะหดต ว 2. เพรำะกระเป ำหน งจะเป อย 3. เพรำะกระเป ำหน งด ดซ มน ำ 4. เพรำะกระเป ำหน งจะเส อมสภำพ 7. ใครจ ดเก บเอกสำรสำค ญได เหมำะสมท ส ด 1. ต กเก บสม ดเง นฝำกไว ใต ท นอน 2. ต วเก บส ต บ ตรไว ในกระเป ำสตำงค 3. ต กเก บโฉนดท ด นไว ในแฟ มเอกสำร 4. ต อยเก บบ ตรประจำต งประชำชนไว ในล นช กห วเต ยง 8. ข อใดเป นกำรด แลร กษำเส อผ ำท ไม เหมาะสม 1. ผ งเส อผ ำท เป ยกฝนให แห งก อนใส ตะกร ำเส อผ ำเพ อรอกำรซ ก 2. ถอดเส อก ฬำท เป ยกเหง อใส ตะกร ำเส อผ ำท รอกำรซ ก 3. ขจ ดรอยเป อนของครำบอำหำรบนเส อท นท 4. เย บชำยเส อท ขำดล ยก อนนำเส อไปซ ก 9. เส อผ ำประเภทใดไม ควรเก บไว ด วยก น 1. เส อน กเร ยน กระโปรงน กเร ยน 2. เส อกล ำม กำงเกงช นใน 3. เส อย ด กำงเกงขำส น 4. ผ ำเช ดหน ำ ถ งเท ำ 10. จำกภำพควรจ ดเก บอย ำงไร 1. ใช ไม แขวนเส อแล วเก บไว ในต เส อผ ำ 2. พ บให เร ยบแล วเก บไว ในต เส อผ ำ 3. ขย มๆ แล วเก บไว ในตะกร ำ 4. ม วนแล วเก บไว ในตะกร ำ 11. ใครปฏ บ ต ได ถ กต อง 1. ต กร ดผ ำคร งละต ว เพ อเป นกำรประหย ดเวลำ 2. ต อมร ดผ ำท กชน ดด วยไฟแรง เพ อให ผ ำเร ยบเร ว 3. น มแช ผ ำขำวและผ ำส รวมก น เพ อประหย ดผงซ กฟอก 4. น อยใช แปรงแปรงผ ำบร เวณท สกปรกมำก เพ อช วยท นแรงในกำรขย 12. ข อใดเป นว ธ กำรร ดผ ำท ถ กต อง 1. ใช ไฟแรงๆ ร ดผ ำไนลอน 2. นำเส อผ ำช บน ำก อนร ด 3. ใช ไฟแรงๆ ร ดผ ำฝ ำย 4. ร ดผ ำบนผ ำเช ดต ว 13. ตอนเย นหล งเล กเร ยน ต ยหกล มในสนำมฟ ตบอล ทำให ชำยกำงเกงล ย จำกข อควำมน ต ยควรจะ ทำกำรซ อมแซมกำงเกงด วยว ธ ใด จ งจะเหมำะสมท ส ด 1. กำรปะ 2. กำรสอย 3. กำรด น 4. กำรเนำ 14. อำหำรชน ดใดท ควรจ ดเก บไว ในช องแช แข งของต เย น จำกภำพ ข อใดเป นอ ปกรณ ท ใช ในห องน ำ 1. 1 และ และ และ และ ข อใดปฏ บ ต ได ถ กต องในกำรทำควำมสะอำดห องน ำ 1. สวมถ งม อยำงขณะข ดพ นห องน ำ 2. ใช แอลกอฮอล รำดพ นห องน ำ 3. ใช ผงซ กฟอกข ดอ ำงล ำงหน ำ 4. ใช ผ ำน มๆ ข ดพ นห องน ำ 17. ขณะท เรำกำล งอ ำนหน งส อสอบอย แล วแม ถ อของกล บมำจำกตลำด เรำควรปฏ บ ต อย ำงไร 1. กล ำวท กทำยพร อมแสดงควำมเคำรพ แล วอ ำนหน งส อต อ 2. เข ำไปช วยแม ถ อของ แล วนำไปเก บให เร ยบร อย 3. เร ยกให คนอ นมำช วยแม ถ อของ 4. อ ำนหน งส อต อ 18. ถ ำแม ต กเต อนน กเร ยน แต น กเร ยนไม ได ทำผ ด น กเร ยนควรปฏ บ ต อย ำงไรจ งจะเหมำะสมท ส ด 1. ร บพ ดแทรกท นท เพ อช แจงว ำตนเองไม ได ทำผ ด 2. ฟ งด วยอำกำรสำรวมจนแม พ ดเสร จ จ งเด นหน 3. อธ บำยข อเท จจร งด วยถ อยคำท ส ภำพ 4. เด นหน ท นท 19. ข อใดไม ใช มำรยำทในกำรร บประทำนอำหำร 1. ใช ม อป ดปำกในขณะท เค ยวอำหำรตลอดเวลำ 2. กล ำวคำขอโทษเม อต องหย บอำหำรข ำมหน ำผ อ น 3. รวบช อนส อมเข ำด วยก นเม ออ มแล ว 4. ใช กระดำษชำระป ดปำกขณะจำม 20. ในว นท ฝนตก สนำมก ฬำเป ยกฝน เรำสำมำรถว งเล นในห องเร ยนได จำกข อควำมน กเร ยนเห นด วย หร อไม อย ำงไร 1. เห นด วย เพรำะในห องเร ยนม พ นท ว ำงให ว งเล นได 2. เห นด วย เพรำะกำรว งเล นในห องเร ยนทำให ร ส กต นเต น 3. ไม เห นด วย เพรำะกำรว งเล นในห องเร ยนอำจทำให สะด ด หกล ม 4. ไม เห นด วย เพรำะกำรว งในห องเร ยนต องแบ งพ นท ในกำรเล นก บเพ อน 21. ถ ำต องกำรเตร ยมด นสำหร บปล กพ ช ซ งบร เวณท เตร ยมด นม หญ ำรก จะต องใช เคร องม อเกษตร ตำมลำด บกำรเตร ยมด นอย ำงไร 1. 5, 6, , 3, , 2, , 1, กำรเล อกใช เคร องม อเกษตร ควรคำน งถ งส งใด 1. รำคำ 1. จอบข ด 2. จอบถำก 3. ส อมพรวน 4. เส ยม 5. พล ว 6. ช อนปล ก 2. ล กษณะงำน 3. ควำมสะอำด 4. ควำมสวยงำม 23. ข อใดใช เคร องม อเกษตรไม เหมาะสมก บงำน 1. ใช จอบข ดข ดต นกล ำไปปล ก 2. ใช ม ดดำยหญ ำล ดก งไม 3. ใช จอบถำกถำกหญ ำ 4. ใช พล วผสมผสมด น 24. หำกกำล งจะนำเคร องม อเกษตรไปใช งำน แต พบว ำเคร องม อเกษตรชำร ดเพ ยงเล กน อย ควรปฏ บ ต อย ำงไร 1. นำไปท งท นท 2. นำไปเก บในห องเก บของ 3. ซ อมแซมก อน แล วจ งนำไปใช งำน 4. ใช งำนให เสร จก อน แล วจ งซ อมแซม 25. ข อใดเป นกำรด แลร กษำเคร องม อเกษตรไม เหมาะสม 1. ล บม ดดำยหญ ำให คมอย เสมอ 2. ล ำงเส ยมด วยน ำสะอำด และเช ดให แห ง 3. ทำน ำม นก นสน มตรงส วนท เป นโลหะของส อมพรวน 4. ตำกบ วรดน ำพลำสต กไว กลำงแดด เพ อให แห งเร วๆ 26. ก งล กษณะใดไม เหมำะจะนำมำทำเป นก งตอน 1. ก งอ อนส เข ยว 2. ก งก งแก ก งอ อนท ม ใบต ดอย 3. ก งท ปรำศจำกโรคและแมลง 4. ก งท ต งตรงหร อเอ ยงเล กน อย 27. กำรขยำยพ นธ พ ชใช ว ธ ใดท ทำให พ ชม โอกำสกลำยพ นธ 1. กำรป กชำ 2. กำรโน มก ง 3. กำรตอนก ง 4. กำรเพำะเมล ด 28. ข อใดกล ำวไม ถ กต องเก ยวก บล กษณะของด นร วนปนทรำย 1. ระบำยน ำได ง ำย 2. เน อด นหยำบร วน 3. เม ดด นม ขนำดเล ก 4. ม ช องว ำงระหว ำงเม ดด นใหญ 29. ข อใดต างจากพวก 1. ป ยช วภำพ 2. ป ยผสม 3. ป ยหม ก 4. ป ยคอก 30. ต ยอยำกจะปล กผ กสวนคร ว แต ในบร เวณท ต ยจะปล กผ กน น ด นม สภำพไม ค อยด จำกข อควำมน ต ยควรจะใช ป ยชน ดใด 1. ป ยคอก 2. ป ยหม ก 3. ป ยพ ชสด 4. ป ยช วภำพ 31. ผ กสวนคร วชน ดใดม ว ธ กำรขยำยพ นธ แตกต างจำกข ออ น 1. กระชำย หอมห วใหญ 2. หอมแดง ข ำ 3. กะเพรำ โหระพำ 4. กระเท ยม ข ง 32. ใครปฏ บ ต ได ถ กต อง 1. ว ำนพรมน ำห วหอมเพรำะกล วจะเห ยว 2. ว วใช ม ดคมๆ ต ดบวบจำกลำต น เพ อไม ให บวบช ำ 3. แวววำงผ กบ งซ อนก นหลำยๆ ช น เพ อประหย ดพ นท 4. ว นเก บกะเพรำมำและวำงไว ตำกแดด เพ อฆ ำเช อโรค 33. ย ยต องกำรปล กไม ประด บ เพ อนำมำใช ตกแต งตำมสถำนท ต ำงๆ ย ยควรปล กพ ชในข อใด 1. ตะโก เข ม 2. เยอบ ร ำ จำป 3. กล วยไม ชบำ 4. พล ด ำง บอนส 34. ข อใดเป นกำรบำร งร กษำไม ดอกไม ประด บท ถ กต อง 1. ถอนว ชพ ชท กๆ เด อน 2. กำจ ดศ ตร พ ชท งท นท ท พบ 3. พรวนด นให ช ดโคนต นพ ชมำกท ส ด 4. ใส ป ยส ตรเร งดอกมำกๆ เพ อให ไม ดอกออกดอกจำนวนมำก 35. ถ ำไม ดอกท เรำปล กไม ออกดอก เรำควรปฏ บ ต อย ำงไร 1. ใส ป ยส ตรเร งดอกในปร มำณมำกๆ 2. รดน ำในปร มำณมำกๆ ท กว น ว นละหลำยหน 3. ถอนไม ดอกน นท ง แล วปล กไม ดอกชน ดใหม แทน 4. ศ กษำข อม ลกำรปล กจำกแหล งข อม ลต ำงๆ เพ มเต ม เพ อนำมำใช ในกำรปล ก 36. เคร องม อช ำงในข อใดจ ดอย ในประเภทเด ยวก บไขควง 1. เล อยต ดเหล ก 2. ประแจปำกตำย 3. ค อน 4. ส ว 37. ส งใดท น กเร ยนต องทำท กคร งก อนนำเคร องม อช ำงมำใช งำน 1. ซ อมแซมเคร องม อช ำงชน ดน น 2. ล บเคร องม อช ำงให คมอย เสมอ 3. ศ กษำว ธ กำรใช เคร องม อช ำงชน ดน น 4. ตรวจสอบสภำพเคร องม อช ำงชน ดน น 38. กำรซ อมแซมส งของเคร องใช จะต องปฏ บ ต ส งใดเป นอ นด บแรก 1. ตรวจสอบสภำพของส งของเคร องใช ท จะซ อม 2. หำสำเหต ท ทำให ส งของเคร องใช เก ดควำมชำร ด 3. ประเม นทำงเล อกในกำรซ อมแซมส งของเคร องใช 4. สร ปค ำใช จ ำยท เก ดข นในกำรซ อมแซมส งของเคร องใช 39. ข อใดเป นว ธ กำรซ อมแซมโต ะท ขำหล ดได เหมำะสมท ส ด 1. ใช ลวดม ดบร เวณท หล ดให ต ดก น 2. ใช กำวต ดบร เวณท หล ดให ต ดก น 3. ใช อ พอกซ ต ดบร เวณท หล ดให ต ดก น 4. ใช ค อนตอกตะป บร เวณท หล ดให ต ดก น 40. ใครปฏ บ ต ตนในกำรด แลร กษำของใช ต ำงๆ ภำยในบ ำนได ถ กต อง 1. จ ยทำน ำม นก นสน มจอบก อนเก บ 2. จ ำเส ยบปล กเคร องซ กผ ำหล งจำกล ำงม อ 3. จ อบใช ผ ำเป ยกเช ดทำควำมสะอำดโต ะไม 4. จ บใช หม ออะล ม เน ยมทำก บข ำวเสร จแล ววำงท งไว 41. ของใช ในข อใดจ ดเป นของใช ท เป นกลไกท งหมด 1. โซฟำ เตำแก ส 2. นำฬ กำ โต ะไม 3. ไมโครเวฟ แปรงข ดพ น 4. ต กตำไขลำน โทรท ศน 42. ว สด ในข อใดท สำมำรถนำมำสร ำงเป นนำฬ กำต ดผน งได เหมำะสมท ส ด 1. ขดลวด 2. ล งไม อ ด 3. กะลำมะพร ำว 4. แกนกระดำษท ชช 43. ข อใดหมำยถ งงำนประด ษฐ 1. ผลงำนท เก ดจำกกำรประด ษฐ เร ยกว ำส งประด ษฐ 2. งำนท ม กำรสร ำงและพ ฒนำเปล ยนแปลงให ด ข นเสมอ 3. งำนท ใช ควำมค ดสร ำงสรรค ประด ษฐ ข นตำมว ตถ ประสงค 4. งำนท เก ดจำกควำมค ดของมน ษย เพ อใช ประโยชน ได หลำยอย ำง 44. ถ ำต องกำรทำให เช อกส ขำวม ส ส น เพ อนำไปตกแต งงำนประด ษฐ ควรเล อกใช ส ชน ดใด 1. ส ไม 2. ส น ำ 3. ส เมจ ก 4. ส เท ยน 45. แป วประด ษฐ ของประด บตกแต งบ ำน และตรวจสอบควำมเร ยบร อยของผลงำนในท กข นตอนกำรทำ รวมท งย งพ จำรณำผลงำนท เสร จแล ว และปร บปร งผลงำนน นให ด ย งข น จำกข อควำมน แสดงว ำแป วใช ใช ควำมค ดในล กษณะใดมำกท ส ด 1. ม ควำมค ดร เร ม 2. ม ควำมคล องในกำรค ด 3. ม ควำมค ดละเอ ยดลออ 4. ม ควำมย ดหย นในกำรค ด 46. ว สด ในข อใด สำมำรถนำมำประด ษฐ เป นเคร องประกอบจ งหวะได เหมำะสมท ส ด 1. ด นสอส 2. ฝำน ำอ ดลม 3. นำฬ กำต ดผน ง 4. แกนกระดำษท ชช 47. เพรำะเหต ใด จ งควรใช ว สด ประเภทพลำสต กมำสร ำง
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks