8 70+วิสุทธิมรรคแปล+ภาค+๒+ตอน+๒

Description
1. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 1 สมาธินิเทศ…

Please download to get full document.

View again

of 244
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 4 | Pages: 244

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 1 สมาธินิเทศ อาหารเรปฏิกูลสัญญา บัดนี้ ภาวนานิเทศแหงอาหาเรปฏิกูลสัญญา ที่ทานยกขึ้นแสดง ไวถัดอารุปปนิเทศวา "เอกา สฺา - สัญญา ๑ " ดังนี้ มาถึงแลว โดยลําดับ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในอาหารเรปฏิกูลสัญญานั้น ดังตอไปนี้ สภาพใดยอมนํามา เหตุนี้ สภาพนั้นจึงชื่อวา อาหาร (แปล วา สภาพผูนํามา ) อาหารนั้นมี ๔ อยาง คือ กพฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร [สิ่งที่อาหารนํามา] ถามวา ก็ในอาหาร ๔ อยางนั้น อาหารอยางไหน ยอมนํา อะไรมา ? ตอบวา กพฬิงการาหารยอมนําโอชัฏฐมกรูป (รูปกลาปมีโอชา เปนที่ ๘ )* มา ผัสสาหารนําเวทนา ๓ มา มโนสัญเจตนาหาร นําปฏิสนธิในภพ ๓ มา วิญญาณหารนํามารูปในขณะปฏิสนธิมา [ภัยที่เกิดเพราะอาหารเปนเหตุ] ในอาหาร ๔ อยางนั้น ภัยคือความนิยมยินดี ยอมมีในเพราะ * คือมหาภูตรูป ๔ และ สี กลิ่น รส โอชา.
  • 2. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 2 กพฬิงการาหาร ภัยคือความเขาไปหา ยอมมีในเพราะผัสสาหาร ภัยคือความเขาถึง (คือเกิด) ยอมมีในเพราะมโนสัญเจตนาหาร ภัยคือปฏิสนธิ ยอมมีในเพราะวิญญาณาหาร ก็แลในอาหารทั้งหลาย อันมีภัยจําเพาะอยางนี้นั่น กพฬิงการาหาร จึงควรชี้แจงดวยพระโอวาท ที่เปรียบอาหารดวยเนื้อบุตร ผัสสาหาร ควรชี้แจงดวยพระโอวาทที่ เปรียบผัสสะดวยโคถกหนัง มโนสัญเจตนาหาร ควรชี้แจงดวย พระโอวาทที่เปรียบภพดวยหลุมถานเพลิง วิญญาณหารควรชี้แจง ดวยพระโอวาทที่เปรียบวิญญาณดวยหอกหลาว แล [อาหารที่ประสงคเอาในกรรมฐานนี้] แตในอาหาร ๔ นี้ กพฬิงการาหารอันแยกประเภทเปนของกิน ของดื่ม ของเคี้ยว ของลิ้ม เทานั้น ทานประสงคเอาวาอาหารในความ ขอนี้ ความหมายรูอันเกิดขึ้นโดยที่ถือเอาอาการที่ปฏิกูลในอาหารนั้น ชื่ออาหาเรปฏิกูลสัญญา พระโยคาวจรผูใครจะเจริญอาหารเรปฏิกูลสัญญา นั้น พึงเรียนเอากรรมฐานไดแลว (จําไว) มิใหผิดจากที่เรียกมา แมแตบทเดียว ไปในที่ลับ (คน) เรนอยู (คนเดียว) แลวจึง พิจารณาดูความปฏิกูลในกพฬิงการาหารอันแยกเปนของกิน ของดื่ม ของเคี้ยว ของลิ้ม โดยอาการ ๑๐ อาการ ๑๐ นี้ คืออะไรบาง คือ คมนโต โดยการเดินไป ปริเยสนโต โดยการแสวงหา ปริโภคโต โดยการบริโภค
  • 3. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 3 อาสยโต โดยอาสยะ (อาโปธาตุในลําไสที่ออก มาประสมกับอาหารที่กลืนลงไป นิธานโต โดยที่พัก (คือกระเพาะอาหาร ?) อปริปกฺกโต โดยยังไทยอย ปริปกฺกโต โดยยอยแลว ผลโต โดยผล นิสฺสนฺทโต โดยการไหลออก สมฺมกฺขนโต โดยความเปรอะเปอน [คมนโต-ปฏิกูลโดยการเกิดไป] ใน ๑๐ บทนั้น บทวา "คมนโต - โดยการเดินไป " นั้น ความวา ความปฏิกูลโดยการเดินไป พระโยคาวจรพึงพิจารณาเห็น โดยนัยดังนี้วา "อันบรรพชิตในพระศาสนาที่ขึ้นชื่อวามีอานุภาพมาก อยางนี้ละ ทําการสาธายายพระพุทธวจนะก็ดี สมณธรรมก็ดี ตลอดทั้ง คืน เลิกในตอนเชาตรูแลว (ไป) ทําวัตรที่ลานพระเจดียและลาน พระโพธิ์ ตั้งน้ําฉัน น้ําใช กวาดบริเวณ ชําระรางกายแลว ขึ้น ที่นั่ง มนสิการกรรมฐานสัก ๒๐ - ๓๐ คาบ แลวจึงลุกขึ้นถือบาตรและ จีวร (จําตอง) ละตโปวันอันเปนที่ปราศจากชนเบียดเสียด สะดวก แก (การอยูอยาง) ปวิเวก ถึงพรอมดวยรมเงาและน้ํา สะอาด เย็น เปนภาคพื้นนารื่นรมย (จําตอง) งดมุงหวังความยินดีในวิเวกอันเปน อริยคุณ มีหนามุงสูหมูบานไปเพื่อตองการอาหาร ดังสุนัขจิ้งจอก
  • 4. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 4 มุงหนาสูปาชาไป (เพื่อตองการซากศพ) ฉะนั้น เมื่อไปอยางนั้น เลา ตั้งแตลงเตียงหรือตั่งไป ก็ตองย่ําเครื่องลาดอันเกลื่อนกลน ไปดวยสิ่งไมสะอาดมีละอองติดเทาและมูลจิ้งจอกเปนตน ตอนั้นไปก็ จําตองเจอหนามุขอันปฏิกูลยิ่งกวาภายในหอง เพราะลางทีก็ถูกสิ่งปฏิกูล มีมูลหนูและมูลคางคาวเปนตนทําใหเสียไป ถัดออกไปก็จําตองเจอ พื้นลาง (กุฎี) ซึ่งปฏิกูลยิ่งกวาชั้นบน เพราะลางทีก็เปรอะไปดวยมูล นกเคาและมูลนกพิราบเปนตน ตอออกไปก็จําตองเจอบริเวณอันปฏิกูล ยิ่งกวาพื้นลาง (ของกุฎี) เพราะลางทีก็สกปรกไปดวยหญาและใบไม เกา ๆ ที่ลมพัดมา ดวยปสสาวะ อุจจาระ น้ําลาย น้ํามูก ของพวก สามเณรที่เปนไข และดวยน้ําและโคลนในหนาฝนเปนตน ทางเดิน ไปวิหาร (จากบริเวณ) อันปฏิกูลยิ่งกวาบริเวณไปอีก ก็จําตองเจอ๑ อนึ่ง เธอผูไหวพระโพธิ์และพระเจดียโดยลําดับแลว (ไปหยุด) ยืน อยูที่วิตักมาลก (โรงหยุดตรึก๒ ) ตรึกไปวาตนจําตองไมเหลียวแล พระเจดียอัน (งาม) เชนกับกองแกวมุกดา และพระโพธิ์อัน (งาม) จับใจเชนกับกําหางนกยูง และเสนาสนะอัน (งาม) มีสงาดวยความ ๑. ไมสมกับคําพรรณนาชมเสนาสนะ (ถัดไป ๓ บรรทัด) ที่วางามสงาราวกะเทพพิมาน นารื่นรมย. ๒. มหาฎีกาวา "เปนที่ ๆ ภิกษุไปหยุดตรึกวา วันนี้จะไปภิกขาที่ไหนหนอ " ใน วิสุทธิมรรคแปลรอยอธิบายเพิ่มเติมเอาไววา " วิตักกมาลกนั้น เปนโรงสําหรับภิกษุ ผูถือบิณฑบาต แตในขณะไปยืนอยูที่โรงวิตกนั้นเวลาเดียว เวลานอกนั้นเธอตรึกอยูแตใน พระกรรมฐานทั้งวันทั้งคืน" ชอบกล ทําไมตองทําที่ไวใหไปหยุดตรึก จะตรึกเสียที่กุฏิ หรือที่อื่นไมไดหรือ.
  • 5. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 5 พรอมมูลแลวแมนเทพพิมาน หันหลังใหสถานที่อันนารื่นรมยเห็นปานนี้ ไป ก็เพราะอาหารเปนเหตุ ดังนี้แลวกาวออกเดินไปตามทางไปสู หมูบาน ก็จําตองเจอทางอันมีตอแลหนามบาง ทางอันถูกกําลังน้ํา เซาะ (เปนลองลึก) และลุม ๆ ดอน ๆ บาง แตนั้น เธอผูนุง ผา (ดวยความรูสึก) เหมือนปดแผลฝ คาดประคด (ดวยความ รูสึก) เหมือนพันผาพันแผล หมจีวร (ดวยความรูสึก) เหมือน คลุมโครงกระดูก นําบาตรไป (ดวยความรูสึก) เหมือนนํากระเบื้อง ใสยาไป ถึงที่ใกลชองทางเขาหมูบาน ก็จะพึงไดเจอซากตาง ๆ เชนซากชางบาง ซากมาบาง ซากโคบาง ซากกระบือบาง ซาก คนบาง ซากงูบาง ซากสุนัขบาง * ใชแตจะพึงไดพึงไดเจอก็หาไม แม กลิ่นของซากเหลานั้นที่มากระทบจมูก ก็เปนสิ่งที่เธอจําตองทนดวย ตอนั้น เธอจะตอง ( หยุด ) ยืนที่ชองเขาหมูบาน มองดูทางเดิน ในหมูบาน (เสียกอน) เพื่อหลีกอันตราย มีชางดุ มาดุเปนตน สิ่งปฏิกูลมีเครื่องลาด (ที่เปอนละออง) เปนตน มีซาก หลายอยางเปนปริโยสาน ดังกลาวมาฉะนี้นี้ เปนสิ่งที่เธอจําตองเหยียบ ย่ําดวย จําตองเจอดวย จําตองไดกลิ่นดวย ก็เพราะอาหารเปนเหตุ ความปฏิกูลโดยการเดินไป พระโยคาวจรพึงเห็นลงดังนี้เถิดวา "โอ ! ปฏิกูลจริงนะพอ อาหาร (นี้) " * ฟงดูพิลึกพิลั่น หมูบานอะไร มีกระทั่งซากชางและซากคน ทิ้งใหเหม็นโขงอยู เชนนั้น.
  • 6. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 6 [ปริเยสนโต - ปฏิกูลโดยการแสวงหา] (ความปฏิกูล) โดยการแสวงหา เปนอยางไร ? บรรพชิต ผูแมทนความปฏิกูลในการเดินไปอยางนี้แลว เขาสูหมูบาน คลุมตัว ดวยสังฆาฏิ ก็ตองเที่ยวไปตามทางในหมูบางตามลําดับเรือน เหมือน คนกําพรามือถือกระเบื้องเที่ยวไปฉะนั้น ในทางไรเลา คราวฤดูฝน ในที่ ๆ ย่ํา ๆ ไป เทาจมลงในเลนกระทั่งถึงเนื้อปลีแขง ตองถือบาตร ดวยมือขางหนึ่ง ยกจีวรไดดวยมือขางหนึ่ง ครั้นถึงฤดูรอน ก็ตอง เที่ยวไป (ภิกขา) ทั้งที่รางกายมอมแมมดวยฝุนและละอองหญา ที่ ฟุงขึ้นดวยกําลังลม ถึงประตูเรือนนั้น ๆ แลว ก็ตองเจอ ลางทีก็ตอง ย่ําหลุมโสโครกและแองน้ําครํา อันคละคล่ําไปดวยของโสโครกมีน้ํา ลางปลา น้ําลางมือ น้ําซาวขาว น้ําลาย น้ํามูก และมูลสุนัขมูลสุกร เปนตน คลาคล่ําไปดวยหมูหนอนและแมลงวันหัวเขียว ซึ่งเปน แหลงที่แมลงวันในหมูบานขึ้นมาเกาะที่สังฆาฏิบาง ที่บาตรบาง ที่ ศีรษะบาง เมื่อเธอเขาไปถึงเรือนเลา เจาของเรือนลางพวกก็ให ลางพวกก็ไมให ที่ใหเลา ลางพวกก็ใหขาวที่หุงไวแตเมื่อวานบาง ของเคี้ยวเกา ๆ บาง กับขาวมีแกงถั่วบูด ๆ เปนตนบาง ที่ไมใหเลา ลางพวกบอกวา "โปรดสัตวขางหนาเถิด เจาขา" เทานั้น แต ลางพวกแสรงทําเปนไมเห็น นิ่งเฉยเสีย ลางพวกก็เบือนหนาเสีย ลางพวกก็รองวาเอาดวยคําหยาบ ๆ เปนตนวา "ไปเวย คนหัวโลน" ถึงอยางนี้ เธอก็จําตองเที่ยวบิณฑบาตไปในหมูบานอยางคนกําพรา แลวจึงออกไปแล
  • 7. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 7 สิ่งปฏิกูลมีเลนเปนอาทิดังกลาวมาฉะนี้นี่ เปนสิ่งที่เธอจําตอง เหยียบย่ําดวย จําตองเจอดวย จําตองทนดวย ตั้งแตเขาสูหมูบาน จนกระทั่งออกไป ก็เพราะอาหารเปนเหตุโดยแท ความปฏิกูลโดย การแสวงหา พระโยคาวจรพึงเห็นลงดังนี้เถิดวา "โอ ! ปฏิกูล จริงนะพอ อาหาร (นี่) " [ปริโภคโต - ปฏิกูลโดยการบริโภค] (ความปฏิกูล) โดยการบริโภคเปนอยางไร ? ก็ความปฏิกูล โดยการบริโภค บรรพชิตผูมีอาหารอันแสวงหา (ไดมา) อยางนี้แลว นั่งตามสบายอยูในที่อันผาสุกภายนอกหมูบาน พึงเห็นลงดังนี้เถิดวา "เธอยังมิไดหยอนมือลงในอาหาร (ที่อยูในบาตร) นั้นเพียงใด เธอไดเห็นภิกษุผูเปนครุฐานิยะก็ดี คนผูเปนลัชชีก็ดี เชนนั้นแลว ก็อาจนิมนต (หรือเชื้อเชิญใหบริโภคอาหารนั้น) ไดอยูเพียงนั้น๑ แตครั้นพอเธอหยอนมือลงในอาหารนั้นดวยใครจะฉัน จะกลาว (เชื้อ เชิญทาน) ใหรับ (อาหารนั้น) มีอันจะตองกระดากอาย๒ ครั้น เมื่อเธอหยอนมือลงแลวขยําอยู เหงื่อ (มือ) ออกตามนิ้วทั้ง ๕ ทําขาวสุกแมที่กระดางเพราะความแหงใหชุมจนออนไปได ทีนี้ ครั้น บิณฑบาตนั้นเสียงความงามไปแลวเพราะการกระทําแมเพียงขยํา เธอ ๑. ลชฺชิมนุสฺส (คนผูเปนลัชชี) นี้ ถาหมายถึงคฤหัสถก็อยางไรอยู เพราะอาหารที่ ภิกษุยังมิไดทําใหเปนแดน จะใหคฤหัสถไดก็เฉพาะมารดาบิดาเทานั้น ใหคฤหัสถอื่น เปนอาบัติเพราะทําใหศรัทธาไทยใหตก เพราะฉะนั้นถาเปน ลชฺชิภิกขุ ก็จะสนิทดี. ๒. เพราะเกรงไปวาทานจะรังเกียจวาจะใหของที่เปนแดน.
  • 8. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 8 ทําใหเปนคําวางลงในปากแลว ฟนลางทํากิจแหงครก ฟนบททํากิจ แหงสาก ลิ้นทํากิจแหงมือใหสําเร็จไป บิณฑบาตนั้น* อันโขลกดวย สากคือฟน พลิกไปมาอยูดวยลิ้น ราวกะขาวสุนัขในรางขาวสุนัขอยู ในปากนั้น น้ําลายใสจางที่ปลายลิ้นก็เปอนเอา น้ําลายขนแตกลางลิ้น เขาไปก็เปอนเอา มูลฟนในที่ ๆ ไมชําระฟนไมถึงก็เปอนเอา บิณฑ- บาตนั้นที่แหลกและเปอนแลวอยางนี้ มีสีกลิ่นและการปรุงแตอยาง วิเศษหานไปทันที กลับกลายเปนของนาเกลียดอยางยิ่ง ดังสํารอก ของสุนัขที่อยูในรางขาวสุนัขฉะนั้น บิณฑบาตนั้นแมเปนอยางนี้ก็เปน สิ่งที่พึงกลืนลงไปได เพราะมันลวงคลองจักษุ (คือมองไมเห็น)" [อาสยโต - ปฏิกูลโดยอาสยะ] (ความปฏิกูล) โดยอาสนะ (อาโปธาตุในลําไสที่ออกมาประสม กับอาหารที่กลืนลงไป) เปนอยางไร ? ความปฏิกูลโดยอาสยะพึง เห็นลงอยางนี้วา "ก็แลอาหารที่ไดบริโภคเขาไปแลวอยางนี้ เมื่อ กําลังเขาไปขางใน (สําไส) เพราะเหตุที่ในอาสยะ ๔ คือ ปตตาสยะ (อาสยะคือน้ําดี) เสมหาสยะ (อาสยะคือเสมหะ) ปุพพาสยะ (อาสจยะคือบุพโพ) โลหิตาสยะ (อาสยะคือโลหิต) อาสยะอยางใด อยางหนึ่งยอมมีเปนแท แมแกพระพุทธเจาและพระปจเจกพุทธ แม * ต (ปณฺฑปาต) เปนอวุตตกรรม ในมกฺเขติ ทั้ง ๓ บท จะแปลเปนอวุตตกรรม ความจะฟงยากในภาษาไทย จึงแปลดัดไปอยางนั้น.
  • 9. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 9 แกพระเจาจักรพรรดิ แตสําหรับพวกคนมีปญญาออน๑ อาสยะมีทั้ง ๔ อยาง เพราะเหตุนั้น ผูใดมีปตตาสยะยิ่ง (อาหารที่เขาไปในลําไส) ของผูนั้น ก็เปนเหมือนเปรอะดวยยางมะซางขน ๆ นาเกลียดยิ่งนัก ผูใดมีเสมหาสยะยิ่ง ของผูนั้นก็เปนเหมือนเปรอะดวยน้ําในแตงหนู ผู ใดมีปุพพาสยะยิ่ง ของผูนั้นก็เปนเหมือนเปรอะดวยเปรียงเนา ผูใด มีโลหิตาสยะยิ่ง ของผูนั้นก็เปนเหมือนเปรอะดวยน้ํายอม (จีวร) นาเกลียดยิ่งนัก"๒ [นิธานโต - ปฏิกูลโดยที่พัก (คือกระเพาะอาหาร] (ความปฏิกูล) โดยที่พัก (คือกระเพาะอาหาร ?) เปน อยางไร ? ความปฏิกูลโดยที่พักพึงเห็นลงอยางนี้วา "อาหารอัน กลืนเขาไปที่เปอนดวยอาสยะ ๔ อยางใดอยางหนึ่งแลวนั้น เขาไป ภายในทองแลวจะไดไปพักอยูในภาชนะทําดวยทองงก็หามิได ไปพัก อยูในภาชนะ (อันวิเศษอื่นๆ ) มีภาชนะประดับแกวมณีหรือภาชนะ ทําดวยเงินเปนตนก็หาก็ได แตวาถาคนอายุ ๑๐ ขวบกลืนลงไป (มัน) ก็ (ไป) พักอยูในโอกาสที่เปนเชนหลุมคูถอันไมไดลางมา ๑๐ ป ๑. ฉบับพมาเปน มนฺทปุฺาน - บุญนอย ในมหาฎีกาเปน มนฺทปุฺ แตวาจะเปน ปญญาออน หรือบุญนอย อยางไหนก็เขาใจยากอยูนั่นเองทําไมจึงเปนเชนนั้น. ๒. อาสยะ ในที่อื่นหมายถึงกระเพาะก็มี เชน อามาสยะ หมายถึงกระเพาะอาหาร และ ปกฺกาสยะ หมายถึงกระเพาะอุจจาระ แตในที่นี้ทานหมายถึงโอกาสหนึ่ง ยังไม ถึง อามาสยะ อาหารลงไปถึงนั่นแลวตองระคนกับอาโปธาตุ ๔ อยางใดอยางหนึ่ง หรือ ทั้ง ๔ อยาง คือ น้ําดี เสมหะ บุพโพ และโลหิต แลวจึงเลื่อนตอไปถึง อามาสยะ (?) ขอนี้พอเห็นเคา อาหารที่สํารอกออกมามีสีแปลก ๆ ก็มี ดังที่เราพูดกันวา "ราก เขียวรากเหลือง"
  • 10. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 10 ถาคนอายุ ๒๐-๓๐-๔๐-๕๐-๖๐-๗๐-๘๐-๙๐ ปกลืนลงไป (มัน) ก็ (ไป) พักอยูในโอกาสที่เปนเชนหลุมคูถอันไมไดลางมา ๒๐-๓๐- ๔๐-๕๐-๖๐-๗๐-๘๐-๙๐ ป ถาคนอายุ ๑๐๐ ปกลืนลงไป (มัน) ก็ (ไป) พักอยูในโอกาสที่เปนเชนหลุมคูถอันไมไดลางมา ๑๐๐ ป ๑ " [อปริปกฺกโต - ปฏิกูลโดยยังไมยอย] (ความปฏิกูล) โดยยังไมยอย เปนอยางไร ? ความปฏิกูล โดยยังไมยอย พึงเห็นลงอยางนี้วา "ก็แลอาหารนี้นั้น ที่เขาไปพัก อยูในโอกาสอยางนั้นแลว ยังไมยอยเพียงใด ที่กลืนลงไปในวันนั้น บาง ในวันวานบาง ในวันกอนนั้นบาง ทั้งหมดดวยกัน อันฝาเสมหะ ปดคลุมไว กอเปนฟองเปนตอมขึ้น อันเกิดซึ่งความเปนของนาเกลียด อยางยิ่งตั้งอยูในที่มีประการดังกลาวแลวนั้นแหละอันเปนที่มืดมิด ตลบ ไปดวยกลิ่นอายอับดวยกลิ่นซากสัตว (ที่เปนอาหาร) ตาง ๆ ๒ มี กลิ่นเหม็นนาเกลียดนักอยูเพียงนั้น เปรียบประดุจของไมสะอาดตาง ๆ เชนหญา ใบไม เสื่อขาด ๆ และซากงู ซากสุนัข (กระทั่ง) ๑. ขอ นิธานโต นี้ วาโดยลําดับความก็นาจะเปนกระเพาะอาหาร แตอธิบายที่วา เหมือนหลุมคูถ ฟงดูเปนลักษณะกระเพาะอุจจาระไปไมสมกัน อาหารที่กลืนลงไปยัง ไมยอย ยังไมเขาลักษณะกระเพาะอุจจาระไปไมสมกัน อาหารที่กลืนลงไปยัง ๒. นานรุณป...ปวนวิจริเต ปาฐะนี้ถาไมคลาดเคลื่อน ปวน ตรงนี้ก็มิไดหมายถึง ปา ปวน แปลวา ลม ก็ได ในที่นี้จึงแปลเอาความวากลิ่นอาย สวน วิจริต เมื่อ เขากับกลิ่น ก็ตองแปลวา ตลบ วา ฟุง ใหประสบประสานกันไปเชนนั้น.
  • 11. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 11 ซากคน ๑ ที่ตกอยูในหลุม (โสโครก) ขางชองเขาหมูบานพวก จัณฑาล อันถูกเมฆ (ฝน) นอก (ฤดู) กาลในหนารอนตกรด แลว ถูกแดดแผดเผาก็กอเปนฟองเปนตอม (สงกลิ่นนาเกลียด) อยูฉะนั้น" [ปริปกฺกโต - ปฏิกูลโดยยอมแลว] (ความปฏิกูล) โดยยอยแลวเปนอยางไร ? ความปฏิกูลโดย ยอยแลว พึงเห็นลงอยางนี้วา "อาหารนั้นเมื่อเปนสิ่งที่ยอยไปดวย ไป (ธาตุ) ในรางกาย ในโอกาส (ที่พักอยู ) นั้นแลว ก็หาได กลายเปนของมีคาเชนทองและเงินไป ดังแรทั้งหลายมีแรทองแรเงิน เปนตนไม๒ แตมัน (กลับ) ปลอยฟองและตอม (ออกมา) กลายเปนกรีสประจุปกกาสยะ (กระเพาะอุจจาระ) ไป เหมือนดิน สีเหลืองที่เขาบดที่หินบดแลวบรรจุเขาไวในกระบอก (ไมไผ) ฉะนั้น และกลายเปนมูตรประจุมุตตวัตถิ (กระเพาะปสสาวะ) ไป" [ผลโต - ปฏิกูลโดยผล] (ความปฏิกูล) โดยผลเปนอยางไร ? ความปฏิกูลโดยผล พึงเห็นลงอยางนี้วา "ก็อาหารนี้ ที่ยอยดีเทานั้นจึงผลิตซากตาง ๆ มี ๑. พวกจัณฑาลมักงายสกปรก ถึงกับทิ้งศพคนไวเชนนั้นเทียวหรือ ? จะเปนลางครั้ง ลางทีกระมัง พอนึกเห็นอยางไดในบานในเมืองเรานี้ นาน ๆ ก็มีความนําทารกเปนบาง ตายบางไปทิ้งตามกองขยะ ผูรายฆาคนตายแลวนําศพไปหมกทิ้งไวตามรองตามคู แต ก็ทําไมพวกจัณฑาลจึงไมนําพาตอศพนั้นเสียเลย ชางทนดมกลิ่นอยูได ! ๒. อธิบายวา แรธาตุ เชน แรทองแรเงินนั้น ใชไฟถลุงมันเขา มันก็ปลอยเนื้อแท ของมันออกมา กลายเปนทองเปนเงินบริสุทธิ์ไป แตอาหารหาเปนเชนนั้นไม.
  • 12. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 12 ผม ขน เล็บ ฟน เปนตนขึ้นได ที่ยอมไมดี (กลับ) กอโรค ตั้ง ๑๐๐ ชนิดขึ้น เปนตนวา หิดเปอย หิดดาน คุดทะราด เรื้อน กลาก หืด ไอ และลงแดง* นี้ผลของมัน" [นิสฺสนฺทโต - ปฏิกูลโดยการไหลออก] (ความปฏิกูล) โดยการไหลออก เปนอยางไร ? ความปฏิกูล โดยการไหลออก พึงเห็นลงอยางนี้วา "ก็อาหารนั่น เมื่อกลืนลงไป เขาไปชองเดียว (แต) เมื่อไหลออก ไหลออกจากหลายชอง อยางเชนวา มูลตา (ไหลออก) จากตา มูลหู (ไหลออก) จาก หู อนึ่ง อาหารนั่น ในคราวกิน กินกับพรรคพวกมากคนก็มี แต ในคราวไหลออกมันกลายเปนของไมสะอาด มีอุจจาระปสสาวะเปนตน ไปเสียแลว ก็ถายออกแตคนเดียว อนึ่ง ในวันที่หนึ่ง คนกินมัน ราเริง เบิกบานใจ เกิดปติโสมนัสก็มี (แต) ในวันที่สองมันไหล ออก คนปดจมูก เบือนหนา เกลียด กระดาก อนึ่ง ในวันที่หนึ่ง คนยินดี ละโมบ ติดใจ สยบ กลืนมันลงไปก็มี แตพอวันที่สอง เพราะคางอยูคืนเดียวก็สิ้นยินดี เกิดเปนทุกข อาย รังเกียจ ถาย ออกไป เพราะเหตุนั้น พระโบราณาจารยทั้งหลายจึงกลาวไววา * โรคลงแดง เกิดเพราะอาหารยอมไมดี หรือไมยอย นี้ติดจะลึก ! ทําใหนึกคลาง แคลงศัพทอติสาร แปลวา โรคลงแดง ถูกแลวหรือ ไดพบลางแหงแปลวา โรคบิด ก็เขาเคาเหมือนกัน แตถาแปลเสียวา โรคทองรวง หรือ ลงทอง ก็จะหมดปญหา ในที่นี้ เพราะวาอาหารยอยไมดีหรือไมยอย เกิดเปนพิษขึ้นก็ทําใหทองรวง ฟงไดสนิท.
  • 13. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 13 "ขาว น้ํา ของเคี้ยว และของกิน อันมีคามาก เขาทางชองเดียว (แต) ไหลออกจาก ๙ ชอง ขาว น้ํา ของเคี้ยว และของกินอันมีคามาก คน กินกันพรอมทั้งพวกพอง (แต) เมื่อถายออก ยอมซอนเรน ขาว น้ํา ของเคี้ยว และของกิน อันมีคามาก คนนิยมยินดีกินเขาไป (แต) เมื่อ ถายออกยอมเกลียด ขาว น้ํา ของเคี้ยว และ ของกินอันมีคามาก ขาว น้ํา ของเคี้ยว และ ของกินอันมีคามาก เพราะคางอยูคืนเดียว ก็เปน ของเสียไปสิ้น" [สมฺมกฺขนโต - ปฏิกูลโดยความเปรอะเปอน] (ความปฏิกูล) โดยความเปรอะเปอนเปนอยางไร ? ความ ปฏิกูลโดยความเปรอะเปอนพังเห็นลงอยางนี้วา "ก็แลอาหารนั่น แมในเวลาบริโภค ก็เปอนมือ ริมฝปาก ลิ้น แลเพดานปาก มือ ริมฝปาก ลิ้น แลเพดานปากนั้นเปนสิ่งปฏิกูลไปเพราะถูกอาหารนั้น เปอนเอา ซึ่งแมลางก็ยังตองลางอีกเลา เพื่อขจัดกลิ่น เมื่อคน บริโภคมันเขาไปแลว (มัน) ยอยเปนฟองปุดขึ้นดวยไฟ (ธาตุ) ในกายอันซานไปทั่วรางแลวก็ขึ้นมาเปอนฟนโดยเปนมูลฟน เปอน สิ่งที่เนื่องดวยปากเชนลิ้นและเพกานปาก โดยเปนเขฬะและเสมหะ เปนตน เปอนทวารทั้งหลาย มีชองตา ชองหู ชองจมูก และชอง เบื้องลาง เปนตน โดยเปนมูลตา มูลหู น้ํามูก น้ํามูตร และกรีส เปรียบเหมือนเมื่อขาวถูกหุงอยู สิ่งที่เปนกากทั้งหลายมีแกลบ รํา และ
  • 14. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 14 ขาวลีบเปนตน ยอมลอยขึ้นมาเปอนขอบปากหมอขาวและฝาละมี ฉะนั้น ซึ่งทวารเหลานี้ที่มันเปอนเอาแลว แมลางอยูทุกวันก็ยังเปน สิ่งไมสะอาดไมนาขอบใจอยูนั่น ในทวารทั้งหลายไรเลา เพราะลาง ทวารลางอยางเขา มือก็เปนสิ่งที่จําตองลางดวยน้ําอีกที เพราะลาง ทวารลางอยางแลว มือนั้นฟอกดวยโคมนัยบาง ดวยดินบาง ดวย ฝุนหอมบางตั้ง ๒-๓ ครั้ง จึงหายจากความปฏิกูล* " [อาหารเรปฏิกูลสัญญาฌาน] เมื่อโยคางจรภิกษุนั้น พิจารณาเห็นความปฏิกูลโดยอาการ ๑๐ อยางนี้ ทําจนเปนตักกาหตะ (ตรึกเอามาได) วิตักกาหตะ (ตริ เอามาได) อยู กพฬิงการาหารยอมจะปรากฏโดยอาการปฏิกูล เธอ สองเสพเจริญทําใหมากซึ่งนิมิตนั้นแลว ๆ เลา ๆ เมื่อเธอทําไป อยางนั้น นิวรณทั้งหลายจะรํางับ จิตจะตั้งมั่นโดยอุปจารสมาธิ อัน ไมถึงอัปปนา เพราะความที่กพฬิงการาหารเปนสภาพลึกโดยความ * ปกฐะในวิสุทธิมรรค พิมพครั้งที่ ๓ พิมพไวเปน ปาฏิกุลฺยตา น ววิคจฺฉติ - ความ ปฏิกูลไมหาย เขาใจวาคลาดเคลื่อน ที่ถูกจะเปน ปาฏิกุลฺยตาย วิคจฺฉติ เพราะถึงจะ เปนมือลางทวารหนัก เมื่อไดฟอกถึง ๓ ครั้งก็ควรจะหายปฏิกูลแลว แมในวิสุทธิมรรค แปลรอย สมาธินิเทศ พิมพครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๗๒ หนา ๒๙๓ ก็พิมพไววา "ตองสี ดวยโคมัย สีดวยดิน สีดวยจุณของหอม จึงปราศจากปฏิกูล " ดังนี้ ถึงกระนั้น ความที่วา "มือหายจากความปฏิกูล" นั้นก็ฟงดูไมสูจะแยบคาย เพราะที่จริงนั้น "ความปฏิกูลหายไปจากมือ" ตางหาก ถาจะเปนอยางนี้ ปาฐะก็ตอง เปน "ปาฏิกุลฺยตา ววิคจฺฉติ" และเมื่อเปนดังนี้ ปาฏิกุลฺยตา ยอมเปนประธายของ ประโยต โธวิโต (หตฺโถ) ก็เกอ หาที่จอดไมได ถาจะใหเขารูปประโยคได ก็ตอง ทําเปนลักษณะ คือ เปน โธวิเต อยางนี้ดูจะแยบคายดีกวาอยางอื่นดวยซ้ําไป.
  • 15. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 15 เปนสภาวธรรม๑ แตเพราะวาสัญญา (ความกําหนดหมาย) ใน กพฬิงการาหารนั้น ยอมปรากฏดวยอํานาจการถือเอาการปฏิกูล เพราะเหตุนั้น กรรมฐานนี้จึงถึงซึ่งความนับ (คือไดชื่อ) วา " อาหาเรปฏิกูลสัญญา " ดังนี้ [อานิสงสแหงอาหารเรปฏิกูลสัญญา] ก็แลจิตของภิกษุผูประกอบเนือง ๆ ซึ่งอาหาเรปฏิกูลสัญญานี้ยอม ถอย ยอมหด ยอมกลับจากรสตัณหา เธอเปนผูปราศจากความมัวเมา กลืนกินอาหารเพียงเพื่อตองการจะขามทุกขไปได ดุจคน (เดินทาง กันดาร) มีความตองการจะขามทางกันดาร (ใหจงได ไมมีอะไร จะกิน จําตองฆาบุตรแลว) กินเนื้อบุตรฉะนั้น ทีนี้ราคะอันเปนไป ในเบญจกามคุณของเธอก็จะถึงซึ่งความกําหนดรู (ละได)๒ ไมสู ยาก โดยมีความกําหนดรูกพฬิงการาหาร (โดยอาการปฏิกูล) เปน มุข (คือเปนตัวนําทาง) เธอจะกําหนดรูรูปขันธไดโดยมีความ ๑. มหาฎีกาวา นิมิตในอาหาเรปฏิกูลสัญญานี้ ก็คือกพฬิงการาหารที่ปรากฏโดยอาการ ปฏิกูลนั่นเอง หาใชอุคคหนิมิตและปฏิภาคนิมิตไม เพราะถาอุคคหนิมิตเกิด ปฏิภาค- นิมิตก็ตองมี และเมื่อปฏิภาคนิมิตมี ฌานก็ตองถึงอัปปนา แตนี่ไมมี เพราะอะไร เพราะภาวนามีอาการตาง ๆ ประการหนึ่ง เพราะเปนกรรมฐานลึกโดยความเปนสภาว- ธรรมประการหนึ่ง จริงอยู ภาวนานี้เปนไปโดยอาการปฏิกูล แตวาสิ่งที่ปฏิกูลนั้น ไดแก สภาวธรรมอันเปนที่อาศัยแหงสิ่งที่บัญญัติเรียกวากพฬิงการาหารนั่นตางหาก หาใชตัว บัญญัตินั้นปฏิกูลไม ก็เพราะภาวนานี้ปรารภสภาวธรรมโดยถือเอาอาการปฏิกูลออกหนา เปนไป และเพราะสภาวธรรมทั้งหลายเปนของลึกโดยสภาพ คือมันลึกของมันเอง เพราะฉะนั้น ฌานนี้จึงไมถึงอัปปนา. ๒. ปริฺ มหาฎีกาไขความวา สมติกฺกม กาวลวง (คือละได) แกอยางนี้เขาหลัก ปหารปริญญา.
  • 16. ประโยค๘ - วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 16 กําหนดรูเบญจกามคุณเปนมุข๑ อนึ่ง แมการเจริญกายคตาสติของเธอ ก็จะถึงความบริบูรณ ดวยอํานาจความปฏิกูล (แหงอาหาร) มี อาหารที่ยังไมยอมเปนตนดวย๒ เธอนับวาเปนผูดําเนินขอปฏิบัติอนุโลม แกอสุภสัญญา (ดวย)๓ อนึ่งเลา เธออาศัยขอปฏิบัติอันนี้แลว เมื่อ ยังไมลุถึงความสิ้นสุดคือพระอมตะในทิฏฐธรรมนี่ ก็จะมีสุคติเปนที่ ไปในเบื้องหนาแล นี่เปนคํากลาวแกอยางพิสดารในการเจริญอาหารเรปฏิกูลสัญญา จตุธาตวุวัฏฐาน บัดนี้ นิเทศ (คําอธิบาย) การเจริญจตุธาตุววัฏฐาน ที่ทาน แสดงไวถัดอาหาเรปฏิกูลสัญญามาวา "ววัฏฐาน ๑ " ดังนี้ มาถึง แลวโดยลําดับ [อธิบายคําบทมาติกา] วินิจฉัยในบทมาติกานั้น บทวา ววัฏฐาน (วิเคราะหดู) ๑. เพราะรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สงเคราะหในรูปขันธ (?) ๒. หมายความวาการพิจารณาความปฏิกูลแหงอาหารโดยอาการตาง ๆ นั้น
  • Similar documents
    View more...
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks