เอกสารหมายเลข 4 ร ปแบบการประเม นโครงการ - PDF

Description
เอกสารหมายเลข 4 ร ปแบบการประเม นโครงการ 27 ร ปแบบการประเม นโครงการ ความหมายของร ปแบบการประเม น ร ปแบบการประเม น (Evaluation Model) เก ดข นเน องจากความพยายามของน กประเม นท ม งนาเสนอแนวทางในการประเม นโครงการ

Please download to get full document.

View again

of 19
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Magazines/Newspapers

Publish on:

Views: 9 | Pages: 19

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
เอกสารหมายเลข 4 ร ปแบบการประเม นโครงการ 27 ร ปแบบการประเม นโครงการ ความหมายของร ปแบบการประเม น ร ปแบบการประเม น (Evaluation Model) เก ดข นเน องจากความพยายามของน กประเม นท ม งนาเสนอแนวทางในการประเม นโครงการ ร ปแบบการประเม น ค อ กรอบความค ดหร อแบบแผนในการประเม นท แสดงให เห นถ ง รายการท ควรประเม นหร อกระบวนการของการประเม นซ งแต ละร ปแบบจะบอกให ทราบว าในการ ประเม นโครงการใดโครงการหน งน น เราควรพ จารณาในเร องอะไรบ าง (What) ในขณะเด ยวก นบาง ร ปแบบอาจม การเสนอแนะด วยว าในการประเม นแต ละรายการ/แต ละเร องควรพ จารณาหร อ ตรวจสอบอย างไร ซ งเป นล กษณะของการเสนอแนะว ธ การ (How) ร ปแบบการประเม นส วนใหญ เร มต นหร อเก ดข นในช นเร ยน กล าวค อเสนอร ปแบบการ ประเม น เพ อการประเม นผลการจ ดการเร ยนการสอนในห องเร ยนเป นส าค ญ และต อมาม การ ประย กต ใช กรอบแนวความค ดเหล าน นเพ อการประเม นงาน/โครงการในวงกว างมากข น ประโยชน ของร ปแบบการประเม น ร ปแบบการประเม นม ประโยชน สาค ญ 4 ประการค อ 1. ช วยให เห นแนวทางหร อกรอบความค ดในการประเม น การเร ยนร เร องร ปแบบการ ประเม นท หลากหลาย จะท าให เก ดประสบการณ ในการต ดส นใจเล อกใช ร ปแบบการประเม นได อย างเหมาะสมก บส งท ม งประเม น 2. ช วยให การกาหนดว ตถ ประสงค ของการประเม นม ความคมช ด และครอบคล มเน องจาก ร ปแบบการประเม นแต ละร ปแบบม กรอบความค ดเช งเหต ผล ด งน นการเล อกใช หร อประย กต ใช ร ปแบบใดร ปแบบหน ง ก ม แนวโน มท จะก าหนดว ตถ ประสงค ของการประเม นให สอดคล องก บ ร ปแบบน น จ งทาให กาหนดว ตถ ประสงค ได อย างช ดเจนครอบคล มและสมเหต สมผล 3. ช วยให กาหนดต วแปรหร อประเด นสาค ญในการประเม นได อย างช ดเจน 4. ทาให ผลงานการประเม นม ความเป นระบบ ครอบคล ม เป นท ยอมร บและส อความหมาย ได ช ดเจน ประเภทของร ปแบบการประเม น ร ปแบบการประเม น เป นกรอบหร อแนวความค ดท สาค ญท แสดงให เห นถ งกระบวนการหร อ รายการประเม น ซ งม ความแตกต างก น ข นอย ก บข อตกลงเบ องต น ซ งน กว ชาการทางด านการ ประเม นได เสนอกรอบความค ดให น กประเม นได เล อกใช ม อย หลายร ปแบบ ร ปแบบการประเม น โดยท วไปน ยมแบ งออกเป น 3 กล มค อ 1. ร ปแบบการประเม นท เน นจ ดม งหมาย (Objective Based Model) เป นร ปแบบท เน นการ ตรวจสอบผลท คาดหว งได เก ดข นหร อไม หร อประเม นโดยตรวจสอบผลท ระบ ไว ในจ ดม งหมาย ก บ ผลท เก ดจากการปฏ บ ต งานโครงการว าบรรล จ ดม งหมายท ก าหนดไว หร อไม ได แก ร ปแบบการ ประเม นของ ไทเลอร (Ralph W. Tyler : 1943) ครอนบาค (Cronbach : 1973) และเค ร กแพทร ค (Kirkpatrick) 2. ร ปแบบการประเม นท เน นการต ดส นค ณค า (Judgmental Evaluation Model) เป น ร ปแบบการประเม นท ม จ ดม งหมายเพ อให ได มาซ งข อม ลสารสนเทศส าหร บก าหนดและว น จฉ ย ค ณค าของโครงการน นๆ ได แก ร ปแบบการประเม นของ สเตค (Stake : 1967) สคร ฟเว น (Scriven : 1967) โพรว ส (Provus : 1971) 3. ร ปแบบการประเม นท เน นการต ดส นใจ (Decision Oriented Evaluation Model) เป น ร ปแบบการประเม นท ม จ ดม งหมายเพ อให ได มาซ งข อม ลและข าวสารต างๆ เพ อช วยให ผ บร หารใน การต ดส นใจเล อกทางเล อกต างๆ ได อย างถ กต อง ได แก ร ปแบบการประเม นของเวลช (Welch : 1967) สต ฟเฟ ลบ ม (Stufflebeam : CIPP : 1968) อ ลค น (Alkin : 1967) 28 ร ปแบบการประเม น ร ปแบบการประเม นม หลายประเภท ส าหร บท จะน าเสนอต อไปน เป นรายละเอ ยดของ ร ปแบบการประเม นต างๆ ซ งได เล อกมานาเสนอไว ท งหมด 7 ร ปแบบค อ 1. ร ปแบบการประเม นของราล ฟ ด บบล ว ไทเลอร (Ralph W. Tyler) 2. ร ปแบบการประเม นของมาร ว น ซ อ ลค น (Marvin C. Alkin) 3. ร ปแบบการประเม นของแมลคอล ม เอ ม โพรว ส (Malcolm M. Provus) 4. ร ปแบบการประเม นของไมเค ล สคร ฟเว น (Michael Scriven) 5. ร ปแบบการประเม นของโรเบ ร ต อ สเตค (Robert E. Stake) 6. ร ปแบบการประเม นของแดเน ยล แอล สต ฟเฟ ลบ ม (Daniel L.Stufflebeam) 7. ร ปแบบการประเม นของเค ร กแพทร ค (Kirkpatrick) 29 1. ร ปแบบการประเม นของ ไทเลอร (Tyler) ไทเลอร (Tyler, 1943) เป นผ น าท ส าค ญในการประเม นโครงการ ได ให ความหมายของการ ประเม นว า การประเม น ค อ การเปร ยบเท ยบพฤต กรรมท เก ดข นก บจ ดม งหมายเช งพฤต กรรมท ก าหนดไว โดยม ความเช อว า จ ดม งหมายท ต งไว อย างช ดเจน ร ดก ม และจ าเพาเจาะจงแล ว จะเป น แนวทางช วยในการประเม นได เป นอย างด ในภายหล ง เขาได เสนอแนวค ดเก ยวก บการประเม น โดย เสนอเป นกรอบความค ด คร งแรกในป ค.ศ โดยเน นการก าหนดว ตถ ประสงค ของโครงการให อย ในร ปของว ตถ ประสงค เช งพฤต กรรม แล วประเม นความส าเร จของว ตถ ประสงค เหล าน น แนวค ด ล กษณะน เร ยกว า แบบจาลองท ย ดความสาเร จของจ ดม งหมายเป นหล ก ไทเลอร ม ความเห นว าจ ดม งหมายของการประเม นเพ อต ดส นว าจ ดม งหมายของการศ กษา ท ต งไว ในร ปของจ ดม งหมายเช งพฤต กรรมน นประสบผลส าเร จหร อไม ม ส วนใดบ างท ต องปร บปร ง แก ไข และถ อว าการประเม นโครงการเป นส วนหน งของการเร ยนการสอน ล าด บข นของการประเม น การเร ยนการสอนม ด งน ก าหนดจ ดม งหมายเช งพฤต กรรมด วยข อความท ช ดเจน เฉพาะเจาะจง ก าหนดเน อหาหร อประสบการณ ทางการศ กษาท ต องการให บรรล ตามความม งหมายท ต งไว เล อก ว ธ การเร ยนการสอนท เหมาะสม เม อจบบทเร ยนจ งประเม นผลโครงการ โดยการทดสอบผลส มฤทธ ต วอย าง การประย กต ใช แนวความค ดของไทเลอร มาใช ในการประเม นโครงการ การประเม นโครงการเก ยวก บการเร ยนการสอน ควรดาเน นการด งน 1. ก าหนดจ ดม งหมายท แท จร งของโครงการทางการศ กษา ม กได แก ผลส มฤทธ ทางการ เร ยนโดยเข ยนในร ปของจ ดประสงค เช งพฤต กรรม 2. จ ดเน อหาในการเร ยนการสอนให สอดคล องก บจ ดประสงค 3. ทาการทดสอบผ เร ยนก อนทาการเร ยนการสอน 4. เล อกว ธ สอนให เหมาะสม 5. ทาการทดสอบผ เร ยน เม อจบการเร ยนการสอนแล ว 6. ประเม นประส ทธ ภาพของโครงการด วยการเปร ยบเท ยบคะแนนก อนเร ยนและหล งเร ยน ว าแตกต างก นอย างม น ยสาค ญหร อไม และม น กเร ยนร อยละเท าไรท ผ านเกณฑ 7. นาผลของการเปร ยบเท ยบมาศ กษาจ ดบกพร องในการเร ยนการสอนเพ อปร บปร งแก ไข ต อไป ในป 1986 ไทเลอร ได น าเสนอกรอบแนวค ดของการประเม นโครงการใหม (New Tyler 1986) โดยแบ งการประเม นออกเป น 6 ส วนค อ 1. การประเม นว ตถ ประสงค (Appraising Objectives) 2. การประเม นแผนการเร ยนร (Evaluating the learning Plan) 3. การประเม นเพ อแนะแนวในการพ ฒนาโครงการ (Evaluation to Guild Program Development) 4. การประเม นเพ อนาโครงการไปปฏ บ ต (Evaluation Program Implement) 5. การประเม นผลล พธ ของโครงการทางการศ กษา (Evaluating the Outcome of an Educational Program) 6. การต ดตาม (Follow up) และการประเม นผลกระทบ (Impact Evaluation) ร ปแบบการประเม นของอ ลค น (Alkin) มาร ว น ซ อ ลค น (Marvin C. Alkin, 1969) ได เสนอร ปแบบการประเม นท เร ยกว า CSE (Center for the study of Evaluation Approach) จ ดเน นของการประเม นตามแนวค ดของอ ลค น ค อ การประเม นเพ อการต ดส นใจ อ ลค นได ให ความหมายของการประเม นว า เป นกระบวนการก าหนด ขอบเขตของส งท เก ยวข องก บการต ดส นใจ การเล อกข อม ลข าวสารท เหมาะสม การเก บรวบรวม ข อม ลและว เคราะห ข อม ลเพ อน าไปส การจ ดท ารายงานสร ปให ก บผ ม อ านาจในการต ดส นใจ ในการ เล อกแนวทางท เหมาะสมก บการดาเน นงานของโครงการ ขอบข ายของการประเม น จากความหมายของการประเม นตามแนวค ดของอ ลค นน น การประเม นจะประกอบด วยการ จ ดหา และว เคราะห ข อม ลเพ อท จะน าไปใช ในการต ดส นใจด งในการประเม นจ าเป นจะต องประเม น ในเร องต างๆ 5 ด าน ด งน 1. การประเม นระบบ (System Assessment) เป นการอธ บายหร อพรรณนาสภาพของ ระบบเพ อเปร ยบเท ยบสภาพท เป นจร ง ก บความคาดหว งท จะเก ดข น การประเม นระบบจะช วยให เรา สามารถก าหนดขอบเขต และว ตถ ประสงค ท เหมาะสม ส งท จะต องศ กษาได แก ความต องการของ ประชาชน ช มชนและส งคมท ม ต อสภาพการณ ป จจ บ น ส าหร บการประเม นระบบแต ละส วน จาเป นต องใช เทคน คว ธ การต างๆ ก น 2. การประเม นการวางแผนโครงการ (Program Planning) เป นการประเม นก อนท จะ ม การดาเน นโครงการ เพ อหาข อม ลข าวสารมาใช ในการต ดส นใจพ จารณาทางเล อกท เหมาะสมของ โครงการ น กประเม นต องหาข อม ลท แสดงความคาดหว งท จะบรรล เป าหมาย พร อมก บประเม นผลท จะได ร บจากการใช ว ธ การด าเน นงานต างๆ ด วย เพ อให สามารถเห นข อเปร ยบเท ยบในการหา ทางเล อกท เหมาะสม โดยใช ว ธ การท แตกต างก นออกไปตามล กษณะของป ญหา โดยท วไปจะใช การ ประเม นจากเกณฑ ภายนอก และจากเกณฑ ภายใน 3. การประเม นการน าไปใช เพ อการด าเน นโครงการ (Program Implementation) เป นการประเม นขณะท โครงการก าล งด าเน นงาน เพ อตรวจสอบด ว า การด าเน นโครงการน นเป นไป ตามข นตอนต างๆ ท ได วางแผนไว หร อไม ผลท เก ดข นม ความสอดคล องก บส งท วางแผนไว หร อ คาดหว งไว เพ ยงไร 4. การประเม นเพ อปร บปร งโครงการ (Program Improvement) เป นการประเม นเพ อ หาข อม ลท น ามาใช ในการด าเน นโครงการให บรรล จ ดม งหมาย และม ผลท ไม คาดค ดมาก อนเก ดข น บ างหร อไม ด งน น น กประเม นจ งม บทบาทสาค ญในการท จะหาข อม ลเก ยวก บความสาเร จหร อความ ล มเหลวในท กๆ ด านของโครงการ ตลอดจนผลกระทบของโครงการท ม ต อโครงการอ นเพ อน ามาใช ในการปร บปร งโครงการต อไป 5. การประเม นเพ อการยอมร บโครงการ (Program Certification) ข นตอนน น ก ประเม นต องหาข อม ลข าวสารรายงานต อผ ม อ านาจต ดส นใจ เพ อใช ข อม ลในการพ จารณาต ดส น ค ณค าของโครงการ และศ กยภาพในการสร ปอ างอ งไปส สถานการณ อ นๆ หร อน าไปใช ก บโครงการ ในสถานการณ อ นๆ ได กว างขวางเพ ยงใด ในข นน ข อม ลท ได จากน กประเม นจะท าให ผ บร หารได ต ดส นใจว า ควรจะด าเน นก บโครงการในล กษณะใด อาจจะยกเล ก ปร บปร งใหม หร ออาจจะขยาย โครงการต อไปอ ก เป นต น สร ปร ปแบบการประเม นของอ ลค น ได ด งแผนภาพด งน การประเม น 31 การประเม น ระบบ การประเม น การวางแผน
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks