หน วยท 3 ว ศวกรรมโครงสร างงานอาคาร - PDF

Description
หน วยท 3 ว ศวกรรมโครงสร างงานอาคาร ส วนประกอบของอาคารเบ องต น ประกอบด วย หล งคาและโครงสร างหล งคา คาน เสา พ น ผน งและฝ าเพดาน ฐานราก เสาเข ม หล งคาและโครงสร างหล งคา หล งคา (roof) ท าหน าท ป องก นฝน แดด

Please download to get full document.

View again

of 12
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Book

Publish on:

Views: 13 | Pages: 12

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
หน วยท 3 ว ศวกรรมโครงสร างงานอาคาร ส วนประกอบของอาคารเบ องต น ประกอบด วย หล งคาและโครงสร างหล งคา คาน เสา พ น ผน งและฝ าเพดาน ฐานราก เสาเข ม หล งคาและโครงสร างหล งคา หล งคา (roof) ท าหน าท ป องก นฝน แดด ฝ น หล งคาท าให อาคารม ความสวยงาม บ งบอกถ งว ฒนธรรม ท องถ น การออกแบบต องค าน งถ งน าหน ก ว สด ท เล อกใช การถ ายน าหน ก (load distribution) น าหน กของหล งคาท งหมดจะถ กถ ายลงโครงหล งคาของอาคารและจะถ ายไปลงเสา แป ม หน าท ร บน าหน กของหล งคา จ นท น ม หน าท ร บน าหน กจากแป อกไก ม หน าท ร บน าหน กจากจ นท น ด ง ม หน าท ร บน าหน กจากอกไก ท อย ตามแนวจ นท นเอก และส งให หล งคาม ทรงส งข นหร อแบบราบ อะเส ม หน าท ร บน าหน กจากจ นท นและย ดห วเสาให ม นคง ข อ ม หน าท ร บน าหน กจากด งและย ดห วเสาให ม นคง ประเภทของโครงหล งคา ป จจ บ นน ยมก อสร างม 2 ประเภทค อ 1. โครงหล งคาไม สร างจากไม เน อแข ง เช นไม แดง ไม เต ง ไม มะค าเหมาะก บหล งคาส งกะส กระเบ องลอนค หร อลอนเล กท ม น าหน กไม มาก 2. โครงหล งคาเหล ก น ยมก นมาก หาไม ยาก ราคาไม แพง และร บน าหน กได มากข น จะได ความยาวและความกว างของต ว อาคารมากกว า ส วนประกอบของโครงหล งคาเหล ก 1. แผ นว สด ม งหล งคา (sheet) แผ นกระเบ องหร อแผ นเหล ก 2. แปเหล ก (purlins) ท าจากเหล กกล องหร อเหล ก C ท าหน าท ร บน าหน กจากแผ นหล งคาไปส จ ดอ นๆ ของโครงหล งคา 3. เหล กย ดแป (sag rods) ใช ย ดแปไม ให โก งงอหร อบ ดต ว 4. คานโครงเหล กย ดโครงหล งคาเหล ก (miner truss) เป นช นส วนท ย ดระหว างโครงหล งคาเหล ก ท าหน าท คล ายก บด งในโครง หล งคาไม แต ม หลายช น เพ อย ดโครงหล งคาเหล กให ม นคง แข งแรง 5. เหล กย ดทแยงโครงหล งคาเหล ก (cross bracing) เหล กเส นช วยย ดโครงหล งคาในแนวนอนก บห วเสาของอาคาร 6. โครงเหล ก (steel truss) เป นโครงเหล กร ปทรงเป นหล งคาของอาคารเพ อร บน าหน กหล งคา ถ ายลงส เสาและฐานราก คาน (beam) เป นส วนของอาคารท ร บน าหน กจากพ นลงส และพน งลงส เสาของอาคาร รวมท งท าหน าท ย ดเสาของอาคารให อย ใน สภาพท ม นคงแข งแรง แบ งตามชน ดของว สด ท ใช ก อสร าง 3 ประเภท ค อ 1. คานไม (timber beam) ท าจากไม เน อแข ง เช นไม แดง ไม ส ก ร บน าหน กจากผน งไม หร อว สด ท ม น าหน กเบา ม ท งคานเด ยวและ คานค 2. คานคอนกร ตเสร มเหล ก (reinforced concrete beam) ร บน าหน กได มาก ม ความคงทนส ง ก อสร างง าย ราคาไม แพง เสร มเหล ก เข าไปเพ อร บแรงด งได ส งข น ใส ปอกเหล กเพ อให คานคอนกร ตสามารถร บแรงเฉ อนได ด ย งข น 3. คานเหล ก (steel beams) ท าจากเหล กขนาดใหญ และหนา น ยมมากในป จจ บ น ไม ใหญ เทอะทะเหม อนคานคอนกร ตเสร ม เหล ก ร บแรงอ ดและแรงด งได ด ก อสร างง าย รวดเร ว แต ทนความร อนส งๆ ไม ได จะม จ ดอ อนในบร เวณจ ดต อของคาน ล กษณะของคานในอาคาร ม 3 ล กษณะค อ 1.คานช วงเด ยว ร บน าหน กแล วถ ายเทน าหน กไปท ปลายคานท งสองด านค อห วเสา 2. คานแบบต อเน อง เป นคานท ต อเน องก นต งแต 2 ช วงคานข นไป ม แรงมากระท าบนคาน ม ความต อเน องเร ยงก นไป 3. คานย น เป นคานย นออกไปจากอาคาร ม จ ดย ดท ปลายคานด านเด ยวของอาคารเท าน น เช น คานรองร บพ นก นสาด หร อระเบ ยง อาคาร เสา (column) เป นส วนของอาคารท ท าหน าท ร บน าหน กต งแต หล งคา โครงหล งคา ผน ง และคาน รวมท งน าหน กของส งของท วาง อย ในอาคาร ม ร ปร าง วงกลม ส เหล ยม หลายเหล ยม ตามแต จะออกแบบ แต ต องม ความม นคง แข งแรง ร บน าหน กได ม 4 ประเภท 1. เสาไม (timber column) ท าจากไม เน อแข ง ไม ส ก ไม แดง ไม พย ง เป นต น ป จจ บ นราคาแพงหายาก 2. เสาคอนกร ตเสร มเหล ก (reinforce concrete column) ท าจากคอนกร ตใส เหล กเสร มเพ อเพ มก าล งในแรงร บแรงอ ดและแรง ด ด ซ งคอนกร ตจะร บแรงอ ดได ส วนเหล กจะร บแรงด ดหร อแรงด งได ด ขนาดเสาจะเพ มข นตามน าหน กท ร บ เช น อาคาร 4 ช น ช นล าง เสาขนาด 40 x 40 เซนต เมตร ช น 2 ลดลง 30 x 30 เซนต เมตร ช น3 25 x 25 เซนต เมตร ลดลงตามล าด บการร บน าหน ก ตาม มาตรฐาน ของว ศวกรรมสถานแห งประเทศไทย (ว. ส. ท.) เสาเหล ยมม เหล กเสร มไม น อยกว า 4 เส น และไม น อยกว า 6 เส นในเสากลม คอนกร ตห มเหล กไม น อยกว า 3 เซนต เมตร 3. เสาเหล ก (steel column) เป นเสาท ท าจากเหล กร ปพรรณล วนๆ หร อน าเหล กแผ นมาประกอบก น หร อท อเหล กกลม เป นท น ยมเพราะน าหน กน อยกว า แต ข อด อยค อทนความร อนได ไม ด เก ดว บ ต ได ง าย กรณ อาคารเว ลด เทรดท น วยอร ค ถ กโจมต โดย เคร องบ น แล วเก ดเพล งล กไหม และทร ดต วลงมาท งอาคาร 4. เสาเหล กผสมคอนกร ต เป นเสาท ใช เหล กร ปพรรณจากข อ 3 เทคอนกร ตห มท บอ กคร ง เพ อให สามารถร บน าหน กได มากข น ทนไฟ ได มากข น พ น (slab) เป นส วนของอาคารท ร บน าหน กของส งต างๆ รวมท งน าหน กของบ คคลผ อย อาศ ยอย ในอาคาร ก อนจะส งน าหน กไป ลงท คานของอาคาร พ นของอาคารย งเป นส วนท ช วยย ดให โครงสร างของอาคารม ความม นคงแข งแรงมากย งข น ม 2 ประเภท ค อ 1. พ นไม (timber floors) เป นพ นท ท าจากไม เน อแข ง เช น ส ก ไม แดง ไม มะค า ไม พย ง ท ม ความแข งแรง ไม ย ดงอทนทานต อ ปลวกหร อเมลงก นเน อ พ นจะร บน าหน กผ านไปย งตง และถ ายน าหน กไปส คาน 2. พ นคอนกร ตเสร มเหล ก ( reinforce concrete slab) ม หลายชน ด วางบนด น วางบนคาน พ นไร คาน พ นกระทงชน ดไร คาน พ นตง ถ พ นกระทง พ นคอนกร ตอ ดแรงด งภายหล ง พ นผสม พ นคอนกร ตส าเร จร ป แรงกระท าบนพ น แบ งเป น 2 ล กษณะค อ 1. น าหน กบรรท กคงท (dead load) ค อน าหน กของพ นท งหมด รวมถ งน าหน กของอ ปกรณ ส งของท น ามาวางถาวร เช นส ขภ ณฑ เคร องกล ง ต เย นขนาดใหญ เป นต น 2. น าหน กบรรท กจร (live load) ค อน าหน กบรรท กท อาจม การเปล ยนแปลงขนาดและต าแหน ง เช น รถบรรท ก คน เครน ผน งและฝ าเพดาน ผน ง (wall ) เป นส วนของอาคารท าหน าท ป ดก นความเป นส ดส วนของอาคาร ม ท งผน งภายนอกอาคาร ผน งภายในอาคาร ท าหน าท หลายอย างเช น ก นแดด ก นฝน ก นลม สร างความเป นส วนต ว ลดเส ยงด ง ช วยให อาคารสวยงามน าอย ม 4 ประเภท 1. ผน งเบา (light wall) ผน งท ม น าหน กน อย แยกประเภทได ง าย เช น ผน งไม แปรร ป ผน งกระเบ องแผ นเร ยบ ผน งกระจก ผน งไม อ ด หร อผน งเหล กแผ นบาง 2. ผน งก อด วยว สด ประสาน ได แก ผน งก อด วยอ ฐมอญ อ ฐบล อก คอนกร ตบล อก อ ฐมวลเบา บล อกแก ว หร อแผ นห นเร ยง ผน ง ประเภทน จะต องม ป นซ เมนต เป นว สด ประสาน ม ความแข งแรงคงร ป ผน งประเภทน ม น าหน กมากกว าประเภทแรกมาก 3. ผน งคอนกร ตส าเร จร ป ได แก ผน งคอนกร ตเสร มเหล กท หล อส าเร จจากโรงงาน น ามาต ดต ง โดยม สล กย ด ป จจ บ นน ยมส ง ก อสร างได เร ว ราคาถ กกว าแบบท 2 4. ผน งคอนกร ตเสร มเหล ก ผน งของอาคารก อสร างในสถานท ก อสร าง โดยเสร มเหล กร ปพรรณ ท าหน าท คล ายก บคานของอาคาร ม น าหน กส ง น ยมก อสร างในช นใต ด นของอาคารท ส มผ สก บด น น า เช นผน งของสระว ายน า หร อผน งท ด านหน งเป นบ อน า ผ าเพดาน (ceiling) ค อ แผ นท ดาดกร หล งคา เพดาน หร อป ดใต ตง เพ อป ดส วนโครงหล งคา หร อส วนล างของพ น ฝ าเพดานแบ ง ตามว สด ท ใช ท าได เป น 4 ประเภท ได แก ไม กระเบ องแผ นเร ยบ แผ นย บซ ม อล ม เน ยม ประโยชน 1. ช วยป ดส วนต างๆท ไม เร ยบร อย 2. ช วยป องก นความร อนใต หล งคา 3. ช วยซ อนอ ปกรณ ไฟฟ าต างๆ 4. ช วยป องก นเส ยงจากห องบนช นถ ดไป 5. ช วยตกแต งเพ มบรรยากาศต าง ๆ ภายในห องให น าอย อาศ ยมากข น 6. ส าหร บฝ าท เป นว ตถ ทนไฟ ช วยป องก นไฟได ฐานราก (footing) เป นส วนส ดท ายของอาคารท ร บน าหน กท งหมดของอาคารลงส พ นด น ด งน นอาคารจะม นคงหร อไม ก ต องอย ท ฐานราก หล กการท างานค อ น าหน กท งหมดท มาจากอาคารจะผ านท เสา แล วเสาจะส งต อมาท ฐานราก หากฐานรากไม แข งแรง ฐาน รากร บน าหน กไม ได อาคารจะทร ด แบ งเป น 2 ล กษณะ 1. ประเภทของฐานรากตามล กษณะของท รองร บ - ฐานรากแผ (bearing footing) เป นฐานรากแบบกระจายออก โดยท ให ด นเป นท รองร บน าหน กท งหมด ม กจะก อสร างท ด นทราย แข งแรงร บน าหน กได เช นด นตามท ราบส ง เช งเขา ฐานแผ - ฐานรากบนเสาเข ม (pile footing) เป นฐานรากแบบท น าหน กท งหมดถ ายลงส เสาเข มท รองร บฐานราก ต นเด ยวหร อหลายต น เข มท าจากไม หร อคอนกร ต เหมาะก บด นท ร บน าหน กมากๆ ไม ได เช น ด นเหน ยวอ อน ด นฝ นแป ง ฐานรากบนเสาเข ม 2. ประเภทของฐานรากตามล กษณะของน าหน กบรรท ก ได แก - ฐานรากต อเน องร บก าแพง (wall footing) เป นฐานรากท ร บน าหน กของอาคารท ถ ายเทลงตามผน งหร อก าแพงเป นทางยาว - ฐานรากเด ยว (single footing) เป นฐานรากรองร บน าหน กจากเสาเป นจ ดๆ โดยเสาหน งต นต อฐานรากหน งฐาน น ยมใช ก บอาคาร ขนาดเล ก เช น บ านพ กอาศ ย - ฐานรากร วม (combined footing) เป นฐานรากรองร บน าหน กจากเสาหลายๆ ต น ซ งม ต าแหน งของเสาอย ใกล ก น - ฐานรากแพ (raft footing ) เป นฐานรากท แผ กระจายบนพ นท ก อสร าง เสาท กเสาอย บนฐานรากเด ยวก น เหมาะก บอาคารขนาดใหญ หร ออาคารส งเพ อป องก นการทร ดต วไม เท าก นของอาคาร - ฐานรากต นเป ด (strap footing) ฐานรากท ต ดก บพ นท ของคนอ นไม สามารถก อสร างฐานรากแพก บน าหน กของอาคารลงส จ ด ศ นย กลางของฐานรากได จ งต องท าเป นร ปต นเป ดและใช คานร ด (strap beam) ระหว างเสา 2 เสา ของอาคารก อนจะลงฐานรากต นเป ด ข อก าหนดของมาตรฐานฐานราก ตาม วสท. ได ก าหนดค าต าส ดของฐานราก - ในฐานรากคอนกร ตเสร มเหล ก ความหนาของคอนกร ตส วนท อย เหน อเหล กเสร มท อย ขอบฐานรากจะต องไม น อยกว า 15 เซนต เมตร - ในฐานรากคอนกร ตไม เสร มเหล ก ความหนาของคอนกร ตท ขอบนอกของฐานรากจะต องไม น อยกว า 20 เซนต เมตร ส าหร บ ฐานรากท รองร บด วยด น หร อไม น อยกว า 35 เซนต เมตร จากห วเสาเข มส าหร บฐานรากท รองร บด วยเสาเข ม เสาเข ม (pile) แบ งออกเป น 6 ประเภท ค อ 1. เสาเข มไม (timber piles) ท าจากไม ท ม ล าต นตรง เช น ไม สนประด พ ทธ ไม ย คาล ปต ส ไม โกงกาง เหมาะก บอาคารขนาดเล ก เช น บ านพ กอาศ ย 2. เสาเข มคอนกร ตเสร มเหล ก ( reinforce concrete pile) ผล ตจากการหล อคอนกร ตแล วเสร มด วยเ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks