การพ ฒนาร ปแบบการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยนม ธยมศ กษาในส งก ด สาน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม - PDF

Description
การพ ฒนาร ปแบบการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยนม ธยมศ กษาในส งก ด สาน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม THE DEVELOPMENT OF MANAGEMENT LEARNING LOCAL CURRICULUM OF SECONDARY SCHOOL

Please download to get full document.

View again

of 20
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Education

Publish on:

Views: 27 | Pages: 20

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
การพ ฒนาร ปแบบการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยนม ธยมศ กษาในส งก ด สาน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม THE DEVELOPMENT OF MANAGEMENT LEARNING LOCAL CURRICULUM OF SECONDARY SCHOOL UNDER THE NAKHON PHANOM EDUCATIONAL OFFICE AREA 22. NAKHON PHANOM PROVINCE ผ ว จ ย นายปราร ด ไชยพ นธ * อาจารย ท ปร กษา ผ ช วยศาสตราจารย ดร.เด น ชะเนต ย ง** ผ ช วยศาสตราจารย ดร.พ ตร ทองช น*** ผ ช วยศาสตราจารย ดร.ส นต ช ย พ ลสว สด *** บทค ดย อ การว จ ยคร งน ม ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาร ปแบบการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยน ม ธยมศ กษาในส งก ดสาน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม เป นการว จ ยและพ ฒนา ม ว ธ ดาเน นการ ว จ ย จาแนกเป น 4 ข นตอนด งน 1) การกาหนดกรอบแนวค ดในการว จ ย 2) การศ กษาสภาพป จจ บ น ป ญหาและ ความต องการเก ยวก บการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยนม ธยมศ กษาในส งก ดส าน กงานเขต การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม 3) การสร างร ปแบบการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยน ม ธยมศ กษาในส งก ดส าน กงานเขตพ นท การศ กษาเขต 22 จ งหว ดนครพนม 4) การประเม นร ปแบบการบร หารการ จ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยนม ธยมศ กษาในส งก ดส าน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม กล มต วอย างท ใช ในการว จ ยได แก 1) เอกสารและงานว จ ยท เก ยวข องก บการพ ฒนาร ปแบบการบร หารการจ ดการ เร ยนร หล กส ตรท องถ นในโรงเร ยน 2) คร ผ สอน ว ทยากรพ เศษ ปราชญ ชาวบ าน และคณะกรรมการบร หารหล กส ตร ท ท าการเป ดสอนกล มว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย ในโรงเร ยนม ธยมศ กษา ส งก ดส าน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม จ านวน 81 โรงเร ยน โรงเร ยนละ 2 คน รวมเป นจ านวน 162 คน โดยการเล อกแบบ เจาะจง 3) ผ ทรงค ณว ฒ ด านการศ กษา น กว ชาการ ด านสถ ต ด านการว จ ยและด านการว ดประเม นผลจ านวน 19 คน เล อกมาโดยใช เทคน คการส มแบบสโนว บอลเคร องม อท ใช ในการเก บรวบรวมข อม ลได แก แบบว เคราะห เอกสาร แบบสอบถามและแบบประเม นท ใช เทคน คเดลฟายในการเก บรวบรวมข อม ล และว เคราะห ข อม ลด วยความถ ร อยละ ค าเฉล ย ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน ค าม ธยฐานและค าพ ส ยระหว างควอไทล น ส ตด ษฎ บ ณฑ ต สาขาว ชาบร หารการศ กษา คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยเวสเท ร น **ประธานท ปร กษาด ษฎ น พนธ คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยเวสเท ร น ***กรรมการท ปร กษาด ษฎ น พนธ สาขาว ชาบร หารการศ กษา คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยเวสเท ร น ผลการว จ ยพบว า ร ปแบบการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นโรงเร ยนม ธยมศ กษา ในส งก ดสาน กงานเขตพ นท การศ กษา เขต 22 จ งหว ดนครพนม ประกอบด วย 3 ข นตอน 9 ก จกรรม และ 46 ก จกรรมย อย ด งน ค อ ข นตอนท 1 การวางแผนการบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ น ในโรงเร ยนม 3 ก จกรรม 18 ก จกรรมย อยข นตอนท 2 การปฏ บ ต การบร หารการจ ดการเร ยนร หล กส ตร ท องถ นในโรงเร ยน ม 3 ก จกรรม 16 ก จกรรมย อย ข นตอนท 3 การประเม นผลการบร หารการ จ ดการเร ยนร หล กส ตรท องถ นในโรงเร ยนม 3 ก จกรรม 12 ก จกรรมย อย 2 Abstract The purpose of this research were to development of management learning Local curriculum of secondary school under the NakhonPhanom educational office Area 22.NakhonPhanom Province.It is research and development of research methods.classified by 4 steps.the 1 st step is the conceptual framework for the research. The 2 nd step is the present study, Problems and demands on development of management learning Local curriculum of secondary school under the NakhonPhanom educational office Area 22. NakhonPhanom Province. The 3 rd step is the creating forms on development of management learning local curriculum of secondary school under the NakhonPhanom educational office Area 22. NakhonPhanom Province. The 4 th step is evaluation formdevelopment of management learning local curriculum of secondary school under the NakhonPhanom educational office Area 22. NakhonPhanom Province.The sample used in this studywere 1. ) Documents and research related todevelopment of management learning Local curriculum. 2.) Teachers, speakers,village philosophers and the program executive committee that teaching profession and academic groups in secondary school under the NakhonPhanom educational office Area 22. NakhonPhanom Province amount 81 schools and 2 persons per school were 162 persons. By purposive sampling. 3.) Experts education, Academic statistics. Research and the evaluation amount 19 persons. Recruited using a snowball sampling. Tools used to collect data were analysis document, assessment questionnaires and the Delphi technique to collect data.and analyzed by frequency, percentage, mean and standard deviation.high cost base and the inter-quartile range. The results of this research found that the development of management learning Local curriculum of secondary school under the NakhonPhanom educational office Area 22. NakhonPhanom Province.They consists of 3 steps 9 activities and 46 sub-activities as follow 3 steps. The 1 st step is management Planning courses in local schools has 3 activities 18 sub - activities. The 2 nd is operations management courses in local schools has 3 activities 16 sub activities. The 3 rd step is evaluation of management courses in local schools has 3 activities 12 sub activities. ภ ม หล งป ญหาว จ ย การพ ฒนาประเทศชาต ให เก ดความเจร ญก าวหน าและสามารถแข งข นก บประเทศในโลกกระแส โลกาภ ว ฒน จาเป นจะต องพ ฒนามน ษย เพราะมน ษย ค อทร พยากรท ม ค ามากท ส ด ประชากรของประเทศใด ม ค ณภาพมากประเทศน นก จะม ความเจร ญ ท งด านส งคม เศรษฐก จ สภาพแวดล อมของว ฒนธรรม ประเพณ การท จะท าให ประชากรม ค ณภาพค อการศ กษาท ม การจ ดการอย างม ประส ทธ ภาพ ซ งป จจ บ น สภาพความเจร ญก าวหน าด านเทคโนโลย ท ท นสม ยม การเปล ยนแปลงอย างรวดเร วและตลอดเวลาท าให คน ไทย ส งคมไทยกล บมาย ดต ดก บกระแสของท นน ยมและการบร โภคน ยม เห นผลประโยชน ส วนต วมากกว า ประโยชน ส วนร วม ไม ม จ ตสาน กสาธารณะ แข งข นแก งแย ง เอาร ดเอาเปร ยบ หาผลประโยชน อ านาจทาง การเง นและการเม องอย างไม ย อมเห นค ณค าทางศ ลธรรม จร ยธรรม ว ฒนธรรม ประเพณ อ นด งามทางภ ม ป ญญาท องถ นของชาต ซ งส งเหล าน ก จะม ผลต อคนในชนชาต น นๆ ทร พยากรมน ษย และท นทางป ญญาเหล าน จ าเป น จะต องม การเร ยนร อย างต อเน องสม าเสมอเพ อท จะได สามารถเปล ยนแปลง ปร บต วให เข าก บสภาพแวดล อม ท ม การเปล ยนแปลงอย ตลอดเวลา การเร ยนร จะต องเป นล กษณะของการเร ยนร ความค ดสร างสรรค ตลอด ช ว ตเร ยกว าไม สามารถท จะหย ดอย ก บท ได ในส งคมป จจ บ นหร อเราสามารถเร ยกว า ส งคมแห งการเร ยนร ท ไม ม ท ส นส ดก ได ของท กคนท กว ยท กระด บ ส ทธ วรรณ ต นต รจนาวงศ และคณะ (2552 : 1-2) กระบวน การศ กษาต องส งเสร มให คร จ ดทาแผนการจ ดการเร ยนร โดยเน นผ เร ยนเป นสาค ญ จ ดกระบวนการเร ยนร ตาม ศ กยภาพของผ เร ยน ผสมผสานก บความร ต างๆให สมด ลก น ปล กฝ งค ณธรรม ค าน ยมท ด งามและค ณล กษณะ ท พ งประสงค ให สอดคล องก บเน อหาสาระ ก จกรรม จ ดบรรยากาศ ส งแวดล อมและแหล งเร ยนร ให เอ อต อ การจ ดกระบวนการเร ยนร และการนาภ ม ป ญญาท องถ นหร อเคร อข ายผ ปกครอง ช มชน ท องถ นเข ามาม ส วน ร วมในการจ ดการเร ยนการสอน แต สภาพการจ ดการศ กษาท ผ านมา การจ ดการเร ยนการสอนในระบบ โรงเร ยนย งไม บรรล เป าหมายท พ งประสงค การจ ดกระบวนการเร ยนร ย งไม เน นกระบวนการให ผ เร ยนได พ ฒนาการว เคราะห ส งเคราะห การแสวงหาความร ด วยตนเอง ผ เร ยนย งม ล กษณะท ไม พ งประสงค เช น ผล การแข งข นทางด านว ชาการก บประเทศเพ อนบ าน การขาดว น ย ความพากเพ ยร ขย น อดทนและส งาน รวมท งขาดจ ตส าน กต อประโยชน ส วนร วม ด งน น ป จจ ยส าค ญท จะท าให ผ เร ยนเก ดการปฏ ร ปการเร ยนร ใน สถานศ กษา ค อ ผ เร ยน คร ผ บร หารสถานศ กษา บ คลากรทางการศ กษา ผ ปกครอง ช มชน ท จะต อง ดาเน นการหลายอย างพร อมก นต งแต การบร หารสถานศ กษา การพ ฒนาหล กส ตร การจ ดการเร ยนร การว ด และประเม นผล การสน บสน นทร พยากรการศ กษา การประก นค ณภาพการศ กษา การสร างความส มพ นธ ก บ ช มชน ซ งการบร หารและการจ ดการศ กษาต องสอดคล องก บบร บทของท องถ นและช มชน ด งน น ประเทศชาต จะพ ฒนาได จะต องท าให คนในประเทศได ร บการศ กษา การเร ยนร ท สอดคล องก บสภาพท เหมาะสมของท องถ น เพ อการด ารงช ว ตอย อย างม ค ณภาพ ประส ทธ ภาพของบ คคล สามารถเร ยนร ได อย างต อเน องประกอบอาช พอย างเหมาะสมและม ส วนร วมในส งคมอย างย งย นต อไป พระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ.2542 และท แก ไชเพ มเต ม (ฉบ บท 2) พ.ศ.2545 ได กาหนดบทบ ญญ ต ไว ในหมวดต างๆ ท งในเร องของความม งหมายและหล กการ ส ทธ การศ กษา มาตรฐานและ การประก นค ณภาพ การศ กษา คร คณาจารย และบ คลากรทางการศ กษา ทร พยากรและการลงท นเพ อ การศ กษา และเทคโนโลย เพ อการศ กษา บทบ ญญ ต ด งกล าวส งผลให ม การเปล ยนแปลงการศ กษาไทยท ง ระบบ คณะร ฐมนตร ได ประกาศใช แผนการศ กษาแห งชาต (พ.ศ ) ซ งเป นแผนระยะยาว ภายใต บทบ ญญ ต ของพระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต ด งกล าวท ใช เป นแนวทางการจ ดท าแผนพ ฒนา การศ กษาขององค กรทางการศ กษาท งในระด บกระทรวง เขตพ นท การศ กษาและสถานศ กษาท เน นปร ชญา เศรษฐก จพอเพ ยงตามแนวพระราชด าร ของพระบาทสมเด จพระเจ าอย ห ว ย ดทางสายกลางบนพ นฐานของ ความสมด ลพอด ร จ กประมาณอย างม เหต ผล ม ความรอบร เท าท นโลก เป นแนวทางในการดาเน นช ว ต เพ อม ง ให เก ดการพ ฒนาท ย งย นและความอย ด ม ส ขของคนไทย โดยย ด คน เป นศ นย กลางการพ ฒนาโดยม ว ตถ ประสงค และนโยบาย ดงน 1. พ ฒนาคนอย างรอบด านและสมด ล แนวนโยบาย (1)พ ฒนาท กคนให ม โอกาสเข าถ งการ เร ยนร (2)ปฏ ร ปการเร ยนผ เพ อผ เร ยน(3)ปล กฝ งและส งเสร มสร างศ ลธรรม ค ณธรรม ค าน ยมและค ณล กษณะ ท พ งประสงค และ(4)พ ฒนากาล งคนด านว ทยาศาสตร และเทคโนโลย เพ อการศ กษาตนเองและเพ มสมรรถนะ ในการแข งข น 2. สร างส งคมค ณธรรม ภ มป ญญาและการเร ยนร แนวนโยบาย(1)พ ฒนาส งคมแห งการเร ยนร เพ อสร างความร ความค ด ความประพฤต และค ณธรรมของคน(2)ส งเสร มการว จ ยและพ ฒนาและพ ฒนา (3)สร างสรรค ประย กต ใช และเผยแพร ความร และการเร ยนร 3. พ ฒนาสภาพแวดล อมของส งคม แนวนโยบาย(1)ส งเสร มและสร างสรรค ท นทางส งคมและ ว ฒนธรรม(2)จ าก ด ลด ขจ ดป ญหาทางโครงสร างเพ อความเป นธรรมในส งคม(3)พ ฒนาเทคโนโลย เพ อ การศ กษาและ(4)จ ดระบบทร พยากรและการลงท นทางการศ กษา ศาสนา ศ ลปะและว ฒนธรรม [กรอบ ท ศทางการพ ฒนาการศ กษาในช วงแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ฉบ บท 10 (พ.ศ ) ท สอดคล องก บแผนการศ กษาแห งชาต (พ.ศ ) ส าน กงานเลขาธ การสภาการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การ, 2551 : 1 2] 3 4 จากพระราชด าร สในการเสด จออกมหาสมาคมในงานพระราชพ ธ เฉล มพระชนมพรรษา พ ทธ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks