นท 2013: : 5 6 ส งหาคม 2556 ณ อาคารฟอร ม อ มแพค เม องทองธาน จ.นนทบ ร - PDF

Description
รายงานผลการประช มว ชาการระด บชาต ด านอ เล ร นน ง National e-learning Conference 2013: Strengthening Learning Quality : Bridging Engineering and Education ว นท 5 6 ส งหาคม 2556 ณ อาคารฟอร ม อ มแพค เม องทองธาน

Please download to get full document.

View again

of 9
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Data & Analytics

Publish on:

Views: 17 | Pages: 9

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
รายงานผลการประช มว ชาการระด บชาต ด านอ เล ร นน ง National e-learning Conference 2013: Strengthening Learning Quality : Bridging Engineering and Education ว นท 5 6 ส งหาคม 2556 ณ อาคารฟอร ม อ มแพค เม องทองธาน จ.นนทบ ร จากการเข าร วมประช มว ชาการระด บชาต ด านอ เล ร นน ง National e-learning Conference 2013: Strengthening Learning Quality : Bridging Engineering and Education เม อว นท 5 6 ส งหาคม 2556 ท ผ านมาน น น บได ว าเป นการประช มว ชาการท ม ประโยชน อ กเร องหน ง เน องจากการประช มว ชาการใน คร งน ถ อเป นต วกลางในการระดมผ ร และผ เช ยวชาญท งในระด บชาต และนานาชาต มาร วมก นประมวลความร ต างๆ เก ยวก บ e-learning ให แก ผ เข าร วมประช ม เพ อเป นการสร างความร ในว ทยาการด านอ เล ร นน ง และ เพ มค ณภาพการศ กษาของประเทศไทยให ด ย งข น จากการเข าร วมประช มว ชาการระด บชาต ด านอ เล ร นน ง สามารถสร ปสาระสาค ญได ด งน การปาฐกถาพ เศษ เร อง Lifelong Learning in Aging Societies โดย Dr. Okabe Yoichi ประธานมหาว ทยาล ยเป ดแห งประเทศญ ป น Dr. Okabe Yoichi ได กล าวว า มหาว ทยาล ยเป ดแห งประเทศญ ป น (OUJ) ก อต งข นในป 1983 ซ ง เป นสถาบ นการศ กษาท เป ดให ท กคนท อย ในประเทศญ ป นสามารถเข ามาศ กษาเร ยนร ได และเล อกใช ส อ เทคโนโลย ท ท นสม ย เพ อเพ มประส ทธ ภาพในการตอบสนองความต องการสาหร บการเร ยนร ตลอดช ว ต ว ตถ ประสงค ของมหาว ทยาล ยเป ดแห งประเทศญ ป น ค อการให บร การท หลากหลายแก ประชาชนท ก คนเพ อให ท กคนม โอกาสท จะได ร บการศ กษาท ส งข น และเพ อส งเสร มการใช ส อและเทคโนโลย ท เป นนว ตกรรม ใหม ของการศ กษาภายในมหาว ทยาล ย มหาว ทยาล ยเป ดแห งประเทศญ ป น ถ อได ว าเป นมหาว ทยาล ยท ใหญ ท ส ดในประเทศญ ป น โดยท กคน สามารถเร ยนร ได จากโลกด จ ตอล จ ดการเร ยนการสอนทางไกลผ านรายการทางสถาน ว ทย FM และรายการ ทางสถาน ว ทย โทรท ศน ซ งเน นค ณภาพของภาพและเน อหาท สดใส ม ความละเอ ยดส ง และข อม ลหร อเน อหา ต างๆ น นถ กพ ฒนาข นโดยผ เช ยวชาญเฉพาะสาขา ในส วนของบ ณฑ ตว ทยาล ย (Graduate studies) ได ก อต งข น อย างเป นทางการ สาหร บบ คคลท ต องการจะได ร บความร เฉพาะด านข นส ง โดยแยกออกเป น 7 โปรแกรม ด งน 1. Human Life and Health Sciences 2. Sciences of Human Development and Education 3. Clinical Psychology 4. Social Governance 5. Arts and Humanities 6. Informatics 7. Natural and Environmental Sciences ระบบการเร ยนการสอน (System of Teaching and Learning) 1. Broadcast Lecture Courses- Two Credit per Course - Broadcast Lectures (TV, Radio and Internet) - Textbooks 2. Schooling (Face-to-Face) Courses- One Credit per Course บร การออนไลน (Online Services) 1. Online Video-on-Demand of Broadcast Lecture Programs 2. Use of Learning Management System (LMS) Moodle 3. System WAKABA and Campus Network 4. Other Online Services การปาฐกถาพ เศษ เร อง เทคโนโลย อ บ ต ใหม ความท าทายต อการเปล ยนแปลงร ปแบบการเร ยนร (Challenges facing emerging technology in new learning modle) โดย รองศาสตราจารย ย น ภ วรวรรณ มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร ว ทยากรได กล าวถ งการศ กษาไทยในมหาว ทยาล ยจะเน น world class แต ไม เข าใจว าค ออะไร เน น ทางานตามต วช ว ด เน นการจ ดลาด บให ม ลาด บส งข น ม บ คลากรจานวนมาก แต ขาดความร ความสามารถ ชอบ ลงท นก บพวกว ตถ สร างอาคาร ส งอานวยความสะดวกมากเก นไป และม เทคโนโลย จานวนมาก ทาให การ ลงท นม จานวนมากมหาศาล ด งน นการเร ยนการสอนต องไม ม งเน นท ต วเน อหามากกว ากระบวนการ ความร ความเข าใจ และการนาไปประย กต หากแต มหาว ทยาล ยและน กศ กษากล บสอนตามท เข ยนไว ในหล กส ตรท กาหนดให เร ยน เน นกรอกเน อหา ผ เร ยนก เร ยนเพ อสอบ เก ดความค ดแบบ Short Cut ค อหาทางล ดให ได คาตอบ และเร ยน เพ อให ได ว ฒ บ ตร ประกาศน ยบ ตรหร อปร ญญาบ ตร ในป จจ บ นได ม งเน นในเร อง Cloud knowledge ซ งเป นเร องท ต องทาความเข าใจและนามาใช ประโยชน ในด านไอท Cloud computing อาจม หลายความหมายข นอย ก บม มมอง และได ยกต วอย าง Cloud ท ให บร การ เช น knowledge cloud : data cloud, Google doc, sky drive และ icloud ของ apple เป นต น Cloud Knowledge ค อ แหล งความร ในศตวรรษท 21 หร อ ความร บนก อนเมฆ ซ งจ ดได ว าเป นท มา ของการเร ยนแบบออนไลน เน องจากร ปแบบการศ กษาเปล ยนไปจากเด ม ม การเข าถ ง knowledge Cloud ได อย างสะดวกและรวดเร ว ป จจ บ นจ งเก ดคร 3 แบบ ค อ อาก น องว ก และอ ต ป ทาให เก ดคาถามข นว า สมองม ไว ทาอะไร ในเม อ Google บอกตาแหน งข อม ลท ต องการ Wolfram Alpha บอก Explicit knowledge ท ต องการ ส ดท ายก copy and place นอกจากน ย งม แหล งเร ยนร ในศาสตร ต างๆ (computational knowledge engine) หร อเคร องม อ แสวงหาความร เช น Wolfram Alpha ท ม เคร องคานวณในร ปแบบต างๆ รวมไปถ งทฤษฎ การเร ยนร อาท เช น Behaviorism Cognitivism Constructivism และ Connectivism ความท าทายของการใช Connectivity ค อ ต องเช อมโยงข มความร (เช อมโยง body of knowledge เช อมโยงคนเข าหาก น เร ยนร วมก น) การบร หารจ ดการเน อหา (การใช ความร และต อยอดความร ) การเช อมโยง Connectivism (การขนส งแลกเปล ยนความร ) และการเร ยนร ได ง าย รวดเร ว และกว างขวาง ทฤษฎ การเร ยนร แบบ Connetivism เป น ทฤษฏ การเร ยนร ท ม พ นฐานมาจาก ความร ท ม อย บนโลก มากกว าท อย ในห วของแต ละคน การเร ยนร และองค ความร ม ความหลากหลาย ความร จ งเป นกระบวนการท เช อมโยงของโหนดสารสนเทศ อาจม ข นจากเคร องม อ เคร องจ กรท ไม ใช มน ษย ม อะไรมากกว าการร การทาให ม การเช อม ทาให ม การเร ยนร แบบต อเน องได การร บร การ เช อมต อของ fields, ideas, และ concepts ค อ แก น ของท กษะ เป นก จกรรมการเร ยนร ท ใช Learning activities การเร ยนหน งส อแบบ Game : Gamification การนาเกมมาใช ก บการศ กษาน นจะช วยสร างความ สนใจ สน ก ความสน กก อให เก ดความประท บใจ ความประท บใจก อให เก ดการจดจา ท กษะกระบวนการ ย ง ประท บใจมาก ย งจดจาและเร ยนร ท กษะมากและแน นนาน การปาฐกถาพ เศษ เร อง Learning Styles and Brain-Based Learning โดย รองศาสตราจารย ดร.นพ.ช ยเล ศ พ ช ตพรช ย อธ การบด มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมธ ราช ว ทยากรได กล าวถ ง Learning Styles and Brain-Based Learning ว าเป นการเร ยนร ของมน ษย โดย อาศ ยความร เก ยวก บกลไกการทางานของระบบประสาท โดยเฉพาะอย างย งสมอง ต วร บความร ส กหร ออว ยวะร บ ความร ส กท ง 5 ได แก ตา ห จม ก ล น และกาย ซ งทา หน าท ร บความร ส กจากต วกระต นจากส งแวดล อม แล วไป ประมวลผลท สมอง ซ งอาจถ อว าเป น ใจ รวมเป น อายตนะ หร อ แดนต อ 6 ประการ การท มน ษย ม การพ ฒนาของสมองซ กซ ายและซ กขวาไม เท าก น รวมท งการ พ ฒนาในส วนของสมองท ทาหน าท ร บและประมวลผลความร ส กท ส งมาจากต วร บหร ออว ยวะร บความร ส กท ง 5 ไม เท าก น ทาให คนแต ละคน ม ความถน ดในการเร ยนร จากการร บต วกระต นจากภายนอกแตกต างก น เช น บาง คนถน ดเร ยนร ด วยการมองเห น บางคนถน ดเร ยนร ด วยการได ย น บางคนถน ดเร ยนร ด วยการได ร บกล น หร อ รส หร อการส มผ ส ท งน ส ญญาณขาเข าท งหมดจะถ กประมวลผลในสมองและเก ดกระบวนการค ด การด งข อม ลจากความ ทรงจา การบ นท กเป นความทรงจา ประมวลผลส ดท ายแล วส งคาส งขาออกทางระบบประสาทมอเตอร หร อ ระบบประสาทยนต ควบค มการทางานของกล ามเน อในร างกาย ทาให เก ดการเคล อนไหว ผลของการปฏ บ ต หร อการเคล อนไหว จะถ กส งไปย งสมองเพ อเป นข อม ลป อนกล บ และย าให เก ดความทรงจา บ นท กในสมองอ ก รอบหน ง ถ าได ม การฝ กปฏ บ ต อย อย างสม าเสมอ ทาให สมองม การทบทวนความจา รวมท งการฝ กกล ามเน อทา ให เก ดท กษะการเคล อนไหวของกล ามเน อ ก ย งเป นการย าเต อนความทรงจา แบบการเร ยนร และท กษะการ เคล อนไหว (motor skill) ด งเห นได จากการฝ กซ อมก ฬา ดนตร งานฝ ม อประเภทต างๆ เป นต น การเล อกใช ต วกระต นให เหมาะสมก บความถน ดของแต ละบ คคล จะเป นการเอ อให เก ดการเร ยนร ท รวดเร วข นกว าช องทางท ไม ม ความถน ด จ งทาให เก ดการเร ยนร ประเภท brain-based learning ซ งคร อาจารย หร อน กการศ กษา สามารถใช ประโยชน จากความร น ได โดยการส งเกตพฤต กรรมการเร ยนร ของผ เร ยน ว า ผ เร ยนม ความถน ดเร ยนอย างไร เช น ใช ตา หร อห หร อจม ก หร อล น หร อกายส มผ ส แล วจ ดหร อพ ฒนา กระบวนการเร ยนร ให เหมาะสมก บความถน ดของน กเร ยน ก จะทาให ผ เร ยนเก ดความสน กและสามารถร บร ทาง ช องทางของระบบประสาทท ต วเองม ความถน ดอย และอย าล มท จะเสร มแรงโดยการฝ กค ดและฝ กปฏ บ ต เพ อให เก ดการบ นท กเป นความทรงจาในสมองเป นความทรงจาและท กษะระยะยาวต อไป การปาฐกถาพ เศษ เร อง ล งค เดต าและการแบ งป นทร พยากรการเร ยนร (Linked Data and Learning Resource Sharing) โดย รองศาสตราจารย ดร.ว ลาศ ว วงศ มหาว ทยาล ยธรรมศาสตร ว ทยากรได แนะนาภาษาท ใช เข ยนข อม ล บรรณาน กรมแบบใหม ซ งในอนาคตจะใช ภาษาท เร ยกว า RDF: Resource Description Framework ซ งการท ทางหน วยงาน หร อสถาบ นน น Source ของข อม ลท ต างก น และม โอกาสท จะล งค เข า ด วยก นโดยใช กลไกอ นใดอ นหน ง จะท าให เราส บค น ข อม ลต างๆได อ กมากมาย นอกจากน ย งม ฐานข อม ลท อย บนเว บ ได แก ฐานข อม ล Wikipedia ซ งจ ดได ว า เป นฐานข อม ลท ม ข อม ลหลากหลายร ปแบบ สามารถ ค นหาแบบเจาะล กลงไปได โดยล กษณะการสร างฐานข อม ลแบบน ปกต เราจะม ข อม ลจาพวกไฟล word, excel, กราฟ ฯลฯ จากน นดาเน นการ Abstract ข อม ลให อย ในร ปของกราฟ บวกก บการใช URI แล วเล อกใช Application ให เหมาะสมๆ Resource Description Framework : RDF ค อ ภาษาท ใช พ ฒนาทร พยากรสารสนเทศ ซ งจ ดได ว า เป นมาตรฐานของ WBC s RDF ประกอบด วย 3 ส วน ค อ s=subject, p=predicate, o= object จากน นนา ท ง 3 ส วนมาทาเป นกราฟ ได ด งน [S] P [O] หร อจะเปล ยนจากร ปแบบกราฟให อย ในร ปของ XML ซ งม ข อด ค อเราสามารถใช ค บอร ดพ มพ ข อม ลเข าไปได Linked Data ม หล กการอย 4 อย าง ค อ 1. ใช URI สาหร บท กส ง 2. ใช HTTP URI 3. เม อผ ใช คล ก เล อกข อม ล ข อม ลท ได จะอย ในร ปของ RDF 4. ใน RDF จะต องม Link เช อมต อไปเร อยๆ การนาเสนอผลงานว ชาการ เร อง การพ ฒนาระบบสน บสน นการแลกเปล ยนเร ยนร ผ านเคร อข าย ส งคม และคราวด เล ร นน ง เพ อส งเสร มสมรรถนะการว จ ยและท กษะการใช สารสนเทศอย างม ว จารณญาณ โดย ปณ ตา วรรณพ ร ณและ ณพงศ วรรณพ ร ณ จากการฟ งการนาเสนอผลงาน สามารถสร ปประเด นได ด งน 1. ระบบสน บสน นการแลกเปล ยนเร ยนร ผ านเคร อข ายส งคมและคลาวด เล ร นน ง ประกอบด วย 3 องค ประกอบ ค อ 1. Cloud Learning Managemant System (CLMS) 2. ระบบการสน บสน นการ แลกเปล ยนเร ยนร ผ านเคร อข ายส งคม 3. ระบ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks