2 26คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา+ยกศัพท์แปล+ภาค๔

Description
1. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่…

Please download to get full document.

View again

of 152
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 4 | Pages: 152

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 1คัณฐีธัมมปทัฏฐกถายกศัพทแปล ภาค ๔เรื่องพระราธเถระ๑. ๒/๑๖ ตั้งแต อเถกทิวส ธมฺมสภาย ภิกฺขู กถเปนตนไป.อถ ครั้งนั้น เอกทิวส ในวันหนึ่ง ภิกฺขู อ. ภิกษุ ท. กถยังวาจาเปนเครื่องกลาววา กิร ไดยินวา สารีปุตฺตตฺเถโร อ. พระเถระชื่อวาสารีบุตร กตฺู เปนผูรูซึ่งอุปการะอันบุคคลอื่นกระทําแลวกตเวที เปนผูรูซึ่งอุปการะตอบอันตนกระทําแลวโดยปกติ (หุตฺวา)เปน สริตฺวา ระลึกไดแลว อุปการ ซึ่งอุปการะ กฏจฺฉุภิกฺขามตฺตอันมีภิกษุอันบุคคลพึงถือเอาดวยทัพพีเปนประมาณ ทุคฺคตพฺราหฺมณยังพราหมณผูถึงแลวซึ่งทุกข ปพฺพาเชสิ ใหบวชแลว ราธตฺเถโรปแม อ. พระเถระชื่อวาราธะ โอวาทกฺขโม เปนผูอดทนตอการโอวาท(หุตฺวา) เปน ลภิ ไดแลว โอวาทกฺขมเอว อาจริย ซึ่งอาจารย ผูอดทนในการสั่งสอนนั่นเทียว อิติ ดังนี้ สมุฏาเปสุ ใหตั้งขึ้นพรอมแลว ธมฺมสภาย ในธรรมสภา ฯ
  • 2. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 2สตฺถา อ. พระศาสดา สุตฺวา ทรงสดับแลว กถ ซึ่งวาจาเปนเครื่องกลาว เตส ภิกฺขูน ของภิกษุ ท.เหลานั้น วตฺวา ตรัสแลววาภิกฺขเว ดูกอนภิกษุ ท. (สารีปุตฺโต) อ. ภิกษุชื่อสารีบุตร (กตฺู)เปนผูรูอุปการะอันบุคคลอื่นกระทําแลว (กตเวที) เปนผูรูซึ่งอุปการะตอบอันตนกระทําแลวโดยปกติ (โหติ) ยอมเปน อิทานิเอว ในกาลนี้นั่นเทียว น หามิได สารีปุตฺโต อ. ภิกษุชื่อวาสารีบุตร กตฺูเปนผูรูซึ่งอุปการะอันบุคคลอื่นกระทําแลว กตเวที เปนผูรูซึ่งอุปการะตอบอันตนกระทําแลวโดยปกติ (อโหสิ) ไดเปนแลว ปุพฺเพป แมในกาลกอน อิติ ดังนี้ วิตฺถาเรตฺวา กเถสิ ตรัสใหพิสดารแลวอลีนจิตฺตชาตก ซึ่งชาดกอันบัณฑิตกําหนดแลวดวยพระกุมารพระนามวาอลีนจิต ทุกนิปาเท ในทุกนิบาต อิม นี้วาจมู อ. เสนา มหตี หมูใหญ นิสฺสาย อาศัยแลวอลีนจิตฺต ซึ่งพระกุมารพระนามวาอลีนจิต ปหฏาราเริงทั่วแลว อคาหยิ ไดยังชางใหจับเอาแลวโกสล ซึ่งพระราชาพระนามวาโกศล อสนฺตุฏผูไมทรงยินดีดวยดีแลว เสน รชฺเชน ดวยความเปนแหงพระราชา อันเปนของพระองค ชีวคฺคาหจับเอาดวยความเปนอยู ภิกฺขุ อ. ภิกษุ นิสฺสย-สมฺปนฺโน ผูถึงพรอมแลวดวยนิสัย เอว อยางนี้อารทฺธวีริโย ผูมีความเพียรอันปรารภแลว ธมฺม
  • 3. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 3ยังธรรม กุสล อันเปนกุศล ภาวย ใหเปนอยูปตฺติยา เพื่ออันบรรลุ โยคกฺเขมสฺส ซึ่งธรรมอันเปนแดนเกษม จากกิเลสเปนเครื่องประกอบปาปุเณ พึงบรรลุ สพฺพสโยชนกฺขย ซึ่งความสิ้นไปแหงสังโยชนทั้งปวง อนุปุพฺเพน ตามลําดับอิติ ดังนี้ปกาเสตุ เพื่ออันทรงประกาศ ต อตฺถ ซึ่งเนื้อความนั้น ฯกิร ไดยินวา หตฺถี อ. ชาง เอกจาริโก ตัวเที่ยวไปตัวเดียววฑฺฒกีหิ ปาทสฺส อโรคกรณภาเวน กต อตฺตโน อุปการ ตฺวาสพฺพเสตสฺส หตฺถิโปตกสฺส ทายโก ตัวรูซึ่งอุปการะ อันนายชางไม ท. กระทําแลว แกตน โดยความเปนคืออันกระทําซึ่งเทา ใหเปนเทาไมมีโรค แลวจึงให ซึ่งลูกแหงชาง ตัวมีอวัยวะทั้งปวงขาว ตทาในกาลนั้น สารีปุตฺตเถโร เปนพระเถระชื่อวาสารีบุตร อโหสิ ไดเปนแลว (เอตรหิ) ในกาลบัดนี้ ฯ(สตฺถา) อ. พระศาสดา กเถตฺวา ครั้นตรัสแลว ชาตก ซึ่งชาดก อารพฺภ ทรงพระปรารภ เถร ซึ่งพระเถระ เอว อยางนี้อารพฺภ ทรงพระปรารภ ราธตฺเถร ซึ่งพระเถระชื่อวาราธะ วตฺวาตรัสแลววา ภิกฺขเว ดูกอนภิกษุ ท. ภิกฺขุนา นาม ชื่ออันภิกษุสุวเจน พึงเปนผูอันบุคคลวากลาวไดโดยงาย ราเธน วิย พึงเปนผูเพียงดังวาภิกษุชื่อวาราธะ ภวิตพฺพ พึงเปน (อาจริเยน) โทส
  • 4. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 4ทสฺเสตฺวา โอวทิยมาเนนป ผูแมอันอาจารย แสดงแลว ซึ่งโทษกลาวสอนอยู น กุชฺฌิตพฺพ ไมพึงโกรธ ปน อนึ่ง โอวาททายโกปุคฺคโล อ. บุคคล ผูใหซึ่งโอวาท (ภิกฺขุนา) อันภิกษุ ทฏพฺโพพึงเห็น นิธิอาจิกฺขนโก วิย (หุตฺวา) เปนเปนผูเพียงดังวาผูบอกซึ่งขุมทรัพย อิติ ดังนี้ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺม เทเสนฺโต เมื่อจะทรงสืบตอ ซึ่งอนุสนธิ แสดงซึ่งธรรม อาห ตรัสแลว คาถ ซึ่งพระคาถา อิม นี้วา(ปุคฺคโล) อ. บุคคล ปสฺเส พึงเห็น ย อาจริยซึ่งอาจารยใด วชฺชทสฺสิน ผูมีปกติแสดงซึ่งโทษนิคฺคยฺหวาทึ ผูมีปกติกลาวขม เมธาวึ ผูมีปญญา(กตฺวา) กระทํา ปวตฺตาร อิว ใหเปนผูเพียงดังวาผูบอก นิธีน ซึ่งขุมทรัพย ท. ภเช พึงคบ(ต) อาจริย ซึ่งอาจารยนั้น ตาทิส ผูเชนนั้นปณฺฑิต ผูเปนบัณฑิต (หิ) เพราะวา (ปุคฺคลสฺส)เมื่อบุคคล ภชมานสฺส คบอยู ตาทิส อาจริยซึ่งอาจารย ผูเชนนั้น เสยฺโย คุโณ อ. คุณอันประเสริฐกวา โหติ ยอมมี ปาปโย โทโสอ. โทษอันลามกกวา น (โหติ) ยอมไมมีอิติ ดังนี้ ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา นิธิกุมฺภีน ซึ่งหมอแหงขุมทรัพย ท.
  • 5. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 5หิรฺสุวณฺณาทิปูรน อันเต็มดวยวัตถุมีเงินและทองเปนตน นิทหิตฺวาปตาน อันบุคคลฝงตั้งไวแลว ตตฺถ ตตฺถ เน ในที่นั้นนั้น (อิติ)ดังนี้ ตตฺถ ปเทสุ ในบท ท. เหลานั้นหนา (ปทสฺส) แหงบทวานิธีน อิติ ดังนี้ ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา กิจฺฉชีวิเก ทุคฺคตมนุสฺเส อนุกมฺปกตฺวา เอหิ สุเขน เต ชีวิตุปาย ทสฺเสสฺสามิ อิติ นิธิฏาน เนตฺวาหตฺถ ปสาเรตฺวา อิม ธน คเหตฺวา สุข ชีว อิติ อาจิกฺขนฺตารวิย ใหเปนผูเพียงดังวาผูกระทําแลว ซึ่งความอนุเคราะห ในมนุษยผูถึงแลวซึ่งทุกข ผูมีความเปนอยูโดยยาก กลาวแลววา อ. ทาน จงมาอ. เรา จักแสดง ซึ่งอุบายแหงชีวิต ตามสบาย แกทาน ดังนี้ นําไปแลว สูที่แหงขุมทรัพย เหยียดออกซึ่งมือ แลวบอกวา อ. ทาน จงถือเอา ซึ่งทรัพยนี้ จงเปนอยู เปนสุขเถิด ดังนี้ (อิติ) ดังนี้(ปทสฺส) แหงบทวา ปวตฺตาร อิติ ดังนี้ ฯ(วินิจฺฉโย) อ. วินิจฉัย (ปเท) ในบทวา วชฺชทสฺสิน อิติดังนี้ (ปณฺฑิเตน) อันบัณฑิต (เวทิตพฺโพ) พึงทราบ วชฺชทสฺสิโนชนา อ. ชน ท. ผูแสดงซึ่งโทษโดยปกติ เทฺว ๒ อิมินา น ปุคฺคลอสารูปฺเปน วา ขลิเตน วา สงฺฆมชฺเฌ นิคฺคณฺหิสฺสามิ อิติ(จินฺตเนน) รนฺธคเวสโก ชโน จ คือ อ. ชน ผูแสวงหาซึ่งโทษดวยอันคิดวา อ. เรา จักขมขี่ ซึ่งบุคคลนั้น ในทามกลางแหงสงฆดวยมารยาทอันไมสมควรหรือ หรือวาดวยความพลั้งพลาดนี้ ดังนี้ดวยอฺาตฺาปนตฺถาย าต ธมฺม อนุคฺคณฺหนตฺถาย สีลาทีน คุณาน
  • 6. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 6อสฺ ปุคฺคลสฺส (อตฺตโน) วุฑฺฒิกามตาย ต ต วชฺช โอโลกเนนอุลฺลุมฺปนวเสน สภาวสณฺิโต ชโน จ คือ อ.ชน ผูตั้งอยูดวยดีแลวตามสภาพ ดวยอํานาจแหงการอุมชู ดวยการแลดู ซึ่งโทษนั้นนั้นเพื่อประโยชนแกอันยังบุคคลใหรู ซึ่งธรรมอันตนไมรูแลว เพื่อประโยชนแกอันถือเอาตาม ซึ่งธรรมอันตนรูแลว เพราะความที่แหงตนเปนผูใครซึ่งความเจริญแหงคุณ ท. มีศีลเปนตน แกบุคคลนั้นดวยอย สภาวสณฺิโต ชโน อ. ชน ผูตั้งอยูดวยดีแลวตามสภาพนี้ (ภควตา)อันพระผูมีพระภาคเจา อธิปฺเปโต ทรงพระประสงคเอาแลว อิธ ปเทในบทนี้วา (วชฺชทสฺสิน) อิติ ดังนี้ ฯทุคฺคตมนุสฺโส อ. มนุษยผูถึงแลวซึ่งทุกข (ปรปุคฺคเลน)ตชฺเชตฺวาป โปเถตฺวาป นิธึ ทสฺสิโต ผูอันบุคคลอื่น คุกคามแลวก็ดี โบยแลวก็ดี แสดงแลว ซึ่งขุมทรัพย (วจเนน) ดวยคําวาตฺว อ. ทาน คณฺหาหิ จงถือเอา อิม ธน ซึ่งทรัพยนี้เถิด อิติดังนี้ น กโรติ ยอมไมกระทํา โกป ซึ่งความโกรธ ปมุทิโต วเปนผูบันเทิงทั่วแลวเทียว โหติ ยอมเปน ยถา ฉันใด โกโปอ. ความโกรธ (ชเนน) อันชม ปุคฺคเล ครั้นเมื่อบุคคล เอวรูเปผูมีรูปอยางนี้ ทิสฺวา เห็นแลว อสารูปฺป วา ซึ่งมารยาทอันไมสมควรหรือ ขลิต วา หรือวาซึ่งความพลั้งพลาด อาจิกฺขนฺเต บอกอยู นกาตพฺโพ ไมพึงกระทํา (เตน ชเนน) อันชนนั้น ตุฏนเอว พึงเปนผูยินดีแลวนั่นเทียว ภวิตพฺพ พึงเปน ปวาเรตพฺพเอว ซึ่งปวารณานั่นเทียววา ภนฺเต ขาแตทานผูเจริญ กมฺม อ. กรรม มหนฺต อัน
  • 7. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 7ใหญ โว อันทาน ท. มยฺห อาจริยุปชฺฌายฏาเน ตฺวา โอวทนฺเตหิผูดํารงอยูแลว ในฐานะเพียงดังวาอาจารยและอุปชฌายะของกระผมกลาวสอนอยู กต กระทําแลว ตุมฺเห อ. ทาน ท. โอวเทยฺยาถ พึงกลาวสอน ม ซึ่งกระผม ปุนป แมอีก อิติ ดังนี้ เอวเอว ฉันนั้นนั่นเทียว ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา หิ ก็ เอกจฺโจ อาจริโย อ. อาจารยบางคน ทิสฺวา เห็นแลว อสารูปฺป วา ซึ่งมารยาทอันไมสมควรหรือขลิต วา หรือวาซึ่งความพลั้งพลาด สทฺธิวิหาริกาทีน สิสฺสาน ของศิษย ท มีสัทธิวิหาริกเปนตน อวิสหนฺโต ไมอาจอยู วตฺตุ เพื่ออันกลาว (จินฺตเนน) ดวยอันคิดวา อย สิสฺโส อ. ศิษยนี้ อุปฏหติยอมบํารุง เม ซึ่งเรา มุโขทกทานาทีหิ กิจฺเจหิ ดวยกิจ ท. มีการถวายซึ่งน้ําเปนเครื่องลางซึ่งหนาเปนตน สกฺกจฺจ โดยเคารพ สเจถาวา อห อ.เรา วกฺขามิ จักวากลาว ต สิสฺส ซึ่งศิษยนั้นไซร(โส สิสฺโส) อ. ศิษยนั้น น อุปฏหิสฺสติ จักไมบํารุง ม ซึ่งเราเอว ครั้นเมื่อความเปนอยางนี้ (สนฺเต) มีอยู ปริหานิ อ.ความเสื่อมรอบ ภวิสฺสติ จักมี เม แกเรา อิติ ดังนี้ นิคฺคยฺหวาที นามชื่อวาเปนผูมีปกติกลาวขมขี่ โหติ ยอมเปน น หามิได โส อาจริโยอ. อาจารยนั้น อากิรติ ยอมเรียราย กจวร ซึ่งหยากเยื่อ อิมสฺมึสาสเน ในศาสนานี้ ปน สวนวา โย อาจริโย อ. อาจารยใด ทิสฺวาเห็นแลว วชฺช ซึ่งโทษ ตถารูป อันมีรูปอยางนั้น ตชฺเชนฺโตคุกคามอยู ปณาเมนฺโต ประณามอยู กโรนฺโต กระทําอยู ทณฺพกมฺม
  • 8. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 8ซึ่งทัณฑกรรม นีหรนฺโต นําออกไปอยู วิหารา จากวิหาร วชฺชานุรูปตามสมควรแกโทษ สิกฺขาเปติ ยังศิษยใหศึกษาอยู อย (โส)อาจริโย อ. อาจารยนี้นั้น นิคฺคยฺหวาที นาม ชื่อวาเปนผูมีปกติกลาวขมขี่ (โหติ) ยอมเปน สมฺมาสมฺพุทฺโธ อ. พระสัมมาสัมพุทธเจา(โหติ) ยอมเปน เสยฺยถาป แมฉันใด (เอว) ฉันนั้น (อิติ)ดังนี้ (ปทสฺส) แหงบทวา นิคฺคยฺหวาทึ อิติ ดังนี้ ฯหิ จริงอยู เอต วจน อ. พระดํารัสนี้วา อานนฺท ดูกอนอานนท อห อ. เรา นิคฺคยฺห นิคฺคยฺห วกฺขามิ จักขมขี่แลว ขมขี่แลว วากลาว อานนฺท ดูกอนอานนท อห อ. เรา ปคฺคยฺห ปคฺคยฺหวกฺขามิ จักยกยองแลว ยกยองแลว วากลว โย ภิกฺขุ อ. ภิกษุใด สาโรจักเปนผูเปนสาระ (ภวิสฺสติ) จักเปน โส ภิกฺขุ อ. ภิกษุนั้น สฺสติจักดํารงอยูได อิติ ดังนี้ (ภควตา) อันพระผูมีพระภาคเจา วุตฺตตรัสแลว ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา สมนฺนาคต ผูมาตามพรอมแลว ธมฺโมช-ปฺาย ดวยปญญาอันมีโอชะเกิดแตธรรม (อิติ) ดังนี้ (ปทสฺส)แหงบทวา เมธาวึ อิติ ดังนี้ ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา (ปุคฺคโล) อ. บุคคล ภเชยฺย พึงคบคือวา ปยิรูปาเสยฺย พึงเขาไปนั่งใกล (ต อาจริย) ซึ่งอาจารยนั้นปณฺฑิต ผูเปนบัณฑิต เอวรูป ผูมีรูปอยางนี้ หิ เพราะวา อนฺเตวา-สิกสฺส เมื่ออันเตวาสิก ภชมานสฺส คบอยู อาจริย ซึ่งอาจารยตาทิส ผูเชนนั้น เสยฺโย อ. คุณอันประเสริฐกวา โหติ ยอมมี ปาปโย
  • 9. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 9อ. โทษอันลามกกวา น (โหติ) ยอมไมมี คือวา วุฑฺฒิเอว อ. ความเจริญนั่นเทียว โหติ ยอมมี ปริหานิ อ. ความเสื่อมรอบ น (โหติ)ยอมไมมี อิติ ดังนี้ (ปทสฺส) แหงบทวา ตาทิส อิติ ดังนี้เปนตน ฯ
  • 10. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 10เรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ๒. ๕/๙ ตั้งแต เต กิร กิฺจาป อคฺคสาวกาน สทฺธิวิหาริกาเปนตนไป.กิร ไดยินวา เต เทฺว ภิกฺขู อ. ภิกษุ ท. ๒ เหลานั้นสทฺธิวิหาริกา เปนสัทธิวิหาริก อคฺคสาวกน ของพระอัครสาวก ท.(โหนฺติ) ยอมเปน กิฺจาป แมก็จริง ปน ถึงอยางนั้น (เต ภิกฺขุ)อ. ภิกษุ ท. เหลานั้น อสชฺชิโน เปนผูไมมีความละอาย (เต ภิกฺขุ)เปนภิกษุผูลามก อเหสุ ไดเปนแลว ฯ เต เทฺว ภิกฺขู อ. ภิกษุ ท. ๒เหลานั้น วิหรนฺตา อยู กิฏาคิริสฺมึ ในกิฏาคิรี สทฺธึ พรอมภิกฺขุสเตหิ ดวยรอยแหงภิกษุ ท. ปฺจหิ ๕ ปริวาเรหิ ผูเปนบริวารอตฺตโน ของตน ปาปเกหิ ผูลามก กโรนฺตา กระทําอยู อนาจารซึ่งอนาจาร นานปฺปการ อันมีประการตาง ๆ อันมีคําวา (เต ภิกฺขู)อ. ภิกษุ ท.เหลานั้น โรเปนฺติป ยอมปลูกบาง โรปาเปนฺตป ยอมยังบุคคลใหปลูกบาง มาลาวจฺฉ ซึ่งกอแหงดอกไม อิติอาทิก ดังนี้เปนตน กตฺวา กระทําแลว กุลทูสกกมฺม ซึ่งกรรมของบุคคลผูประทุษรายซึ่งตระกูล กปเปนฺตา สําเร็จอยู ชีวิต ซึ่งชีวิต ปจฺจเยหิ ดวยปจจัย ท. อปฺปนฺเนหิ อันเกิดขึ้นแลว ตโต กมฺมโต แตกรรมนั้นอกสุ ไดกระทําแลว ต อาวาส ซึ่งอาวาสนั้น อนาวาส ใหเปนที่
  • 11. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 11ไมเปนที่อยู ภิกฺขูน แหงภิกษุ ท. เปสลาน ผูมีศีลเปนที่รัก ฯสตฺถา อ. พระศาสดา สุตฺวา ทรงสดับแลว ต ปวตฺตึ ซึ่งความเปนไปนั้น อามนฺเตตฺวา ทรงเรียกมาแลว อคฺคสวเก ซึ่งพระอัคร-สาวก ท. เทฺว ๒ สปริวาเร ผูเปนไปกับดวยบริวาร ปพฺพาชนีย-กมฺมกรณตฺถาย เพื่อประโยชนแกอันกระทําซึ่งกรรมอันสงฆพึงขับไลเตส ภิกฺขูน แกภิกษุ ท. เหลานั้น (วตฺวา) ตรัสแลววา สารีปุตฺตาดูกอนสารีบุตรและโมคคัลลานะ ท. ตุมฺเห อ. เธอ ท. คจฺฉถ จงไปเตสุ ภิกฺขูสุ ในภิกษุ ท.เหลานั้นหนา เย ภิกฺขู อ. ภิกษุ ท. เหลาใดน กโรนฺติ ยอมไมกระทํา วจน ซึ่งคํา ตุมฺหาก ของเธอ ท. ตุมฺเหอ. เธอ ท. กโรถ จงกระทํา ปพฺพาชนียกมฺม ซึ่งกรรมอันสงฆพึงขับไล เตส ภิกฺขูน แกภิกษุ ท. เหลานั้น ปน สวนวา เย ภิกฺขูอ. ภิกษุ ท. เหลใด กโรนฺติ ยอมกระทํา (วจน) ซึ่งคํา (ตุมฺหาก)ของเธอ ท. ตุมฺเห อ. เธอ ท. โอวทถ จงกลาวสอน อนุสาสถ จงพร่ําสอน เต ภิกฺขู ซึ่งภิกษุ ท. เหลานั้น หิ ก็ (ปุคฺคโล) อ.บุคคลโอวทนฺโต ผูกลาวสอนอยู อนุสาสนฺโต ผูพร่ําสอนอยู อปฺปโย เปนผูไมเปนที่รัก อปณฺฑิตานเอว ชนาน ของชน ท. ผูมิใชบัณฑิตนั่นเทียว โหติ ยอมเปน ปน แตวา (โส ปุคฺคโล) อ. บุคคลนั้น(โอวทนฺโต) ผูกลาวสอนอยู (อนุสาสนฺโต) ผูพร่ําสอนอยู ปโยเปนผูเปนที่รัก มนาโป เปนผูเปนที่ยังใจใหเอิบอาบ ปณฺฑิตาน ชนานของชน ท. ผูเปนบัณฑิต โหติ ยอมเปน อิติ ดังนี้ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวาธมฺม เทเสนฺโต เมื่อจะทรงสืบตอ ซึ่งอนุสนธิ แสดงซึ่งธรรม อาห
  • 12. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 12ตรัสแลว คาถ ซึ่งพระคาถา อิม นี้วา(โย ปุคฺคโล) อ.บุคคลใด โอวเทยฺย จ พึงกลาวสอนดวย อนุสาเสยฺย จ พึงพร่ําสอนดวยอสพฺภา นิวารเย จ พึงหาม จากธรรมอันเปนของสัตบุรุษหามิไดดวย โส ปุคฺคโล อ. บุคคลนั้นปโย เปนผูเปนที่รัก สต หิ ของสัตบุรุษ ท. เลโหติ ยอมเปน อปฺปโย เปนผูไมเปนที่รัก อสตของอสัตบุรุษ ท. โหติ ยอมเปน อิติ ดังนี้ ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา (ปุคฺคโล) อ. บุคคล วตฺถุสฺมึ ครั้นเมื่อเรื่อง อุปฺปนฺเน เกิดขึ้นแลว วทนฺฌต กลาวอยู โอวทติ นามชื่อวายอมกลาวสอน วตฺถุสุมึ ครั้นเมื่อเรื่อง อนุปฺปนฺเน ไมเกิดขึ้นแลว ทสฺเสนฺโต แสดงอยู วชฺช ซึ่งโทษ อนาคต อันไมมาแลวอยโสป โทโส เต สิยา อติอาทิวเสน ดวยอํานาจแหงคํามีคําวาอ. โทษแมอันมิใชยศ พึงมี แกทาน ดังนี้เปนตน อนุสาสติ นามชื่อวายอมพร่ําสอน วทนฺโต กลาวอยู สมฺมุขา ตอหนา โอวทตินาม ชื่อวายอมกลาวสอน เปเสนฺโต สงไปอยู ทูต วา ซึ่งทูตหรือสาสน วา หรือวาซึ่งสาสน ปรมฺมุขา ลับหลัง อนุสาสติ นามชื่อวายอมพร่ําสอน วทนฺโตป แมกลาวอยู สกึ คราวเดียว โอวทตินาม ชื่อวายอมกลาวสอน วทนฺโต กลาวอยู ปุนปฺปุน บอย ๆอนุสาสติ นาม ชื่อวายอมพร่ําสอน วา อีกอยางหนึ่ง (ปุคฺคโล)
  • 13. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 13อ. บุคคล โอวทนฺโตเอว กลาวอยูนั่นเทียว อนุสาสติ นาม ชื่อวายอมพร่ําสอน (โย ปุคฺคโล) อ. บุคคลใด โอวเทยฺย พึงกลาวสอนอนุสาเสยฺย พึงพร่ําสอน เอว อยางนี้ อิติ ดวยประการฉะนี้ (อิติ)ดังนี้ ตตฺถ ปเทสุ ในบท ท. เหลานั้นหนา (ปทสฺส) แหงบทวาโอวเทยฺย อิติ ดังนี้ ฯอตฺโถ อ. อรรถวา นิวาเรยฺย พึงหาม อกุสลธมฺมา จากธรรมอันเปนอกุศล คือวา ปติฏาเปยฺย พึงใหตั้งอยูเฉพาะ กุสลธมฺเมในธรรมอันเปนกุศล อิติ ดังนี้ (ปทสฺส) แหงบทวา อสพฺภา อิติดังนี้ ฯ(อตฺโถ) อ. อรรถวา ปุคฺคโล อ. บุคคล โส นั้น คือวาเอวรูโป ผูมีรูปอยางนี้ ปโย เปนผูเปนที่รัก สปฺปุริสาน ของสัตบุรุษท. พุทฺธาทีน มีพระพุทธเจาเปนตน โหติ ยอมเปน ปน แตวาเย ชนา อ. ชน ท. เหลาใด อทิฏธมฺมา เปนผูมีธรรมอันไมเห็นแลว วิติณฺณปรโลกา เปนผูมีโลกในเบื้องหนาอันขามวิเศษแลวอามิสจกฺขุกา เปนผูเห็นซึ่งอามิส ปพฺพชิตา เปนผูบวชแลว ชีวิตตฺถายเพื่อประโยชนแกชีวิต (โหนฺติ) ยอมเปน โส ปุคฺคโล อ. บุคคลนั้นโอวาทโก ผูกลาวสอน อนุสาสโก ผูพร่ําสอน อปฺปโย เปนผูไมเปนที่รัก เตส ชนาน ของชน ท.เหลานั้น อสต ชื่อวาผูเปนอสัตบุรุษ วิชฺฌนฺตาน ผูทิ่มแทงอยู มุขสตฺตีหิ ดวยหอกคือปาก ท. เอวอยางนี้วา ตฺว อ. ทาน อุปชฺฌาโย เปนพระอุปชฌายะ อมฺหากของขาพเจา ท. (อสิ) ยอมเปน น หามิได อาจริโย เปนอาจารย
  • 14. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 14(อมฺหาก) ของขาพเจา ท. (อสิ) ยอมเปน น หามิได ตฺวอ. ทาน โอวาสิ ยอมกลาวสอน อมฺเห ซึ่งขาพเจา ท. กสฺมาเพราะเหตุอะไร อิติ ดังนี้ อิติ ดังนี้ (ปทสฺส) แหงบทวา สตอิติ ดังนี้ ฯ
  • 15. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 15เรื่องพระฉันนเถระ๓. ๗/๔ ตั้งแต โส กิรายสฺมา อมฺหาก อยฺยปุตฺเตนเปนตนไป.กิร ไดยินวา โส อายสฺมา ฉนฺนตฺเถโร อ. พระเถระชื่อวาฉันนะ ผูมีอายุนั้น อกฺโกสติ ยอมดา อคฺคสาวเก ซึ่งพระอัครสาวกท. เทฺว ๒ วา อห อ. เรา นิกฺขมนฺโต เมื่อออกไป มหาภินิกฺขมนสูมหาภิเนษกรมณ สทฺธึ กับ อยฺยปุตฺเตน ดวยพระลูกเจา อมฺหากของเรา ท. น ปสฺสามิ ยอมไมเห็น อฺ ปุคฺคล ซึ่งบุคคลอื่นเอกป แมคนหนึ่ง ตทา ในกาลนั้น ปน แตวา อิทานิ ในกาลนี้อิเม ภิกฺขู อ. ภิกษุ ท. เหลานี้ วตฺวา วิจรนฺติ ยอมเที่ยวไปกลาววา อห อ. เรา สารีปุตฺโต นาม ชื่อวาเปนพระสารีบุตร (อมฺหิ)ยอมเปน อห อ. เรา โมคฺคลฺลาโน นาม ชื่อวาเปนพระโมคคัลลานะ(อมฺหิ) ยอมเปน มย อ. เรา ท อคฺคสาวกา เปนพระอัครสาวกอมฺห ยอมเปน อิติ ดังนี้ อิติ ดังนี้ ฯ สตฺถา อ. พระศาสดาสุตฺวา ทรงสดับแลว ต ปวตฺตึ ซึ่งความเปนไปนั้น สนฺติกา จากสํานัก ภิกฺขูน ของภิกษุ ท. ปกฺโกสาเปตฺวา ทรงยังบุคคลใหรองเรียกมาแลว ฉนฺนตฺเถร ซึ่งพระเถระชื่อวาฉันนะ โอวทิ ตรัสสอนแลว ฯโส ฉนฺนตฺเถโร อ. พระเถระชื่อวาฉันนะนั้น ตุณฺหี เปนผูนิ่ง ตขณ-
  • 16. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 16เอว ในขณะนั้นนั่นเทียว หุตฺวา เปน ปุน คนฺตฺวา เถเร อกฺโกสติ-เอว ไปแลว ดาอยู ซึ่งพระเถระ ท. อีกนั่นเทียว ฯสตฺถา อ. พระศาสดา ปกฺโกสาเปตฺวา ทรงยังบุคคลใหรองเรียกมาแลว (ฉนฺนตฺเถร) ซึ่งพระเถระชื่อวาฉันนะ อกฺโกสนฺต ผูดาอยู เอว อยางนี้ ยาวตติย ฉนฺน ดูกอนฉันนะ อคฺคสาวกา นามชื่อ อ. พระอัครสาวก ท. เทฺว ๒ กลฺยาณมิตฺตา เปนมิตรผูดีงามอุตฺตมปุริสา เปนบุรุษผูสูงสุด ตุยฺห ของเธอ (โหนฺติ) ยอมเปนตฺว อ. เธอ เสวสฺสุ จงเสพ ภชสฺสุ จงคบ กลฺยาณมิตฺเต ซึ่งกัลยาณมิตร ท. เอวรูเป ผูมีรูปอยางนี้ อิติ ดังนี้ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวาธมฺม เทเสนฺโต เมื่อจะทรงสืบตอ ซึ่งอนุสนธิ แสดงซึ่งธรรม อาหตรัสแลว คาถ ซึ่งพระคาถา อิม นี้วา(ปุคฺคโล) องบุคคล น ภเช ไมพึงคบ มิตฺเตซึ่งมิตร ท. ปาปเก ผูลามก น ภเช ไมพึงคบปุริสาธเม ซึ่งบุรุษผูต่ําทราม ท. ภเชถ พึงคบมิตฺเต ซึ่งมิตร ท. กลฺยาเณ ผูดีงาม ภเชถ พึงคบ ปุริสุตฺตเม ซึ่งบุรุษผูสูงสุด ท. อิติ ดังนี้ ฯอตฺโถ อ. เนื้อความวา (ชนา) อ. ชน ท. กายทุจฺจริตาทิ-อกุสลกมฺมาภิรตา ผูยินดียิ่งแลวในกรรมอันเปนอกุศลมีการะประพฤติชั่วดวยกายเปนตน ปาปมิตฺตา นาม ชื่อวาเปนมิตรผูลามก (โหนฺติ)
  • 17. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 17ยอมเปน (ชนา) อ.ชน ท. นิโยชกา ผูชักชวน อฏาเน ในฐานะอันไมควร สนฺธิจฺเฉทนาทิเก วา อันมีการตัดซึ่งที่ตอเปนตนหรือเอกวีสติอเนสนาปเภเท วา หรือวาอันมีการแสวงหาอันไมควร ๒๑เปนประเภท ปุริสาธมา นาม ชื่อวาเปนบุรุษผูต่ําทราม (โหนฺติ)ยอมเปน เอเต ชนา อ. ชน ท. เหลานั่น อุโภป แมทั้งสองปาปมิตฺตา จเอว เปนมิตรผูลามกดวยนั่นเทียว ปุริสาธมา จ เปนบุรุษผูต่ําทรามดวย (โหนฺติ) ยอมเปน (ปุคฺคโล) อ. บุคคล นภเชยฺย ไมพึงคบ คือวา น ปยิรูปาเสยฺย ไมพึงเขาไปนั่งใกล เตชเน ซึ่งชน ท. เหลานั้น ปน แตวา (ชนา) อ. ชน ท. วิปริตาผูผิดแลวตรงขาม กลฺยาณมิตฺตา จเอว ชื่อวาเปนมิตรผูดีงามดวยนั่นเทียว สปฺปุริสา จ ชื่อวาเปนสัตบุรุษดวย (โหนฺติ) ยอมเปน(ปุคฺคโล) อ. บุคคล ภเชถ พึงคบ คือวา ปยิรูปาเสถ พึงเขาไปนั่งใกล เต ชเน ซึ่งชน ท. เหลานั้น อิติ ดังนี้ ตสฺส คาถา-วจนสฺส แหงคําอันเปนพระคาถานั้น (ปณฺฑิเตน) อันบัณฑิต(เวทิตพฺโพ) พึงทราบ ฯ
  • 18. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 18เรื่องพระมหากัปปนเถระ๔. ๑๑/๖ ตั้งแต อเถกทิวส วิหาเร ธมฺมสฺสวน เปนตนไป.อถ ครั้งนั้น เอกทิวส ในวันหนึ่ง ธมฺมสฺสวน อ. การฟงซึ่งธรรม วิหาเร ในวิหาร (ชเนหิ) อันชน ท. สงฺฆุฏ ปาวประกาศแลว น เต กุฏมฺพิกา อ. กุฎมพี ท. เหลานั้น สพฺเพป แมทั้งปวงสุตฺวา ฟงแลววา สตฺถา อ. พระศาสดา เทเสติ จะทรงแสดง ธมฺมซึ่งธรรม อิติ ดังนี้ (มนฺเตตฺวา) ปรึกษากันแลววา มย อ. เรา ท.สุณิสฺสาม จักฟง ธมฺม ซึ่งธรรม อิติ ดังนี้ อคมสุ ไดไปแลววิหาร สูวิหาร สทฺธึ พรอม ภริยาย ดวยภรรยา ฯ เตส กุฏมฺพิกานวิหารมชฺฌ ปวิฏกฺขเณ ในขณะแหงกุฎมพี ท. เหลานั้นเขาไปแลวสูทามกลางแหงวิหาร วสฺส อ. ฝน อุฏหิ ตั้งขึ้นแลว ฯ สาม-เณราทโย ปพฺพชิตา อ. บรรพชิต ท. มีสามเณรเปนตน กุลุปกา วาผูเปนกุลุปกะหรือ าตี วา หรือวาผูเปนญาติ เยส ชนาน ของชนท. เหลาใด อตฺถิ มีอยู เต ชนา อ. ชน ท. เหลานั้น ปวิสึสุเขาไปแลว ปริเวณานิ สูบริเวณ ท. เตส ปพฺพชิตาน ของบรรพชิตท. เหลานั้น ฯ ปน สวนวา เต กุฏมฺพิกา อ. กุฎมพี ท. เหลานั้นอวิสหนฺตา ไมอาจอยู ปวิสิตุ เพื่ออันเขาไป กตฺถจิ าเน ในที่ไหน ๆตถารูปาน ปพฺพชิตาน นตฺถิตาย เพราะความที่แหงบรรพชิต ท. ผูมี
  • 19. ประโยค๒ - คัณฐีพระธัมมปทัฏฐกถา ยกศัพทแปล ภาค ๔ - หนาที่ 19รูปอยางนั้นไมมีอยู อฏึสุ ไดยืนอยูแลว วิหารมชฺเฌเอว ในทามกลางแหงวิหารนั่นเทียว ฯอถ ครั้งนั้น เชฏกกุฏมฺพิโก อ. กุฎมพีผูเจริญที่สุด อหากลาวแลววา ตุมฺเห อ. ทาน ท. ปสฺสถ จงดู วิปฺปการ ซึ่งประการอันแปลก อมฺหาก ของเรา ท.เถิด กุลปุตฺเตหิ นาม เอตฺตเกนการเณน ลชฺชิตุ อ. อันชื่ออันกุลบุตร ท. ละอาย ดวยเหตุอันมีประมาณเทานี้ ยุคฺต สมควรแลว อิติ ดังนี้ เน ปริวารกุฏมฺพิเกกะกุฎมพีผูเปนบริวาร ท. เหลานั้น ฯ (ปริวารกุฏมฺพิกา) อ. กุฎมพีผูเปนบริวาร ท. (อาหสุ) กลาวแลววา อยฺย ขาแตนายเจา มยอ. เรา ท. กโรม จะกระทํา กึ ซึ่งอะไร อิติ ดังนี้ ฯ (เชฏก-กุฏมฺพิโก) อ. กุฎมพีผูเจริญที่สุด (อาห) กลาวแลววา มย อ. เราท. ปตฺตา เปนผูถึงแลว วิปฺปการ ซึ่งประการอันแปลก อิม นี้อภาเวน เพราะความไมมี วิสฺสาสิกฏานสฺส แหงที่อันมีความคุนเคย(อมฺห) ยอมเปน สพฺเพ มย อ.เรา ท. ทั้งปวง สหริตฺวา รวบรวมแลว ธน ซึ่งทรัพย กโรม จงกระทํา ปริเวณ ซึ่งบริเวณเถิด อิติดังนี้ ฯ (ปริวารกุฏมฺพิกา) อ. กุฎมพีผูเปนบริวาร ท. (อาหสุ)กลาวแลววา อยฺย ขาแตนายเจา สาธุ อ. ดีละ อิติ ดังนี้ ฯ เชฏโกอ. กุฎมพีผูเจริญที่สุด อทาสิ ไดใหแลว สหสฺส ซึ่งพันแหงทรัพยเสสา กุฏมฺพิกา อ. กุฎมพี ท. ผูเหลือ (อทสุ) ไดใหแลว สตานิซึ่งรอยแห
  • Similar documents
    View more...
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks