ผ จ ดทา 1. ด.ญ.ญาณ ภ ค สดคมขา ช น ม.3/1 เลขท 2 2. ด.ญ.อาจร ย ดรด ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.ชน กานต ดาวหน ช น ม.3/1 เลขท 18 - PDF

Description
1 โครงงานโปรแกรมคานวณค า sine ผ จ ดทา 1. ด.ญ.ญาณ ภ ค สดคมขา ช น ม.3/1 เลขท 2 2. ด.ญ.อาจร ย ดรด ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.ชน กานต ดาวหน ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.บ ญญา ขาเพ ง ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.ปลายฝน

Please download to get full document.

View again

of 26
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Automobiles

Publish on:

Views: 29 | Pages: 26

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
1 โครงงานโปรแกรมคานวณค า sine ผ จ ดทา 1. ด.ญ.ญาณ ภ ค สดคมขา ช น ม.3/1 เลขท 2 2. ด.ญ.อาจร ย ดรด ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.ชน กานต ดาวหน ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.บ ญญา ขาเพ ง ช น ม.3/1 เลขท ด.ญ.ปลายฝน บ ญเก ด ช น ม.3/1 เลขท 28 โครงงานน เป นส วนหน งของการศ กษาว ชา ง23101 การงานอาช พและเทคโนโลย 5 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย คอมพ วเตอร โรงเร ยนส รนาร ว ทยา ส าน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษาเขต 31 ส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ การ ป การศ กษา 2556 1 บทท 1 บทน ำ ควำมเป นมำและควำมส ำค ญของป ญหำ ตร โกณม ต เป นส วนหน งของรายว ชาคณ ตศาสตร ท ม ความสาค ญและซ บซ อน โดยม เน อหาเก ยวก บ ความส มพ นธ ของความยาวด านและม มในร ปสามเหล ยมม มฉาก ในร ปฟ งก ช น ไซน (sine) โคไซน (cosine) แทนเจนท (tangent) และส วนกล บของท ง 3 ฟ งก ช น ซ งเป นป ญหาทา ให น กเร ยนส วนใหญ ม กจะส บสนเก ยวก บการคานวณค าของฟ งก ช น ทางคณะผ จ ดทาได เห นถ ง ความสาค ญของป ญหาด งกล าว จ งได จ ดทาโครงงาน เร อง โปรแกรมคานวณค าไชน (Sine)ข น เพ อให ง ายต อการคานวณค าไชน (Sine) ว ตถ ประสงค ออกแบบและพ ฒนาโปรแกรมคานวณค าไซน (Sine) ขอบเขตของโครงงาน ของโปรแกรม โปรแกรมสามรถคานวณค าไซน (sine)ได จากค าของม มท ร บจากแป นพ มพ ตามเง อนไข ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ น ยำมศ พท เฉพำะ 1. เป นแนวทางในการพ ฒนาโปรแกรมโดยใช ภาษาซ ในระบบงานอ นๆ 2. อานวยความสะดวกในการคานวณค าไซน (sine) ตร โกณม ต เป นแขนงหน งของคณ ตศาสตร ว าด วยการว ดร ปสามเหล ยมต างๆโดยหา ความส มพ นธ ระหว างด านและม ม จะปรากฏในล กษณะคาบหร อ อ ตราส วนของด าน 2 ด านของ ร ปสามเหล ยมม มฉาก Sine ของม ม ค อ อ ตราส วนของความยาวด านตรงข าม ต อ ความยาวด านตรงข ามม มฉาก 2 บทท 2 เอกสำรท เก ยวข อง 1. เอกสำรท เก ยวข องก บฟ งก ช นตร โกณม ต 1.1 ควำมส มพ นธ ของสำมเหล ยมคล ำยและตร โกณม ต ร ปสามเหล ยมสองร ปจะเร ยกว าคล ายก น ถ าร ปหน งสามารถขยายได เป นอ กร ปหน ง และ จะเป นกรณ น ก ต อเม อม มท สมน ยก นม ขนาดเท าก น ต วอย างเช น ร ปสามเหล ยมสองร ปท ม ม ม ร วมก นม มหน ง และด านท ตรงข ามก บม มน นขนานก น เป นข อเท จจร งว าร ปสามเหล ยมท คล ายก น ด านแต ละด านจะเป นส ดส วนก น น นค อ ถ าด านท ยาวท ส ดของร ปสามเหล ยมหน ง ยาวเป นสองเท า ของด านท ยาวท ส ดของร ปสามเหล ยมท คล ายก น จะกล าวได ว า ด านท ส นท ส ดจะยาวเป นสองเท า ของด านท ส นท ส ดของอ กร ปสามเหล ยม และด านท ยาวปานกลางก จะเป นสองเท าของอ กร ป สามเหล ยมเช นก น อ ตราส วนระหว างด านท ยาวท ส ดและด านท ส นท ส ดของร ปสามเหล ยมแรก จะ เท าก บ อ ตราส วนระหว างด านท ยาวท ส ดและด านท ส นท ส ดของร ปสามเหล ยมอ กร ปด วย จากข อเท จจร งเหล าน เราจะน ยามฟ งก ช นตร โกณม ต เร มต นด วยร ปสามเหล ยมม มฉาก ซ ง เป นร ปสามเหล ยมซ งม ม มฉากหน งม ม (90 องศา หร อ π/2 เรเด ยน) ด านท ยาวท ส ดในร ป สามเหล ยมใดๆจะอย ตรงข ามก บม มท ใหญ ท ส ด แต เพราะว าผลรวมของม มภายในร ปสามเหล ยม เท าก บ 180 องศา หร อ π เรเด ยน ด งน นม มท ใหญ ท ส ดในร ปสามเหล ยมน ค อม มฉาก ด านท ยาว ท ส ดในร ปสามเหล ยมจ งเป นด านท ตรงข ามก บม มฉาก เร ยกว า ด านตรงข ามม มฉาก นาร ปสามเหล ยมม มฉากมาสองร ปท ม ม ม A ร วมก น ร ปสามเหล ยมท งสองน จะคล ายก น และอ ตราส วนของด านตรงข ามม ม A ต อด านตรงข ามม มฉาก จะเท าก นท งสองร ป ม นจะเป น จานวนระหว าง 0 ถ ง 1 ข นอย ก บขนาดของม ม A เท าน น เราเร ยกว า ไซน ของ A และเข ยนด วย sin 3 (A) ในทานองเด ยวก น เราน ยาม โคไซน ของ A ค ออ ตราส วนระหว าง ด านประช ดม ม A ต อด านตรง ข ามม มฉาก ฟ งก ช นเหล าน เป นฟ งก ช นตร โกณม ต ท สาค ญ ฟ งก ช นอ นๆสามารถน ยามโดยใช อ ตราส วนของด านต างๆของร ปสามเหล ยม แต ม นก สามารถเข ยนได ในร ปของ ไซน และ โคไซน ฟ งก ช นเหล าน ค อ แทนเจนต, ซ แคนต, โคแทนเจนต, และ โคซ แคนต tan A = = sec A = = cot A = = cosec A = = 4 เอกสำรท เก ยวข องก บกำรเข ยนโปรแกรมด วยภำษำซ 1. ประว ต ความเป นมาของภาษา ภาษาซ ได ถ กพ ฒนาข นโดย เดนน ช ร ทช (Dennis Ritchie) ซ งเป นว ศวกรซอฟท แวร ของบร ษ ท AT&T BellLaboratories และได น บการพ ฒนาในป พ.ศ ( ค.ศ.1970 ) ท ห องปฎ บ ต การเบล ท เม องเมอร ร ฮ ล มลร ฐน วเจอร ซ โดยนาเอาหล กการของภาษา B ท พ ฒนาโดย เคนทอมส น (Ken Thomson) ซ ง เคนทอมส น ใช ช อว าBCPL (Basic Combined Programming Language) แต ภาษา B ม ข อเส ยหลายอย างโดยเฉพาะการย ดต ดก บฮาร ดแวร และไม ม ชน ดข อม ล เดนน สจ งนาภาษา B มาพ ฒนาและเพ มชน ดข อม ลลงไปโดยต ดบางส วนท ข นก บสถาป ตยกรรม ของเคร องให ม ล กษณะย ดหย นมากข นทาให เป นภาษาท ม ค ณสมบ ต ท ด ม ความเร วส ง และนามา พ ฒนาแล วให ช อว า ภาษาซ C จ งมาจากอ กษรต วท สองของช อ BCPL ท ถ ดจาก B ภาษาซ ได ถ ก นามาใช เข ยนระบบปฏ บ ต การย น กซ และได ร บการพ ฒนาด วยการใช ภาษาซ เป นหล ก นอกจาก ภาษาซ จะเป นภาษาท ใช เข ยนซอฟท แวร ระบบ ภาษาน ก สามารถนาไปเข ยนโปรแกรมประย กต อ น ได หลากหลาย เช น โปรแกรม Word, โปรแกรมบ ญช, เกม เป นต น 1. โครงสร ำงของโปรแกรมภำษำซ (Structure) โปรแกรมภาษาซ ประกอบด วยส วนสาค ญ ด งน 1.1 ส วนห วของโปรแกรม (Header files) เป นส วนท ม ไว เพ อเข ยนคาส งพ เศษบางอย างท ต องการให ทางานก อนท จะเข าส ต วโปรแกรมเร ยกว า พร โพรเซสเซอร ไดเร คท ฟ ใช ระบ เพ อบอกให คอมพ วเตอร กระทาการใดๆ ก อนการแปลผลโปรแกรม ในท น คาส ง #include stdio.h ใช บอกคอมไพเลอร ให นาเฮดเดอร ไฟล ท ระบ ค อ stdio.h เข าร วมในการแปลโปรแกรมด วย โดยการกาหนดพร โพรเซสเซอร ไดเร ค ท ฟ จะต องข นต นด วยเคร องหมาย # เสมอ คาส งท ใช ระบ ให คอมไพเลอร นาเฮดเดอร ไฟล เข าร วมในการแปลโปรแกรม ต อง เข ยนตามร ปแบบท กาหนดไว ด งน #include ช อไฟล.h เป นคาส งท เร ยกใช งานจากไฟล อ น เช น #include stdio.h การเข ยนล กษณะน จะบอกคอมไพเลอร ว า ขณะคอมไพลอร โปรแกรมท ผ ใช ข ยน ให นาข อม ลใน ไฟล stdio.h มารวมด วย เพราะขณะจะใช คาส งต าง ๆ เช น scanf() หร อ printf() จาเป นต องด ยวข อง ก บไฟล stdio.h ด วยจ งจะใช งานได 1.2 ส วนของต วโปรแกรม (Body) 5 เป นส วนท ผ ใช ต องเข ยนข นเองโดยนาเอาฟ งก ช นหร อฟ งก ช นมาตรฐานต างๆมา เร ยบเร ยงข นเป น โปรแกรม จะเร มด วยฟ งก ช น main ( ); ซ งเป นฟ งก ช นหล กของโปรแกรม และม เคร องหมายป กกาเป ด ( { ) เป น เคร องหมายเร มต นการเข ยนโปรแกรม เคร องหมายป กกาป ด ( } ) เป นเคร องหมายจบโปรแกรมภายในฟ งก ช น main( ) จะประกอบไปด วยช ดฟ งก ช นและฟ งก ช น ต าง ๆ การเข ยนโปรแกรมภาษาซ จะเข ยนด วยต วอ กษร ภาษาอ งกฤษต วพ มพ เล ก ภาษาซ จะแยก ความแตกต างระหว างต วอ กษรพ มพ เล กและต วพ มพ ใหญ ในภาษาซ จะใช คาว า คาส ง แทนคาว า ฟ งก ช น ซ งท งสองคาม ความหมายเหม อนก น 1.3 ส วนคาอธ บายโปรแกรม (Comment lines) เป นส วนท ผ ใช ใช ในการอธ บายโปรแกรมอาจพ มพ ข อความ ส ตรอ นๆ ท เก ยวข องก บโปรแกรมโดยอธ บาย ส วนต าง ๆ ของโปรแกรม ว าแต ละส วนทาหน าท อะไร ต วแปร แต ละต วใช แทนค าอะไร ส วนของโปรแกรมส วนน จะม หร อไม ม ก ได ไม ม ผลต อการคอมไพล ถ า ต องเข ยนให เร มต นด วยเคร องหมาย /* ตามด วยข อความท ต องการ แล วป ดท ายด วย */ (เคร องหมาย / และ * ต องเข ยนต ดก นเสมอ) คอมเมนต ในภาษาซ คอมเมนต (comment) ค อส วนท เป นหมายเหต ของโปรแกรม ม ไว เพ อให ผ เข ยนโปรแกรมใส ข อความอธ บายกาก บลงไปใน source code ซ งคอมไพเลอร จะข ามา การแปลผลในส วนท เป นคอมเมนต น คอมเมนต ในภาษาซ ม 2 แบบค อ - คอมเมนต แบบบรรท ดเด ยว ใช เคร องหมาย // - คอมเมนต แบบหลายบรรท ด ใช เคร องหมาย /* และ */ 6 ภาพท 1 โครงสร างโปรแกรมภาษาซ ส วนห วของโปรแกรม (Header files) ส วนของต วโปรแกรม (Body) ส วนคำอธ บำยโปรแกรม (Comment lines) 2. จ ดเด นของภำษำซ 2.1 เป นภาษาท ม ล กษณะเป นโครงสร างจ งเข ยนโปรแกรมง าย โปรแกรมท เข ยนข นจะ ทางานได อย างม ประส ทธ ภาพส ง ส งงานคอมพ วเตอร ได รวดเร วกว าภาษาระด บส งอ น ๆ 2.2 ส งงานอ ปกรณ ในระบบคอมพ วเตอร ได เก อบท กส วนของฮาร ดแวร ซ งภาษาระด บ ส งภาษาอ นทางานด งกล าวได น อยกว า 2.3 คอมไพเลอร ภาษาซ ท กโปรแกรมในท องตลาดจะทางานอ างอ งมาตรฐาน (ANSI= American National Standards Institute) เก อบท งหมด จ งทาให โปรแกรมท เข ยนข นด วยภาษาซ สามารถนาไปใช ก บคอมพ วเตอร ได ท กร นท มาตรฐาน ANSI ร บรอง 2.4 โปรแกรมท เข ยนข นด วยภาษาซ สามารถนาไปใช ก บเคร องคอมพ วเตอร ท ใช ซ พ ย ต างเบอร ก นได หร อกล าวได ว าโปรแกรมม ความย ดหย น (portabiliy) ส ง 2.5 สามารถนาภาษาซ ไปใช ในการเข ยนโปรแกรมประย กต ได หลายระด บเช น เข ยน โปรแกรมจ ดระบบงาน (OS) คอมไพเลอร ของภาษาอ น โปรแกรมส อสารข อม ลโปรแกรมจ ด ฐานข อม ล โปรแกรมป ญญาประด ษฐ (AI = Artificial Inteeligent) รวมท งโปรแกรมคานวณงาน ทางด านว ทยาศาสตร และว ศวกรรมศาสตร เป นต น 2.6 ม โปรแกรมช วย (tool box) ท ช วยในการเข ยนโปรแกรมมาก และราคาไม แพงหา ซ อได ง าย เช น vitanin c หร ออ น ๆ 7 2.7 สามารถประกาศข อม ลได หลายชน ดและหลายร ปแบบ ทาให สะดวกรวดเร วต อ การพ ฒนาโปรแกรมตามว ตถ ประสงค ของผ ใช 2.8 ประย กต ใช ในงานส อสารข อม ล และงานควบค มท ต องการความแม นยาในเร อง เวลา(real time application) ได ด กว าภาษาระด บส งอ น ๆ หลาย ๆ ภาษา 2.9 สามารถเข ยนโปรแกรมด วยเทคน คแบบโอโอพ (OOP = Object Oriented Programming) ได หากใช ภาษาซ ร น TURBO C++ ข นไป ทาให สามารถพ ฒนาโปรแกรมประย กต เพ อใช งานได กว างขวางมากย งข นกว าเด ม 8 บทท 3 ว ธ กำรดำเน นงำน ข นตอนว ธ ดำเน นงำน 1. เสนอห วข อโครงงาน 2. ศ กษาค นคว าเก ยวก บการค ดคานวณค า sine 3. ศ กษาค นคว าเก ยวก บการเข ยนโปรแกรมด วยภาษาซ และโปรแกรม Dev-C++ ท ใช ใน การเข ยนโปรแกรม 4. ว เคราะห ออกแบบและเข ยนโปรแกรมการคานวณค า sine 5. ทดลองใช งานและทาการปร บปร งเพ อให เหมาะสมก บการใช งาน 6. นาเสนอผลงาน แผนงำนและระยะในกำรดำเน นงำน ตารางท 2 แสดงแผนงานและระยะเวลาในการดาเน นงาน 1. เสน
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks