กรณีตัวอย่างพฤติกรรมข้าราชการที่ประพฤติ

Description
1. วินัยข้าราชการ หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ แบบแผนความประพฤติ…

Please download to get full document.

View again

of 28
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Education

Publish on:

Views: 5 | Pages: 28

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. วินัยข้าราชการ หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ แบบแผนความประพฤติ ที่ทางราชการกาหนดให้ข้าราชการจะต้องยึดถือ และปฏิบัติ หรือมองย้อนกลับหมายถึง ลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ข้าราชการแสดงออกมาในทางที่ถูกที่ควรอัน เป็นการควบคุมตนเองให้แสดงพฤติกรรมที่ถูกระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือแบบแผนที่ทางราชการกาหนดไว้ จุดมุ่งหมายของการกาหนดให้มีวินัยข้าราชการ เพื่อประโยชน์ของราชการ เพื่อความเจริญ ความสงบ เรียบร้อยของทางราชการ เพื่อให้ราชการดาเนินไปด้วยดี มีประสิทธิภาพ และเพื่อชื่อเสียงของทางราชการ ดังนั้นการกระทาของข้าราชการพลเรือนที่ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อจุดมุ่งหมาย การกระทานั้นก็ไม่ควรจะอยู่ ในข่ายผิดวินัย ซึ่งต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป วินัยข้าราชการมีความสาคัญทั้งต่อตัวข้าราชการเอง และงานราชการ ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการจึง มีหน้าที่ที่ต้องเสริมสร้าง พัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัย และป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทาผิดวินัย ตลอดทั้งดาเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเมื่อมีการกระทาผิดวินัย สาหรับสาเหตุของการกระทาผิด วินัยนั้นมีทั้งสาเหตุภายนอก เช่นความไม่รู้ ,งานกับคนไม่สมดุลกัน,อบายมุขต่าง ๆ ,ตัวอย่างไม่ดี,โอกาสเปิด ช่องล่อใจ, การปล่อยปละละเลยของผู้บังคับบัญชา ,ความขัดแย้งระหว่างบุคคล เป็นต้น ส่วนสาเหตุภายในเช่น ไม่เข้าใจ ,ตามใจ,ไม่ใส่ใจ,ชะล่าใจ,เผลอใจ,ล่อใจ,ไม่มีจิตใจ,จาใจ,เจ็บใจ,ตั้งใจ เป็นต้น เมื่อมีการกระทาผิดวินัย จะต้องมีการลงโทษทางวินัย ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้กาหนดโทษทางวินัยข้าราชการพลเรือน ไว้ 5 สถานคือ (1) ภาคทัณฑ์ (2) ตัดเงินเดือน ซึ่งตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 กาหนดให้ตัดเงินเดือน ได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 2 หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ได้รับในวันที่มีคาสั่งลงโทษเป็นเวลาหนึ่งเดือน สองเดือน หรือสามเดือน (3) ลดเงินเดือน ซึ่งตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 กาหนดให้ลดเงินเดือน ได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 2 หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับในวันที่มีคาสั่งลงโทษ (4) ปลดออก (5) ไล่ออก โดยโทษสาหรับข้าราชการที่กระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ลงโทษ ภาคทัณฑ์ ,ตัดเงินเดือน หรือลด เงินเดือน สาหรับข้าราชการที่กระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ลงโทษปลดออก หรือไล่ออก สาหรับการว่ากล่าว ตักเตือน และการทาทัณฑ์บน ไม่ใช่โทษทางวินัย วินัย และการรักษาวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ตามรายมาตรา บทบัญญัติเกี่ยวกับวินัยข้าราชการพลเรือน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กาหนดให้ข้าราชการต้องรักษาวินัยโดยกระทาการ (พฤติกรรมที่พึงปฏิบัติ) และไม่กระทาการ (พฤติกรรมที่ไม่พึงปฏิบัติ) โดยพฤติกรรมที่พึงปฏิบัติหรือต้องปฏิบัติหรือให้กระทาการ กาหนดไว้ในมาตรา 81 และมาตร 82 ดังนี้ มาตรา ๘๑ ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  • 2. มาตรา 82 ข้าราชการพลเรือนสามัญ ต้องกระทาการอันเป็นข้อปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม คาอธิบายเพิ่มเติม ซื่อสัตย์ คือ ตรงไปตรงมา,ไม่คดโกง, ไม่หลอกลวง สุจริต คือ ที่ดีที่ชอบตามคลองธรรม เที่ยงธรรม คือ ไม่ลาเอียง กรณีตัวอย่างการกระทาผิดวินัย กรณีที่ 1 นางจันทร์ฯ พนักงานธุรการ 5 ปฏิบัติงานฝ่ายพัสดุ มีหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง ได้ ดาเนินการจัดซื้อวัสดุ ประเภทแก้วกรวยกระดาษ เป็นเงินจานวน 6,420 บาท โดยยืมเงินสวัสดิการ โรงพยาบาล เพื่อสารองจ่ายค่าวัสดุดังกล่าว ปรากฏว่านางจันทร์ฯ ไม่ได้นาเงินจานวนดังกล่าวไปสารองจ่าย เป็นค่าวัสดุแต่อย่างใด กลับนาเงินไปให้ญาติของตนยืมไปใช้ เมื่อถึงกาหนดส่งใช้เงินยืม จึงไม่มีหลักฐาน ที่จะ ส่งใช้เงินคืน เมื่อผู้บังคับบัญชาทวงถามจึงนาเงินจานวน 6,420 บาท มาคืน พฤติการณ์เป็นการกระทาความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ได้รับโทษตัดเงินเดือนจานวน 5 % เป็นเวลา 1 เดือน (ตาม พ.ร.บ.ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535) กรณีที่ 2 นางอารี ตาแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน 5 รับผิดชอบงานด้านการเงิน บัญชีและพัสดุและงานสาธารณสุขมูลฐานของสานักงานสาธารณสุขอาเภอโห่ร้อง นางอารี ได้วางฎีกาเบิกเงิน งบประมาณงานสาธารณสุขมูลฐาน เพื่อจ่ายให้กับศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (ศสมช.) ของอาเภอโห่ร้อง จานวน 44 หมู่บ้าน เป็นเงินรวม 330,000 บาท เมื่อนางอารี ได้รับเช็คเงินดังกล่าวมาจากสานักงาน สาธารณสุขจังหวัดแล้วก็นาเข้าบัญชีของสานักงานสาธารณสุขอาเภอแล้วออกเช็คสั่งจ่ายในชื่อของนางอารีหรือ ผู้ถือ จากนั้นนางอารี ได้นาเช็คไปเบิกและรับเงินจานวนดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2543 แล้วนามาเก็บ ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทางานของตนซึ่งเป็นโต๊ะเหล็ก 4 ลิ้นชัก มีกุญแจติดอย่างแน่นหนาเนื่องจากสานักงาน สาธารณสุขอาเภอโห่ร้องไม่มี ตู้นิรภัยเก็บรักษาเงิน เมื่อนางอารี ได้รับสมุดคู่ฝากของ ศสมช มาครบถ้วนแล้วก็ มิได้ดาเนินการนาเงินฝากเข้าบัญชีในเวลาอันควร คือ ได้นาเงินเข้าบัญชีในระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม 2543 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2543 เหตุที่นาเงินเข้าบัญชีล่าช้าเนื่องจากในช่วงนั้นสานักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ เร่งรัดการจัดทาบัตรผู้มีรายได้น้อยประเภทต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2543 ซึ่งนางอารี มี หน้าที่รับผิดชอบในการจัดทาบัตรดังกล่าวจึงได้ดาเนินการจัดทาบัตรให้ทันเวลาก่อนโดยยังไม่ได้นาเงินเข้า บัญชีให้กับ ศสมช. อีกทั้งได้นาเงินบางส่วนไปสารองจ่ายในการอบรมโครงการป้องกันไข้เลือดออกและจ่ายค่า วัสดุสานักงานของสานักงานสาธารณสุขอาเภอโห่ร้อง และนาเงินในส่วนที่เหลือทยอยจ่ายให้ ศสมช. ของ หมู่บ้านแต่ละแห่งจนครบถ้วน ทั้งนี้ในการจัดทาบัญชีของนางอารี มิได้มีการจัดทาสมุดเงินสดและลงรายการให้ ครบถ้วนในทะเบียนคุมเงินงบประมาณเพื่อเป็นหลักฐานให้สามารถตรวจสอบได้และการฝากถอนเงิน งบประมาณของสานักงานสาธารณสุขอาเภอโห่ร้อง นางอารี จะถือและปฏิบัติมาตลอดว่าเมื่อมีการฝากก็จะเบิก
  • 3. ออกมาจากบัญชีทั้งหมดเพื่อทาให้บัญชีคงเหลือเป็นศูนย์และส่วนมากจะเบิกในนามของนางอารี ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่รับผิดชอบการเงินและบัญชี กรณีจึงยังไม่มีพยานหลักฐานที่จะชี้ชัดได้ว่านางอารีได้นาเงินที่เบิก ออกมาจานวน 330,000 บาท ไปหมุนเวียนใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แต่ น่าเชื่อว่านางอารี ได้ดาเนินการไปตามความเข้าใจและแนวปฏิบัติที่เคยปฏิบัติมาโดยไม่มีเจตนาทุจริต ซึ่งการ กระทาของนางอารี เป็นการไม่ถือปฏิบัติตามข้อ 18 และข้อ 35 แห่งระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนาเงิน ส่งคลังในหน้าที่ของอาเภอและกิ่งอาเภอ พ.ศ.2520 ข้อ 54 แห่งระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ.2520 พฤติกรรมของนางอารี ดังกล่าว เป็นการกระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมและฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรีและนโยบายของทางราชการ จึงมีคาสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนนางอารี จานวน 1 ขั้น กรณีที่ 3 นายทะเยอทะยาน ตาแหน่งหัวหน้าสถานีอนามัย ปฏิบัติงานที่สานักงาน สาธารณสุขอาเภอใจ รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการคณะกรรมการ พิจารณาความดีความชอบ จังหวัดวุ่นวาย อยากได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ ( 1 ขั้น) จึงไป ขอร้องให้ นายปั่นป่วน สาธารณสุขอาเภอใจ ให้เสนอชื่อตนเป็นผู้สมควรได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ ตอนแรกขอร้องไม่สาเร็จเพราะนายปั่นป่วนใจยังใจแข็ง ต่อมาเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาความดี ความชอบของสาธารณสุขอาเภอใจไม่ได้มีมติให้เสนอรายชื่อนายทะเยอทะยานเป็นผู้ที่สมควรได้รับการเลื่อน ขั้นกรณีพิเศษครั้งนี้ด้วย นายทะเยอทะยานจึงได้พยายามขอร้องนายปั่นป่วนอีกครั้งจนนายปั่นป่วนยอมแก้ไข เปลี่ยนแปลงโดยเสนอรายชื่อให้นายทะเยอทะยานเป็นผู้ที่สมควรได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษแทน นางตกรอบซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้การเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาความดี 3ความชอบ ให้ได้รับการเลื่อน ขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ จนจังหวัดวุ่นวายมีคา สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนนายทะเยอทะยานสมดังความต้องการ และ เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าตัวเองได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ เมื่อได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษแล้ว ก่อนส่งคา สั่งไปให้โรงพยาบาลใจเบิกจ่ายเงินเดือนอัตราใหม่ นายทะเยอทะยานซึ่งมีหน้าที่ดา เนินการดังกล่าว ยังได้ลบข้อความว่า “ข้อ 8” ในบัญชีแนบท้ายคา สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนของตนอันหมายถึงได้รับการเลื่อนขั้น เงินเดือนกรณีพิเศษ ( 1 ขั้น) ออกไปอีกด้วย การกระทาของนายทะเยอทะยานเป็นเรื่องที่ทา ให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตนเอง กระทบ ต่อขวัญและกา ลังใจของเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนความเชื่อถือของระบบคุณธรรมกรณีเป็นกระทา ผิดวินัยไม่ ร้ายแรง ฐานไม่ซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม และฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของ ตาแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสียโดยไม่กระทา การใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ลงโทษตัด เงินเดือน จานวน 5 % เป็นเวลาหนึ่งเดือน มาตรา82 (๒) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติ ของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ คาอธิบายเพิ่มเติม กฎหมาย และระเบียบของทางราชการที่กาหนดให้มีอานาจ/หน้าที่ กฎหมาย, กฎ
  • 4. กฎหมาย หรือ กฎ ใดก็ได้ ที่กาหนด “อานาจ หรือ หน้าที่” ไว้ เช่น กาหนดให้ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่/หน้าที่ราชการ ระเบียบของทางราชการ ต้องเป็นระเบียบเฉพาะ เช่น ระเบียบ การเงิน/พัสดุ ที่กาหนด “หน้าที่” ไว้ เช่นระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ ข้อ ๗๑ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทาการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกาหนดไว้ในสัญญาหรือ ข้อตกลงการตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วน ราชการก่อน (๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุ ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนาพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทาใบตรวจ รับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อยสองฉบับมอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อดาเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลังและรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการ ทราบ ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกาหนดในสัญญาหรือข้อตกลง ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี (๕) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจานวน หรือส่งมอบครบ จานวน แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจานวนที่ ถูกต้อง โดยถือปฏิบัติตาม (๔) และโดยปกติให้รับรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ทราบภายใน ๓ วันทาการ นับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ของส่วนราชการที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างใน จานวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น (๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่าง หนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น และโดยปกติ ให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทาการนับแต่วันที่ตรวจพบ (๗) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุ โดยทาความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอ หัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดาเนินการตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี ความผิดเกี่ยวกับการตรวจรับพัสดุ/ตรวจรับการจ้าง 1. ไม่ยอมทาหน้าที่ตรวจรับพัสดุ/ตรวจรับการจ้าง - ผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบฯ - ผิดฐานขัดคาสั่งผู้บังคับบัญชาฯ 2. พบว่าของไม่มี่/ไม่ครบ/ไม่ถูกต้อง ไม่ยอมรายงาน/ทาความเห็นแย้ง -ผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบฯ ระเบียบแบบแผนของทางราชการ “ แบบแผน” คือขนบธรรมเนียมที่กาหนดไว้ หรือ เคยประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา 1. เป็นระเบียบแบบแผนของทางราชการทั่วไป 2. กาหนดหน้าที่ทั่วไปที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม 3. ไม่จาเป็นต้องกาหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ระเบียบลงชื่อมาปฏิบัติราชการ/เวลาทางาน/ระเบียบการลา/ระเบียบเกี่ยวกับรถราชการ
  • 5. การสวมหมวกกันน็อก/คาดเข็มขัดนิรภัย/ ระเบียบการแต่งกาย/ระเบียบบ้านพัก กรณีตัวอย่างการกระทาผิดวินัย กรณีที่ 1 นางสมุทรฯ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ทาหน้าที่รับเงินและออกใบเสร็จรับเงิน ค่าบริการทางการแพทย์ตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อเสร็จสิ้นการรับเงินประจาวันแต่ละวันแล้ว จะต้องนาเงินสดพร้อมต้นขั้วสาเนาใบเสร็จรับเงิน ไปมอบให้นางอัมพวาฯ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและรับมอบเงิน ประจาวัน ทาการตรวจสอบความถูกต้องและลงนามกากับด้านหลังใบเสร็จรับเงินฉบับสุดท้ายของ แต่ละวัน นางสมุทรฯ ได้นาส่งเงินที่รับไว้จากผู้มารับบริการเพียงบางส่วน พร้อมกระดาษจดรายละเอียดการรับเงินเท่า จานวนที่นาส่ง โดยไม่ได้นาต้นขั้วสาเนาใบเสร็จรับเงินไปแสดงเพื่อให้นางอัมพวาฯ ตรวจสอบความถูกต้อง ส่วนนางอัมพวาฯ ก็มิได้เรียกดูต้นขั้วสาเนาใบเสร็จรับเงิน จากการตรวจสอบพบว่า นางสมุทรฯ ไม่ได้ นาส่งเงินตามใบเสร็จรับเงินฉบับละ 30 บาท เล่มละ 100 ฉบับ รวม 29 เล่ม เป็นเงินทั้งสิ้น 86,850 บาท นางสมุทรฯ อ้างว่านาไปช่วยเหลือบิดามารดา และภายหลังนาเงินจานวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยมาคืนให้ทาง ราชการแล้ว พฤติกรรมขอนางสมุทรฯ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แม้ว่า ภายหลังจะนาเงินมาคืนครบถ้วนแล้วก็ไม่ทาให้พ้นจากความรับผิดไปได้ ได้รับโทษไล่ออกจากราชการ และ ต้องถูกดาเนินคดีอาญาอีกด้วย ส่วนนางอัมพวาฯ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและรับมอบเงินประจาวัน ไม่ได้ทาการตรวจสอบหรือ ขอเรียกดูต้นขั้วสาเนาใบเสร็จรับเงินในแต่ละวันจากนางสมุทรฯ จนเป็นเหตุให้มีการทุจริตเกิดขึ้น เป็นการไม่ ปฏิบัติตามข้อ 19 และ ข้อ 20 แห่งระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนาเงินส่งคลังของส่วนราชการ พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับเงินและออกใบเสร็จรับเงินของ สถานบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2527 พฤติการณ์เป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ ได้รับโทษตัดเงินเดือนจานวน 5 % เป็นเวลา 3 เดือน นอกจากนี้ นายสงครามฯ หัวหน้าฝ่ายการเงินและพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่กากับดูแลการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ ไม่กากับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายอย่างเคร่งครัด เป็นเหตุให้เกิดการทุจริตและ ทางราชการได้รับความเสียหาย พฤติการณ์เป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ ของทางราชการ ได้รับโทษภาคทัณฑ์ กรณีที่ 2 นายลพฯ ตาแหน่งนายแพทย์ 8 และนายวานรฯ ตาแหน่งวิศวกรไฟฟ้า ได้รับแต่งตั้งให้ เป็นประธานกรรมการ และกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาในการจัดซื้อระบบโทรศัพท์ อัตโนมัตพร้อม ติดตั้ง ในการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อจัดซื้อกาหนดว่า ระบบโทรศัพท์ดังกล่าว แต่ละ spc-pabx ต้องมี microprocessor 32 bit แต่นายลพฯ และนายวานรฯ ได้มีความเห็นให้สั่งซื้อระบบโทรศัพท์อัตโนมัติจาก บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมี microprocessor 8 bit ในแต่ละ spc-pabx ซึ่งต่างจากที่กาหนดคุณสมบัติไว้ถึง 4 เท่า และเป็นส่วนสาคัญอย่างหนึ่งในการทางานโดยเฉพาะการประมวลผลข้อมูล โดยนายวานรฯกลับมี ความเห็นว่า คุณลักษณะดังกล่าวเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยในส่วนที่ไม่ใช่สาระสาคัญ จึงร่วมกันลงนามใน บันทึก รายงานพร้อมความเห็นเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด โดยระบุว่าคณะกรรมการพิจารณาประกวดราคาได้ ตรวจคุณสมบัติของผู้เสนอราคา และรายละเอียดในคุณลักษณะของสิ่งของแล้ว ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กาหนดไว้ ทุกประการ เป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้สั่งซื้อ แม้ว่าราคาที่ซื้อจะต่ากว่าราคาประมาณการ เป็น เงินจานวน 302,997 บาท แต่การกระทาของนายลพฯ และนายวานรฯ เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 50 (1) ,
  • 6. (2) แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 เป็นความผิดวินัยฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ได้รับโทษ ภาคทัณฑ์ ทั้ง 2 ราย กรณีที่ 3 นายง่ายดาย ตาแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน 6 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า สถานีอนามัย ได้ดาเนินการจ้างนางสมใจ เป็นลูกจ้างชั่วคราวตาแหน่งคนงาน ใ ห้มีหน้าที่ทาความสะอาด ทั่วไปมีกาหนดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึงวันที่ 31 มีนาคม2548 นางสมใจ ได้มาปฏิบัติงานตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2547 จนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2547 และในวันที่ 8 ธันวาคม 2547 นางสมใจ ไม่ได้มา ทางานที่สถานีอนามัย เพราะได้งานใหม่ นายง่ายดาย ทราบเรื่องดังกล่าวในตอนบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม 2547 และคิดว่าในวันรุ่งขึ้น (วันที่ 8 ธันวาคม 2547) จะมีผู้มารับบริการที่สถานีอนามัยเป็นจานวนมาก และเห็นว่าสถานีอนามัยมีความสกปรก และเครื่องมือแพทย์ต่างๆยังไม่ได้ทาความสะอาดเป็นจานวนมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะทาให้เกิดผลเสียต่อประชาชนผู้มารับบริการ อาจทาให้เกิดการติดเชื้อได้ นายง่ายดายจึงได้ ให้นางบุญ มาทางานแทนนางสมใจ โดยพลการตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2547 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2548 นายง่ายดาย อ้างว่าหากจะทาเรื่องว่าจ้างลูกจ้างคนใหม่เกรงว่าไม่ทันและนายง่ายดาย ได้ทาการเบิกเงิน ค่าจ้างจากโรงพยาบาลชุมชนในนามของนางสมใจตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2547 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2548 ทั้งๆที่นางสมใจ ไม่ได้มาทางานแล้วนามาจ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่นางบุญ โดยไม่ได้ดาเนินการจ้างนาง บุญ ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการและเงื่อนไขการจ่ายเงินบารุงเพื่อเป็นค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือ ลูกจ้างรายคาบของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2545 พฤติกรรมของนายง่ายดาย ดังกล่าว เป็นการกระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของราชการ มติคณะรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาล และฐานไม่ รายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือเป็นรายงานเท็จ จึงมีคาสั่งลงโทษ ตัดเงินเดือน นายง่ายดาย จานวน 5% เป็นเวลา 1 เดือน กรณีที่ 4 นางอารี ตาแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน 5 รับผิดชอบงานด้านการเงินบัญชี และพัสดุและงานสาธารณสุขมูลฐานของสานักงานสาธารณสุขอาเภอโห่ร้อง นางอารี ได้วางฎีกาเบิกเงิน งบประมาณงานสาธารณสุขมูลฐาน เพื่อจ่ายให้กับศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (ศสมช.) ของอาเภอโห่ร้อง จานวน 44 หมู่บ้าน เป็นเงินรวม 330,000 บาท เมื่อนางอารี ได้รับเช็คเงินดังกล่าวมาจากสานักงาน สาธารณสุขจังหวัดแล้วก็นาเข้าบัญชีของสานักงานสาธารณสุขอาเภอแล้วออกเช็คสั่งจ่ายในชื่อของนางอารีหรือ ผู้ถือ จากนั้นนางอารี ได้นาเช็คไปเบิกและรับเงินจานวนดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2543 แล้วนามาเก็บ ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทางานของตนซึ่งเป็นโต๊ะเหล็ก 4 ลิ้นชัก มีกุญแจติดอย่างแน่นหนาเนื่องจากสานักงาน สาธารณสุขอาเภอโห่ร้องไม่มี ตู้นิรภัยเก็บรักษาเงิน เมื่อนางอารี ได้รับสมุดคู่ฝากของ ศสมช มาครบถ้วนแล้วก็ มิได้ดาเนินการนาเงินฝากเข้าบัญชีในเวลาอันควร คือ ได้นาเงินเข้าบัญชีในระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม 2543 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2543 เหตุที่นาเงินเข้าบัญชีล่าช้าเนื่องจากในช่วงนั้นสานักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ เร่งรัดการจัดทาบัตรผู้มีรายได้น้อยประเภทต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2543 ซึ่งนางอารี มี หน้าที่รับผิดชอบในการจัดทาบัตรดังกล่าวจึงได้ดาเนินการจัดทาบัตรให้ทันเวลาก่อนโดยยังไม่ได้นาเงินเข้า บัญชีให้กับ ศสมช. อีกทั้งได้นาเงินบางส่วนไปสารองจ่ายในการอบรมโครงการป้องกันไข้เลือดออกและจ่ายค่า วัสดุสานักงานของสานักงานสาธารณสุขอาเภอโห่ร้อง และนาเงินในส่วนที่เหลือทยอยจ่ายให้ ศสมช. ของ หมู่บ้านแต่ละแห่งจนครบถ้วน ทั้งนี้ในการจัดทาบัญชีของนางอารี มิได้มีการจัดทาสมุดเงินสดและลงรายการให้
  • 7. ครบถ้วนในทะเบียนคุมเงินงบประมาณเพื่อเป็นหลักฐานให้สามารถตรวจสอบได้และการฝากถอนเงิน งบประมาณของสานักงานสาธารณสุขอาเภอโห่ร้อง นางอารี จะถือและปฏิบัติมาตลอดว่าเมื่อมีการฝากก็จะเบิก ออกมาจากบัญชีทั้งหมดเพื่อทาให้บัญชีคงเหลือเป็นศูนย์และส่วนมากจะเบิกในนามของนางอารี ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่รับผิดชอบการเงินและบัญชี กรณีจึงยังไม่มีพยานหลักฐานที่จะชี้ชัดได้ว่านางอารีได้นาเงินที่เบิก ออกมาจานวน 330,000 บาท ไปหมุนเวียนใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แต่ น่าเชื่อว่านางอารี ได้ดาเนินการไปตามความเข้าใจและแนวปฏิบัติที่เคยปฏิบัติมาโดยไม่มีเจตนาทุจริต ซึ่งการ กระทาของนางอารี เป็นการไม่ถือปฏิบัติตามข้อ 18 และข้อ 35 แห่งระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนาเงิน ส่งคลังในหน้าที่ของอาเภอและกิ่งอาเภอ พ.ศ.2520 ข้อ 54 แห่งระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ.2520 พฤติกรรมของนางอารี ดังกล่าว เป็นการกระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมและฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทาง ราชการ มติคณะรัฐมนตรีและนโยบายของทางราชการ จึงมีคาสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนนางอารี จานวน 1 ขั้น กรณีที่ 5 นายบารมี ตาแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานสาธารณสุข 8 และนายใหญ่ ตาแหน่ง สาธารณสุขอาเภอ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับการจ้างก่อสร้างอาคารสถานีอนามัยและบ้านพัก ข้าราชการ โดยมีนายดา นายช่างโยธาของเทศบาล เป็นผู้ควบคุมงานและเป็นกรรมการตรวจการจ้างด้วย นาย ดา มิได้จัดทาและรายงานบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมประจาวันส่งให้นาย บารมีและนายใหญ่ทราบ และเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน นายดา ได้ลงลายมือในใบส่งมอบงานของผู้รับจ้างว่า งานแล้วเสร็จ จากนั้นนายบารมี นายใหญ่ และนายดา ได้ลงลายมือชื่อในใบตรวจรับงานจ้างรับรองว่างานแล้ว เสร็จถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาทุกประการ ต่อมาได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการก่อสร้างและจากการ ตรวจสอบพบว่ามีการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกาหนดในสัญญาจ้างจานวนหลาย รายการ และไม่ได้มีการหักค่าทดสอบดินและค่าเสาเข็มจากเงินค่างานในงวดที่ 1 รวมเป็นเงิน 300,000 บาท ระหว่างการสอบสวนนายบารมี ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างนาเงินค่าทดสอบดินและค่าเสาเข็มส่งคืนซึ่งผู้รับจ้างได้ นาเงินจานวน 300,000 บาท มาส่งคืนทางราชการ และจากการสอบสวนไม่ปรากฏหลักฐานว่าการกระทา ของบุคคลดังกล่าวเป็นการปฏิบัติเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ พฤติกรรมของนายบารมีและนายใหญ่ ดังกล่าว เป็นการกระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐาน ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดย จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และ ฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง จึงมีคาสั่งลงโทษปลดนาย บารมีและนายใหญ่ ออกจากราชการ กรณีที่ 6 นางสาวมุกดาฯ นักวิชาการสาธารสุข รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด ได้ขออนุมัติ ผู้บังคับบัญชาจัดอบรมโครงการคลินิกอดบุหรี่ต้านภัยยาเสพติด เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ได้ปรับเปลี่ยนงบประมาณ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจากที่เสนอขออนุมัติไว้ จานวน 1,200 บาท /แห่ง เป็น 500 บาท/แห่งและขยาย
  • 8. พื้นที่การดาเนินการตามโครงการจาก 66 แห่ง เป็น 85 แห่ง โดยไม่รายงานผู้บังคับบัญชา เพี่อให้ความ เห็นชอบ ทาให้การดาเนินการไม่เป็นไปตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ พฤติกรรมเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ ได้รับโทษตัดเงินเดือน จานวน 5% เป็นเวลา 1 เดือน กรณีที่ 7นายกาแพงฯ ผู้อานวยการโรงพยาบาลฯ ได้ลงนามในบันทึกขออนุมัติจ้างทาสี อาคารโรงพยาบาล ปราก
  • Similar documents
    View more...
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks